เนื่องจากคุณยะขอให้เขียนเรื่องเกี่ยวกับเพศที่สามในญี่ปุ่น... มานึกๆดูแล้วก็ไม่ค่อยได้เขียนถึงเหมือนกัน @_@; เพราะมันไม่ค่อยมีหรือไม่ค่อยเด่นเท่าที่ไทย ขนาดมีคนญี่ปุ่นเคยมาตั้งกระทู้ถามว่า “ทำไมพวกเกย์ถึงไม่ไปเรียนมหา`ลัยกันเหรอ?” =_=

 

....

 

คือมันไม่เคยเห็นตุ๊ดเกย์ที่มหาลัยมันไง มันเลยสงสัย ตอนเราเรียนมหาลัยก็ไม่เจอเหมือนกัน มีบ้างที่คลับคล้ายคลับคลาตามเซนส์อันฉลาดเริ่ดของคนไทย คือคนไทยมันจะมีเซนส์ในการดูตุ๊ดเกย์เป็นพิเศษ

 

ขนาดวันก่อนมีโฆษณาที่เอาเพลงเก่าของ Queen มาใช้ คุณฮายาชิพูดขึ้นมาว่า “รู้มั้ย เค้าว่านักร้องนำของ Queen คนนี้เป็นเกย์นะ ไม่น่าเชื่อเลย” (แม่_กรุดูยังไงก็เกย์มาตั้งแต่เห็นครั้งแรกแล้ว =_=)

 

ชาวญี่ปุ่นหลายคนบอกว่า ก็ไม่ใช่ว่าสังคมมันจะขาดแคลนเพศที่สามกันขนาดนั้น แต่เป็นเพราะลักษณะสังคมญี่ปุ่นทำให้คน coming out ออกมากันได้ยาก อย่างไรก็ตามถึงจะ coming out กันออกมาก็คาดว่าจะยังเป็นจำนวนน้อยกว่าหลายๆประเทศอยู่ดี และถ้านับเป็นเปอร์เซ็นล่ะก็ จะมีพวกไบมากกว่าเกย์ @_@; เพราะการแบบว่า...ได้ทั้งสองแบบมันจะอยู่ในสังคมแบบไม่เด่นเท่าไหร่...

 

และเนื่องจากในสังคมญี่ปุ่นไม่ค่อยเหมาะกับคนที่รักเพศเดียวกันเท่าไหร่ คนเหล่านี้ส่วนใหญ่ได้ดิบได้ดีแล้วจะหนีไปอยู่ต่างประเทศกัน กรุจะมาอยู่ที่เงียบๆอย่างนี้ทำไม ไปลัลล้าในที่ที่เข้าใจกรุดีกว่า... =_= สังคมญี่ปุ่นก็เลยมีน้อยอย่างที่เห็น 

 

ญี่ปุ่นมีคำเรียกคนที่ชอบเพศเดียวกัน (同性愛) หลายแบบ ตั้งแต่แบบค่อนข้างเสียมารยาทไปจนแบบน่ารักๆ นิวฮาฟ โอกามะ โอเน่เคย์ เดี๋ยวนี้เค้าจะเรียกโอโตโกะโนะโกะ เปลี่ยนคันจิตัวโกะจากตัวเก่า 男の子 เป็น 男の娘 ตัวมุสุเมะที่แปลว่าลูกสาว,คุณหนู อ่านว่าโอโตโกะโนโกะเหมือนกัน น่ารักดี... แต่พูดเข้าใจยากชิหา_

 

สำหรับคนที่มีอาการสับสนทางเพศ สามารถเข้ารับคำปรึกษาและการรักษาทางการแพทย์ได้

 

ไม่ได้หมายความว่าคนที่เป็นแบบนี้คือสับสนทางเพศนะ หมายถึงคนที่แบบ ร่างเป็นชายใจเป็นหญิง หรือร่างเป็นหญิงใจเป็นชาย แล้วรู้สึกหงุดหงิดแย่กับตัวเอง คือจะเป็นก็ไม่มั่นใจ จะไม่เป็นก็ขัดกับตัวเอง เกิดความทดท้อ ซึมเศร้า ไปต่อไม่ถูก คือไม่รู้จะยังไงดี การที่ร่างกายเป็นแบบนี้มีผลกับจิตใจให้รู้สึกแย่ ก็ไปปรึกษาแพทย์ (แพทย์อาจจะแนะนำให้เป็นๆไปเลย) บางคนอาจจะเกิดจากฮอร์โมนไม่บาล้านซ์ ไม่ได้อยากเป็นอย่างนี้หรืออะไรก็มี บางเคสแพทย์มีการแนะนำให้ผ่าตัดแปลงเพศไปเลยด้วยอีกต่างหาก เพื่อให้เหมาะสมกับเพศในใจเรา อย่าฝืนเลยหนู...  ส่วนคนที่ลัลล้ามีชีวิตอยู่ดี ไม่ได้สับสนอะไรกับชีวิตเค้าไม่ได้เรียกสับสนทางเพศหรืออะไร ไม่ได้สับสนก็ไม่ต้องไปหาหมอให้มันเปลืองเงิน

