ว่าด้วยเรื่องที่กำลังเป็นที่ถกเถียงในสภาญี่ปุ่นกันอยู่ตอนนี้นิดนึง เพราะไม่ใช่ว่ามันจะไม่เกี่ยวกับพวกเราชาวไทยที่เจือกมีผัวเป็นคนญี่ปุ่น (บางทีมันทำให้เราคิดอย่างนี้จริงๆค่ะท่าน ประมาณว่าเมิงเจือกของเมิงเอง ต้องหาทางดิ้นรนเองสิ) เกี่ยวกับเรื่องระบบเนงคิน ที่มันซับซ้อนวุ่นวายกันมาแต่ชาติปางก่อน คนที่มาอยู่ญี่ปุ่นใหม่ๆที่ไม่ได้มีผัวบ้าการเมือง (ซึ่งนับเป็นโชคดีของท่าน) เหมือนอริสราก็อาจจะลำบากกันได้

 

ท้าวความเรื่องระบบเนงคินที่ญี่ปุ่นแบบง่ายๆก่อน เพราะเคยพูดไปหลายครั้งแล้ว เนงคินเป็นเงินบำนาญรายเดือนที่เราจะได้รับจากรัฐบาลหลังจากเกษียณ (ก็ไม่เชิงเกษียณ แต่ก่อนจะได้รับตอนเกษียณที่อายุ 60 ปี ต่อมารัฐบาลไม่มีปัญญาจ่าย เพราะคนญี่ปุ่นมันดันอายุยืน แก่ง่ายไม่ตายซะที -_-; อิระบบนี้ก็จะล่มเอา ก็เลื่อนเป็นได้รับตั้งแต่อายุ 65 ปีขึ้นไป เท่ากับมันให้เราไปหาทางเอาตัวรอดกันเอง 5 ปี ใครที่รอดมาได้ถึงจะได้รับเนงคินนี้ อันเป็นที่มาที่ว่าบริษัทหลายบริษัทมีนโยบายจ้างพนักงานต่อหลังเกษียณ เพื่อให้มีอะไรทำไปจนกว่าจะได้รับเนงคิน โดยเงินเดือนหลังเกษียณไปนั้นจะได้รับน้อยกว่าเดิมฮวบฮาบ สรุปว่าบริษัทก็ได้กำไร รัฐบาลก็ได้กำไร ประชาชนซวย -_-;) 

 

ทีนี้เงินสะสมที่จะกลายไปเป็นเนงคินนั้น ถามว่าสะสมยังไง? คนทำงานที่ญี่ปุ่นนี่ จะถูกบริษัทตัดเงินเดือนส่วนหนึ่งและจ่ายสมทบให้ส่วนหนึ่งโดยอัตโนมัติทุกเดือนเพื่อไปเป็นเนงคินตรงนี้ ซึ่งเป็นระบบที่ชิบหา_สำหรับชาวต่างชาติเล็กน้อย เพราะคนที่ทำงานที่ญี่ปุ่นเป็นรูปแบบบริษัทตามระบบ ก็จะถูกตัดอย่างนี้ไปด้วย และมันมีกฏอยู่ว่าต้องจ่ายเป็นจำนวนกี่ปีๆ ถึงจะมีสิทธิ์ได้รับเนงคินตรงนี้ (รู้สึกจะ 35 ปี) 

 

จริงๆมันก็เป็นระบบยุติธรรมสำหรับชาวต่างชาติแหละ คือให้มีสิทธิจ่ายมีสิทธิรับกับเขาด้วย ไม่ใช่แค่คนญี่ปุ่นเท่านั้น ถ้าคุณจ่ายไปเรื่อยๆ คุณก็ได้เหมือนคนญี่ปุ่นนั่นแหละ เท่าเทียมไง เมิงอยากเท่าเทียมกันไม่ใช่เหรอ? -*-;

 

