Akachan Post (ภาค 5 ปีต่อมา) m(_ _)m

posted on 31 May 2011 08:11 by hayashikisara in Japan

หลังจากที่เคยเขียนเรื่องนี้ไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนช่วงที่มีการจัดตั้ง Akachan Post ขึ้นมาพอดี (ประมาณปี 2007 ไม่ต้องไปตามหาอ่าน เพราะไม่มีแล้ว =_=; ตอนนั้นเขียนที่ dairyis ที่เดียว แล้วมันเต็ม เลยต้องลบทั้งหมด ทำการลบทั้งหมดแบบนี้ไปประมาณ 2-3 ครั้งได้ T^T) ก็เลยอยากจะตามให้ดูซักหน่อย สำหรับคนที่เคยอ่านจะได้รู้ว่า Akachan Post นี่ หลังจากตั้งไป 4-5 ปีวันนี้ เป็นยังไงบ้าง

 

เกริ่นซะหน่อยสำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่านเรื่อง Akachan Post

 

ระบบอากะจังโพสุโตะที่ว่านี้ จัดตั้งขึ้นที่โรงพยาบาลจิเคเบียวอิน จังหวัดคุมาโมโต้ เป็นโรงพยาบาลคริสต์ คาทอลิก ลักษณะของระบบนี้ก็คือ มีการทำห้อง และทำประตูไว้สำหรับให้คนเอา `เด็กทารก` มาวางได้ @_@; พอวางและปิดประตูไปแล้ว ก็จะมีเสียงสัญญาณเตือนให้พยาบาลมารับเด็กไปดูแล จริงๆเค้าก็มีออดให้กดเรียก มีอินเตอร์โฟนไว้สำหรับคนที่อยากพูดคุยน่ะนะ แต่ก็สามารถเอาเด็กมาวางได้โดยไม่ต้องพูดกับใคร ไม่มีใครพบเห็น ไม่มีใครรู้ได้

 

 



 

พูดง่ายๆก็คือ เป็นระบบให้เอาเด็กมาทิ้งได้นั่นเอง

 

จุดประสงค์ก็เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งให้คนที่มันคิดจะทิ้งลูกแล้วเอาเด็กไปทิ้งตามถังขยะหรือตามที่ต่างๆ เพราะถ้าไม่มีคนไปพบ เด็กก็อาจจะเสียชีวิตได้ แม่บางคนที่มันไม่มีทางออก ก็ฆ่าเด็กแรกเกิดเหมือนที่พบเห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์ทุกวันนี้ ทางโรงพยาบาลนี้ก็ต้องการที่จะลดจำนวนพวกนี้ -_-; และต้องการช่วยเหลือชีวิตเด็กไว้ให้ได้มากที่สุด โดยหลังจากรับเด็กไปแล้ว ก็จะไปเลี้ยงที่ศูนย์จนกว่าจะมีพ่อแม่ที่อยากจะรับเด็กไปเลี้ยง

 

ทีนี้ตอนที่ตั้งระบบนี้ ก็มีทั้งเสียงคัดค้านและสนับสนุน (ถึงตอนนี้ก็ยังมีคนเถียงกันอยู่) คนที่คัดค้านก็จะมองในแง่ว่ามันเป็นระบบส่งเสริมให้เอาเด็กไปทิ้ง คนที่ไปทิ้งมันทิ้งเด็กด้วยเหตุผลส่วนตัว (ไม่มีเงินเลี้ยง, ท้องในวัยเรียน, เป็นชู้กับเค้าแล้วท้อง etc.) เหมือนเราไปทำให้อิคนพวกนี้เคยตัว แล้วเราจะเอาผิดกับคนพวกนี้ยังไง? จะลงโทษตามกฏหมายยังไง? การหาพ่อแม่เลี้ยงให้เด็ก มันจะเพียงพอกับเด็กที่ถูกทิ้งเหรอ? นี่มันเป็นการทำลายสิทธิในการที่จะได้รู้จักพ่อแม่ที่แท้จริงของเด็ก, หวังเงินสนับสนุนกับงบที่ใช้เลี้ยงเด็กนี้หรือเปล่า? คาทอลิกมีจุดยืนไม่สนับสนุนให้มีการทำแท้ง แล้วสนับสนุนให้คนเอาเด็กมาทิ้งได้ยังไง? ก็ว่ากันไป...

