Japan

ทำไมน้องไม่แต่งงานนนนน

posted on 07 Aug 2011 10:37 by hayashikisara in Japan

 

1. จะว่าไปปีนี้...รุ่นพวกเราก็เกินสามสิบกันไปสองสามปีแล้ว =_=; หลายคนก็บ่นเหลือเกินว่ายังหาแฟนไม่ได้ ยังไม่ได้แต่งงานซักกะที ทั้งที่อยากแต่งจะแย่อยู่แล้ว ไม่ได้ขออะไรมาก ขอผู้ชายธรรมดาๆซักคนก็พอ เอาแค่ปานกลางๆ ทำไมมันหายากนักฟระ!!

 

2. ลองคิดดูตามความเป็นจริง... อะไรคือ `ปานกลาง`? ถ้า `ปานกลาง` คือ หน้าตาปานกลาง ความสูงปานกลาง รายได้ปานกลาง นิสัยปานกลาง การศึกษาปานกลาง เข้ากับเราได้ปานกลาง รักเราปานกลาง etc. ล่ะก็...

 

3. `ปานกลาง` คือประมาณ 50% ดังนั้น ผู้ชายที่เราอยากได้คือ  หน้าตา 50% x ความสูง 50% x รายได้ 50% x นิสัย 50% x การศึกษา 50% x เข้ากับเราได้ 50% x รักเรา 50% = 0.8%   !!!!

 

4. ผู้ชายปานกลางอย่างที่คุณต้องการมีเพียง 0.8% เท่านั้น!! (นี่แค่ปานกลางเจ็ดข้อนะ) เท่ากับว่า ผู้ชายร้อยคนยังมีไม่ถึง 1 คนเลย โอกาสจะได้เจอผู้ชายปานกลางมันยากนะเว้ย =_=;

 

5. คุณสมบัติของผู้ชายที่ผู้หญิงญี่ปุ่นมักจะให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ คือเรื่องของรายได้ ส่วนใหญ่ตอบว่าอยากได้รายได้ซัก 4-6 ล้านเยนต่อปี

 

6. จากการสอบถามผู้หญิงโสดในโตเกียว 26.8% อยากแต่งงานกับคนมีรายได้เกิน 4 ล้านเยนต่อปี และ 39.2% ตอบว่าอยากแต่งงานกับคนมีรายได้เกิน 6 ล้านเยนต่อปี

แต่ลองไปดูข้อมูลรายได้ของชายโสดที่อายุ 25-35 ในโตเกียว คนที่มีรายได้เกิน 4 – 6 ล้านเยนต่อปีจะมีเพียงแค่ 19.5% เท่านั้น (ถ้าเอาเกิน 6 ล้านเยน/ปีอย่างเดียว จะมีแค่ 3.5%)

 

7. เท่ากับว่าผู้หญิง 39.2 % อยากแต่งงานกับผู้ชายที่มี่รายได้ 6 ล้านเยนต่อปี ทั้งที่ผู้ชายเหล่านั้นมีอยู่แค่ 3.5% ของผู้ชายโสดที่อายุ 25-35 !! เปอร์เซ็นการแข่งขันเป็นสิบเท่าเลยทีเดียว! (ไม่รู้ของกรุงเทพฯมีอยู่เท่าไหร่ เพราะในละครไทยมันรวยเว่อร์กันทุกคน)

 

8. ดังนั้นการที่คิดว่าผู้ชายที่มีรายได้ 4 ล้านเยนต่อปีเป็นผู้ชาย `ปานกลาง` น่ะ ก็ไม่ใช่แล้วล่ะ (แต่คนที่อยู่ญี่ปุ่นด้วยกันคงรู้ รายได้ 4 ล้านเยนต่อปีก็ค่อนข้างอยู่อย่างกระเบียดกระเสียรเหมือนกันนะ ยิ่งถ้ามีลูกล่ะก็...)

 

9. ไปดูสถิติต่างจังหวัดบ้าง จะเห็นตัวเลขว่าผู้หญิงไม่ได้ต้องการผู้ชายรายได้มากเท่าคนในเมือง แต่รายได้ผู้ชายในต่างจังหวัดเองก็ต่างจากในเมืองมากเหมือนกันและก็มีช่องว่างระหว่างความต้องการของผู้หญิงกับความเป็นจริงของเงินเดือนผู้ชายที่ค่อนข้างจะสูง (หนุ่มๆเศร้าเลย =_=;)

 