แต่ว่ามันเลือกไม่ได้ว่าจะจ่ายหรือไม่จ่าย แล้วจะมีชาวต่างชาติกี่คนล่ะ ที่มาทำงานแล้วจะอยู่ประเทศนี้ไปจนแก่เฒ่า -_-; ถ้าไม่ได้แต่งงานมีลูกมีหลานตั้งรกรากที่นี่ ใครมันจะอยากมาทำงานอยู่หลายสิบปีอย่างนั้น  ถ้าเราขาดส่งหรือหนีกลับประเทศไปกลางคัน ก็เท่ากับทิ้งเงินจำนวนที่จ่ายนี้ไป จะไม่ได้เนงคินตอนบั้นปลายเลย T^T (ก็สามารถขอคืนได้หากเรากลับประเทศอยู่ แต่ก็ได้เป็นเงินจำนวนน้อยมาก)

 

ทีนี้ตัวเนงคินเองก็มีหลายประเภทหลายแบบ แบบที่บริษัทตัดเงินสะสมจากเงินเดือนเราแล้วออกสมทบให้ก็เป็นแบบหนึ่ง  แต่ถ้าคนที่ไม่ได้ทำงานบริษัท แล้วอยากจะได้เงินสะสมยามแก่ชรากับเขาด้วย ก็สามารถไปติดต่อเข้าโคคุมินเนงคินได้ (ที่อำเภอนั่นแหละ) โคคุมินเนงคินเป็นเนงคินประเภทที่ simple ที่สุด แต่เนื่องจากไม่ได้มีบริษัทมาช่วยจ่ายสะสมให้เราส่วนหนึ่ง เราสะสมของเราเองคนเดียว จำนวนที่จะได้มันก็น้อยกว่าของคนทำงานบริษัท (ถ้าว่ากันแบบละเอียดๆ มันก็เลือกได้หลายคอร์สน่ะนะ โคคุมินเนงคินนี้สำหรับคนที่ทำงานส่วนตัว ทำร้านของตัวเอง เป็นฟรีแลนซ์หรืออะไรก็ว่าไป)

 

ถ้าเราไม่เข้า ไม่สะสมเงิน หรือปล่อยให้ส่งขาดไป ตอนเกษียณก็จะไม่ได้อะไรเลย

 

สำหรับภรรยาที่อยู่บ้านไม่ได้ทำงานอะไรก็ไม่ต้องกลัว เพราะเงินจำนวนนี้ตัดไว้สำหรับสองคนแล้ว ขนาดที่ว่าต่อให้หย่ากันช่วงบั้นปลาย ก็สามารถฟ้องเอาเนงคินส่วนที่เป็นของตัวเองได้ เราสามารถได้เงินตรงนี้แม้จะไม่ได้ทำงานอะไร ที่ญี่ปุ่นนี่จะถือว่าการที่ผู้ชายทำงานบริษัทได้อย่างราบรื่น ก็เพราะมีภรรยาเป็นแม่บ้านหนุนหลัง เพราะฉะนั้นจะให้ค่าเราเท่ากับผัวที่ทำงานนอกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน เนงคิน เงินสะสม หรืออะไรต่างๆ จะเป็นของแม่บ้านครึ่งนึงเสมอ (แต่ต้องระวัง ถ้าเราหย่าก่อนเกษียณมากๆ เขาจะคำนวณให้เฉพาะช่วงที่เราอยู่กับสามี ดังนั้นถ้าสามีใกล้จะเกษียณอยู่แล้วให้ทนไปก่อนเพื่อจะได้เต็มๆ หรือไม่ถ้าเหลืออีกแค่ปีสองปีจะเกษียณก็สามารถฟ้องเอาจำนวนเต็มๆได้เหมือนกัน คุยกับทนายดีๆ)

 

ทีนี้ปัญหาที่กำลังเกิดตอนนี้ก็คือ หากตอนแรกสามีเราทำงานบริษัท บริษัทตัดเงินเข้าสะสมเนงคินให้ตามระบบ แต่ปรากฏสามีเราเกิดโดนไล่ออก หรือออกมาเปิดร้านทำงานส่วนตัว หรือเสียชีวิตอะไรขึ้นมา เราต้องไปดำเนินการขอเปลี่ยนเนงคินที่เคยถูกตัดรายเดือนจากบริษัทให้เป็นโคคุมินเนงคิน แล้วจ่ายสะสมต่อเอาเอง ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นว่าเราขาดจ่ายเนงคิน และเราจะไม่ได้อะไรเลยตอนบั้นปลายชีวิต

 

ว่ากันว่ามีแม่บ้านที่ลืมไปเปลี่ยนเป็นโคคุมินเนงคินที่ว่านี้อยู่ประมาณล้านกว่าคน เลยเกิดเป็นปัญหาถกเถียงกันในสภาว่าจะดำเนินนโยบายยังไงดี