 

สำหรับกลุ่มเสียงสนับสนุน ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่า ชีวิตของเด็ก ในความเป็นจริงมันจะมีบทลงโทษหรือมีกฏหมายกำหนดอะไรก็ตาม คนที่มันฆ่าเด็กทารกเพราะเหตุผลส่วนตัวของตัวเองอย่างที่ว่า หรือพวกเอาเด็กไปทิ้ง หรือทำร้ายร่างกายเด็ก ยังไงมันก็มี -_-; คิดเหรอว่ามีบทลงโทษแล้วคนมันจะไม่กล้าท้อง ไม่กล้าเอาเด็กทารกไปทิ้ง ไม่กล้าทำร้ายร่างกายเด็กน่ะนะ คือเค้าคิดว่าจะช่วยเด็กได้บ้างไม่มากก็น้อย  

 

คิดในแง่กฏหมายอาจจะมีคำถามว่าจะเอาผิดพ่อแม่ยังไง การที่เด็กไม่มีสิทธิได้รู้จักพ่อแม่เป็นการรอดรอนสิทธิของเด็กหรือไม่ หรือแง่ศาสนาอาจจะไม่รู้ว่าสมควรหรือไม่ บลาๆๆ ก็อาจจะใช่

 

แต่อย่างน้อย เด็กยังได้มีชีวิตอยู่ในโลกนี้ -_-;

 

อยากเอาผิดกับพ่อแม่พวกนี้ ก็ต้องรอให้เค้าฆ่าหรือทำร้ายเด็กก่อน กฏหมายจะได้เอาผิดแรงๆได้ อยากเอาผิด หรืออยากช่วยเด็กก่อน ก็เป็นเรื่องที่แล้วแต่คนคิดน่ะนะ... -_-;

 

อย่างไรก็ตาม อากะจังโพสุโตะก็ตั้งมาได้เป็นปีที่ 5 แล้ว เด็กทารกที่ได้รับการคุ้มครองจากทางโรงพยาบาล จะได้รับการตรวจสุขภาพก่อน ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ก็จะส่งต่อไปที่ศูนย์ปรึกษาเด็กต่างๆในจังหวัด มีเงินสนับสนุนให้กับศูนย์รับเลี้ยงเด็กอ่อนเดือนละประมาณ 5-6 แสนเยน และมีเงินสำหรับใช้ชีวิตประจำวันให้เด็ก คนที่รับเป็นพ่อแม่จะมีเงินสนับสนุนให้เดือนละ 3 หมื่นเยน + เงินสำหรับใช้ชีวิตประจำวันให้เด็ก ทั้งหมดนี้เป็นเงินที่ทางรัฐบาลท้องถิ่นระดับจังหวัดร่วมกับรัฐบาลกลางออกค่าใช้จ่ายให้

 

ตั้งแต่ปี 2007 จนถึง 2011 นี้ มีเด็กได้รับการคุ้มครองจากทางโรงพยาบาล (หรืออีกนัยหนึ่ง มีเด็กที่คนเอาไปทิ้งที่โรงพยาบาล) รวมทั้งหมด 75 คน จะคิดในแง่ว่ามีเด็กถูกทิ้ง 75 คน หรือจะคิดในแง่ว่า สามารถช่วยชีวิตเด็กไว้ได้ 75 คนก็ได้... เหตุผลในการทิ้งก็มีต่างๆกันไป แต่เหตุผลที่ว่า ใช้ชีวิตลำบาก (ไม่มีเงินเลี้ยง), ไม่ได้แต่งงาน (ผู้ชายมันไม่ยอมรับ) มีมากที่สุด นอกนั้นก็เป็นเหตุผลประมาณว่า มีปัญหากับคู่ครอง, เป็นชู้, พ่อแม่คัดค้าน อะไรพวกนี้...

