ทำไมเค้าไม่ตอบเมล์เรา?? T^T

posted on 07 Feb 2011 04:08 by hayashikisara in Diary

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า `โกกง` ในภาษาญี่ปุ่น โกกงเป็นหนึ่งในแผนการขยายเพื่อนฝูงเพศตรงข้ามของเราให้มากขึ้น พูดง่ายๆก็คือเพิ่มโอกาสเจอสาวๆหรือหนุ่มๆของชาวญี่ปุ่น เพื่อที่จะได้หาฟงหาแฟนกับเขาได้เสียที

 

วิธีก็ง่ายๆ สมมุติเรากับคุณฮายาชิรู้จักกัน (จะสมมุติทำไม?) ต่างคนต่างไปชวนเพื่อนโสดๆของตัวเองมา นัดมาเจอเพื่อกินข้าว ไปเกะหรือเที่ยวเล่นกัน มันก็อาจจะเกิดใครบางคนปิ๊งๆกันได้ แบบว่าเป็นวิธีการหาแฟนวิธีนึงในสังคมญี่ปุ่นนี่

 

ทีนี้... สังคมไทยมันไม่มีโกกง คนญี่ปุ่นมันก็ชอบถามว่าแล้วคนไทยหาแฟนกันยังไง? =_= คงหวังความบังเอิญหรือไม่ก็เดินจีบตามสยามเหมือนสมัยก่อนมั้ง... ใช้เพื่อนไปขอเบอร์บ้างอะไรบ้าง ถ้าอยู่คนเดียวแบบไม่มีเพื่อนก็นั่งมองๆๆๆไปละกัน แล้วหวังว่าเค้าจะรู้สึกถึงสายตานี้ จากนั้นก็วิงวอนกับพระเจ้าให้เธอเดินมาหาเราด้วย (ฝันชัดๆ)

 

สมัยสาวๆก็เคยมีคนมาขอเบอร์กับเขาเหมือนกันนะใช่ขี้ๆ หน้าตาเด็กเรียนมาก ถ้าใส่แว่นแล้วจะดูเป็นเนิร์ดชัดๆ ยังอุตส่าห์มาขอ ทั้งที่ก็ไม่ได้ไปไหน ขลุกอยู่ตามหอสมุดแห่งชาติหาหนังสือทำรายงาน โถ... (สมัยกรุไม่มีอินเตอร์เน็ทค่ะ จะมาก็อปแปะๆกันไม่ได้)  คนญี่ปุ่นก็มี ไอ้ประเภทเดินเข้ามาจีบน่ะ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นตาลุงหัวเถิกหน้าตาแปลกๆ หรือไม่ก็ไอ้หนุ่มหัวทองไม่ได้เรื่อง หน้าตาเหมือนจะมาหลอกเอาเงินกรุแน่ๆ

 

สมัยก่อนนี่เด็กๆไม่มีมือถือกัน ยิ่งเด็กม.ปลายยิ่งเอาเข้าไปใหญ่ เวลาขอเบอร์กันร้อยเปอร์เซ็นนี่คือขอเบอร์ที่บ้าน ใครให้เบอร์ไปนี่มันไม่ใช่ขอแล้วจบ เพราะไอ้หนุ่มมันจะต้องไปเผชิญความเครียดเวลากดอีเบอร์นั่นภายหลังอีก ถ้าเจอพ่อเค้ารับล่ะ? กรุจะถูกคนมาอุ้มไปเป่ากบาลมั้ย? แล้วเค้าจะให้คุยหรือเปล่า? จะคุยก็ต้องคุยกันในที่สาธารณะ เพราะโทรศัพท์บ้านจะไปตั้งไว้ในส้วมก็ใช่ที่ พ่อแม่พี่น้องนั่งหูผึ่งแอบฟังกันอยู่ ทำไมมีผู้ชายโทรมาหาลูกกรุ? หูย... ตื่นเต้นกันเหงื่อออกท่วม กะอีแค่คุยโทรศัพท์ (คุยนานโดนด่าอีก เพราะมันเป็นโทรศัพท์บ้าน)

 

แต่สมัยนี้เด็กม.ปลายมี BB กันหมดแล้ว =_= ถ้าเดินเข้าไปขอเบอร์นี่ไม่มีใครเค้าให้เบอร์บ้านกันหรอก เสร่อเชียว... แต่การที่สังคมเป็นแบบนี้ ความเสี่ยงที่จะไปโดนหนุ่มหลอกก็มากขึ้น เพราะขาดกองหน้ามาสกัดกั้น บุกเข้ามาทีเดียวก็ถึงโกลกันไปเลย -_-; มันน่าจะมีโหมดปกป้องลูกสาวโดนการให้ไป via เครื่องพ่อมาก่อนได้นะ (จะให้ดีไป via ตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้านมาก่อน) เป็นฟังก์ชั่นที่เหมาะกับสังคมไทยดี

