คุณยายคะ... @_@;
posted on 14 Dec 2009 04:41 by hayashikisara in Diaryกลับชิกะมาสองวัน... เอาคุเรฮะไปทำพิธีโอมิยะไมริมา (お宮参り) จริงๆเด็กผู้หญิงต้องไปตั้งแต่คลอดครบ 30 วัน (เด็กผู้ชาย 31 วัน) แต่เพิ่งจะมีเวลาว่างตรงๆกันนี่แหล่ะเลยเพิ่งไป ยายคุณฮายาชิ (ทวดหนูอาคิกับหนูคุเร) ก็มาด้วย ยายอายุ 79 แล้วแต่ยังแข็งแรงดี จะอยู่บ้านที่ชิกะถึงวันที่ 29 แล้วกลับจังหวัดชิมาเนะ ที่อยู่ถึงปีใหม่ไม่ได้เพราะมีงานของหมู่บ้านที่ต้องทำเนื่องจากปีนี้ยายเป็น 役人 เหมือนประมาณ Committee ของหมู่บ้านนี่แหล่ะ... (อายุ 79 แต่เธอเป็น Committe นะยะ คือยายคุณฮายาชินี่ประมาณจะสาวสุดในหมู่บ้านแล้วมั้งน่ะ... เจอคนในหมู่บ้านมีแต่คนชมว่าวาไก -_-;)
ยายอยู่คนเดียวนะ แล้ววันๆก็ทำทุกอย่างเอง ปลูกผักปลูกอะไรไปด้วย บ้านคุณยายยังเป็นแบบโบราณอยู่ อายุจะร้อยปีแล้วมั้ง (แต่ก็ซ่อมกันมาเรื่อย) ส้วมก็ยังเป็นแบบส้วมหลุม @_@; อาบน้ำก็ยังต้องใช้ฟืนสุมเหมือนในหนัง แถมชิมาเนะเป็นจังหวัดที่ค่อนข้างจะหนาว หิมะตกทับถมทุกปี หลังบ้านยายเป็นเขาอีกต่างหาก (ติดกับบ้านเลย ไม่รู้มันจะถล่มเมื่อไหร่ @_@;)
บ้านยายคุณฮายาชิเป็นอะไรที่โต๊ะโตโระอย่างแรง... @_@; ใกล้ๆตรงนั้นจะมีเหมืองแร่เงินที่มีมาแต่สมัยโบราณ เพิ่งกลายเป็นมรดกโลกไปเมื่อไม่นาน (ยายชอบเล่าว่าแต่ก่อนตอนไม่มีตู้เย็นก็ชอบเอาแตงโมเอาอะไรไปแช่ในถ้ำที่ว่า เขียนชื่อแปะไว้ ไม่นึกว่าอีรูนั่นจะกลายเป็นมรดกโลกไปได้ อดแช่เลย...) <-- ยายเรียกมันว่ารูจริงๆ... ดูซิยังมีความคิดจะเอาแตงโมติดชื่อไปแช่ในมรดกโลก...
หมู่บ้านยายประมาณนี้ล่ะค่ะ
บ้านยาย
ปลูกผัก หลังบ้านติดกับเขาพอดี ต้องคอยทะเลาะกับลิงเลิง หมูป่า วุ่นเชียว
ต้นไม้ที่ยายตัดมาทำฟีน @_@;
ทางเดินในหมู่บ้าน
ตู้ขายน้ำ
ทางเดินไปเหมือง
หน้าบ้าน ต้องขึ้นๆไปหน่อยจะเป็นสุสานกลางเขา
วัด
ตู้ไปรษณีย์
ตู้ขายถ่าน
ตรงนี้เจริญสุด...
สรุปก็คือบ้านยายอยู่ในแอเรียมรดกโลก @_@; จะมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบ้านตามใจชอบไม่ได้ ต่อไปนี้จะทำบ้านใหม่ก็ต้องทำตามแปลนที่รัฐบาลเสนอให้เป็นหลัก ทว่ารัฐบาลจะออกค่าทำบ้านให้เต็มที่ จะว่าโชคดีก็ดีเนอะ...