 

สมมุติให้โอกาสไปเข้าโคคุมินเนงคินได้ โดยจ่ายส่วนที่เป็นช่องว่างที่ขาดหายไปทั้งหมด มันก็จะเป็นจำนวนเยอะมาก จำนวนเป็นล้านๆหรือหลายล้านเยน ใครจะไปจ่ายได้ในคราวเดียว @_@;

 

อิตารัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขคนก่อนก็ดันวางนโยบายแก้ไขแบบใจดีมากว่า ใครลืมจ่ายมาเกินสองปี ให้ไปจ่ายค่าสะสมเท่ากับสองปีพอ แล้วจะคำนวณให้เป็นเต็มๆให้ (คือแกก็ใจดีน่ะนะ แต่มันเป็นเงินภาษีที่เอามาค้ำไอ้ระบบนี้ ไม่ใช่เงินของแก -_-;)

 

อ่าว... อิบร้า แล้วคนที่มันตั้งหน้าตั้งตาจ่ายมาโดยไม่ลืมล่ะ? มันจ่ายต่างกันเป็นล้านๆเยน อย่างนี้ใครลืมก็โชคดี ใครไม่ลืมก็ซวยสิ จ่ายเต็มๆ??

 

ในสภาก็เลยเถียงกันอยู่ตอนนี้ -_-;

 

และดูท่าจะไปจบกับนโยบายที่ว่า ให้จ่ายไม่เต็มได้ แต่จะลดจำนวนเนงคินที่จะได้รายเดือนเอา คือจากที่ควรจะได้เนงคินหลังเกษียณเดือนละแสนสอง ก็อาจจะเหลือแสนเดียว อะไรประมาณนั้น ก็คำนวณกันไป

 

ใครที่จ่ายเต็มก็ได้เหมือนเดิม ไม่ตัดอะไร จ่ายกันไป

 

ดังนั้นจึงเตือนแม่บ้านชาวไทยด้วยนะคะ ถ้าสามีเราออกจากงานหรือเปลี่ยนจากงานประจำมาทำร้านอะไรเอง หรือเสียชีวิตแต่เราจะใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นต่อไปจนถึงแก่เฒ่า อย่าลืมไปเปลี่ยนเป็นโคคุมินเนงคินนะคะ จะได้ไม่มีปัญหาภายหลังค่ะ m(_ _)m

 

 


Comment

Comment:

Tweet

รายละเอียดการขอรับเงินค่าชดเชยเนนคินคืนคับ เผื่อเป็นประโยชน์
http://www.nenkin.go.jp/n/open_imgs/service/0000005254.pdf

#25 By kkniry (114.164.208.198) on 2013-09-02 20:53

@23 อ๊ะ ใช่ค่ะ! ขอโทษนะคะที่เขียนไม่เคลียร์ @_@; ไม่ได้บอกว่ามันจะได้คืนนิดเดียวติ๊บต้อยถ้าเทียบกับที่จ่ายไปสินะคะ บอกแต่ว่าถ้าเราขาดส่งจะไม่ได้อะไรเลย จะไปเพิ่มเติมให้นะคะ m(_ _)m

#24 By Hayashi Kisara on 2011-03-17 12:26

สำหรับชาวต่างชาติที่ทำงานแล้วจ่ายเนงกิงทุกเดือน เมื่อกลับประเทศตัวเองแล้วขอคืนได้ค่ะ เงินจะถูกโอนเข้าบัญชีในประเทศตัวเองหลังจากทำเรื่องขอประมาณ 3-6 เดือน ของเราทำงานที่นี่สองปีหลังเรียนจบ พอกลับไทยทำเรื่องขอคืนก็ได้คืนมาประมาณแสนสองหมื่นบาท (ตอนนั้นเรทเงินเยน 100 เยน 28 บาทอ่ะค่ะ)

#23 By aoi (114.51.18.48) on 2011-03-17 05:40

คล้ายๆ ประกันสังคมบ้านเราเลย แต่ว่าของเรานี่เลี้ยงเฉพาะตัวเอง ไม่ได้เผื่อแผ่แม่บ้าน เพราะเดี๋ยวนี้หาแม่บ้านที่อยู่บ้านจริงๆ ยากส์

