ข่าวเด่นข่าวดังช่วงนี้ในญี่ปุ่น ต่อจากเรื่องแผ่นดินไหวที่นิวซีแลนด์แล้ว... ก็เป็นข่าวเด็กสอบเอ็นมหาลัยดังๆอย่างม.เกียวโต, วาเซดะ, โดชิฉะ โกงข้อสอบโดยการแอบถามข้อสอบในเว็บบอร์ด (?) ตอนช่วงเวลาสอบพอดี @_@;

 

ถ้าสรุปสั้นๆก็จะประมาณนี้

 

ถ้าสรุปยาวๆ เหตุก็เริ่มจาก... หลังการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเกียวโตจบไป ก็มีคนโทรไปแจ้งว่า พบข้อสอบเข้าถูกถามอยู่ในเน็ท เป็นโฮมเพจ 知恵袋 ของ yahoo japan ซึ่งเป็นเว็บบอร์ดถามตอบคำถามกัน ใครจะถามคำถามอะไรก็ได้ให้คนที่รู้เข้ามาตอบ ปรากฏว่าไปเจอว่ามีคนถามคำถามภาษาอังกฤษที่เป็นข้อสอบเข้า ตอนช่วงเวลาที่ทำการสอบกันพอดี แล้วก็มีคนใจดีมาตอบให้อย่างรวดเร็วอีกต่างหาก @_@; ที่สำคัญคือ เจ้าตัวที่มันโพสต์คำถามเนี่ย มีการกลับไปตอบขอบคุณเค้าอย่างมีมารยาทอีกด้วย... (ทำข้อสอบไม่ได้แต่ 礼儀正しい)

 

จริงๆเรื่องนี้เกิดขึ้นหลายวันแล้ว แต่ไม่พูดถึงเพราะมั่นใจว่าอีกไม่กี่วันต้องมีอะไรคืบหน้าขึ้น เพราะข่าวญี่ปุ่นจะตามกันทุกวัน @_@; จะพูดถึงข่าวไหนควรจะรอสักพักก่อน เดี๋ยวมันจะได้ข้อสรุปออกมาแน่ๆ

 

หลังจากที่ม.เกียวโตรับเรื่องนี้ ได้มีการติดต่อไปทางกระทรวงศึกษาฯ และมีคำสั่งให้มหาวิทยาลัยที่จัดการสอบเข้าไปแล้วตรวจสอบทั้งหมด ซึ่งผลปรากฏว่ามีประมาณ 4 มหาวิทยาลัยที่มีการเอาข้อสอบออกไปถามในเน็ทอย่างนี้  โดยล็อคอินชื่อเดียวกัน และล้วนเกิดขึ้นในช่วงเวลาสอบทั้งหมด  ส่วนใหญ่จะเป็นข้อสอบภาษาอังกฤษ (ขอให้แปลให้) และมีข้อสอบเลขปนมาบ้าง มีการพิมพ์บอกว่า ไม่ขอแค่คำตอบ อยากได้วิธีการแก้โจทย์นี้อย่างละเอียดเลย แล้วคนตอบมันก็ตั้งหน้าตั้งตาพิมพ์ให้อย่างน่ารัก

 

วงการศึกษาญี่ปุ่นก็แตกตื่นฮือฮากันใหญ่ ถามว่ามันจะเอาข้อสอบไปถามในเน็ทได้ยังไงตอนเวลาสอบ มันต้องเทพมาก! คนในวงการก็สันนิษฐานกันใหญ่ เลยเกิดเป็นการวิเคราะห์ออกมา ทำให้ได้รู้ว่า หากคนมันจะโกงข้อสอบจริงๆเนี่ย มันก็มีลู่ทางให้โกงเยอะแยะมาก -_-; อย่างเช่น

 

1. มีกล้องเล็กมากๆๆขายตามตลาด สามารถซ่อนในปากกา ยางลบ กระทั่งที่แว่นตา และถ้าเราติดเครื่องส่ง (ซึ่งหาซื้อได้ไม่ยากอีกในแดนเทคโนโลยีนี้) ไว้ในกระเป๋าที่วางไว้ข้างๆโต๊ะ ก็จะสามารถส่งภาพที่กล้องถ่ายออกไปข้างนอกได้ แล้วก็รับคำตอบจากมือถือที่แอบๆดูมาเขียนคำตอบได้

