แมนชั่น VS บ้านเดี่ยว

posted on 22 Apr 2011 10:27 by hayashikisara in Japan

เมื่อวานนี้ เพื่อนที่แต่งงานกับคนญี่ปุ่นและอยู่ญี่ปุ่นด้วยกันโทรมาหา (อยู่นาโกย่า) คือเค้าคิดๆๆอยู่ว่าอยากซื้อบ้านเป็นของตัวเองซะที คนที่รู้จักคนอื่นส่วนใหญ่เค้าก็ซื้อบ้านกัน มีเราคนเดียวซื้อแมนชั่น... เลยโทรมาถามเราว่า ทำไมเอ็งถึงเลือกซื้อแมนชั่นวะ?? @_@; มันมีค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่จะต้องเสีย และยังมีค่าที่จอดรถรายเดือนอีก (แมนชั่นนี่ต้องเสียค่าที่จอดรถค่ะ อย่างแมนชั่นที่โบว์อยู่ค่าที่จอดรถจะประมาณ 6000-10,000 เยนต่อเดือน แต่ถ้าเป็นแมนชั่นในโอซาก้า จะประมาณ 20,000 เยนต่อเดือนเลยทีเดียว) คิดยังไงถึงได้ซื้อแมนชั่นฮะ?

 

แมนชั่น ถ้าเรียกเป็นภาษาไทย (หรือภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง) มันคือห้องชุดหรือคอนโดมีเนียมนี่แหละ ราคาก็ค่อนข้างจะสูสีหรือแพงกว่าบ้านเป็นหลังๆเลยทีเดียว (ขึ้นอยู่กับพื้นที่) ทั้งที่ดูแล้วพื้นที่น่าจะคับแคบกว่า ไม่มีที่จอดรถและไม่มีพื้นที่สวนให้ปลูกผักทำครัวหรืออะไร ดูๆแล้วยังไงซื้อบ้านก็น่าจะดีกว่า แล้วทำไมเราถึงซื้อแมนชั่นล่ะ

 

คำตอบแรกที่ตอบแบบไม่ต้องคิดคือ... กรุอยากอยู่ในพื้นที่ที่สะดวกไงล่ะ =_=

 

เหตุผลหลักเลยคือเรื่องของสถานที่ แมนชั่นนี่อยู่ใกล้สถานีรถไฟ เดินไปสถานีได้ในเวลา 6-7 นาที มีซุปเปอร์ 4 แห่งในแอเรียที่จะสามารถเดินไปได้ภายใน 10 นาทีทั้งหมด สถานที่ราชการของเมืองเดินไปได้ภายใน 5 นาที ไปรษณีย์ 5 นาที ดับเพลิง 5 นาที โรงเรียนอนุบาล 5 นาที โรงพยาบาล,คลีนิคต่างๆทั้งของเด็กและผู้ใหญ่ 5 นาที มีสวนสาธารณะที่จะเอาลูกไปเล่นได้สามสวน ทั้งหมดเดินภายใน 5 นาทีหมด และเนื่องจากมันอยู่ใกล้สถานี ร้านอาหารและของกินก็มากมาย (รวมถึงร้านรวงอื่นๆที่จะให้จับจ่ายซื้อของได้) หากตั้งใจเดินหน่อย ห่างไปสถานีนึงจะมีสวนสนุกอีกต่างหาก... @_@;

 

สะดวกมาก ไม่มีโปรแกรมจะซื้อรถกันเลย ถ้ามีรถก็ต้องเสียค่าประกันรถ ภาษีรถ ค่าตรวจสภาพ บลาๆๆ อันนี้มีร้านเช่ารถของ Nissan ที่เดินจากบ้านเราไปไม่ถึง 5 นาที จะไปไหนไกลๆก็เช่ารถขับไป สภาพใหม่ ดี สะดวก มีเบบี้ซีท มีนาวิเกเตอร์และอะไรต่อมิอะไรให้เรียบร้อย มีประกันอยู่แล้ว เปลี่ยนรถไปเรื่อยๆในแต่ละครั้งก็ได้ สบายเป็นที่สุด

 

ไม่มีรถ ก็ไม่บ้าซื้อของมาใส่รถ เวลาไปซื้ออะไรก็จะคำนึงว่าจะใส่รถเข็นลากกลับบ้านได้หรือไม่ อะไรที่แบกไม่ได้ก็สั่งให้เค้ามาส่ง เนื่องจากมันใกล้มากเดิน 5 นาทีถึง สั่งเช้า เย็นมาส่งให้กันเลยทีเดียว

