จริงๆคดีนี้เกิดเมื่อวันที่ 26 ตุลา ปี 1999 ควรจะอัพตั้งแต่เมื่อวาน แต่เนื่องจากเมื่อวานมีเรื่องร้ายมากๆเข้ามา (จากทางไทย) ;_; ก็เลยไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร (ไว้เล่าพรุ่งนี้แล้วกัน ยังทำใจไม่ค่อยได้...)

 

คดีนี้เป็นคดีดัง... เมื่อสาวมหาวิทยาลัยวัยเพียง 21 ถูกแทงเสียชีวิตที่หน้าสถานีรถไฟขณะกำลังนำจักรยานไปจอด และตำรวจสถานีอาเกโอชิ ซึ่งขึ้นอยู่กับจังหวัดไซทามะ เป็นผู้ดูแลคดีนี้

 

พ่อแม่และเพื่อนของชิโอริซัง ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

 

“ชิโอริ ถูกสโตรกเกอร์และตำรวจฆ่าตาย...”

 

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมกราคมปีเดียวกัน ชิโอริซังได้รู้จักกับชายหนุ่มอายุมากกว่า (ตอนนั้น 26 แต่บอกว่าอายุ 23) ที่เกมเซนเตอร์ (ต่อไปนี้จะเรียกไอ้หนุ่มนี่ว่า K) หลังจากรู้จักกันได้พักหนึ่ง ก็ตัดสินใจคบหาเป็นแฟนกัน

 

แรกเริ่มที่คบกัน ก็มีไปกินข้าวกันอะไรกันเฉยๆ แต่พอเข้าเดือนกุมภาพันธ์ Kก็ชวนให้ไปซื้อของด้วยกัน และซื้อพวกของแบรนด์เนม กระเป๋าแพงๆให้

 

เมื่อชิโอริซังปฏิเสธที่จะรับของขวัญแพงๆเหล่านั้น K ก็โกรธมากและด่าว่าเสียๆหายๆ มีการโทรมาที่บ้านทั้งที่ไม่เคยให้เบอร์ ทำให้ชิโอริซังเริ่มกลัวที่จะคบกับผู้ชายคนนี้ต่อ

 

ประมาณปลายเดือนสาม K ก็ชวนไปที่แมนชั่น แต่ชิโอริซังก็จับได้ว่ามีการตั้งกล้องเอาไว้ K โกรธมาก ผลักชิโอริซังติดกำแพงและต่อยไปที่กำแพงให้เฉียดๆใบหน้าหลายครั้ง

 

ชิโอริตัดสินใจเลิกคบกับ K แต่กลับมีโทรศัพท์มาขู่กรรโชกบอกให้คืนเงินล้านเยนมา (ซึ่งไม่เคยเอาไป) หรือโทรมาด่าว่าให้ไปทำงานที่ซ่อง

 

วันที่ 24 มีนาคม ชิโอริพูดกับเพื่อนว่า “ฉันอาจจะถูกฆ่าตายก็ได้...”

 

วันที่ 30 มีนา ชิโอริเขียนพินัยกรรมถึงทุกคนในบ้านเก็บไว้ และตัดสินใจไปบอกเลิกกับ K อีกครั้ง แต่ K ได้ขู่ว่าถ้าเลิกกันจะทำลายครอบครัวให้ย่อยยับ และพูดประวัติที่ทำงานของพ่อแม่พี่น้องในครอบครัวถูกหมด พร้อมกับบังคับให้คบกันต่อ

 

วันที่ 18 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันเกิดชิโอริซัง K ได้ซื้อนาฬิกาโรเลกซ์สุดแพงให้ และชิโอริปฏิเสธที่จะรับอีก K ก็โกรธมาก มีการโทรมาขู่ที่บ้าน ซึ่งได้มีการอัดเทปบันทึกเสียงไว้ด้วย

 

K ได้ให้พี่ชายกับพวกมาที่บ้านของชิโอริ พี่ชายของ K ขู่ว่า K ได้เอาเงินของบริษัทไป 5 ล้านเยนและชิโอริถือเป็นผู้ร่วมก่อการณ์ ให้คืนเงินมา พ่อของชิโอริกลับมาพอดีและเห็นหน้าตาท่าทางของพวก K แล้วรู้ว่าไม่น่าจะใช่คนทำงานบริษัทธรรมดาๆอย่างที่อ้าง เลยบอกว่ามีอะไรให้ไปคุยกับตำรวจ หลังจากที่เถียงกันอยู่สักพัก กลุ่ม K ก็ยอมกลับออกไป โดยที่ด่าและขู่ว่าเรื่องไม่จบแค่นี้