 

2. มีเครื่องMemo ขนาดเท่ายางลบขาย สามารถฝังเข้าไปในยางลบได้ แล้วก็กดดูไอ้ข้อความที่เรา memo จดๆๆไว้ได้

 

3. ใช้มือถือพิมพ์แล้วไปโพสต์ในเว็บบอร์ด จะเป็นวิธีพื้นๆง่ายๆที่ไม่ต้องลงทุนอะไร เพราะมือถือญี่ปุ่นทำได้แทบทุกรุ่น เด็กสมัยนี้ก็พิมพ์กันเร็วมาก จะว่าไปสมัยเรียน เรายังแอบพิมพ์รับ-ส่งเมล์กับชาวบ้านได้ตอนนั่งเรียนเลย (ใต้โต๊ะ) คือถ้าเซียนแล้วเนี่ย ไม่ต้องดูแป้นมือถือนะ เป็น Blind touch เหมือนที่พิมพ์คอมทุกวันนี้นี่แหละ (แป้นไม่มีภาษาไทยน่ะ พิมพ์อย่างนี้มาจะเป็นสิบปีแล้ว T^T)

 

4. หรือจะให้ดีก็เป็นพวกสมาร์ทโฟนอย่างไอโฟน, เอ็นดรอย ถ่ายรูปข้อความแล้วส่งไปให้เพื่อน ซึ่งจะใช้เวลาน้อยมากเพราะไม่ต้องพิมพ์ มือถือรุ่นเก่าๆของญี่ปุ่น เวลาถ่ายรูปหรือวีดีโอจะมีเสียงแชะแบบปิดไม่ได้ เพราะป้องกันพวกแอบถ่าย จะใช้มือถือถ่ายรูปยังไงจะต้องมีเสียงดัง แต่พอมาเป็นรุ่นใหม่ๆ ก็ปิดเสียงได้แล้ว (รุ่นที่ใช้อยู่ก็ปิดได้) และถ้าเป็นสมาร์ทโฟนจะไม่มีเสียงตอนถ่าย แชะเดียวชัดแจ๋ว แต่ในกรณีนี้ต้องมีเพื่อนร่วมแก้งค์เอาไปพิมพ์ถามให้ ในขณะที่เราทำข้อสอบข้ออื่นๆไปก่อน

 

5. นอกจากนี้มือถือหลายรุ่นจะมีฟังก์ชั่นถ่ายข้อความแล้วแปลงไอ้ข้อความนั้นเป็นแมสเสจ ส่งได้ทันที ถ้าเป็นภาษาญี่ปุ่นค่อนข้างจะแปลงได้อย่างแน่นอนถูกต้อง ไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์อะไรเลย ถ่ายแชะเดี๋ยว มันจะแปลงเป็นตัวหนังสือให้ สามารถแก้บางตัวที่ไม่ตรงได้ แล้วคลิกส่งโลด

 

บลาๆๆ

 

ถามว่าแล้วเค้าเอามือถือกับอุปกรณ์พวกรนี้เข้าห้องสอบได้ด้วยเหรอ? ปกติเวลาสอบเข้าที่ญี่ปุ่น คนคุมสอบก็จะบอกว่าให้ปิดมือถือแล้วใส่กระเป๋าไว้ กระเป๋าก็วางไว้ข้างๆตัวไม่ได้อะไร แล้วเค้าก็ไม่ได้มาค้นตัวทีละคน คนมันจะแอบๆเอาเข้าไปก็ได้ เหมือนคนที่มันแอบเอาโพยเข้าไปนั่นแหละ เค้าก็ไม่ได้ให้เอาโพยเข้าไปได้ แต่แอบเอาเข้าไปใช่ไหมล่ะ

 