 

คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะไม่ค่อยทะเล่อทะล่าโทรหากันตั้งแต่ทีแรก สนใจใครเค้าจะส่งแมสเสจไปหาก่อน ดังนั้นบางทีเค้าจะไม่ขอเบอร์กัน จะขอแค่เมล์มือถือ ดูแล้วเหมือนคนใจบริสุทธิ์ จะไปเปิดเผยความอยากจะเป็นแฟนเค้าเสียตั้งแต่ตอนนั้นก็กระไรอยู่

 

ทีนี้... สมมุติได้เมล์เค้ามาแล้ว แต่ส่งไปเค้าก็ไม่ตอบ T^T ชิ_หายแล้ว... จะทำยังไงกันดี

 

ทาง COBS ออนไลน์ เค้าเลยไปทำแบบสอบถามถามว่า คุณจะไม่ตอบเมล์ด้วยเหตุผลอะไรบ้าง? ได้ผลไม่เหมือนกันในฝั่งผู้หญิงกับผู้ชาย ผู้หญิงตอบว่าจะไม่ตอบเมล์เพราะ “ขี้เกียจ” เป็นอันดับหนึ่ง

 

=_=

 

ฮ่ะ... เธอขี้เกียจตอบ น่าเศร้ายิ่งนัก กรุจะไปทำอะไรกับเมิงได้เนี่ย... คิดในแง่ดีแล้วกันว่าถ้าเธอขี้เกียจ เป็นแฟนเราไปเธอก็ขี้เกียจอยู่ดี...

 

อันดับอื่นๆก็เช่น “ดูแล้วเหมือนเมล์มาตอนเมา” (ไม่รู้ไปทำอีท่าไหน), “ก็เขียนมาแต่เรื่องตัวเอง” (กรุไม่รู้จะตอบอะไรเมิง), “ดูไม่รีบร้อนอยากได้คำตอบอะไร พอทิ้งไว้ก็เลยลืม” (อันนี้เดี๊ยนเป็นประจำเลย =_=), “ไม่ได้สนใจเค้า ก็เลยไม่รู้จะตอบอะไร” (กลัวเค้าเข้าใจผิดสินะ ว่ามีใจให้...)

 

ส่วนผู้ชาย มีเหตุผลที่ไม่ตอบเมล์อันดับหนึ่งว่า “งานยุ่ง” (ก็นั่นน่ะสิ)

 

เหตุผลอื่นๆก็เช่น “ไม่มีเครื่องหมายคำถามและไม่มีคำถามอะไร ก็เลยนึกว่าไม่ต้องตอบ” (pure มาก), “หาคำตอบดีๆไม่ได้”, “...อยู่กับแฟน” (เออ อันนี้เมิงไม่ต้องตอบหรอก)

 

ทีนี้เปลี่ยนคำถามมาเป็นว่า เมล์แบบไหนที่ดูแล้วรู้สึกอยากตอบ? (ค่อยมีประโยชน์หน่อย)

 

สาวๆตอบว่าก็อย่างเช่น เมล์ที่มีข้อความ Cheer up หรือแสดงความใส่ใจ หรือมีรูปถ่ายแปะมาด้วย นอกจากนี้เมล์ที่บอกว่าไม่ต้องรีบตอบ หรือไม่ต้องตอบก็ได้ จะทำให้รู้สึกว่าอยากตอบขึ้นมาอีกต่างหาก (สมกับเป็นผู้หญิงจริงๆ)

 

ส่วนผู้ชายตอบว่า เมล์ประเภทที่มีเอะโมจิ(ภาพไอคอนสำหรับใช้ในมือถือ)น่ารักๆก็จะอยากตอบขึ้นมาทันที (ผู้ชายมันอ่อนไหวกับอะไรแบบนี้เนอะ), เมล์ที่ขอคำปรึกษาหรือมาขอพึ่งพา (อ๊ากก ผู้ชายแพ้อะไรแบบนี้นี่เอง) หรือพวกที่มีเนื้อหาตรงกับความสนใจของตัวเอง ตรงกับงานอดิเรกของตัวเอง จะรู้สึกอยากตอบขึ้นมาทันที (แต่ใครจะอยากไปคุยกับมันเรื่องกันดั้มล่ะ)

 

ส่วนคุณฮายาชินี่ประเภทถามคำตอบคำ อย่าไปพิมพ์อะไรหามันมาก (จะรู้สึกเปลือง Energy ยิ่งนัก) บางทีท้าวความให้ฟัง ถามมันยาวเป็นชาติเศษพร้อมเอะโมจิเพียบ มันตอบมาเป็นรูปหัวใจกับคำว่า hai ตัวเดียว...