 

่วันรุ่งขึ้น พ่อแม่ก็พาชิโอริและนำเทปไปที่สถานีตำรวจอาเกโอชิ (สังกัดจังหวัดไซทามะ) แต่ตำรวจกลับบอกว่าแค่นี้เป็นคดีไม่ได้หรอก และยังบอกอีกว่า หากสุ่มสี่สุ่มห้าไปยุ่งกับเรื่องชาวบ้านๆแบบนี้เดี๋ยวจะโดนว่า

 

วันรุ่งขึ้น ทั้งสามคนก็ไปสถานีตำรวจอีก (เพราะ K โทรมาประมาณ 20 ครั้ง และในความจริงมีการโทรมาขู่ด่าอย่างนี้ทุกวันจนกระทั่งถึงวันที่ชิโอริซังถูกฆาตกรรม) แต่ตำรวจก็ยังพูดเหมือนเดิม บอกว่าเป็นเรื่องระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย ให้ไปจัดการกันเอง ทั้งยังพูดประมาณว่า ลูกคุณก็รับของเค้ามาเองไม่ใช่เหรอ? ผู้ชายซื้อของแพงให้ พอได้ไปแล้วจะบอกเลิก เป็นใครก็โกรธแหละ

 

พ่อของชิโอริเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ที่บ้าน แต่ K ก็ยังไปหามาและโทรมาอีก แม่ก็ไปบอกตำรวจที่รับเรื่องไว้ว่า เปลี่ยนเบอร์แล้วแต่ K ก็ยังโทรมาอยู่ ตำรวจอาเกโอชิบอกว่า “ก็เปลี่ยนอีกรอบสิครับ”

 

 

หลังจากนั้นก็ยังมีเรื่องต่อ แม่กับชิโอริก็ไปที่สถานีตำรวจอีก พร้อมทั้งเรียกร้องอยากให้มีการจับตัว K มาสอบปากคำเร็วๆ ทว่าตำรวจอาเกโอชิบอกปัดว่า “ถ้าไม่มีการฟ้อง ตำรวจก็สืบสวนอะไรไมไ่ด้หรอกครับ” ทั้งยังพูดทำนองว่า “ลูกสาวคุณก็ยังไม่ได้แต่งงาน ถ้ามีคดีขึ้นศาลแบบนี้เดี๋ยวจะลำบากนะครับ” (ประมาณว่าจะแต่งงานไม่ได้) “รอให้ลูกคุณสอบเสร็จก่อน ค่อยมาส่งฟ้องแล้วกันครับ”

 

ในที่สุด ตำรวจก็ยอมรับหนังสือฟ้องของชิโอริ ซึ่งชิโอริระบุว่าคิดว่าคนร้ายคือ K แต่ตำรวจกลับลงบันทึกว่า กระทำโดยใครก็ยังไม่รู้ และไม่มีการดำเนินการอะไรต่อ

 

จริงๆแล้วหนังสือฟ้องได้ถูกส่งต่อขึ้นไปข้างบน แต่ตำรวจที่ได้รับเรื่องก็บอกว่า ก็ไม่ได้ระบุว่าจะฟ้องใครแล้วจะรับเรื่องได้ยังไง? จะให้สืบอะไรล่ะ? แล้วส่งกลับลงมาใหม่ (ทั้งที่จริงๆชิโอริระบุไปแล้ว)

 

ปกติแล้วถ้าประชาชนส่งหนังสือยื่นฟ้อง ตำรวจจะต้องสอบสวนให้โดยไม่มีข้อแม้ แต่ถ้าเป็นแค่หนังสือยื่นแสดงความเสียหาย ตำรวจมีสิทธิ์ที่จะพิจารณาว่าควรสืบสวนหรือไม่ ดังนั้นนายตำรวจของสถานีอาเกโยชิได้ไปที่บ้านของชิโอริซังและนำหนังสือยื่นแสดงความเสียหายไปให้เขียนและให้ยื่น หลังจากนั้นก็ไปขอให้ถอนหนังสือฟ้อง ซึ่งแม่ของชิโอริซังไม่ยอมถอน ตำรวจก็บอกว่าเดี๋ยวจับคนร้ายได้ค่อยยื่นใหม่ก็ได้ ยืนเมื่อไหร่ก็ได้ ทั้งที่ตามกฏหมายแล้ว ถ้าถอนไปแล้วจะยื่นอีกรอบไม่ได้ และนายตำรวจคนนั้นโกหก