จริงๆคนคุมสอบนี่ ส่วนใหญ่เค้าจะมีจัดอบรมกันก่อน และมี manual ด้วยนะว่าต้องตรวจอะไรกันบ้าง ถ้าเด็กใส่หน้ากากมาสอบแบบว่าเป็นหวัด ต้องขอดูหน้ากากด้วยว่ามีอะไรเขียนไว้หรือเปล่า มือหรืออะไรก็ตรวจหมดว่าเขียนอะไรไว้ไหม ของที่วางบนโต๊ะก็จำกัดมาก กล่องดินสอก็วางไม่ได้ มีแค่ติดสอ ปากกา ยางลบเท่านั้น น้ำดื่มหรืออะไรก็ตาม ไม่ได้ทั้งนั้น (หมายถึงสอบใหญ่ๆในมหาวิทยาลัยดังๆนะ ถ้าสอบเล็กๆย่อยๆ หรือมหาวิทยาลัยเล็กๆ ก็ไม่ได้เคร่งอะไร จะโกงหรือไม่โกงก็ช่าง เมิงมีเงินจ่ายค่าเทอมกรุเหอะ)

 

ทางรายการทีวีรายการหนึ่ง ได้มีการจัดการสอบแบบเสมือนขึ้น มีนักเรียนเข้าสอบ 20 คน และมีการใช้อุปกรณ์ตุกติกด้วยวิธีต่างๆ 5 คน จากนั้นก็ให้ทำข้อสอบตามเวลา โดยมีผู้คุมสอบมือโปร ที่เป็นคนคุมสอบทางมหาวิทยาลัยจริงๆมาคุมสอบดู (โดยไม่บอกว่าใครโกงด้วยวิธีอะไร กี่คน? ) อินี่ก็ว่างมาก... ปรากฏว่ามือโปรเค้าก็จับได้สามคนนะ แต่ก็ยังเหลืออีกสองคนที่จับไม่ได้ คือคนที่เสียงเครื่องรับส่งไว้ที่หู (อินี่ก็เทพมาก เมิงเป็น 007 แน่ๆ) กับอีกคนคือไอ้คนที่ใช้สมาร์ทโฟนรับส่งข้อมูลนี่แหละ

 

ทว่าทางมหาวิทยาลัยก็ไม่ปล่อยให้เดากันไปเรื่อยได้นาน รีบแจ้งความตำรวจทันที ถ้าแจ้งความก็ไม่รอดแล้วล่ะ เพราะทางตำรวจจะไปขอข้อมูล ip address จาก yahoo และระบุได้ว่ามาจากบริษัทมือถืออะไร จากนั้นก็เอาข้อมูลไปถามบริษัทมือถือต่อ บริษัทมือถือจะระบุได้ว่าคำถามที่ส่งนั้นมาจากเครื่องไหน (ถ้าไม่แจ้งตำรวจ จะไปขอดูข้อมูลพวกนี้เองไม่ได้) ส่วนทางมหาวิทยาลัยก็ดำเนินการตรวจสอบไปตามวิธีการของทางมหาวิทยาลัยเอง คือการเอาข้อสอบข้อที่มีการโพสต์มาดูเทียบกับของเด็กทุกคน (มีเป็นพัน) และหาคนที่เขียนเหมือนๆกันออกมา ก็มีประมาณ 10 กว่าคน (ไอ้คนอื่นที่มันแปลเองก็ซวย)

 

ทว่าภายในเวลาสองสามวัน ตำรวจก็ตามเรื่องได้แล้ว สามารถรู้ได้ว่าโทรศัพท์เครื่องที่ใช้โพสต์นั้นเป็นโทรศัพท์ตัวลูกของผู้หญิงคนนึงที่เซนได และคนที่ใช้ เป็นลูกชายวัย 19 ปีที่เป็นโรนินอยู่ (ประมาณเอ็นไม่ติดก็เลยไม่เข้าเรียนที่ไหน อยู่เรียนพิเศษหรืออ่านหนังสือเองเพื่อจะเอ็นใหม่ปีหน้า) และเด็กคนนี้เข้าสอบมหาวิทยาลัยทั้ง 4 แห่งที่มีเรื่อง แถมจริงๆแกสอบผ่านม.วาเซดะแล้วด้วย... (เสียดายจริงๆ)

 

เด็กคนนี้ตอบว่า... อยากเข้ามหาวิทยาลัยเกียวโตมาก ก็เลยทำอย่างนี้...