 

แต่ที่พูดมาก็อาจจะเป็นในเคสตัวเองเท่านั้น ลองมาดูข้อดีข้อเสียของการซื้อบ้านกับซื้อแมนชั่นที่ญี่ปุ่นกันบ้าง เผื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจของบางคนค่ะ ^^

 

ก่อนอื่น ราคาประมาณเดียวกันนะคะ มือ 1  ขนาด 3 LDK (3ห้องนอน + ครัว ห้องรับแขก ห้องทานอาหาร) ตั้งแต่ 20กว่าล้าน - 30 กว่าล้าน คือราคากลางๆค่ะ (ในเมืองก็ 40 ล้านอัพ)

 

** อนึ่ง อย่าได้ตกใจกับหน่วยสิบล้านของที่นี่ =_=; 

 

บ้านเดี่ยว

(ไม่ขอแยกว่าเป็นข้อดีข้อเสียนะคะ สำหรับบางคนมันอาจจะเป็นข้อดี สำหรับบางคนมันอาจจะเป็นข้อเสีย)

 

1. มีพื้นที่ส่วนตัวให้ปลูกผักปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ (ซึ่งชีวิตเดี๊ยนสรุปได้ว่าไม่เวิร์ค เพราะปลูกถั่วงอกยังไม่ขึ้น ไม่ยอมดูแลเพราะเอาเวลาไปเล่นเน็ทหมด ยังมีคดีทะเลทรายอะซาฮีงะโอกะติดตัวอยู่ =_=;) <<ห้องเช่าเก่า ยังไงก็อย่าลืมว่า งบของเราส่วนใหญ่ มันอำนวยให้ได้แค่สวนเล็กกระติ๋วเท่านั้นแหละ T^T

 

2. มีที่จอดรถ ไม่ต้องไปเสียค่าจอดให้วุ่นวาย ถ้าเป็นแมนชั่น จะต้องเสียค่าจอดรถรายเดือนด้วย =_=;

 

3. ที่ดินเป็นของเรา ! พูดง่ายๆ ต่อให้เกิดแผ่นดินไหวบ้านถล่มหายไป ที่ดินก็ยังเป็นของเรานะจ๊ะ ♥

 

4. ความเป็นอิสระน่าจะดีกว่าแมนชั่น สมมุติขับรถกลับมาดึกๆเข้าบ้าน ก็ไม่ต้องเกรงใจใครเท่าไหร่ เพราะเป็นบ้านเรา ไม่ต้องเดินผ่านหน้าห้องอื่น ไม่ต้องเดินผ่านล็อบบี้ที่เป็นส่วนกลางแบบย่องๆระวังๆเหมือนแอบมาหาชู้

 

5. เป็นส่วนตัว พาใครมาบ้านไม่ต้องกลัวไปเจ๊อะกับใคร เดี๋ยวคุณนายข้างห้องแอบเอาไปเม้าท์ได้อะไรได้

 

6. มีอิสระในการร่วมออกแบบ แสดงความจำนงกับสถาปนิค สามารถออกแบบบ้านให้เข้ากับ Life Style ของเราได้ เช่นชอบเล่นสะสมการ์ตูน อาจจะทำห้องสำหรับเก็บการ์ตูนกันไปเลย (แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องใช้เงินนะจ๊ะ)

 

7. ไม่ต้องคำนึงว่าเราจะทำเสียงดังรบกวนชั้นล่างหรือเปล่า ใครที่มีลูกเล็กๆชอบโดดชอบเล่นเสียงดังก็จะไม่ต้องเกรงใจข้างล่างมาก

 

8. อาจต้องมีการเข้าร่วมจิจิไก (คณะกรรมการประจำท้องถิ่นที่เราอยู่) <<แมนชั่นจะมีการฟอร์ม 管理組合 (คันริคุมิไอ) ขึ้นมาซึ่งจะเปลี่ยนไปทุกปีโดยจะผลัดกันแต่ละปีง่าห้องไหนต้องทำ อย่างแมนชั่นที่อยู่นี้ 7 ปีจะหมุนมาเจอห้องเราครั้งนึง การประชุมของจิจิไกอะไรพวกนี้คันริคุมิไอจะเป็นตัวแทนจัดการหมด ไม่วุ่นวายอะไรกับเรามาก 

