เมื่อวันก่อนป้าที่เป็นเพื่อนแม่มาเกียวโตกับลูกๆ... คือจะมาดูใบไม้แดงนี่แหละ แล้วกลับไปบ่นกับแม่อริสราสามวันแปดวัน 555 บอกว่าทำไมมาประเทศที่เค้าว่ากันว่าเจริญแล้วต้องเดินๆๆๆๆเยอะมากกกก

 
จริงๆแกก็เคยมากับทัวร์แหละ แต่ไม่เคยมาช่วงฤดูท่องเที่ยวอย่างนี้ แล้วมากับทัวร์ ทัวร์ก็จะแวะแค่สองสามวัด แล้วก็ปล่อยให้แกไปชะโงกดูนิดนึงแล้วก็กลับไป ทีนี้มาคราวนี้คนก็มหาศาลบานตะไทมาก เพราะมันเป็นช่วงใบไม้แดง ทำไมคนเยอะ? ทั้งที่ใบไม้แดงทุกปี ทำไมคนญี่ปุ่นมันจะต้องมาดูกันด้วย บลาๆๆๆ
 
แกบอกว่าแกจะไม่ไปอีกแล้ว กร๊ากกก 5555

 

หลายคนที่มาเที่ยวญี่ปุ่นเนี่ย คือถ้าจะมาช็อปปิ้งอาจจะแค่เดินอยู่ในห้างหรือในแอเรียเดียวอ่ะนะ แต่ถ้าจะมาเที่ยวในฤดูแบบนี้ ทำใจไว้เลยว่าจะต้องมาเดินๆๆ ขึ้นเขา ต่อรถไฟ ลำบากลำบน คนเยอะ ไม่มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือวินรถตู้มาพาเราเข้าถึงหน้าวัดที่เราจะไปเด็ดขาด ใครคิดจะพาอาม่าอากงขาไม่ค่อยดีมาเที่ยว จะกลายเป็นลูกอกตัญญูได้ กลับไปอาม่าอากงจะได้โรคปวดข้อเท้าปวดหลังไปเพิ่มกันอีกหลายวัน

 

แล้วถึงใบไม้จะแดง ซากุระจะบานทุกปี คนญี่ปุ่นก็ออกมาดูกันทุกปีนั่นแหละ ก็เหมือนคนไทยอ่ะที่พอถึงฤดูชมทุ่งดอกกระเจียว ดอกทานตะวัน ก็ออกไปดูเหมือนกัน คนญี่ปุ่นชอบซึมซับกับฤดูกาล แล้วอย่างเกียวโตเนี่ย อะไรๆมันก็ติดอันดับต้นๆของประเทศ คนมันก็ต้องแห่กันมาจากทั้งประเทศมาดู @_@; แล้วทัวร์จากทุกประเทศก็มาดูมันอีก

 

ให้ทริคไว้นิดนึงแล้วกันว่าถ้ามาเองให้ไปวันธรรมดา แล้วเช็คดีๆ วัดส่วนใหญ่จะเปิดตั้งแต่ 8 โมงหรือ 8 โมงครึ่ง ให้ไปแม่_ตั้งแต่เวลานั้นแหละ จะถ่ายรูปสวยๆได้ พอดีบ้านอยู่ใกล้เกียวโต เก็บอย่างนี้ทีละวัดสองวัด จะไม่ต้องไปแย่งอะไรกับใครมาก แต่ถ้าใครจะมาดูไลท์อัพ ก็ทำใจไว้เลยว่าจะต้องดูแบบ Zen... เลื่อนไหลไปตามคลื่น (เมิงไม่ต้องเดินเอง จะมีคนมาดันเมิงไป) พยายามดื่มด่ำทำตัวเป็นสายน้ำ สักพักจะไหลออกจากวัดได้เอง... (ไม่มีทางหลง)

 

ทำให้นึกขึ้นมาได้ว่าหลายๆคนเข้าใจหรือตั้งความหวังผิดๆก่อนจะมาญี่ปุ่น ไม่อยากให้ upset สิ้นเปลืองกันมาก เลยขอบอกๆหน่อยเนอะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนกันเลย...

 

1. เชื่อว่า...มาแล้วเดี๋ยวพูดภาษาญี่ปุ่นได้เอง

ฮ่ะ... ยกให้เป็นความเข้าใจผิดอันดับหนึ่งกันไปเลย... มันไม่มีใครหรอกค่ะ มาแล้วมันจะพูดได้ เพราะภาษามันไม่ได้ซึมซับเข้าสู่ร่างเราไปพร้อมกับอากาศธาตุ ถ้ามาแล้วใช้เวลา 80% ของชีวิตต่างประเทศในมอนส์เตอร์ฮันเตอร์ออนไลน์อยู่ในห้อง เมิงก็คงพูดได้หรอกค่ะ ภาษาญี่ปุ่น หลายคนชอบคิดว่า เดี๋ยวจะไปญี่ปุ่นอยู่แล้ว ไปเอาภาษาที่นั่นแหละ ตอนนี้ไม่ต้องทำอะไร ลัลล้ารอวันไปอย่างเดียว จะบอกว่าใช่ค่ะ แต่เมิงจะลำบากมาก เริ่มก่อนจำได้ก่อน มีเวลาก็นั่งท่องศัพท์คัดดันจิไป อย่าลืมว่ามาถึงแล้วจะต้องมาเจอไอ้คนจีนที่มันอ่านหนังสือพิมพ์กันได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่มันมาเหยียบประเทศนี้ จะเอาอะไรไปสู้กับเค้า T^T 

