วันที่แม่คิดได้.... =_=;

posted on 11 Jul 2011 07:44 by hayashikisara in Diary

กลับมาแล้วค่ะ...

 

กลับชิกะไปสองวัน... ใช้พลังชีวิตที่เตรียมไว้ไปหมดสิ้นตั้งแต่ขาไปเลยทีเดียว =_=;

 

เพราะต้องขึ้นรถไฟไปกันเอง เนื่องจากช่วงนี้พ่อปวดหัวจี๊ดๆ น่าจะเป็นไมเกรนหรืออะไรซักอย่างที่มาจากความเครียด ก็เลยเลี่ยงๆที่จะขับรถ พวกเราก็เลยบอกว่าไม่ต้องมารับ จะขึ้นรถไฟไปกันเอง (แบกลูกสอง ข้าวของที่จะไปค้าง และเบบี้คาร์ขึ้นรถไฟไปคืนวันศุกร์ นรกชัดๆ)

 

คุณฮายาชิกลับมาเร็วหน่อย ก็เลยออกจากบ้านกันประมาณตอนทุ่มนึง เด็กๆลัลล้ามาก (อารมณ์จะได้ไปเที่ยวโดยไม่ได้นัดหมาย อะไรจะลัคกี้เช่นนั้น) หลายคนอาจจะรู้แล้วว่าบ้านเราอยู่ช่วงปลายๆโอซาก้า ต้องข้ามเกียวโตไปจังหวัดนึงกว่าจะถึงจังหวัดชิกะ ต้องต่อรถไฟสามต่อปานจะไปพม่า สรุปคือต้องนั่งรถไฟ Local ถึง 3 บริษัทอันได้แก่เคฮัง, คินเท็ทซึและ JR เป็นทริปที่เหมาะกับโอตาขุรถไฟอย่างลูกเดี๊ยนมากทีเดียว

 

จะว่าไปก็พยายามเอาของไปน้อยนิดมากนะ เป้คนละใบ สามารถใส่ของพ่อแม่ลูก นมหนึ่งกระป๋อง ผ้าอ้อมและอื่นๆไปได้ ตอนขึ้นรถไฟสองสายแรกไม่เท่าไหร่ ไปถึงสถานีเกียวโตกันอย่างชิวๆ ทว่าพอถึงอิสถานีเกียวโตนี่สิ... คนเข้าแถวรอรถไฟกันยาวมากเหมือนรอเข้าดิสนีย์ @_@; นายสถานีประกาศว่า รถไฟช้าไปสามสิบนาที เนื่องจากมีคนไปกดปุ่ม emergency ของสถานีอิบารากิ ทำให้ต้องหยุดทุกอย่างและเช็คความเรียบร้อยทั้งหมดว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า ถึงเริ่มเดินรถไฟต่อ ∑(;゚□゚)y

 

ใครวะ! ╬

 

ไม่รู้ว่าใครแกล้งกดเล่นหรือคนแก่เงอะงะๆไปกด (มีจริงๆนะ) อยากจะเรียกมาด่าเป็นการส่วนตัวแย่างแรง (゜△゜キ)

 

ลำพังรถไฟเย็นวันศุกร์ก็แน่นจะแย่อยู่แล้ว นี่ยังเจือกล่าช้าไป 30 นาที ขนาดรอรถไฟสายธรรมดาที่จอดทุกป้ายแล้ว คนยังแน่นมากยังกับคุกอัซคาบันแตก ยัดเบบี้คาร์เข้าไปอย่างลำบากยากเย็นและกระเสือกกระสนเข็นออกจากตู้โดยไม่รู้ทับเท้าอิลุงที่ไหนไปบ้าง -_-; กว่าจะมาถึงชิกะก็ 3 ทุ่มครึ่งเข้าไปแล้ว =_=;

 

พ่อไปหาหมอที่โรงพยาบาลมา แต่หมอก็ไม่ได้ตรวจอะไรละเอียด (กรุละเบื่อหมอญี่ปุ่น) แกก็ฟังๆแล้ววินิจฉัยว่าเป็นเพราะคาตะโกริ (ปวดไหล่ ไหล่แข็ง เส้นยึด คือมันไม่มีภาษาไทยคำเดี่ยวๆจะมาอธิบายได้ และไม่มีในภาษาอังกฤษด้วย สงสัยคาตะโกรินี่มันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวญี่ปุ่น =_=;) ก็ให้อิแผ่นกอเอี๊ยะมาแปะๆๆๆ แล้วมันก็ไม่หายจนอยากจะเอาไปแปะกบาลหมอแล้วลอกออกให้ผมที่ไม่ค่อยจะมีติดออกมาบ้าง จะได้รู้ว่ามันโคตรจะไร้ประโยชน์เลย อิแผ่นกอเอี๊ยะเนี่ย!!