(แอบเห็นคอมเม้นท์พี่ยะด้วย)

นั่นสิ ของบ้านเราได้กันแค่หลักหมื่น จะอยู่รอดได้สักเท่าไรหวา(ทำอย่างกับใกล้เกษียณแล้วเลย จะอยู่ถึงป่านนั้นหรือเปล่าก็ไม่รู้ 555)

#22 By veenasyamashita on 2011-03-11 17:49

ดีจังที่เขาเห็นความสำคัญของแม่บ้านนะค่ะ แถมตอนหย่าก็ยังจ่ายให้ตั้งครึ่ง ถ้าเป็นแม่บ้านไทยบางบ้านแทบจะไปแต่ตัวเลยแหล่ะ

#21 By แอบอ่าน (125.26.59.30) on 2011-03-11 08:37

พี่โบว์เจ๋งนะเนี่ย
ขนาดคนประเทศนั้นแท้ๆยังไม่รู้(คนไม่ได้จ่ายตั้งหลักล้าน)

เอ๊ะ หรือเพราะบรรทัดที่4ของต้นเอนทรี่คะ 555

#20 By เม on 2011-03-10 20:27

คุณ fablefa ~*

ถึงจะบอกว่า 5 % แต่มันจำกัดที่เพดาน 750 บาทต่อเดือน ต่อให้เงินเดือนเป็นแสน ก็จ่ายตรงนี้แค่ 750 และตอนเกษียณ ก็ได้กันคนละไม่กี่หมื่นในขณะที่ต้องจ่ายตรงนี้ตั้ง 30 ปีขึ้นไป... ถือว่าน้อยมากค่ะ

ไอ้ที่เยอะและไม่เห็นเนื้อเห็นน้ำน่ะ ภาษารายได้ล่ะมากกว่า

จ่ายกันที 10% 20% และดู Facility ของรัฐสิ
ไอ้พวกไม่ได้จ่าย แต่ขยันเดินประท้วงน่ะเอาไปกินหมด ชดเชยนู่นนี่นั่น เรียกกันเข้าไป ทหาร ตำหนวดก็แย่เหมือนกัน แต่กลับเรียกร้องไม่ได้ เจริญ...

#19 By ใครถามยะ on 2011-03-10 17:31

อืม ญี่ปุ่นนี่มีสวัสดิการให้แม่บ้านดีจังเลยนะคะเนี่ยHot! Hot!

#18 By [Haru]- M@ki ✿ on 2011-03-10 16:07

อ้าว เพิ่งสอบเรื่องนี้ไปเมื่อตอนไฟนอล T^T

#17 By .verse1108 on 2011-03-10 15:08

อย่างกะระบบประกันสังคมของไทย หรือระบบ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการของไทยเลยนะ

#16 By Tarurotte' on 2011-03-10 14:48

ประกันสังคมเมืองไทยขาดส่งก็ตัดเลยเหมือนกัน นี่ยังดีที่สภาญี่ปุ่นยังนำกลับมาพิจารณา(ซึ่งคงเป็นเรื่องของการเรียกคะแนนเสียง) แต่ก็แปลกนะครับที่กองทุนมันมีไม่พอ เกิดจากคนอายุยืนและจ่ายบำนาญสูงแน่ๆ ให้ไว้สูงแล้วจะลดก็ลำบากละครับ (แต่ก็เห็นที่อเมริกาเขาลดนะครับ) big smile

#15 By 40reborn on 2011-03-10 14:11

อืม ประทับใจรัฐบาลญี่ปุ่นจัง
ระบบรัฐสวัสดิการแบบนี้คงจะคล้าบๆพวกประเทศสแกนดิเนเวีย
คือจ่ายกันเยอะแต่รัฐก็ดูแลเยอะจริงๆ

เหมือนบังคับให้คนต้องออมเงิน เพื่อจะมีเงินใช้ตอนแก่
และในระหว่างนั้นรัฐก็เอาเงินตรงนี้ไปทำอะไรได้
ยังไงก็มั่นใจได้ว่ารัฐบาลจะจ่ายเงินตรงนี้ให้ชัวร์ๆ
เป็นระบบที่ ... บ้านเราคงไม่มีวันใช้ได้ OTL