 

2. มาเรียนคอร์สภาษาญี่ปุ่นแล้วเราจะต้องได้ภาษาญี่ปุ่น

นี่เป็นความเข้าใจผิดอันดับสอง แหม่... ก็ลงทุนเสียเงินเป็นแสน โชว์เสตทเม้นต์กันตั้งเท่าไหร่กว่าเค้าจะเชื่อถือปล่อยเรามาด๊อกด๋อยอยู่ที่นี่ แต่ทำไมมาเรียนแล้ว อาจารย์สอนไม่เห็นดี ไม่เห็นให้ทำอะไรมากไปกว่านั่งคัดคันจิ อ่านชีทบ้าอะไรก็ไม่รู้ สอนอะไรน่าเบื่อสุดๆไม่คุ้มกับค่าเงินที่กรุเสียไป แล้วกรุจะเก่งภาษาญี่ปุ่นได้ด้วยการสอนแบบนี้จริงเหรอ? พวกนี้กรุอ่านเองก็ได้

ใช่ค่ะหนู... สรุปให้เลยว่า การสอนภาษา อาจารย์เค้าก็สอนอะไรที่หนูทำเองก็ได้นั่นแหละ แต่หนูไม่้ได้ทำไง... บอกเลยว่าถ้าขยันฮึบๆ ตั้งใจท่องศัพท์อ่านเขียน พยายามคุยกับคนญี่ปุ่น หนูไม่ต้องดั้นด้นมาเรียนหรอกค่ะ โรงเรียนสอนภาษาน่ะ และไอ้เงินที่เสียไป ไมไ่ด้การันตีว่าจะได้ภาษาญี่ปุ่นดีๆกลับไปด้วย เงินมันซื้อภาษาไม่ได้ ซื้อได้แต่สิ่งแวดล้อมที่ทำให้ความน่าจะเป็นของการเก่งภาษาของเรามันมากขึ้น เรียนภาษานี่ 90% ขึ้นอยู่กับตัวเราไม่ใช่ใครอื่น ไม่มีทางที่เราจะไม่เก่งภาษาเพราะครูสอนห่วย

 

3. พนักงานแผนกต่างชาติจะต้องพูดภาษาอังกฤษได้ =_=

ถึงเค้าจะได้มาทำงานแผนกต่างชาติหรือแม้แต่ที่ immigration ก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าจะต้องพูดภาษาอังกฤษกันได้หมด อย่างไรก็ตาม จะมีคนสองคนที่พูดได้แบบ expert ถือเป็น rare item ต้องหาเอาเอง...

 

4. ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ญี่ปุ่นถูก!

แต่ไฟไม่เท่ากันนะอาเจ๊... อย่าลืมใช้หม้อแปลงไฟก่อนใช้และอย่าลืมบอกลูกหลานไว้ทั้งบ้าน หากเสียบผิดเสียบถูกไหม้ไปทั้งบ้านเดี๋ยวจะซวย @_@; ยกเว้นพวกโน๊ตบุ้ค กล้องดิจิตอล กล้องวีดีโออะไรพวกนี้ที่มันแปลงไฟในตัวของมันอยู่แล้ว แต่อย่าลืมคิดเทียบราคากันดีๆ บางรุ่นก็ไม่มีประกันในต่างประเทศ (แต่ถ้าคิดว่าประกันแค่ปีเดียว ไม่เสียหรอก ก็โอเคนะ เพราะของญี่ปุ่นน้อยมากที่จะเสียในประกัน <-- ประกันหมดค่อยเสีย กร๊ากกก) 

 

5. ไปญี่ปุ่นไปซื้อมือถือญี่ปุ่นกลับมาใช้ดีกว่า

ปกติแล้วเนี่ย... มันไม่ได้น่ะอาเฮีย... เพราะมือถือญี่ปุ่นที่วางขายให้ดูตามร้านเนี่ย มันไม่ได้ขายแต่เครื่อง มันจะต้องทำสัญญาทำอะไรกันด้วย แต่ก็มีขายตามตลาดมืดหรือร้านมือสองอยู่บ้าง จะบอกว่าฟังก็ชั่นหรูหราในเครื่อง เอาไปไทยก็ไปใช้อะไรแทบไม่ได้ นอกจากความเท่ห์ แต่ถ้าใครชอบ อันนี้ก็ไม่ว่ากัน (แค่ว่ามันหาซื้อลำบาก ไม่มีตามตลาดเท่านั้นแหละ แล้วเอาไปปลดล็อคปลดอะไร บางทีแพงกว่าค่ามือถือดีๆที่ไทยอีก -_-;) ถ้ามีตังค์ก็ไม่เป็นไรอ่ะนะ