 

จริงๆก็เป็นคนหัวดีอยู่แล้ว ไม่น่าเลย... T^T ก็ต้องรอดูว่าตำรวจจะดำเนินเรื่องต่อไปยังไง จริงๆการโกงข้อสอบไม่มีความผิดขนาดที่กฏหมายจะเอาเรื่องอะไรได้ แต่การเอาไปโพสต์ในเน็ท ถือว่าอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง (คือไม่ได้โกงคนเดียว คนอื่นที่มาเห็น ก็อาจจะเขียนตอบไปด้วย << แม้ว่าคนสอบคนอื่นมันจะมาเห็นยากก็ตามเหอะ -_-;) อาจจะโดนโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 3 ปี หรือโดนปรับไม่เกิน 5 แสนเยน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูการจัดการของทางมหาวิทยาลัยกับตำรวจอีกที

 

โธ่... เด็กหนอ....

 

สำหรับมหาวิทยาลัยที่จัดสอบหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ ก็มีการคุมสอบเข้มงวดขึ้นกว่าเดิมทันที มีการให้เอามือถือวางไว้หน้าโต๊ะทุกคน และเดินตรวจทุกคน เปิดทีละเครื่องว่าปิดไว้แล้วหรือยัง มีการตรวจอุปกรณ์ต่างๆเข้มงวดขึ้น คาดว่าปีหน้าคงมีการให้คนเอาอุปกรณ์มาตรวจคลื่นข้างนอกว่ามีใครใช้อุปกรณ์สื่อสารอะไรไหม สมัยนี้มันต้องขนาดนี้แล้วล่ะเนอะ

 

เอาเป็นว่าเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...

 

มีอะไรสงสัย ต้องไปถามใน 知恵袋 ของ yahoo คนมันจะมาตอบเร็วมาก!!...

 

=_=

 

ป.ล. อัพนิยายเรื่องใหม่แล้วนะคะที่ http://hayashikisara.warabimochi.net ชื่อเรื่อง Akatsuki no kimon 暁の鬼門 (เข้าไปที่ Literary >> Fiction >> Akatsuki no kimon) รายละเอียดของเรื่องอ่านได้ที่ท้ายเรื่อง ตอนนี้ลงไว้ 3 chapters เป็นแบบจบในเซ็ทค่ะ เรื่องก็เป็นแนวเดียวกับ Oni no kazeuta (?) ไม่ใช่นิยายรักค่ะ... =_= (ก็คงไม่ได้พิมพ์อยู่แล้วน่ะค่ะ 覚悟しています。)

 

ป.ล2. ช่วงนี้ท้อๆจนอยากจะเลิกเขียนนิยายแล้ว... แต่ก็พบว่ามันไม่สามารถเลิกได้ (?) จริงๆก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่รู้สึกอย่างนี้ บางทีก็ทรมานเหมือนกันที่รู้สึกอยากเลิกแต่ก็เลิกไม่ได้ =_= คงชอบมันจริงๆหรืออะไรอย่างนี้มั้งเนอะ? มี photoshop กับนิยายนี่แหละ... ที่เลิกไม่ได้เสียที... orz (แล้วทำไมต้องเลิก? นั่นสิ แล้วทำไมต้องเขียน? ก็นั่นสิอีก)

เศร้า ท้อ หรืออะไร หยุดไปยังไงก็เขียนต่อ มันคงไม่เกี่ยวกับการได้พิมพ์หรือไม่ได้พิมพ์ ตรงกับแนวหรือไม่ตรงกับแนว จะมีคนอ่านหรือไม่มีคนอ่าน มีคนชอบหรือไม่ชอบอะไรทั้งนั้น คงเป็นแค่ว่า... มันเลิกไม่ได้เท่านั้นเองแหละ... T^T

 

วันนี้ก็ยังคงเขียนต่อไป...

Edit >> เปิดหน้า page สำหรับคนตามนิยายและงานเขียนที่ Facebook แล้วค่ะ (เปิดอย่างไม่ตั้งใจ =_=;) ใครที่ไม่ได้อยาก add เป็นเพื่อนแต่อยากตามงานหรืออยากคุยถามเรื่องนิยาย ก็เข้าไปได้ที่ http://www.facebook.com/pages/Hayashi-Kisara/188872284485578?sk=wall หรือเสิร์ชหา Hayashi Kisara ค่ะ m(_ _)m

 

 

Comment

Comment:

Tweet