 

แม่เล่าว่า (เม้าท์ผัวต่อหน้า ระยะเผาขนเลยทีเดียว) ที่พ่อปวดหัวเนี่ย ไม่ใช่อะไรร้อก... เป็นเพราะความงกของพ่อนั่นแหละ (!?)

 

@o@!!!!

 

คือตั้งแต่พ่อมีเวลาว่างมากขึ้นหลังเกษียณ (ก็ยังไปทำงานอยู่ แต่เงินเดือนลดลงและมีวันหยุดมากขึ้น กลับบ้านเร็วขึ้น) พ่อซึ่งเป็นคนชอบประหยัดอยู่แล้ว ก็เลยหันมาจ่ายกับข้าว ซื้อของเข้าบ้านด้วยอะไรด้วย ทีนี้ด้วยความเป็นคนประหยัด จะซื้ออะไรก็คำนวณแล้วคำนวณอีก -_-; ขับรถไปสองสามห้างเพื่อเทียบราคาของ (แล้วขับกลับมาเอาที่แรก) เก็บใบเสร็จไปนั่งคำนวณๆๆค่าใช้จ่ายยิ่งกว่าแม่บ้านสมัยเพิ่งแพ้สงครามโลก มันก็เลยเครียดเส้นเลือดกระตุกปุดๆเช่นนี้...

 

แล้วใช่ว่าจะประหยัดได้อะไรได้นะ เพราะพอแกออกไปซื้อของ แกก็ไปตระเวณตามร้านขายของถูกๆที่เค้าเอาของใกล้จะหมดอายุมาลดครึ่งราคาบ้างอะไรบ้าง @_@; แล้วแกก็ไปซื้อมาจำนวนมหาศาลเหมือนจะเอาไปปล่อยแถวจตุจักร แม่บอกเปิดช่องฟรีซวันก่อนแล้วช็อคมากที่เจอเนื้อแช่แข็งเต็มช่องฟรีซราวกับที่บ้านรับนักเรียนแลกเปลี่ยนชาวอเมริกาซัก 5 คนมาอยู่ =_=; ชาวญี่ปุ่นก็ไม่ได้กินเสต็กเป็นอาหารค่ำ แล้วเนื้อก็เป็นเนื้อแบบถูกๆ ลงกระทะทีเป็นเศษเล็กเศษน้อยเหมือนผ้าขี้ริ้วขาดๆ (รสชาติก็ประมาณนั่นแหละ) -_-; คือแกจะเน้นปริมาณเยอะๆ เอาถูกๆแล้วได้เยอะๆ แต่เหลือทิ้งเกินครึ่งอะไรก็ไม่รู้ คุณฮายาชิประนามมาก คือไม่รู้แกอยากจะประหยัดหรืออะไรกันแน่ (แต่ผลมันออกมาไม่ได้ประหยัดนะจ๊ะ)

 

ที่สำคัญคือ แกนึกจะซื้ออะไรก็ซื้อ คือซื้อมาเก็บๆไว้ก่อน ไม่ได้คิดว่าจะทำอะไรกิน แล้วแม่ก็ไปจ่ายกับข้าว... ซื้อมาซ้ำดับเบิ้ลทริปเปิ้ลกันเข้าไปอีก =_=; แถมด้วยความประหยัด พ่อแกก็ปลูกผักกินเองจนรุ่งมาก (ปลูกข้าวโพดปลูกแตงโมด้วย แตงโมกำลังโตประมาณสิบกว่าลูก) แค่ผักอย่างเดียวก็เยอะจนกินไม่ทัน ต่อให้กินแต่แตงกวากันทั้งอาทิตย์ก็เหลือทิ้งประมาณครึ่งนึงอยู่แล้ว ยังไปซื้ออะไรมาเพียบอีก...

 

แล้วแกสองผัวเมียทำกับข้าวไม่ค่อยจะเป็นทั้งคู่ =_=; (อันนี้น่ากัวมาก) คือแกปลูกแตงกวา... ก็ทำเป็นแต่แตงกวาดอง กินแต่แตงกวาดองและใส่สลัดกันไปอย่างนั้นทั้งอาทิตย์ เนื้อวัวซื้อมาก็ทำแต่แกงกะหรี่... แกงกะหรี่ทำทีเหมือนทำแจกคนงานพม่าลี้ภัย... =_=; กินกันสองอาทิตย์ยังไม่หมด... หม้อที่บ้านใหญ่มากพอจะฆ่าวัวเลี้ยงทั้งหมู่บ้านได้เลยทีเดียว... (บ้านคนญี่ปุ่นหรือปาปัววะ)

 