 

จบข่าว...

 

ทีอัพบล็อคที่ mixi จากมือถือล่ะสามารถอัพได้เรื่อยๆอีนี่... อยากรู้อะไรเกี่ยวกับชีวิตมันต้องไปตามอ่านบล็อคเอา กรุเป็นเมียมันนะเนี่ย... อยากคุยกับมันต้องไปกด like หรือใส่คอมเม้นต์ที่บล็อคมันเอง =_=;

 

มีอีกวิธีนึงที่เป็นเทคนิคลับอันอาจจะได้เมล์ตอบกลับจากเค้ามาอยู่อีกวิธีนึง...

 
 
คือเมิงส่งเมล์เปล่าไปน่ะ (ไม่ต้องคิดอะไรให้มากมาย ไม่ต้องพิมพ์ด้วย) ให้มันสงสัยกับความเวิ้งว้างจนทนไม่ได้ ที่สุดก็ต้องถามกลับมาเอง

 

 

 

 

ทีนี้อาจจะได้คุยกันเสียที ^^;

 

Comment

Comment:

Tweet

very interesting. In fact after reading, I had to go show it to my friend and he enjoyed it as well!

#93 By Sunglasses for Glasses (69.90.60.116) on 2011-07-09 16:59

วิธีสุดท้ายสุดยอดเลย

#92 By วัน (58.9.91.8) on 2011-05-19 22:06

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#91 By [[E-นู๋นุ่น]] on 2011-03-02 19:58

@คุณกรุงเทพมหานคร

เกือบไม่เห็นแน่ะค่ะ ไม่ค่อยได้เช็คคอมเม้นต์ในท็อปปิคเก่าๆ T^T จริงๆเรื่องแบบนี้ ตัวเราน่าจะรู้คำตอบดีที่สุด แต่อาจจะไม่อยากรับรู้ตามความจริงที่เป็นก็ได้ ปัญหาคือไม่ได้อยู่ที่ความรู้สึกว่าเขาชอบเราหรือเปล่า ปัญหาคือเขายังมีภรรยาอยู่และจะมีปัญหาต่างๆตามมานะคะ เคยเป็นล่ามแปลปัญหาระหว่างคนไทยคนญี่ปุ่นอยู่หลายเคส ยังไงคุยปรึกษากันทางอีเมล์ได้นะคะ แต่คือ... อาจจะแนะนำเรื่องเกี่ยวกับความรู้สึกของอีกฝ่ายไม่ได้ ได้แค่ว่าหากเราคบกัน ภรรยาเขาจะมีสิทธิ์ตามกฏหมายยังไงบ้างและจะนำปัญหาอะไรมาให้เราได้บ้าง จากนั้นก็ค่อยๆคิดอีกทีนะคะ ^^

warabimochi79@gmail.comค่ะ

#90 By Hayashi Kisara on 2011-02-27 03:59

(ลืม)
ตอนนี้เราไม่รู้ว่าควรจะคิดกับเขาแบบไหนดีเพราะเราก็ชอบเขา ไม่อยากถามให้อึดอัดใจ(เพราะเขาตอบแบบกลางๆมาตลอด ว่า"คุณเป็นคนฉลาด,ดี(งู้นงี้)I wish ไม่มีอะไรที่จะมาทำให้คุณเศร้าได้"เวลาเราพูดถึงว่าเรากับเขารู้จักกันมานานแล้ว)

แต่ล่าสุดก็คุยกันเรื่องการมาไทยนั่นแหละ เราก็บอกแค่ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเที่ยวเอาไว้ ถ้าเขามาเราก็อาจไปเจอกับเขาบ้าง

รู้สึกแปลกๆ

#89 By กรุงเทพมหานคร (223.24.208.118) on 2011-02-27 00:55

~ ขอโทษค่ะ ขออนุญาตถามท่านศิราณีค่ะ ~

มีผู้ชายญี่ปุ่นคนนึงเมลล์มาขอเป็นเพื่อนกับเรา จากนั้นจนวันนี้(2ปี)เมลล์หากันทุกวันเลย เขายังไม่เคยมาไทยแต่เริ่มคุยกันบ้างแล้ว เค้ามีปัญหากับภรรยาเพราะทำงานมากเกินจนห่างกันคุยกันไม่เข้าใจ เรากับเขาพยายามสื่อสารกันอ