คุณยายเธอก็แข็งแรงมาก นอกจากจะปลูกผักปลูกอะไรแล้ว ยังผ่าฟืน... โกยหิมะเองต่างหาก @_@; อายุ 79 แต่สามารถตัดต้นไม้เป็นต้นๆได้อย่างสบาย (แต่แกบอกต้องคอยดูดีๆว่ามันจะล้มไปทางไหน เพราะมีแรงตัดแต่ไม่มีแรงวิ่งหนี 5555) นอกจากนี้ยังต้องดูแลสุสานตระกูลฮายาชิบนเขา ซึ่งดูต่อๆกันมาหลายช่วงอายุคน (จะไปไหว้ทีนี่ต้องเดินขึ้นเขาไปหน่อย เส้นทางน่ากลัวทีเดียว) ใครอ่านนิยายที่แต่งเรื่อง Cherry Blossom is blooming now จะมีไปชิมาเนะด้วย เอาอิมเมจมาจากบ้านยายนี่เองแหล่ะ
คนแก่ญี่ปุ่นถึงจะไม่มีใครอยู่แล้วแต่ก็ยังอยากจะอยู่คนเดียวกันมาก @_@; ทำยังไงๆยายคุณฮายาชิก็ไม่ยอมมาอยู่ที่ชิกะนี่ มาแป๊บๆไม่กี่วันก็กลับ (แต่แกขึ้นรถบัสมาเองนะฮะ ใช่ว่าใครไปรับ) แม่คุณฮายาชิเป็นลูกสาวคนเดียว ไม่มีพี่น้องคนอื่น (นั่นเป็นสาเหตุให้พ่อคุณฮายาชิเป็นฝ่ายขอเปลี่ยนนามสกุลมาใช้นามสกุลแม่) แต่ยายก็ไม่ยอมมาอยู่ด้วย บอกว่า “ถ้ามาอยู่ในเมืองรู้สึกว่าจะตายเร็วกว่าอยู่คนเดียว”
@_@; จะว่าไปก็พอจะเข้าใจเหมือนกัน เพราะแกบอกว่าเวลามาอยู่ชิกะชีวิตแกอับเฉามาก ปกติอยู่ที่โน่นตื่นเช้า ทำงาน เจอเพื่อน (รุ่นราวคราวเดียวกันที่พูดรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง) <-- ตะโกนคุยกันเสียงดังเพราะต่างคนต่างหูตึง แถมพูดกันคนละเรื่องอีกตะหาก... แล้วแกก็พูดมาคำนึุงให้น่าคิด แกบอกว่า “อยู่คนเดียวนี่แหล่ะเลยต้องตื่นตัวตลอดเวลา เพราะมีตัวเองเป็นที่พึ่ง ถึงได้แข็งแรงทั้งที่อายุมากไงล่ะ”
อาจจะจริง...
แต่ก็ไม่ใช่ไม่มีใครดูแลซะทีเดียว เพราะจะมีครอบครัวน้องสาวพี่เขยและลูกหลานของเค้าที่อยู่ด้วยกันห่างไปเล็กน้อย (แถวอิซึโมะ ก็เป็นสิบกิโลอยู่) มีอยู่ครั้งนึง ยายบอกว่าดูทีวี (รับได้สองช่อง ที่เหลือมองแทบไม่เห็น =_= แถมเป็นช่องท้องถิ่นอีกต่างหาก มือถือก็ไม่มีคลื่น เวลาไปบ้านยายจะรู้สึกเหมือนไปชุบจิตวิญญาณ บำบัดอาการติดโลกไซเบอร์) แล้วหัวเราะรายการอะไรไม่รู้ ปรากฏว่าขากรรไกรค้าง @o@;
ก็พยายามจะโทรไปเรียกแท็กซี่ให้มารับไปโรงพยาบาล (ห่างออกไปหลายกิโล) ปรากฏว่าขากรรไกรค้างไง คุยโทรศัพย์ก็ไม่รู้เรื่อง??? แท็กซี่ก็ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างแต่ก็ยังมาุถูก แกบอกว่าไปโรงพยาบาลหมอก็ตบไปตบมาจนมันเข้าที่ (สะบักสะบอม) แล้วไอ่ขากรรไกรค้างเนี่ย ค้างครั้งนึงแล้วมันจะติดเป็นนิสัย @_@; มันจะค้่างบ่อยๆถึงขนาดไปหาหมอตรวจสุขภาพ หมอบอกให้อ้าปากกว้างๆ ยายอ้าปุ๊บ... นั่น.. ค้างเลย... -_-; ตกใจกันไปทั้งหมอพยาบาล (ก็เจือกบอกให้อ้ากว้างๆ)
แต่ตอนนี้บรรลุวิชาคัมภีร์นพเก้า สามารถตบเอาขากรรไกรเข้าได้เองโดยไม่ต้องพึ่งหมอ...
