ที่ญี่ปุ่นเนี่ย ในบริษัทมันจะมีระบบนึงที่ต่างจากไทยเล็กน้อย คือระบบรับพนักงานที่เป็นนักศึกษาจบใหม่ คือส่วนใหญ่แต่ละบริษัทจะมีช่องว่างเปิดรับสำหรับนักศึกษาจบใหม่ คือจะระบุกันไว้ว่าปีนี้เราจะรับนักศึกษาจบใหม่เป็นจำนวนกี่คนๆก็ว่าไป คือพวกนักศึกษาจบใหม่เนี่ย จะไม่ต้องไปแข่งกับพวกพี่ป้าน้าอาที่ต้องการจะเปลี่ยนงานเหมือนบ้านเรา

 

เพราะฉะนั้น เด็กมหาวิทยาลัยจะต้องเริ่มทำกิจกรรมหางานทำกันตั้งแต่ตอนประมาณเรียนปี3 ปี4 ส่วนใหญ่จะได้งานกันก่อนจบการศึกษา เพราะงานจะเริ่มช่วงเดือน 4 ในปีต่อมา บริษัทส่วนใหญ่จะมีการจัดปฐมนิเทศ จัดฝึกงาน จัดพี่เลี้ยง จัดอะไรกันไป ขนาดที่ว่าบางคนที่หางานไม่ได้ ยอมซ้ำชั้นอยู่ปี 5 ที่มหาวิทยาลัยต่อ เพราะถ้าจบการศึกษาไปแบบยังหางานไม่ได้ มันจะหางานยาก ต้องไปแข่งกับพวกที่อยากเปลี่ยนงาน มีประสบการณ์กันมาแล้วอะไรอย่างนี้  (จริงๆแล้วคนญี่ปุ่นก็ไม่ค่อยจะเปลี่ยนงานกันเหมือนบ้านเราอ่ะนะ)

 

อันนี้เป็น Ranking ของพวกนักศึกษาจบใหม่ (คนญี่ปุ่น) ซึ่งเริ่มเข้าไปทำงานในบริษัทเป็นครั้งแรก เกี่ยวกับสิ่งที่เพิ่งได้รู้หลังจากเข้าไปทำงานในบริษัท ลองดูว่าจะเหมือนหรือต่างกับความรู้สึกของพวกเราตอนทำงานบริษัทอย่างไร หรือใครที่อยากทำงานบริษัทญี่ปุ่น ก็น่าจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยค่ะ m(_ _)m

 

อันดับ 20 บริษัทก็มีเครื่องแบบของบริษัท

หลายบริษัทก็ไม่มีหรอก แต่หลายที่ก็มีเหมือนที่ไทย แล้วมันจะไม่ใช่ให้เอาผ้าไปตัดกันเองตามใจชอบเหมือนหลายบริษัทที่ไทย ส่วนใหญ่ก็จะต้องเหมือนกันหมด อาจจะมีกี่แบบกี่แบบก็ว่าไป แล้วบางทีจะไม่ใส่เครื่องแบบมาจากบ้าน แต่จะมีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ หลายที่ไม่ชอบให้ใส่เครื่องแบบไปเที่ยวเฉิดฉายตามที่ต่างๆให้เป็นเป้าสายตาคนอื่น ดังนั้นจะไปจะมาต้องมาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บริษัท (ของไอ้คุณฮายาชินี่เป็นช็อปเอ็นจิเนียสีเขียวคัปปะกันเลยทีเดียว อย่าได้ใส่ออกมาให้อับอายกันเลย)

 

อันดับ 19 ใช้อินเตอร์เน็ทตามใจไม่ได้

ไม่ใช่ที่ไทยฮ่ะ... สังเกต... เวลาอัพบล็อควันธรรมดา คนจะอ่านกันเยอะ พอเสาร์อาทิตย์จะเงียบเชียบกันเชียว... สารภาพมาซะดีๆ ว่าอ่านที่บริษัท!

 

อันดับ 18 ความรู้คอมพิวเตอร์ของคนในบริษัท ทำไมมันต่ำอย่างนี้!