 

6. แต่งงานกับคนญี่ปุ่นแล้วได้สัญชาติญี่ปุ่น

วันก่อน เพื่อนเพิ่งจดทะเบียนกับคนญี่ปุ่น แล้วโทรมาถามเราเรื่องการทำเอกสารเรื่องแต่งงานที่ไทย คือมันบอกจะไม่ทำ เพราะถ้าทำ เดี๋ยวจะซื้อบ้านไม่ได้... @_@;

เฮ้ย... เมิงพูดอะไรของเมิงวะเนี่ย...

คือมันเข้าใจว่าถ้าทำเรื่องแต่งงานเรียบร้อยสองที่ เป็นอันว่ามันคือคนญี่ปุ่น นามสกุลญี่ปุ่น แล้วมันจะซื้อบ้านที่ไทยไม่ได้ =_=

เฮ้ย...แก...

แกแต่งงานกับมันไปด้วยความเข้าใจแบบนี้เหรอวะไอ้เพื่อน??!! @o@!!!

ย้ำอีกที ว่าสัญชาติญี่ปุ่นไม่ได้แถมมาพร้อมกับผัว... และไม่ได้หมายความว่าหากเมื่อใดเราเปลี่ยนนามสกุลไปใช้นามสกุลญี่ปุ่นเราจะไม่ใช่คนไทย และไม่มีระบบแบบว่าอยู่ญี่ปุ่นครบกี่ปีๆ คุณเอาไปเลยครับ! สัญชาติญี่ปุ่น!

แกยังเป็นคนไทยอยู่ ไม่ต้องกลัว...

 

7. อยู่ญี่ปุ่นแล้วจะหาตั๋วดูคอนเสิร์ตกันได้ง่ายๆ

บางทีมันก็ไม่ได้ง่ายไปกว่าเมืองไทยเท่าไหร่ =_= ตั๋วบางประเภท (โดยเฉพาะของจานีสกลุ่มดังๆ) เนี่ย... หนูจะต้องไปเป็นแฟนคลับเค้า จ่ายค่าสมาชิกรายปีรายอะไรกันไป แล้วถึงจะมีโอกาสซื้อตั๋ว (แค่โอกาสนะ) หากโชคดีก็อาจจะ random ได้ตั๋วมาได้ แต่ถ้าไม่ได้ ก็ต้องไปหาตามเน็ท หาคนปล่อยตั๋วราคาแพงๆ หรือไปถือป้ายหาเอาตามหน้าคอนเสิร์ตอยู่ดี อ๊ะ... แต่พี่ไม่รับเป็นสมาชิกแฟนคลับใครนะ โปรดอ่านและทำความเข้าใจหน้า http://hayashikisara.exteen.com/page นี้ด้วย

 

8. มาญี่ปุ่น ทุนเยอะแยะบานตะไท มาเอาที่นี่ก็ได้

ถูกครึ่งนึง... คือทุนที่นี่มันเยอะก็จริง แต่มันไม่ได้มีอยู่ทั่วไปตามแฟมิลี่มาร์ท มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการในการได้ทุน หนึ่งก็คือ มหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนสอนภาษาของเรานั้นใหญ่โตแค่ไหน? มีสปอนเซอร์เอาทุนมาให้แค่ไหน?

พูดง่ายๆ ถ้าสถาบันใหญ่ๆ จะมีทุนเล็กทุนน้อยจากพวกบริษัทห้างร้านที่เค้าอยากสร้างอิมเมจรักสังคม ให้กันมาคนละทุนสองทุน มันก็จะมีทุนให้สมัครเยอะ (แต่คนสมัครและแย่งกันก็จะเยอะไปด้วย) ถ้าเราไปอยู่ในสถาบันเล็กๆ ไม่มีใครรู้จัก ก็จะไม่ค่อยมีทุน เราอาจจะต้องหาเอาข้างนอก พยายามสมัครทุนที่ไม่ได้ผ่านทางสถาบัน แต่ก็จะยากขึ้นไปอีกเพราะเท่ากับเราต้องไปแข่งกับเด็กต่างชาติทั้งประเทศนี้

อีกความเข้าใจผิดนึงคือคิดว่าได้ทุนแล้วจะรอด เคยบอกไปแล้ว ว่าทุนที่ได้นี้ก็แล้วแต่อุปการะคุณของท่านสปอนเซอร์ บางทุนก็ให้มารวดเดียวเลย เอาไปสามแสนเยนต่อปีเหมือนเปิดแผ่นป้าย บางทุนก็ให้เดือนละหมื่นสองหมื่นเยนก็มี แล้วไม่ใช่ว่าเค้าจะให้จนกว่าเราจะเรียนจบ เค้าจะมีเงื่อนไข อาจจะให้เราปีเดียว หรืออาจจะให้ตราบที่เราทำเกรดได้สูง อะไรก็ว่าไป...