10.  จากการทำแบบสอบถาม ถามผู้หญิงอายุ 25-44 ปีที่เป็นโสดและทำงานอยู่ (ทั่วประเทศ) ได้คำตอบว่ารายได้เฉลี่ยของผู้ชายที่อยากแต่งงานด้วยคือต้องมีรายได้ต่อปีประมาณ 5,520,000 เยน

 

11. แต่คำถามต่อไปถามว่า `ถ้าเป็นรายได้ต่อปีของคนที่เรารัก` อยากได้ประมาณเท่าไหร่ ปรากฏว่าตัวเลขลดลงเหลือ 2 ล้าน 7 แสนเยน @_@;

 

12. สรุปว่า ค่าของความรักของผู้หญิงคือ 2,820,000 เยน (5,520,000 – 2,700,000 = 2,820,000 เยน...)  

 

13. จากแบบสอบถามสาวญี่ปุ่นถึงเสป็คของคนที่เราจะแต่งงานด้วย แต่ก่อนมักจะได้รับการพูดถึงคำว่า `3 สูง` คือ ตัวสูง, การศึกษาสูง, รายได้สูง แต่มาวันนี้ ความคิดเห็นของคนก็เปลี่ยนไปแล้ว เสป็คผู้ชายของสาวๆที่อยากแต่งงานด้วย อันดับ 4 คือ อยู่ด้วยแล้วรู้สึกผ่อนคลาย 60.1% อันดับ 3 ไว้วางใจ 61.4% อันดับ 2 วิสัยทัศน์เหมือนๆกัน 64.1% และ อันดับ1 เชื่อใจได้ 68% (จากการสอบถามผู้หญิง 1 หมื่นคน ปี 2010)

 

14. หารู้ไม่ว่า เมิงแต่งงานได้ยากกว่าเดิมอีก =_=; การที่คนเราจะ `เชื่อใจ` `ไว้วางใจ` `มีวิสัยทัศน์เหมือนกัน` หรืออยู่ด้วยแล้วรู้สึกผ่อนคลาย ได้นั้น หากเราสองคนไม่มีความคิดความอ่านเหมือนๆกัน ไม่มีสิ่งแวดล้อมที่เติบโตมาคล้ายกัน ข้อมูลต่างๆที่ได้รับในการดำเนินชีวิตไม่คล้ายกัน การศึกษาที่ได้รับมาไม่คล้ายกัน etc. มันก็ค่อนข้างจะเกิดขึ้นได้ยาก ดังนั้น... มันยิ่งยากกว่าอิ 3 สูงนั่นอีก =_=;

 

15. ดังนั้น การที่คนเราบอกว่า อยากได้คนที่สามารถเชื่อใจ ไว้วางใจได้ มีความคิดความอ่าน มองโลกและมีวิสัยทัศน์คล้ายกัน อยู่ด้วยแล้วรู้สึกผ่อนคลายสบายใจ ก็เท่ากับการบอกว่า เราต้องการคนที่มีการศึกษาพอๆกับเรา ได้รับการเลี้ยงดูมาในสิ่งแวดล้อมที่คล้ายๆเรา งานการและงานอดิเรกเข้ากับเราได้ มีโลจิคที่เหมือนเรา มีรายได้พอๆหรือมากกว่าเรา etc. ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เราต้องหาต่อไปและบอกว่ายังไม่เจอคนถูกใจนี่แหละ T^T

 

16. จากการสอบถามสำมะโนครัวของชาวญี่ปุ่นเมื่อปี 2005 (การสอบถามใหญ่นี้จะทำทุก 5 ปี ล่าสุดเพิ่งทำเมื่อปีที่แล้วคือปี 2010 แต่สถิติหลายๆอย่างยังไม่ออก เลยใช้ของเก่า ซึ่งหลายๆอย่างคาดการณ์ได้ว่าตัวเลขจะสูงกว่าที่ทำแบบสำรวจเมื่อคราวก่อน) บอกว่า ผู้ชายอายุเกิน 50 ที่ไม่ได้แต่งงานในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีอยู่ 15.4% แปลว่า 1 ใน 6.5 คนนั้น เป็นโสด (ซึ่งอย่างที่บอกว่าแบบสำรวจปี 2010 ยังไม่ออก ตัวเลขอาจจะสูงกว่านี้)

 

17. สมัยก่อน ญี่ปุ่นจะมีคำเปรียบเทียบผู้หญิงว่าเหมือนคริสมาสตร์เค้ก เพราะถ้าอายุ 24 แล้วยังขายไม่ออก ก็เปรียบเสมือนคริสมาสตร์เค้กที่ขายไม่ออกในคืนคริสมาสตร์อีฟ (24 ธันวา) =_=;

 