ลืมเปลี่ยนกันเป็นล้านคนนี่เยอะจัดจริงๆ
ลองเอาเงินที่ต้องจ่ายล้านเยนคูณเข้าไปล้านคน
..แม่เจ้า!! เป็นวาระสำคัญของชาติจริงๆ


Hot! Hot! Hot!
เรื่องซับซ้อนแบบว่าลึกถึงแก่นจริงๆค่ะคุณโบว์

#14 By mikan on 2011-03-10 13:29

>_< ซับซ้อนดีแท้ คล้ายๆประกันสังคมบ้านเราสินะครับ
ออกมาแล้วก็เลือกจ่ายต่อเองได้อีกเหมือนกัน

#13 By Elta_kung on 2011-03-10 11:55

ระบบประกันสังคมไทยก็พยายามทำตามแบบนี้ครับ
แต่ไอ้ที่ให้แม่บ้านนี่ดีจังนะ
ฟังด฿เหมือนระบบประกันสังคมของบ้านเราไปลอกเค้ามาเนอะ
แต่ว่าจำนวนเงินต่างกันมาก จ่าย ไม่จ่าย เกษียณมาก็แทบไม่มีผลอะไร เงินมันแค่ไม่กี่หมื่นเอง

แต่ที่นู่น... เยอะจริงแฮะ... สงสัยจะตามค่าครองชีพล่ะน๊า...

#11 By ใครถามยะ on 2011-03-10 10:23

สำหรับคุณฮายาชิผู้คุมอำนาจบริษัทไว้ในมืออย่างนั้น คงไม่ออกมาทำกิจการส่วนตัวมั้งค่ะ

นอกจากเปิดร้่าน UFO Catcher ไว้เล่นเอง question

#10 By tapum on 2011-03-10 09:27

พอเกษียณแล้วก็อยากได้เงินเนงคิงไวไวนะคะ เลื่อนออกไปอีกตั้งห้าปีนี่ ภายในห้าปีนี่ถือว่าต้องได้เยอะพอสมควรเลย...

#9 By ChocoLek on 2011-03-10 09:21

โอ้... ระบบเงินซับซ้อนดีเหมือนกันแฮะ -*-

#8 By mokona on 2011-03-10 08:54

อื้มมมม
เพื่อวันข้างหน้า ห้ามลืมจริง ๆ

#7 By sbonne on 2011-03-10 08:03

ทำงานอยู่ที่ญี่ปุ่นค่ะ
ถ้าเป็นไปได้ไม่อยากจ่ายเนนคิงเลย
โดนประมาณเดือนละ หมื่นสี่
ปีนึงก็จ่ายไปประมาณ 5 หมื่นบาท เสียดายเนอะ
ถ้าไม่ทำจนแก่ก้อไม่ได้คืนอีก ภาษีก้อต้องจ่ายเยอะเกิ๊น

#6 By Kutan~> on 2011-03-10 07:38

เนงคินคล้าย ๆ ประกันสังคมเราเลย แต่การให้แม่บ้านด้วยนี่ก็โอเคเหมือนกันนะคะ

#5 By D-faxtory on 2011-03-10 07:35

คล้ายๆประกันสังคมบ้านเราเหมือนกันเนอะ
- - จะได้คืนตอนอายุ 60 (กี่ตังไม่รุ)
โดนหักเงินเดือนละ 5% ทุกเดือน ก็เยอะนะ T^T

#4 By fablefa ~* on 2011-03-10 05:49

ใช้ระบบแบบนี้เองหรอเนี่ย

#3 By Moonlighteas on 2011-03-10 05:35

นอกจากเช้าแล้วอัพไม่ได้ค่ะ T^T

#2 By Hayashi Kisara on 2011-03-10 05:19

อัพแต่เช้าเลยนะคะคุณโบว์ big smile

จะว่าไปถ้าอยู่จะญี่ปุ่นนานๆ นี่ควรรู้ระบบเขาจริงๆนะคะ ไม่รู้หรือลืมอะไรไปนี่แย่เลย ยิ่งเป็นคนต่างชาติด้วย ขนาดคนญี่ปุ่นเองยังลืมได้เลย (หลักล้านนี่ไม่ใช่น้อยๆ)

#1 By Eiotte (123.227.33.175) on 2011-03-10 05:02