 

9. งานพิเศษเยอะแยะ อ่านการ์ตูนแล้วเห็นตัวละครมันทำงานพิเศษกันทุกคนเลย

เยอะแยะสำหรับคนญี่ปุ่น -_-; ก็ลองคิดตามหลักความจริงว่า ถ้าภาษาญี่ปุ่นเราไม่ได้เก่งมาก เค้าจะเอาเราไว้ใช้งานอะไรกันดี... สิ่งที่จะช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นการได้งานของเรา หลักๆเลยคือภาษาญี่ปุ่น อันดับสองคือ เราต้องใช้ชีวิตใกล้ๆหรือในตัวเมือง... โอกาสก็จะมากหน่อย คือ ถึงภาษาญี่ปุ่นเก่งเริ่ดแต่แถวบ้านไม่มีห้างร้านอะไรเลย @_@; ก็ไม่รู้จะไปทำงานพิเศษกับอะไร จะไปเก็บขี้วัวก็ใช่ที่

สรุปก็คือ อย่ามาคาดหวังทุนหรืองานพิเศษเป็นรายได้ในการอยู่ญี่ปุ่นนี่ ควรมีเงินให้พออยู่โดยที่ไม่ได้ทุนหรือไม่มีงานพิเศษอย่างน้อยปีนึง ไม่งั้นจะเครียดและลำบากมาก

 

 

 
10. หนังสือญี่ปุ่นเปิดจากขวาไปซ้าย...
 
เปิดทุกแบบแหละ -_-; บางเล่มก็ซ่ายไปขวา บางเล่มก็ขวาไปซ้าย บางเล่มก็อ่านบนลงล่าง อันนี้อยู่ๆไปจะได้ skill ไปเอง...
 
 
11. กรุจะไปซื้อของดังของญี่ปุ่น!
 
ไอ้ที่มันออกรายการอะไรเมื่อวันก่อน หรือเพื่อนปร้าเค้าบอกว่าดี อร่อย... คือจะบอกว่าไอ้ของดังที่ว่าเนี่ย บางทีมันไม่ได้มีขายอยู่ทุกที่ @_@; ไม่ใช่มาถึงญี่ปุ่นปุ๊บจะมีคนปั่นจักรยานมาขายเหมือนสาวยาคูลต์กันเลย บางคนชอบฝากหาอะไรแปลกๆ แล้วเน้นด้วยนะว่าดังมาก มันจะต้องมีสิ อินี่... มีหรือไม่มีไม่รู้ มันไมไ่ด้ขายข้างบ้านกรุแล้วกัน...

 

12. คนอยู่ญี่ปุ่นมานานกว่า = เก่งภาษาญี่ปุ่นกว่า

ไม่เสมอไปนะ การเรียนภาษาก็เหมือนคบหากับแฟนแหละ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเรากับมันรักกันมากี่ปี แต่ขึ้นอยู่กับว่าพบเจอกันบ่อยแค่ไหน เอาใจใส่กันแค่ไหน อย่าไปคิดว่าเราไม่มีทางเก่งเท่าเขาเพราะเขาอยู่ญี่ปุ่นมานานกว่า -_-;

 

 

 

13. สาวญี่ปุ่นน่ารักเหมือนในนิตยสาร

...มีอยู่แต่ในนิตยสาร... เมื่อ 8 ปีก่อนเคยพูดยังไง ก็ขอยืนยันตามนั้น =_= (แต่แต่งหน้ากันเก่งนะ อันนี้พอช่วยได้)

 

ช่วงนี้รีไรท์นิยายเรื่อง Season`s voice อยู่ และคิดว่าจะเริ่มเรื่องใหม่ได้ในไม่ช้า ดังนั้นอาจจะหายไปเป็นพักๆ -_-;

 

 

******************************

 