 

หลังจากนั้นนายตำรวจก็มีการแก้เอกสาร ว่าครอบครัวชิโอริซังส่งมาแค่หนังสือยื่นแสดงความเสียหาย ไม่ใช่หนังสือยื่นฟ้อง (ประมาณปลายเดือน 9)

 

กลุ่มของ K ยังคงมาก่อกวนโดยการเอารถมาเปิดเพลงเสียงดังหนวกหูที่หน้าบ้านบ้างอะไรบ้าง แม่ของชิโอริก็ถ่ายรูปไว้หมด แต่แจ้งตำรวจไปก็ไม่ดำเนินการอะไรให้ หลังจากนั้นอีกเพียง 10 วัน ชิโอริก็โดนฆาตกรรมที่หน้าสถานีรถไฟ ขณะออกจากบ้านและกำลังจะนำจักรยานไปจอด

 

ในวันที่ 26 ตุลาคม 1999

 

เรื่องยังไม่จบแค่นั้น เพราะตำรวจอาเกโยชิต้องเป็นคนทำคดีนี้ (เนื่องจากเสียชีวิตที่นี่) ตอนออกมาแถลงคดี ตำรวจได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแบบจงใจ ว่าผู้ตายใช้กระเป๋าปราด้า รองเท้าบู้ทส้นตึก นุ่งกระโปรงสั้น etc. เหมือนพยายามทำให้คนรู้สึกถึงอิมเมจที่ไม่ดีของผู้เสียชีวิต จากนั้น media ก็เอาไปตีความต่างๆตามที่ตำรวจบอก ว่าเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยไฮโซ ติดแบรนด์ เที่ยวกลางคืน ว่ากันไปถึงว่าทำงานขายตัวด้วยเลยทีเดียว และคนที่ดูข่าวนี้ต่างคิดว่าเป็นเพราะนักศึกษาคนนี้ทำตัวเหลวไหลถึงได้ถูกฆ่าตาย (พ่อแม่อึ้งกันไปเลย)

 

ทว่า... มีนักข่าวหนุ่มคนนึงที่สังเกตเห็นความปกตินี้และได้เข้ามาช่วยเหลือพูดคุยกับทางครอบครัว บุกไปสืบเรื่องนี้เองและถ่ายรูปพี่ชายของนาย K กับกรุ๊ปที่เป็นหลักฐานสำคัญกลับมาได้ก่อนตำรวจอาเกโยชิ ในที่สุดก็จับคนร้ายได้และส่งฟ้องได้ทั้ง 4 คน ฝ่ายนาย K ได้หนีไปฆ่าตัวตายที่ฮอกไกโด (เจอศพ)

 

หลังจากนั้นทางพ่อแม่ของชิโอริซังได้ส่งฟ้องตำรวจสถานีอาเกโยชิ จากการสอบสวนได้พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงเอกสารจริง และตรวจสอบได้ว่ามีการพูดอย่างที่ว่า ทั้งยังพยายามปฏิเสธที่จะรับคดีนี้เพราะไม่อยากยุ่งกับคดีชาวบ้านๆ (หาว่าแค่แฟนทะเลาะกัน) เป็นผลให้มีการปลดนายตำรวจ 3 นายออก และถูกตัดเงินเดือนอีก 7 คน (โดนกันถ้วนหน้าทั้งสถานี) และยังสั่งให้จ่ายค่าเสียหายกับครอบครัวของชิโอริซัง 5 ล้าน 5 แสนเยน (แต่มันก็ไม่หายเจ็บใจเนอะ อะไรจะมาแทนชีวิตลูกสาวเราได้)

 

วันที่ 18 พฤษภาคม ปี 2000 ก็เลยมีกฏหมายเกี่ยวกับสโตรกเกอร์ออกมา และมีการแก้ไขปรับปรุงจนมาเป็นฉบับปัจจุบันนี้

 
m(_ _)m

 

 

 

สิ่งที่เราได้ยินจากสื่อ หรือแม้แต่จากตำรวจ บางทีมันก็ไม่ใช่ความจริงเสมอไป เราอยู่ในโลกที่ถูกปั่นหัวให้เชื่อตามข่าวสารที่ได้รับการเสนออยู่ตลอดเวลานั่นแหละนะ...