 

เมื่อปี 2000 ที่ผ่านมา (เพิ่งจะ 10 กว่าปีนี้เอง) ญี่ปุ่นมีการพิจารณาแก้กฏหมายเกี่ยวกับคนที่ร่างกายกับจิตใจไม่ตรงเพศกัน (และไปสำเร็จปี 2003 เริ่มใช้กฏหมายตัวนี้ปี 2004 เพราะฉะนั้นก็ยังไม่นานเท่าไหร่) ให้สามารถไปยื่นเรื่องกับศาลครอบครัวและขอเปลี่ยนเพศเป็นอีกเพศนึงในทะเบียนบ้านได้ แต่ก็ไม่มีผลอะไรมาก เพราะชื่อในภาษาญี่ปุ่นไม่ต้องเขียนนำหน้าว่านาย/นาง/นางสาวอยู่แล้ว ตามใบกรอกอะไรต่างๆก็ไม่รู้อยู่แล้วใครแต่งงานไม่แต่งงาน ชื่อบางชื่อก็ไม่รู้ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายอีกต่างหาก ก้ำกึ่งกันไป

 

ต้องเป็นยังไงถึงจะไปยื่นเรื่องขอเป็นผู้หญิงไปเลยได้? เค้าก็กำหนดเงื่อนไขไว้หลายอย่าง

1. ต้องอายุเกิน 20 ปี (บรรลุนิติภาวะแล้ว)

2. ปัจจุบันไม่ได้แต่งงาน (อาจจะเคยแต่งงานหรืออะไรก็ตาม แต่ตอนนี้โสด)

3. ไม่มีบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (ถึงโสดแต่มีลูกเล็กๆก็อาจจะกระทบกระเทือนจิตใจเด็ก)

4. ไปแปลงเพศมาแล้ว... (คือจะยื่นเรื่องขอเป็นผู้หญิง ก็ช่วยไปแปลงเพศมาก่อนหน่อยเหอะ จะหนวดเคราเฟิ้มแล้วทะเบียนบ้านบอกเป็นผู้หญิงก็กระไรอยู่ =_=)

 

ก็เป็นเงื่อนไขสำหรับคนที่อยากให้ในทะเบียนบ้านลงว่าเราเป็นผู้หญิงเท่านั้น เอกสารต่างๆก็จะเปลี่ยนแปลงไปด้วย สำหรับใครที่ไม่ลำบาก ไมไ่ด้อยากเป็นผู้หญิงขนาดนั้นก็ไม่เป็นไร

 

ข้อดีก็อย่างที่เห็นๆ เป็นอีกเพศก็ต้องแต่งงานกับอีกเพศได้ มีสิทธิ์ตามกฏหมายคุ้มครองผู้หญิงหลายๆอย่าง ไอ้เรื่องที่หลายคนกลัวว่า ถ้าเป็นผู้หญิงขนาดนั้นแล้ว ผู้ชายก็ดูไม่ออก เกิดไปหลงรักเข้าแล้วจะทำยังไง? @_@; ก็ต้องดูว่าความเสียหายคืออะไร? คือถ้าเค้าไม่บอกเรา เผลอแต่งกันไปเพิ่งรู้ว่าเค้ามีลูกไม่ได้ เรื่องของเรื่องคือเค้ารู้อยู่แก่ใจแต่ปกปิดเรา ก็ฟ้องกันได้ (ไม่เกี่ยวกับเพศ ต่อให้เป็นผู้หญิง สมมุติเราเคยป่วยตัดมดลูกไปหรืออะไรทำให้มีลูกไม่ได้ แต่ไม่บอกว่าที่คู่ครองของเรา มารู้ทีหลังถ้าเค้าจะฟ้องก็ฟ้องได้) แต่ถ้าเราคบกับเค้าไปเพราะเค้าไม่บอกเราว่าเป็นผู้ชายมาก่อน ไม่มีความผิดทางกฏหมาย ฟ้องไปก็ไม่ชนะ นอกจากเค้าทำแบบนั้นเพื่อจะมาหลอกเอาตังค์เรา... =_= (อนึ่ง การฟ้องกันแต่ละเคสก็มีรายละเอียดต่างกันไป ต้องดูเป็นเคสๆไปอ่ะนะ)

 

มาว่าด้วยเรื่องการแปลงเพศอีกนิดนึง คือจะไปขอเป็นผู้หญิงได้นี่มีเงื่อนไขว่าต้องแปลงเพศด้วยอย่างที่บอกข้างบน ซึ่งมันไม่ใช่จะแปลงกันได้ง่ายๆ ข้อนี้คือก่อนเราจะแปลงเพศต้องเข้ารับการวินิจฉัยจากหมอก่อน ซึ่งเค้าจะทดสอบว่าเราเหมาะจะแปลงเพศได้หรือไม่ @_@; คือมีการทดสอบว่าจิตใจกับร่างกายเราไปคนละทางอย่างนั้นจริงหรือ? ไม่งั้นแปลงไม่ได้ เพราะแปลงเพศไปแล้วไม่ใช่มันจะกลับกันมาง่ายๆจะได้มาแปลงกันด้วยอารมณ์ชั่ววูบ และเพื่อป้องกันอาชญากรที่คิดจะหนีคดีด้วยการไปแปลงเพศด้วย