เป็นไงล่ะ บอกแล้วต้องพึ่งตัวเอง
คนอายุประมาณนี้เวลาคุยเรื่องอะไรจะชอบชักโยงไปเรื่องตายๆอยู่เรื่อยๆ @_@; เวลาเล่าอะไรให้ยายฟังนะ มักจะเป็นบทสนทนาประมาณนี้
คุณฮายาชิ : วันก่อนเพื่อนที่ทำงานวูบไปกลางห้องประชุมแหล่ะ
อริสรา : เหรอ? แล้วเป็นไงบ้าง เรียกรถพยาบาลหรือเปล่า
คุณฮายาชิ : เรียกสิ นี่ถ้าฉันไม่อยู่ตรงนั้นนะ คงล้มฟาดกับเครื่องอะไรซักอย่าง ดีที่ประคองทันพอดี แล้วก็นั่งติดรถพยาบาลไปด้วย คอยเรียกชื่อตลอด เหมือนในหนังเลย
คุณยาย : แล้วตายป่ะ?
คุณฮายาชิ : ... เปล่าครับ แต่ก็เป็นเกี่ยวกับเส้นเลือดในสมองตีบ หมอบอกให้กินน้ำเยอะกว่านี้ เลือดจะได้ไม่ข้นมาก
คุณยาย : ไม่ตายเหรอ?
คุณฮายาชิ : ไม่ตายครับ ก็ให้กลับไปพักผ่อนที่บ้าน
คุณยาย : แล้วสุดท้ายตายไหม?
-_-;
ยายจะให้ตายให้ได้เลยเว้ยเฮ้ย...
คือจุดจบของเรื่องมันควรจะตายสิอะไรเงี้ยมั้งนะ....
หนึ่งในเหตุผลที่ยายคุณฮายาชิไปไหนไม่ได้ก็เพราะต้องคอยดูแลสุสานของตระกูลด้วย ซึ่งถ้าจะย้ายสุสานมาไว้ในเมืองก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายหลายล้าน @_@; พ่อแม่คุณฮายาชิก็วางแผนว่าหลังจากพ่อเกษียณและน้องเคนตะลอยลำไปแล้ว ก็จะกลับไปอยู่กับยายที่ชิมาเนะกัน รุ่นต่อไปก็อาจจะเป็นคุณฮายาชิกับเรา... เพราะเป็นลูกคนโต แต่ก็ไม่แน่เพราะบ้านนี้มีลูกชายสามคน ไอ้คนรองมันไม่มีทีท่าว่าจะแต่งงานหรือมีแฟนมันอาจจะไปดูแลให้แทนเพราะไม่มีอะไรจะทำ แต่ไม่รู้นะเพราะคุณแม่เธอพยายามหาคู่ให้น่าดู พยายามจะหาสาวมาให้ดูตัวเหมือนในหนังเลย มีการมาถามเราด้วยว่ามีเพื่อนสาวคนไทยดีๆแนะนำไหม... แหม... สาวคนไหนสนใจก็ติดต่อมาแล้วกัน อายุ 26 ใส่แว่นแต่ไม่อ้วน (บ้านนี้ใส่แว่นทุกคน) ใครจะเป็นศรีภรรยาต้องมีความเข้าใจในโอตาขุประมาณหนึ่ง (บ้านนี้ตะขุกันหมด แต่คนรองหนักสุด กร๊ากกกก) งานอดิเรกคือเล่นเกม (มีทุกเครื่องไม่ว่าจะPlay II, Play III, PSP, DS, Wii, Xbox, คอมอีกสองเครื่อง) สะสมปราโมเดลกันดั้ม ดูนิโกะนิโกะโดกะ ยอมเสียเงินไปโตเกียวทุกปีช่วงงานคอมิเคะ & บลาๆ แต่มันทำงานเป็นหลักเป็นฐาน บริษัทมีชื่อเสียงนะเคอะ
กลับมาที่คุณยายใหม่ ถึงแม้เราจะเป็นชาวต่างชาติ ยายคุณฮายาชิก็รักและใจดีกับเรามาก (กินอาหารไทยได้มากสุดรองจากคุณฮายาชิอีกต่างหาก) พยายามทำให้เรารู้สึกเป็นส่วนนึงในครอบครัวเสมอ... มากี่ครั้งๆก็พยายามทำให้เราอบอุ่น โดยการบอกให้เราสบายใจว่า
“ที่สุสานของตระกูลเรามีที่เตรียมไว้ให้อาริสะจังเรียบร้อยแล้วนะไม่ต้องเป็นห่วง ตายเมื่อไหร่มาลงได้เลย”
....