ลวกเส้นสปาเก็ตตี้ ไม่เคยลวกต่ำกว่าครั้งละ 1 กิโล... @_@; (ได้ข่าวอยู่กันแค่ 4 คนเท่านั้น) น้องชายสองคนของคุณฮายาชิมันเลยอ้วนเบิกบานมาก ฮิโรแต่ก่อนอยู่หอก็ผอมๆดี พอกลับมาอยู่บ้านได้ไม่ถึงครึ่งปี น้ำหนักขึ้น 8 กิโล @_@; (พอๆกับตอนกรุท้องเลยค่ะนั่น) คุณฮายาชิส่ายหน้าบอก น้องมันจะไม่อ้วนได้ยังไง ก็ดูพ่อกับแม่มันทำกับข้าวสิ นี่มันนรกของกินชัดๆ! (?)

 

แล้วแม่คุณฮายาชิยังมีหน้ามาบอกอีกว่า ชั้นน่าจะคิดได้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่าไม่ควรแต่งงานกับพ่อ @_@; (เอ่อ... ตอนไหนคะ?) แล้วก็เล่าให้ฟังว่าตอนยังไม่ได้แต่งงาน ยังเป็นแฟนกันอยู่ ก็ไปเดทกัน ไปว่ายน้ำด้วยกันที่บิวาโกะ (สมัยนั้นแม่ยังตัวเล็กๆน่ารักๆ ว่ายน้ำก็ไม่เป็น) พ่อก็แบบ แม่ว่ายน้ำไม่เป็น เกาะไหล่เค้าไว้นะ เดี๋ยวเค้าจะค่อยๆพาออกไป แม่ก็เกาะๆเตาะแตะกันไปกุ๊กกิ๊กตามประสาหนุ่มสาว... ทว่าอยู่ดีๆ... เกิดแบบ ขาไม่ถึงซะงั้น ต่างคนต่างตกกะใจโวยวายกันลั่น พ่อก็ไล่แม่ใหญ่บอกว่า ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ อย่ามาจับนะ ปล่อยๆๆๆ ไป๊ๆๆๆ (แม่ก็ช็อค กรุก็ว่ายน้ำไม่เป็นนะโว้ยยยย) ตบตีกันกลางน้ำจนแม่ยอมปล่อยมือ...

แล้วแม่ถึงได้รู้ว่า

 

ขากรุถึงนี่หว่า...

 

=_=;

 

แม่ก็ยืนมองพ่อโวยวายตาลีตาเหลือกด้วยใบหน้าละเหี่ยใจ พ่อยังตะโกนบอกให้คนช่วย ก็มีคนโยนห่วงยางมาให้ พ่อเกาะห่วงยางแล้วเพิ่งรู้ว่าขาถึงเหมือนกัน ไอ่คนที่โยนห่วงยางมาให้ยืนหัวเราะกันคิกคักอย่างฮา... -_-;

 

โห... แม่ก็เก่งนะที่ผ่านเหตุการณ์นี้แล้วยังแต่งงานกันมาได้น่ะ...

 

แม่บอก วันที่แม่แต่งงานน่ะ เพื่อนๆในบริษัทร้องไห้กันเพียบเลย (พ่อเป็นเจ้านายที่ทำงานน่ะนะ รักกันในที่ทำงานคร้า เหมือนจะกุ๊กกิ๊ก)

 

ถามแม่ว่า เพื่อนก็ชอบพ่อเหมือนกันเหรอคะ? แม่บอก ป่าว... เพื่อนร้องไห้ไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงแต่งกับไอ้นี่...

 

=_=;

 

แม่บอก มาคิดๆตอนนี้ก็มีโอกาสชิ่งตั้งหลายครั้งหลายหน ทำไมชั้นถึงแต่งกับไอ้นี่วะ (เอ่อ แม่คะ... แต่งกันมา 30 ปีแล้วค่ะ...)

 

ขากลับจากชิกะ พวกเราก็จะนั่งรถไฟกลับกันเองเหมือนขามา แต่พ่อไม่ยอมเพราะจะให้แบกผักกลับมาด้วย =_=; (เยอะมาก พ่อได้โอกาสระบายสินค้า) << คือจะเอาไปให้เพื่อนบ้านก็ไม่ได้ คนแถวนั้นเค้าปลูกผักกินเองกันทั้งนั้นฮ่วย... และแล้วพ่อก็ปวดหัวขึ้นมาอีก เลยต้องให้พาราไปสองเม็ด เช้านี้พ่อเมล์มาแถลงข่าวให้ฟังว่า ยาที่ได้เมื่อวานทำให้หายปวดหัวไปได้ มันคือยาอะไรกัน? มันมีส่วนผสมของอะไร? และมันเป็นมายังไง มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง? =_=; (ลำบากกรุแต่เช้า ตื