เมื่อวันก่อนมีคนถามเรื่องเอบิโซซัง... คือเล่าย่อๆว่าเอบิโซซังเนี่ย แคนเซิลงาน event ไปงานนึงเพราะอ้างว่าไม่สบาย แต่ดันออกไปดื่มและไปมีเรื่องกับชาวบ้านในวันเดียวกันนั้น (คือจริงๆก็เป็นธรรมดานะ บางคนตอนเช้าไม่สบายหยุดงาน แต่ตอนเย็นหาย ก็ออกไปแร_ได้ แต่ดันไปมีเรื่องมีราว พูดง่ายๆคือซวย) ไอ้มีเรื่องนี่ก็คือไปบังเอิญนั่งดื่มกับอดีตหัวหน้าแก๊งค์อันธพาล @_@; แล้วโดนซ้อมจนเป็นเหตุให้ต้องแคนเซิลงานแสดงสำคัญๆไป เอบิโซซังก็ได้รับโทษให้หยุดงานแบบไม่มีกำหนด  ทีนี้ก็มีปัญหาอีกว่าคำให้การของเอบิโซซังกับคนอื่นๆเนี่ยไม่ตรงกัน เมื่อวานนี้ตัวผู้ชายที่เป็นคนลงมือซ้อม (ลูกครึ่งอเมริกา อายุ 26) ก็มามอบตัวแล้ว ต้องดูกันต่อไปว่าความจริงเป็นอะไรยังไงค่ะ m(_ _)m

 

 

Comment

Comment:

Tweet

well, i can totally assure you that this will be the best time ever since we got together

#82 By Professional CV (93.75.230.157) on 2010-12-22 06:51

หายบ่อยไม่ดีนะครับ แฟนคลับรออ่าน คริๆ
ข้อ7. นี่เพิ่งรู้จริงๆค่ะ หาตั๋วคอนเสิร์ตไม่ได้ง่ายๆขนาดๆนั้น แต่ถ้าถึงตอนนั้นจะพยายามหามาให้ได้เลยค่ะ ถึงมันจะยากก็เถอะ ..

ขบอคุณสำหรับความรู้ใหม่ๆค่า .. Hot!

#80 By คานะคุง.. on 2010-12-15 16:28

ชอบอ่ะ
สัญชาติญี่ปุ่นไม่ได้แถมมาพร้อมกับผัว...
Hot! Hot! Hot!

#79 By Nicky on 2010-12-15 15:04

Hot! ภาษาญี่ปุ่นนี่มันยากจริง ๆ

#78 By indeway on 2010-12-15 12:26

ขออนุญาติแอด fav นะขอรับ 555

#77 By Gelcafe' on 2010-12-15 09:58

มีประโยชน์มาก Hot! Hot!
ผู้หญิงน่ารักมีแต่ในนิตยสาร จริงดิ่

#76 By Gelcafe' on 2010-12-15 09:57

^
^
สรุปผิดนะคะ @_@; ไม่ได้หมายความว่าดีหรือแย่กว่าไทย ควรจะสรุปว่ามีหลายอย่างที่คนไทยเข้าใจผิด ทำให้การมาอยู่เป็นไปอย่างไม่สะดวก

#75 By Hayashi Kisara on 2010-12-15 06:48

สรุปจากที่อ่าน=ญี่ปุ่นมันก็ไม่ได้มีอะไรดีกว่าไทยหรอกมีหลายอย่างเหมือนกัน และอีกหลายๆอย่างแย่ไทยกว่าซะด้วยซ้ำไป =-=

#74 By saka (223.207.49.221) on 2010-12-15 06:29


เคยโชคดีได้คุยกะคนญี่ปุ่นคนนึง
เป็นวัยรุ่นเด็กมอปลายอ่ะค่ะ
คุยอังกฤษเก่งมากๆ

เห็นพวกเพื่อนๆมันก็เชื่อแบบนี้เหมือนกัน
(อิจฉา บ้านมันรวย ไปญี่ปุ่นบ่อยๆ)

เรื่องสัญชาติก็พอทราบมาค่ะ
เพราะแม่ทำงานอำเภอและพอดีหนูเรียนกฏหมาย
ดีแล้วค่ะ ที่เขาไม่ให้
ไทยนี่ให้ง่ายเกิน
จนคนไทยจะไม่เหลือในประเทศแร่ะ
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#73 By 猫様★ロックスター on 2010-12-15 00:00

ไปเที่ยวมาก็ตามที่เขียนเลย big smile

#72 By fafner on 2010-12-14 22:28

ส่วนตัว คิดว่าจะไปเที่ยวที่ไหนก็ต้องทำความเข้าใจกับที่ที่จะไป ซักหน่อยก็ยังดีวะ ไม่ใช่ไปแล้วไม่ถูกใจก็ติโน่นตินี่ (ทั้งๆที่มันก็เป็นของมันอย่างนั้นมาตั้งนมนานแล้ว)

เรื่องภาษาก็โดนนนนน มากค่ะ จริงทุกประเด็น!!!