มีกิจกรรมในหมู่บ้านที่จะมีเรื่อยๆ ต้องผลัดกันดูแลของส่วนกลางภายในหมู่บ้าน เช่นที่ทิ้งขยะต้องผลัดกันไปล้างทำความสะอาด, สวนสาธารณะต้องไปถอนหญ้า, ทำความสะอาดถนน, ท่อ etc. ถ้าอยู่แถวฮอกไกโดต้องกวาดหิมะอะไรพวกนี้ซึ่งมันจะฮาร์ดคอร์มากในบางพื้นที่... =_=;

 

9. 固定資産税 (ภาษีอสังหาริมทรัพย์ ต้องเสียทุกปี) ของบ้านเดี่ยวจะถูกกว่าแมนชั่น

 

 

 

แมนชั่น

 

1.มีค่าพื้นที่ส่วนกลางของแมนชั่น และเงินสะสมที่เอาไว้ซ่อมแซม, สร้างใหม่ในอนาคต เราจะต้องเสียเป็นรายเดือน ขึ้นอยู่กับพื้นที่ของห้องเราด้วย จะเสียไม่เท่ากัน (ราคาก็อาจจะประมาณตั้งแต่ 5 พันเยนถึงสองสามหมื่นต่อเดือนเลยทีเดียว) ห้องโบว์นี่ประมาณ 7 พันเยนต่อเดือน

 

2. ทว่า...เมื่อเราเสียเงินค่าส่วนกลาง ดังนั้นพื้นที่อื่นๆภายในแมนชั่นนอกจากในห้องของเราก็จะเป็นหน้าที่ของบริษัทดูแลมาดูและทำความสะอาดให้ ก็จะสะอาดสวยงามอยู่เสมอ ถ้าเป็นบ้านเดี่ยว เราจะต้องผลัดเปลี่ยนทำกันเอง จะต้องมีการทำความสะอาดที่ทิ้งขยะ ถอนหญ้า ทำความสะอาดท่อ etc. อะไรกันบ้าง ใครชอบทำกิจกรรมกับเพื่อนบ้านก็คงจะชอบ...

 

3. เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบคบหาอะไรกันมากับเพื่อนบ้าน (เช่นเดี๊ยน) คือทักกัน คุยกันบ้างเวลาเจอกัน ถ้าอยู่บ้านเป็นหลังๆก็อาจจะต้องมีการคบหาสมาคมกับเพื่อนบ้านหน่อย

 

4. ต้องคอยระวังว่าเราจะไปทำเสียงดังรบกวนชั้นล่างไหม และอาจจะมีเสียงจากข้างบนมารบกวนเราบ้าง ถ้าอยู่เป็นบ้านก็ไม่ต้องกลัวอะไรตรงนี้ (แต่แมนชั่นสมัยใหม่ก็ค่อนข้างเก็บเสียงได้ดีในระดับนึงนะ ยังไม่เคยเจอปัญหานี้เหมือนกัน)

 

5. ปัญหาระหว่างคนในแมนชั่น จะมีคนกลางคือบริษัทดูแลเข้ามาไกล่เกลี่ยดำเนินการให้ ไม่ต้องไปทะเลาะกันตรงๆหรือทำอะไรกันเอง แต่ถ้าเป็นบ้านเดี่ยว ต้องหาทางทำอะไรด้วยตัวเองหรืออาจจะแจ้งจิจิไก (คณะกรรมการของหมู่บ้าน ซึ่งก็คือคนในหมู่บ้านนี่ล่ะที่ต้องทำ จะต้องมีประชุมกันบ้างอะไรกันบ้าง) ให้ช่วยจัดการให้

 

6. มีระบบ security ติดมากับห้องอยู่แล้ว (พวก Secom, Alsok หรืออื่นๆ) จริงๆก็ไม่ค่อยได้ใช้และไม่มีประโยชน์อะไรมากหรอก แต่เค้าจะเน้นเรื่องระบบ Security ในแมนชั่นมาก ดังนั้นจะมีกล้องตรงนู้นตรงนี้ และกุญแจห้องก็จะเป็นแบบแอบไขแทบไม่ได้ ข้อเสียก็คือ มีกล้องวงจรปิดมาก บางคนอาจจะไม่รู้สึกเป็นส่วนตัวแม้แต่จะแคะจมูกในลิฟท์... =_=;

 

7. ทุกอย่างรวมอยู่ในชั้นเดียว ไม่ต้องขึ้นลงบันได ใช้ชีวิตง่าย เหมาะสำหรับคนแก่และคนขี้เกียจ (?)