 

แต่ก็มีบางเคส ที่เอาเด็กมาฝากโรงพยาบาลไว้แล้ว พอได้กลับไปคิดดีๆ หรือปรึกษาสามี (คนที่มันทำเราท้องอ่ะ) แล้วมารับกลับไปก็มี บางคนไม่กล้าบอกผู้ชายอะไรอย่างนี้ก็มีนะ @_@; แต่พอผู้ชายรู้ ให้มารับกลับแล้วไปเลี้ยงด้วยกันก็มี มันก็มีหลายแบบ... ถ้าเราจิตตกเผลอทำอะไรเด็กไปซะ ก็ไปรับกลับมาไม่ได้แล้วนะ...

 

สำหรับในประเทศอื่นๆ ก็มี system อะไรคล้ายๆกันอย่างนี้ปรากฏอยู่บ้าง หรือบางที่เคยมีในอดีตและเลิกไปแล้วบ้าง เช่นที่ออสเตรเลีย, เบลเยี่ยม, เยอรมัน, เชคโก, ฮังกาลี, อินเดีย, อิตาลี, ฮอลแลนด์, ปากีสถาน, ฟิลิปินส์, สวิสเซอแลนด์ etc.

 

โดยส่วนตัว... คิดแบบคนเป็นแม่ ก็อยากให้เด็กมีชีวิตอยู่ต่อ เวลาเห็นเด็กไม่ได้รับความรักอย่างที่ควรจะได้ เห็นเด็กถูกพ่อแม่ทำร้าย ถูกทารุณหรือทำอะไรแล้วรู้สึกแย่มากๆ (คือถ้าเราอยู่ตรงนั้นเราต้องฆ่าไอ้พ่อแม่นั่นด้วยตัวเองแน่เลย กรุยอมติดคุก (ノ-Д-)ノ ))))))●~*) ยิ่งพอเรามีลูกแล้วยิ่ง...

 

ก่อนหน้านี้คุยกับคุณฮายาชิเรื่องศูนย์สุขภาพว่ามีเคสที่ศูนย์สุขภาพเอาเด็กไปคุ้มครองไว้ แล้วไม่ให้เจอพ่อแม่ทั้งที่พิสูจน์ไม่ได้ว่าโดนพ่อแม่ทำร้าย คุณฮายาชิพูดขึ้นมาว่าอย่างว่าแหละนะ... ธรรมชาติของเด็กส่วนใหญ่ ต่อให้โดนพ่อแม่ทำร้ายก็ไม่บอกคนอื่น อาจจะโกหกคนอื่นด้วย เพราะไม่อยากจากพ่อแม่ตัวเอง ถึงพ่อแม่ไม่รักลูก แต่เด็กๆส่วนใหญ่ก็รักพ่อแม่... ยอมถูกทำร้าย ไม่หนี ไม่บอกใคร เพราะกลัวไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ 

 

ฟังแล้วสลดจริงๆ... 

 

 

พ่อแม่เลือกคนมาเป็นลูกไม่ได้ แต่เลือกที่จะมีหรือไม่มีลูกได้ แต่เด็กน่ะ... เลือกอะไรไม่ได้จริงๆนะ T^T

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

I received 1 st <a href="http://goodfinance-blog.com/topics/personal-loans">personal loans</a> when I was 32 and it supported my relatives a lot. But, I require the short term loan once more time.

#57 By GreerJodie (91.212.226.143) on 2011-11-24 14:00

With your aid students get know about <a href="http://www.primedissertations.com">buy dissertation</a> service! Moreover they purchase the perfect thesis project connecting with this good post from the <a href="http://www.primedissertations.com">thesis service</a>.

#56 By OnealMattie (91.212.226.143) on 2011-11-20 12:35

Some students have to choose between <a href="http://www.primethesis.com">custom dissertation</a> services and <a href="http://www.primethesis.com">thesis writing service</a> to purchase thesis research just about this topic.