...........
คุณยาย...
ขอบคุณที่เผื่อที่ไว้ให้แล้ว
สบายใจขึ้นมากเลยค่ะ... T^T
ถ่ายกับคุณทวด
ทำพิธีเสร็จๆซะที >_< แถมเมื่อวานเป็นวัน 赤口 อีกนะ (ฤกษ์เลวร้ายมาก) คือจะโชคดีเฉพาะตอนเที่ยง เลยต้องกะเวลาไปศาลเจ้าให้ตรงเที่ยงกันสุดๆ
คนที่อ่านบล็อคมานานคงจะรู้อยู่แล้วว่าคุณฮายาชิมันเป็นโอตารี่แมน (โอตาขุ + ซาลารี่แมน) และเรียกมันว่าอ้วนแว่นเพราะมันอ้วนๆใส่แว่น... แต่งตัวเชยๆ หัวก็กระเซอะกระเซิง ไปทำงานก็ใส่แต่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ขาดๆไป ดูเหมือนพวกจะไปเดินอาคิฮาบาระมากกว่า (หลายคนแต่งตัวดีกว่ามัน) -_-; นานๆชาติมันถึงจะใส่สูทถอดแว่นซะที... ไม่ได้เห็นมันทำตัวเป็นผู้เป็นคนมานานแล้ว พอดีเมื่อวานมีพิธีของลูก มันเลยต้องสลัดคราบอุบาทว์ๆขึ้นมาทำตัวดีซักวัน...
....
あなた誰ですか?!!!
คุณเป็นใครคะ???!!!!!!!! @o@!!!!!!!
**************************
ตอบคำถาม
*************************
Zellykaซัง : wwwww มาจาก (笑) วาไร ในภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่าหัวเราะค่ะ เหมือนคนไทยใช้ 5555 อะไรอย่างนี้แหล่ะค่ะ ^_^;
Kyuubixusagi : จริงค่ะ ชอบเหมือนกัน ^_^
ทานุขนฟู : ขอบคุณทั้งคอมเม้นต์และแมสเสจเลยนะคะ m(_ _)m คิดๆอยู่ว่าปีหน้าอาจจะเอากลับไปตรวจที่ไทย แต่ก็จะดูท่าทางต่ออีกหน่อยน่ะค่ะ เพราะจริงๆก็ไม่เห็นมีอะไรน่ากลุ้ม รอดูอีกนิดแล้วค่อยตัดสินใจค่ะ ^_^
ฮิคารุจัง : แบบตัวเป็นๆก็ดีเหมือนกันนะคะ ^_^ แต่ 2D พี่ก็ชอบค่ะ 555
Ascii: แนะนำไม่เป็นเหมือนกัน แต่จะหาพวกท็อปปิควิธีจีบสาวที่หนุ่มญี่ปุ่นเค้าอ่านกันมาแปลให้แล้วกันนะคะ ^_^;
Timo จัง : ชินแล้วรับมือไม่ค่อยยากค่ะ มีอะไรร้องไห้ก่อนเลย กร๊ากกกก (จริงๆไม่ใช่นะคะ ต้องแอบร้องค่ะ ถึงจะได้ผลสำเร็จสูงสุด 555)