 

8. มักจะตั้งอยู่ในที่ที่สะดวก อย่างที่ว่าไปแล้ว คือถ้าจะซื้อบ้านเดี่ยวแถวใกล้สถานีและสะดวกในราคาอย่างนี้อาจจะไม่มีทางเป็นไปได้ (ส่วนแมนชั่นที่อยู่นอกเมืองก็จะราคาถูกไปเลย ค่าที่จอดรถก็จะแค่เดือนละ 500 เยน 1000 เยนอะไรอย่างนี้ ราคาถูกกว่าบ้านในอย่างมากมายอาจจะเกิน 10 ล้านเลยทีเดียว)

 

9. ขายหรือให้เช่าง่ายกว่าบ้านเดี่ยว... หนึ่งในเหตุผลที่ซื้อแมนชั่นคือข้อนี้ เพราะไม่รู้ตัวเองจะชิ่งกลับไทยเมื่อไหร่ ถ้าแมนชั่นอยู่ในที่ที่สะดวกอย่างนี้สามารถปล่อยเช่าได้ทันที หรือถ้าขายก็รับรองว่าได้ราคาดีแน่ๆ 

 

10. ความแข็งแรงในการก่อสร้าง โครงสร้างของแมนชั่น (ที่นี่) ค่อนข้างจะแข็งแรงและรับแรงแผ่นดินไหวได้มาก บางที่มีที่จอดเฮลิคอปเตอร์ที่ชั้นบนสุด

แต่ถ้าเอาเรื่องการหนีเอาตัวรอดออกจากที่พัก บ้านเดี่ยวจะหนีง่ายกว่านะ

 

11. มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกหลายอย่าง เช่นมีกล่องรับของสำหรับเวลาที่เราไม่อยู่บ้านให้ไปรษณีย์(หรือป้าข้างบ้าน)เอาของมาฝากไว้ให้, สามารถทิ้งขยะได้ตลอด 24 ชั่วโมง (ถ้าเป็นบ้านจะทิ้งได้ตามวัน/เวลา/ชนิดของขยะ ที่กำหนดไว้เท่านั้น) หลายที่มีห้องสำหรับให้แขกมาพัก (สมมติเพื่อนมาจากไทยมาหาเรา ก็สามารถมาพักที่ห้องนี้ได้ บางที่ฟรี บางที่ราคาถูก ห้องก็ดีและสวยกว่าเรียวกังหลายที่), มีสนามเด็กเล่นสำหรับเด็ก, ห้องเล่นสำหรับเด็กวันฝนตก (บางที่รับฝากลูกเราให้ด้วย), โรงยิม, ห้องจัดเลี้ยง, ห้องซ้อมดนตรี, ห้องทำกิจกรรม (เช่นเราอยากเปิดสอนภาษาไทย ก็ไปขอบอกเค้าว่าจะใช้ห้องนี้ทำกิจกรรมอะไรวันนี้ๆ) บางที่มีออนเซ็นอีกต่างหาก @_@;

ทั้งนี้ทั้งนั้น มีอะไรมาก ค่าส่วนกลางก็จะแพงมากไปด้วย ใครไม่ชอบใช้ก็อย่าไปอยู่เลย ไม่คุ้ม (อย่างที่ที่โบว์อยู่ก็ไม่มีอะไร เพราะคิดว่ามีไปก็ไม่ได้ใช้ คงเล่นเน็ทอยู่ในบ้านเหมือนเดิม)

 

12. 固定資産税 (ภาษีอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเสียทุกปี) ของแมนชั่นหลายที่จะแพงกว่าบ้านเดี่ยว แต่ถ้าถามเหตุผลว่าทำไมถึงแพง? หนึ่งในเหตุผลก็คือราคาอสังหาริมทรัพย์ของแมนชั่นไม่ค่อยตกเหมือนบ้านเดี่ยว (คำนวณจากราคาพื้นที่โดยรอบแถวนั้นด้วย ใครอยู่ในที่ที่ดีภาษีก็แพง ดังนั้นถ้าภาษี