เรื่องสาวสวย ใครซักคนเคยบอกว่า ที่โน่นเค้าเชื่อว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะสวย ไม่ว่าอ้วนผอม ฟันเก ขาโก่ง ก็แต่งกันสุดๆ
คนในเมืองที่นั่นถึงไม่สวยก็ช่างแต่งตัวกันหมด ก็เลยน่ามอง แหม ถ้าที่ไทยเราไม่เอาแต่นั่งจับผิดคนนั้นคนนี้ มันก็น่าจะดีเหมือนกันsad smile

#71 By Petitee on 2010-12-14 21:14

ขอบคุณที่แวะมานะมิ้วๆ

#70 By วิหคสีคราม on 2010-12-14 09:22

เเต่ถึงยังไงเราก็อยากไปอยู่ๆดีนะเเหละ

ตอนเเรกเรานึกว่าไปอยู่นานๆเเล้วจะพูดได้ซะอีก

ตอนนี้ต้องคิดใหม่เเล้วเเฮะ กลัวไปอยู่เเล้วลำบากจัง T^T

#69 By ออม (58.9.86.123) on 2010-12-13 19:41

ภาษาญี่ปุ่นก็เหมือนแฟน เปรียบได้ดีมากเลยครับHot! Hot!

มีหลายเรื่องที่ตรงมากเลย ชอบสาวญี่ปุ่นต้องเหมือนในนิตยสาร ฮาๆ ไปแล้วไม่เจอเลย แต่ก็มีสวยอยู่เหมือนกันนะครับ ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเลยsurprised smile Hot! Hot! Hot!

#68 By ☆★Bello Shouya★☆ on 2010-12-13 17:33

โดนกับตัวจังๆ ข้อสามsad smile คาดหวังสูงไปหน่อย แสดงว่าคาสึเป็น rare item สินะคะเนี่ยsad smile

Hot! Hot! ให้ดาวกับข้อที่เหลือแบบอึ้งๆ sad smile

ว่าแต่ข้อ 6....มีคนเชื่อแบบนั้นด้วยเหรอคะwink wink

#67 By fiothiel on 2010-12-13 17:32

ได้ความรู้เพิ่มครับ

#66 By prius club on 2010-12-13 17:05

ยืนยันเรื่อง ตั๋วคอนด้วยค่ะ ยากสุดๆจริงๆ TT__TT
ต้องล็อตโตด้วย ผลล็อตโต้รอบแรกเราก็ไม่ผ่าน
นี่รอลงรอบสองอยู่ค่ะ T T(ตั๋วคอนเท็นนิสปุริน่ะค่ะ)

เรื่องเอบืโซ แอบ งง เหมือนกัน ว่าเค้าเป็นใคร เห็น
ในข่าวตอนเช้าทุกวันเลย วันก่อนโน้นก็เห็นพ่อเค้า
ออกมาพูด ตอนแรก เราก็นึกว่า เค้าไปทำใครตาย
เสียอีก -*-

ปล อาจจะนานไปหน่อย คราวก่อนขอบคุณมากๆที่มา
ตอบเรืองสูทค่ะ เราสอบไอ้่ โมจิกิชิเค้น (จำชื่อไม่ได้-*-)
ไปแล้วค่ะ ข้อสอบช่าง แบบว่า ความรู้รอบตัวที่เราไม่รู้
เหมือนวัดดวงเลยอ่าค่ะ

#65 By afternoon_silent on 2010-12-13 10:04

ตั๋วคอนเสริฺ์ตหาไม่ง่ายแต่ได้ไม่ยากนะหนูว่า

คือถ้ามีทุนก็ง่ายขึ้นเยอะ คือออคชั่นเอา แต่มันก็จะมีระบบของมันอีก สรุปคือต้องมีทั้ง สกิล เงิน และ ดวง

#64 By Kutan~> on 2010-12-13 08:18

confused smile

#63 By mini-teddy on 2010-12-13 07:49

ชอบอ่าน เกียวกับญี่ปุ่นฮะ add ไว้ เพือมาอ่านอีกฮะHot!

#62 By OpelwaR ベリーズ工房 on 2010-12-13 03:14

อ่านข้อ 7 แล้วสลดเล็กน้อยค่ะ ฮาาา
นึกออกเลยค่ะ เห็นเพื่อนของเพื่อนที่เป็นแฟนคลับไปคอนกันทีนี่
อ็อกบัตรราคากระอักเลือดมาก sad smile
แต่ดูเหมือนตอนนี้จานีสจะเริ่มเปิดให้แฟนต่างประเทศเป็นสมาชิกได้แล้วมั้งค่ะ น่าจะไม่ลำบากเท่าแต่ก่อนเนอะ sad smile

#61 By GAB on 2010-12-13 02:16

อ่านแล้ว...ใช่เลยยยย
เรื่องบัตรคอนจอห์นนี่ส์อีก....
อยากจะไปเป็นสมาชิกจัง แต่ต้องมีที่อยู่ญี่ปุ่น...
อ๊ะ เผลอมาระบายเฉยเลยค่ะ
ขอโทษด้วยนะคะ sad smile

#60 By เอ็มเคสุกี้ on 2010-12-12 23:38

ไปญี่ปุ่นเดินเยอะจริงๆค่ะ แต่ไม่เมื่อยจนกว่าจะหยุดพัก ประมาณว่า พักเมื่อไหร่ เมื่อยเมื่อนั้น เพราะงั้นต้องเดินไปเรื่อยๆค่ะ แล้วจะไม่เมื่อย อันนี้ประสบการณ์ตรง 55555

#59 By LhinKo^_^ on 2010-12-12 21:36

question question question Read more essays about such things and they become more easy!