-_-; จากความที่เป็นเด็กสมัยใหม่ไง... เข้าไปเจอตาลุงรุ่นดึกดำบรรพ์ที่สมัยเค้าใช้เครื่องพิมพ์ดีดกันอยู่ เวิร์ด exel อะไรก็ไม่รู้จัก แต่ยังมาโมโหใส่กรุอีกแน่ะ

 

อันดับ 17 คนชอบมาขายของตอนพักกลางวัน

เหมือนที่ไทยป่ะ เวลานั่งกินข้าวแกงจะชอบมีเด็กหรือป้าแก่ๆเอาพวงกุญแจมาขาย (ไม่ใช่ละ) คือตอนกินข้าวคงเป็นช่วงนาทีทองของคนขายเลยมั้งเนอะ บางทีนั่งกินข้าวกล่องกันอยู่ในออฟฟิศหรือโรงอาหาร เจ๊ก็มาขายนู่นขายนี่เฉย แล้วแบบ คนจะกินข้าวอ่ะ... บางทีก็ซื้อไปงั้น แค่อยากกินข้าวสบายๆเร็วๆ อันนี้แล้วแต่บริษัท บางบริษัทเค้าก็ไม่ให้เข้ามา แต่คือ... บริษัทญี่ปุ่นมันไม่ได้มีพี่ยามอยู่ทั่วไปเหมือนของไทยไง บางทีถ้ามันเป็นตึกออฟฟิศที่มีเป็นร้อยบริษัท เจ๊จะเดินเข้ามาหรืออะไรยังไงใครจะไปห้ามได้

 

อันดับ 16 ยังเข้ามาไม่ทันไร ก็เอางานมาลงตู้มแล้ว!

อันนี้เหมือนกันทุกประเทศค่ะน้อง...

 

อันดับ 15 ลงทุนกับอาหารกลางวันกว่าที่คิด

สาว OL รุ่นพี่บางคนจะชวนไปกินนั่นกินนี่ ไปกินบุฟเฟ่ต์งี้งั้นหรือร้านนู้นนี้มั้ย เราเป็นรุ่นน้องบางทีก็ต้องตามน้ำ แต่เค้าไม่ได้เลี้ยงเรานะ T^T (ที่ไทย รุ่นพี่ยังค่อนข้างเลี้ยงเราอ่ะเนอะ อย่าดีใจไป ซักวันนึงเราก็ต้องแก่เหมือนกัน กร๊ากกก)

 

อันดับ 14 ไม่ประหยัดกระดาษก็อปปี้หรือกระดาษปริ้นต์เลย

คือแบบ โฆษณาหรืออะไรก็บอกว่า eco รักโลก โลกร้อนงู้นงี้ แต่เห็นใช้กระดาษก็อปปี้กันแบบไม่เกรงใจหมีขั้วโลกเลย

  

อันดับ 13 ใช้กระดาษในการแชร์ข้อมูลเป็นส่วนใหญ่

คือ...นึกว่าสมัยนี้มันจะต้องเป็นระบบ LAN เข้าถึงข้อมูลกันได้หมดหรืออะไรอย่างนี้ จริงๆแล้วส่วนใหญ่ก็ยังเป็นแฟ้มๆ ใครจะใช้ก็ต้องไปหาเอาเองอยู่

 

อันดับ 12. มีการลำเอียงทางเพศ

เช่นผู้หญิงอาจจะรู้สึกว่างานหลายๆอย่างให้โอกาสผู้ชายมากกว่า ส่วนผู้ชายก็จะรู้สึกว่างานหนักๆมาลงที่กรุหมด ส่วนผู้หญิงได้งานเบาๆน่ารักๆไปทำทั้งที่เงินเดือนเท่ากัน อะไรอย่างนี้

 

อันดับ 11. มีอีเว้นท์บ่อยมาก

มันจะต้องมีอีเว้นท์นู้นนี้ตามเทศกาลวาเลนไทน์ คริสมาสตร์ ปีใหม่ etc. โอกาสพิเศษต่างๆ ครบรอบ แคมเปญ สเปเชี่ยล ขอบคุณลูกค้า ลดราคาปลายปี สรุปว่ามันก็พิเศษกันทั้งปีนั่นแหละ

 

อันดับ 10 โทรศัพท์แม่_ดังทั้งวัน

แล้วคนในบริษัทจะทำเฉย ไม