 

 

m(_ _)m

 

ป.ล. วันนี้เริ่มจิเกียวชิวาเกะแล้ว

 

ป.ล.2 หนาวมากกกกก ตอนเช้ากับค่ำๆไม่ถึง 10 องศา กลางวันสูงสุด 19 องศา วันนี้จะลงมาอยู่ที่ประมาณ 15 องศา ซึ่งเป็นอุณหภูมิเฉลี่ยของเดือน 12 -_-; มีลูกเล็กๆนี่เครียดกันเลยทีเดียว

 

 

 

**********

ตอบคำถาม m(_ _)m

 

Ellebaziซัง : เรื่องไซโคอาคิคงยากน่ะค่ะ เพราะคุยกันไม่รู้เรื่อง กร๊ากกก ส่วนไซโคโบว์กับคุณฮายาชิก็คงไม่มีประโยชน์ เพราะกับทางโรงเรียนอนุบาล เราจ่ายเงินไปแล้วค่ะ

 

Kisara yui : ใช่ ก็เพราะคิดอย่างนั้นไงเลยคิดว่าอย่างน้อยให้ไปมีสังคมก็น่าจะดีกว่ามาอยู่บ้านเพราะอีโก้ของเราน่ะนะ

 

Chimerateddy : ขอบคุณค่ะ ^^ ก็อ่านเจอเหมือนกันค่ะพวกนั้น (หลายเล่มก็เขียน) อาคิก็มีการบ้ายบายทั้งสองแบบ คือตอนแรกกลับหลัง แล้วก็หัวเราะ แล้วก็เปลี่ยนมาบ้ายบายธรรมดา -_-; เหมือนแกล้งเล่นอะไรอย่างนี้น่ะค่ะ แต่จะไปเอาอันนี้เป็นหลักก็ไม่ได้ เด็กธรรมดาบ้ายบายแบบนั้นก็มีค่ะ เห็นมาหลายคนแล้ว ไอ้อาการสามอย่างที่บอก ก็ไม่มีซักกะอย่างค่ะ ถึงได้บอกไงคะว่าอ่านหนังสือแล้วไม่ตรงเลย -_-; คุยได้อะไรมาอีกก็มาบอกกันต่อนะคะ ^^

 

House : ไม่มีอ่ะดิ ไอ้หมอแบบนั้น บางคนบอกต้องรอคิวประมาณ 8 เดือน แล้วเคยพาไปที่เมืองอื่น เค้าก็ไมไ่ด้ ไล่กลับไปที่เมืองตัวเอง บอกว่าให้ไปปรึกษาไอ้โฮะเคนเซ็นเตอร์นี่ แล้วก็ทำตามที่เค้าว่า คือมันจะเป็นลำดับของเค้า ก็ไล่กลับไปวงจรนรกนี่อีก หรือบางที่ก็บอกว่าต้องมีใบแนะนำตัวมาถึงจะตรวจได้ คือต้องไปบอกโฮะเคนเซ็นเตอร์นีเ่อง เซ็ง เมืองที่อยู่มันก็ไม่ใช่เมืองใหญ่อ่ะนะ

 

Mean-a ซัง : มีพูดถึงหมดน่ะค่ะทั้งออทิสติก LD ADHD etc. แต่ของอาคินี่เค้าบอกว่าเป็นกลุ่มออทิสติกน่ะค่ะ

 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

อ่านแล้วโมโหตำรวจมากเลยค่ะ

#46 By lady-rabbit on 2010-10-28 23:31

อ่านไปแล้วก็น่ากลัวนะคะ ไม่ควรไปคบใครสุ่มสี่สุ่มห้านะเนี่ย

อากาศเริ่มหนาวแล้ว รักษาสุขภาพด้วยค่ะ ทั้งครอบครัวเลยค่ะ big smile

#45 By ChocoLek on 2010-10-28 17:29

ประเทศที่เจริญแล้วไม่ได้ช่วยให้จิตใจคนดีขึ้น -_-; เป็นมนุษย์มีดีมีเลวเหมือนกันทั้งโลกเน๊อะ ว่าแต่ใครไปเจอกับอะไรแบบนี้เข้า ก็ถือว่าซวยสุดๆ