#58 By admission (78.111.223.14) on 2010-12-12 21:36

ไม่เปิดรับเป็นแฟนคลับใคร แต่ขอเป็นแฟนคลับบล๊อคพี่แล้วกันนะคะ `▽´ノ! (ส เสี่ยว)

อยากรู้ว่าแล้วถ้าไปเรียนแนวๆอนิเมชั่นจะได้อะไรดีกว่าที่ไทยมั้ยอะคะ??? พอจะรู้บ้างมั้ยคะ?
เรื่องของหายาก เพิ่งรู้มาจากเพื่อนเหมือนกันค่ะ เราฝากเค้าซื้อการ์ตูนแต่เค้าบอกว่าในอากิฮาบาระมันไม่มี(ไอ้เราก้นึกว่าอากิฮาบาระมันขายทุกเรื่อง?) สรุปว่าท่าทางคงจะอยู่ในโอโตเมะโร้ด และเพื่อนไม่ยอมเข้าเลยไม่ได้ค่ะ (ฮา)

#57 By USHUS on 2010-12-12 21:16

กด like ครับ (เฮ้ย ! ไม่มีนี่หว่า - -)
Hot! Hot! Hot!

#56 By BakaBasu_馬鹿バス on 2010-12-12 20:15

สนใจแต่ผู้ชายหล่อๆ ค่ายนั้นน่ะค่ะพี่โบว์(พี่โบว์บอกค่ายไหน) 55+

เรื่องภาษาอังกฤษกับคนญี่ปุ่นนี่เป็นอะไรที่แบบ...(พูดไม่ถูก) ไปครั้งก่อนนู้น เพื่อดูคอนเสิร์ตแล้วหาทางไปที่นั่งไม่เจอ ต้องปีนไปขึ้นสแตนด์ แต่ป้ายบอกทางเป็นญี่ปุ่นหมด พอถามสต๊าฟ พาไปชี้แผนที่ งงกันต่อไป ดีที่ว่าสุดท้ายก็เจอ rare item จนได้ พาไปส่งจนถึงที่

ถ้ามีโอกาสได้ไปอยู่ญี่ปุ่น(ไม่ต้องนานมากแค่ครึ่งปี-หนึ่งปี) ก็คงอยู่ได้หรอก แต่จะได้ภาษาจริงจังมั้ยไม่แน่ใจ ฮ่าๆ แอบไม่ชอบคุยเท่าไร

#55 By veenasyamashita on 2010-12-12 20:09

Hot! ง่า เพิ่งรู้หนานิ
เราเองก็เป็นอีกคนที่ญี่ปุ่นพอแค่ถูไถ และกำลังจะไปเรียนต่ิอที่นั่นเหมือนกัน//กรีดร้อง ต้องขยันเพิ่มแล้วสิ TvT

#53 By [Sayoko™ ] on 2010-12-12 18:54

อยากไปเที่ยวญี่ปุ่นจังเลยค่ะ
เราชอบภาษาญี่ปุ่นนะคะ ไม่ได้เรียนหรอกค่ะ
แต่รู้สึกว่าสำเนียงน่ารักมากๆ ไม่ว่าจะเด็กพูดหรือคนแก่พูด

#52 By vg_jan on 2010-12-12 18:35

ข้อ 7 ....

โดนมาแล้วกับตัวครับ

ขนาดไหว้วานให้เพื่อนคนญี่ปุ่นที่เป็นแฟนคลับหาให้ ยังได้ไม่ครบเลยครับ

#51 By misoramen (117.47.153.120) on 2010-12-12 17:44

ข้อ 10... หนูเข้าใจผิดมาตลอดเลย sad smile


Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
รู้อะไรได้ขึ้นมากเลยHot! Hot!

#49 By ParuParu on 2010-12-12 16:50

สุดยอด !!!!!

อ่านเรื่องคอนเสิร์ตถึงกับหมดหวังในชีวิต

#48 By tεruzαkι on 2010-12-12 16:12

ไม่เคยไปแต่ ดูจากประสบการณ์ของญาติ ของพ่อ จากหนังสือ จากในเน็ต ก็ถือว่าลำบากสำหรับคนไทยเลยทีเดียวนะคะเนี่ย open-mounthed smile
ความรู้ค่ะ Hot! Hot!