#55 By Pruitt19Janice (91.212.226.143) on 2011-11-20 12:34

When he sees you going in the sand with your beautiful bride dresses moment etched in his memory will remain forever. They are less formal and more relaxed

#53 By prom dresses (218.4.60.70) on 2011-09-08 09:26

อุ้ย โพสผิดนิแฮะ ><

#52 By ~DoppLer PlaThoNg~ on 2011-06-08 23:06

ผิวผมก็สุขภาพดีครับ แต่อยากจะให้สุขภาพมันแย่ลงบ้าง ฮ่าๆ

ช่วงนี้เดินสวนกับคนบางคนรู้สึกมากๆว่าเค้าจะต้องเป็นคนไทยแน่ๆ หน้าเหมือนมากกกก แต่ในความจิงก็คนเป็นญี่ปุ่น แต่เหมือนจิงๆอ่าาาาา

Hot! Hot! Hot! Hot!

#51 By ~DoppLer PlaThoNg~ on 2011-06-08 23:05

Hot! Hot! Hot!

#50 By ปิยะ99 on 2011-06-03 19:45

สงสารเด็กๆ ถูกเอามาเป็นข้อถกเถียงโต้แย้งกันอยู่เรื่อย

แต่โดยส่วนตัวเห็นด้วยกับระบบนี้นะ มันไม่ได้หมายความว่าจะไปสนับสนุนให้คนมันท้องแล้วทิ้งลูกซะหน่อย เพราะถึงไมีมีระบบนี้ มันก็เกิดกันทุกวันอยู่แล้ว บางคนพลาดจริงๆ บางคนจำเป็นจริงๆ แต่พวกที่มักง่าย และไม่คิดอะไรเลยจริงๆ มันก็มีอ่ะ


อย่างน้อยระบบนี้ก็ช่วยให้เด็กได้มีโอกาสรอดชีวิตมามีชีวิตเป็นของตัวเองได้ล่ะนะ ดีกว่าตายไปก่อน หรือไม่ก็ทู่ซี้อยู่กันไปจนแทบจะอดตายยกครัว

#49 By veenasyamashita on 2011-06-03 16:06

เป็นคนที่รับไม่ได้กับการทารุณกรรมเด็กทุกชนิดเหมือนกันครับ (โดยส่วนตัวเป็นคนไม่ค่อยโมโหใครนะครับ แต่พอเจอข่าวแนวนี้แล้วมันจะแบบ... พี่โบว์เลยอะ = =)
โดยเฉพาะเมื่ออ่านย่อหน้าสุดท้าย กับประโยคนี้ "พ่อแม่เลือกคนมาเป็นลูกไม่ได้ แต่เลือกที่จะมีหรือไม่มีลูกได้ แต่เด็กน่ะ... เลือกอะไรไม่ได้จริงๆนะ" อ่านแล้วอยากร้องไห้ T_T
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
ส่วนเรื่องระบบ... ในความคิดของผม... ถึงแม้ไอ้ระบบที่ว่ามันจะดูเหมือนเปิดช่องทางทำให้คนเอาเด็กไปทิ้งมากขึ้น (หรืออีกในหนึ่ง... ให้คนมีจิตสำนึกเรื่องนี้น้อยลง) ก็เถอะ
แต่ว่า... ผมว่าไม่ว่าจะระบบอะไร หากมันสามารถช่วยชีวิตน้อยๆ ให้สามารถคงอยู่บนโลกใบนี้ต่อไปได้สักชีวิตนึง... แค่นั้นก็คุ้มค่าแล้วล่ะครับ...

#48 By pawin35 on 2011-06-02 23:09

ก็ดีแล้วล่ะค่ะ...ดีกว่าให้เด็กถูกทิ้ง
ชอบประโยคสุดท้ายจจังค่ะ Hot!

#47 By KADEE. on 2011-06-02 19:25

เห็นแล้ว ก็ทั้งน่าเ