18. แต่คำนี้ไม่มีใครรู้จักและไม่มีใครพูดอีกแล้ว เพราะแบบสำรวจทางสถิติตอนนี้บอกว่า อายุเฉลี่ยของผู้ชายญี่ปุ่นที่จะแต่งงานคือ 30 ต้นๆ และอายุเฉลี่ยของผู้หญิงญี่ปุ่นที่จะแต่งงานคือ 28 (ตัวเลขนี้จะเป็นโตเกียวหรือต่างจังหวัดก็ต่างกันเพียงปีสองปีเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าคนต่างจังหวัดจะแต่งงานเร็วกกว่าคนในเมืองอะไรมากมายแต่อย่างใด) ต่างจากเมื่อปี 1985 ที่ผู้หญิงแต่งงานเฉลี่ยที่อายุ 25.5 ปี

 

19. ยิ่งประเทศที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจมาก ก็จะมีสถิติอายุเฉลี่ยของคนแต่งงานสูงไปด้วย (ตอนนี้ไต้หวัน, เกาหลี สูงกว่าญี่ปุ่น)

 

20. จากแบบสอบถามบรรดาคนบรรลุนิติภาวะใหม่ๆในงานเซจินชิกิ 800 คนในปี 2011 พบว่า 81.1% ของ 800 คนนี้ตอบว่า อยากแต่งงานเร็วๆ และมีผู้ชายที่ตอบคำถามว่าไม่มีแฟนถึง 84 % (เมื่อปี 1996 มีแค่ 50%) และไม่เคยมีแฟนหรือคบกับเพศตรงข้ามเลยประมาณ 45.3% (ผู้ชาย 49% ผู้หญิง 41%)

 

21. ถ้าถามคนที่ยังไม่ได้แต่งงานตอนนี้ หลายคนจะตอบว่า `ไม่เจอใคร` คือไม่รู้จะไปเจอกันที่ไหน วันๆก็ทำแต่งาน ที่บริษัทก็ใช่จะมีหนุ่มๆ บางคนทำงานที่บ้าน วันๆเจอกับป๊ากับม้า จะไปเจอใครที่ไหน =_=;

 

22. แล้วคนสมัยก่อนที่เค้าไม่ได้ทำงานบริษัท ไม่ได้ออกไปแดนซ์ ไม่ได้ไปช็อปอะไรกันอย่างนั้น เค้าไปเจอกันที่ไหน? ทำไมเค้าแต่งงานกันได้? คำตอบจากแบบสอบถามคนรุ่นเมื่อปี `60~`80 อันดับหนึ่งคือการดูตัว ในขณะที่ปัจจุบัน คนแต่งงานกันด้วยการดูตัวมีแค่ 1 ใน 10 ของสมัยนั้น

 

23. คนสมัยนี้นิยมการประสบพบรักอย่างเป็นธรรมชาติมากกว่า

 

24. งั้นมาดูกันว่า อะไรคือ `การพบกันอย่างเป็นธรรมชาติ` การพบกันอย่างเป็นธรรมชาติ หมายความว่าจะต้องเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันทั่วไป, โดยที่เราไม่ได้เคลื่อนไหวหรือพยายามทำอะไรเป็นพิเศษ, และไม่ต้องใช้เงิน ไม่มีการสิ้นเปลือง, เกิดขึ้นในขอบเขตของกิจกรรมที่เราทำในแต่ละวัน...

 

25. ลองมาดูไอ้ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นและกิจกรรมในชีวิตประจำวันของเราบ้าง...  บริษัทก็ไม่ได้จ้างจำนวนคนเหลือๆมาทำงาน คนทำงานในบริษัทหรือแผนกก็น้อยนิด ดังนั้นต้องพยายามหมุนบริษัทไปด้วยจำนวนคนที่น้อยที่สุดที่บริษัทจะจ้าง =_=; นอกจากงานแล้วแทบจะไม่มีเวลาไปทำกิจกรรมอะไรเพิ่มเติมเพราะทำงานและเดินทางอย่างเดียวก็เหนื่อยจะแย่แล้ว แถมยังไมไ่ด้ล่ำซำขนาดจะไปดื่มไปกินกับใครต่อใครได้เรื่อยๆเหมือนนางเอกเซ็กซ์แอนด์ซิตี้...

 

26. สรุปว่า... ปกติมันก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยอยู่แล้ว ไอ้การพบเจอกันตามธรรมชาติเนี่ย โอกาสที่จะมีหนุ่มมาจะเก็บส้มหล่นๆให้ หรือมีผู้ชายแม่_เดินมาชนหนังสื