#46 By zaяaz' on 2010-12-12 14:48

อะไรไม่รู้ แต่รู้อย่าง เดียว โมกันดั้ม ที่ญี่ปุ่น กับ แรร์ โมเดล

หายากในไทย

ที่ญี่ปุ่น ถูกสุดๆ

#45 By Beam & Peach on 2010-12-12 14:10

เป็นความเข้าใจผิดหลายๆอย่างเลย Hot! Hot! Hot!

#44 By Critical#Zeed on 2010-12-12 13:27

13. สาวญี่ปุ่นน่ารักเหมือนในนิตยสาร

อันนี้ เพื่อนผมคนนึงพบความจริงนานแล้วครับ

มันโวยวายเหมือนโดนหลอกไปขายซ่องเลย

T____T

เหมือนเกาหลีแหละ

แต่เรื่องภาษา ผมว่า ไงๆ ญี่ปุ่นก็เป็นภาษาที่ยากอยู่ดีละนะ เฮ้อ

#43 By วิหคสีคราม on 2010-12-12 13:23

ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ พี่โบว์

ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราเองสินะคะ
โอ้วว ต้องขยัน ๆๆ ไฟท์ติ้ง ๆๆ ค่ะ

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
ฮ่าๆชอบเรื่องเรียนภาษามากเลยค่ะ
จริงๆก็ทุกภาษาอะเนอะ
ฝึกเองได้.. แต่ไม่ฝึก

เท่านั้น angry smile
Hot! Hot!
^
^
ได้สุดจะยากค่ะ แต่ก็ไปทำเรื่องหรือไปส่งฟ้องอะไรอย่างนี้ได้ค่ะ เช่นลูกเราเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น เกิดที่ไทย ลืมแจ้งเกิดที่ญี่ปุ่นบลาๆ เค้าจะพิจารณาเป็นรายๆไปค่ะ แต่ถ้าคนต่างชาติจะเป็นสัญชาติญี่ปุ่นนี่ยากค่ะ นอกจากจะไปทำชื่อเสียงอะไรให้ญี่ปุ่นอย่างเช่นเป็นนักกีฬาหรืออะไร ก็มีสิทธิ์ที่จะได้ค่ะ ^^

#40 By Hayashi Kisara on 2010-12-12 04:00

สงใสข้อ6.ค่ะ


ถ้าญี่ปุ่นไม่มีระบบอยู่ไปจนครบหำหนดแล้วได้สัญชาติ แถมแต่งงานก็ไม่ได้สัญชาติ แล้วทำยังไงถึงจะได้สัญชาติญี่ปุ่นอ่ะค่ะ

หรือประเทศนี้เค้าไม่มีนโยบายโอนสัญชาติ?

#39 By ~*Papilio*~ on 2010-12-12 03:40

ตอนไปญี่ปุ่นช่วงซากุระ
เจอฝูง(มหา)ชนที่ อุเอโนะ ก็อึ้งไปแล้วอ่ะค่ะ
แต่ก็ยังอยากไปช่วงใบไม้แดงอยู่ดี ^^

#38 By f i s h *Sky on 2010-12-12 03:05

หลายข้อเห็นด้วย แต่หลายข้อก็งงว่าทำไมมันเป็นอย่างนั้นคะ
โดเฉพาะข้อ 3 เนี่ย บางครั้งเราก็ไม่ได้ต้องการขนาดว่า expert แค่พื้นฐานก็พอแล้วนา (แต่คิดว่าไทยก็ต้องมีแบบนี้เหมือกันแน่)

โชคดีตอนไปญี่ปุ่นพอพูดคำง่ายๆ ของญี่ปุ่นได้บ้าง
หรือคนที่เจอพอพูดอังกฤษได้บ้าง
เผลอพูดเกาหลีใส่คุณป้าขายซอฟต์ครีมไป คุณป้ายังรู้เรื่องอีกค่ะ
ฮามาจนถึงทุกวันนี้ confused smile

#37 By นักทางเดิน on 2010-12-12 01:08

เรื่องตั๋วคอนเสริ์ตนี่เข้าใจดีเลยค่ะ แต่มิใช่จานีสนะ T^T
โศกาอาดูรกันเลยทีเดียว

#36 By uregus on 2010-12-11 23:52

Hot! Hot! Hot! Hot!
ถูก!!

#35 By kunkao007 on 2010-12-11 22:30

ถูกใจเรื่องของภาษาค่ะ ทุกอย่างอยู่ที่การฝึกฝน ถูกต้องที่สุด

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#34 By Vivi on 2010-12-11 20:48

ข้อเจ็ดกดไลค์หนักๆ เลยค่ะ เพราะที่ตามอยู่ก็เข้าข่ายที่ว่า ฮ่าๆๆ เห็นราคาอ็อคบัตรทีแทบเป็นลม พุ่งเหลือหลายยยยยย *me โตเกียวโดม หนูก็ไปไม่ได้ ไม่มีตังค์ ติดสอบอีกตั้งหาก..แง้!!

#33 By ยูจังเองก๊ะ on 2010-12-11 20:47