 

ในความเป็นจริงตำรวจบอกว่าโอกาสที่อาชญากรจะรอดด้วยการแปลงเพศนั้นยาก เพราะขั้นตอนการวินิจฉัยต่างๆของหมอค่อนข้างจะยาวและต้องส่งเรื่องตรวจสอบประวัติ ถ้ามีประวัติน่าสงสัยก็จะแจ้งกับทางตำรวจให้ช่วยตรวจสอบอีกที และทางตำรวจเองจะให้ความสนใจกับเอกสารที่เพศกับร่างกายไม่ตรงกันอยู่ประมาณหนึ่ง กลับกลายเป็นว่าถ้าคนที่ไม่ได้เป็นจริงๆ จะไปแปลงเพศที่ต่างประเทศหรืออะไรเพราะคิดว่ามันจะง่ายจะกลับมาเป็นเด่นกว่าเดิม (เพราะถ้าไปแปลงที่ประเทศอื่นก็อาจไม่ต้องรับการตรวจสอบอะไร แปลงกันง่ายๆ) << แต่ถ้ามันมีประวัติอาชญากรอยู่ มันก็ออกนอกประเทศไม่ได้อยู่แล้ว =_=   

 

แต่ก็ยังมีปัญหา... เพราะ ไอ้ประกันสังคมยังไม่ครอบคลุมพวกการหาหมอปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ T^T และไม่ครอบคลุมการแปลงเพศ พูดง่ายๆคือถ้าจะแปลงเพศ ก็จะต้องเสียเต็มๆ ประกันไม่ช่วยเลย มันจะแพงมาก @_@; และต้องผ่านการทดสอบอะไรต่อมิอะไร สรุปว่าก็ต้องไปแปลงที่ต่างประเทศเช่นไทยอยู่ดี สู้ราคาไม่ไหว (ถ้าไม่มีประวัติเสียอะไรก็ออกนอกประเทศไปแปลงได้อยู่แล้ว)

 

ปัญหาอื่นๆเกี่ยวกับเรื่องของเพศที่สามก็มีเช่น...

 

การตัดสินอาชญากรรมคดีข่มขืน... @_@; สมมุติตัวเป็นหญิงแต่ใจเป็นชาย แบบว่า... จะไปปลุกปล้ำสาวโดยที่เค้าไม่เต็มใจ อึมๆๆๆ ศาลก็กุมขมับว่าจะถือว่าเป็นการข่มขืนหรือไม่ ตอนนี้กฏหมายยังงงๆ ต้องพิจารณาเป็นเคสๆไปอยู่... T^T

 

หรือคู่แต่งงานที่คนใดคนนึงหรือทั้งคู่เป็นคนในกลุ่มนี้ จะสามารถรับบุตรบุญธรรมที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะมาเลี้ยงได้หรือไม่? (ตอนนี้คือเขาจะพิจารณาเป็นเคสๆเช่นกัน ต้องไปยื่นเรื่องกับศาลครอบครัว)

 

หรือแต่ก่อนมันจะมีการยกเว้นภาษีสำหรับภรรยาที่ไม่ได้ทำงานอะไร (ที่กำลังจะหมดไปปีนี้ -_-; ข้อนี้จะไม่กลายเป็นปัญหาอีก เพราะมันจะไม่ยกเว้นกรุแล้ว) หรือพวกเงินสนับสนุน, สวัสดิการหลายๆอย่างที่ไม่ได้ดูแค่เฉพาะว่าเป็นผู้หญิง ยังแก้กฏหมายไม่ทัน ทำให้การพิจารณาวุ่นวายและเป็นไปได้ยากอยู่

 

อีกปัญหาก็คือคลีนิคเฉพาะทางมีไม่พอกับจำนวนผู้ที่ต้องการปรึกษาหรือแปลงเพศ T^T ที่ใหญ่ๆมีแค่ประมาณ 7 ที่ทั้งประเทศ (ข้อมูลตั้งแต่ปี 2006แล้วอ่ะนะ) แล้วไอ่โรงพยาบาลญี่ปุ่นนี่มันก็ชอบยุ่งยากวุ่นวาย บางที่ไม่มีจดหมายแนะนำมาอีกทีก็ไม่ตรวจให้ กรุจะอยากแปลงเพศต้องมีคนแนะนำกรุด้วยเหรอ?

 

คนก็เลยไปไทยกันมากด้วยประการฉะนี้...

 

อ้อ... แล้วมันจะมีคนอีกประเภทนึงที่ไม่ได้ชอบเพศเดียวกันหรืออะไรเลย แต่ชอบแต่งตัวเป็นผู้หญิงอะไรอย่างนี้เฉยๆ @_@; (女装 หรือจะเรียกให้ถูกคือ 異装) จะเอาไปรวมกันก็ไม่ได้ ไม่ได้ชอบผู้ชายหรือผู้หญิงด้วยกัน