#44 By Ying (27.55.223.71) on 2010-10-28 15:33

เศร้าจังค่ะ..
เศร้าตรงพฤติกรรมของตำรวจนี่แหละมากที่สุด

#43 By แอ้ on 2010-10-28 09:33

อ่านแล้วหลอนไปเลย น่ากลัว เจอตำรวจแบบนี้ยิ่งน่ากลัวไปกันใหญ่ - * -

#43 By umiNaka on 2010-10-28 00:56

น่ากลัวจริงแฮะ =__="

#42 By Moonlighteas on 2010-10-27 18:41

เรื่อง stalker ใครไม่โดนกับตัวคงไม่รู้ว่ามันน่ากลัวและน่าหวาดผวาแค่ไหน พี่สาวของเพื่อนก็โดนตามอยู่ค่ะ ถึงขนาดรู้ความเคลื่อนไหวทุกอย่าง แต่ยังไม่โดนคุกคามก็เลยทำอะไรไม่ได้

เคยโดนกับตัวเหมือนกัน แต่ไม่มาก ยังรู้สึกแย่เลย อยากเห็นกฏหมายทำอะไรกับคนพวกนี้บ้าง ไม่ใช่รอให้มีการเสียชีวิตแล้วค่อยกลายเป็นวัวหายล้อมคอก

#41 By プリン on 2010-10-27 18:40

ข่าวนี้ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของอิทธิพลด้วยใช่ไหมคะเนี่ย Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#40 By marine on 2010-10-27 17:21

โหย น่าเศร้ามากๆเลย
ตำรวจแย่มาก
ต้องขอบคุณนักข่าวสุดเท่จริงๆcry

#39 By meawnoy on 2010-10-27 16:56

อย่างนี้น่ากลัวจริงๆ จะหนีไปไหนก็ไม่ได้
รู้สึกไม่มีที่พึ่งเลยทีนี้ -*-

ปล.
อยากกระทืบอิตำรวจมาก..
ขอปรบมือให้นักข่าว ถึงเจ้าทุกข์จะตายไปแล้ว แต่อย่างน้อยก็จับคนร้ายได้

#38 By เม on 2010-10-27 16:48

อยากให้ที่ไทยมีกฏหมายเรื่อง สโตรเกอร์ แบบรุนแรง เหมือนที่ ญี่ปุ่นบ้างจังค่ะ

สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ก็เคยประสบปัญหา ถูก สโตรเกอร์ ตามอยู่เช่นกัน น่ารำคาญจนถึงน่ากลัว เพราะพี่แกเล่นมาดักรอที่หน้าหอพักทุกวัน จนต้องย้ายหนี เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ ฯลฯ

คุณแฟนเราเคยพูดต่อหน้าให้เค้าเลิกยุ่งกับเรา่
แ่ต่พี่แกก็ไม่สนใจ แถมยังถามกลับอีกว่า ทำไมถึงไม่มีสิทธิ์อยากรู้เรื่องของเรา ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนซักหน่อย (แต่เราเดือดร้อนสุด ๆ มันหลอนอ่ะ)

แม้กระทั่งตอนนี้เราแต่งงานแล้ว แต่พี่แกก็ยังไม่เลิกตามค่ะ เอาแต่ถามเรื่องของเรากับเพื่อน ๆ ของเรา (แต่เพื่อนเราก็ไม่ยอมบอก)

เลยทำให้ตอนนี้เรากลายเป็นคนที่ระมัดระวังเรื่อง Privacy ของตัวเองแบบสุด ๆ ไปเลยค่ะ

#37 By ฮิคารุจัง on 2010-10-27 16:39

น่ากลัวมากๆค่ะ แต่ที่แย่ยิ่งกว่าสตอลเกอร์ คือตำรวจหรือเปล่า ดูเหมือนไม่ตั้งใจทำงานเลย

#36 By gallantfoal on 2010-10-27 16:37

น่ากลัว sad smile

#35 By bakabo ลั๊ลล๊า~ on 2010-10-27 16:36

ยังดีที่มีคนพยายามทำความจริงให้ปรากฏ angry smile
Hot! Hot! Hot!

#34 By kisara yui on 2010-10-27 16:32

โอ้วน่ากลัวจัง...+ตำรวจคนนั้นโคตรปัดความรับผิดชอบมากๆเลย

#33 By yo on 2010-10-27 16:20

อ่านแล้วแค้นแทนเลยจริงๆ น่าสงสารคนที่ตายไป

แต่ยังดีที่มีนักข่าวคนนั้น ไม่งั้นก็คงต้องโดนแบบเดิมๆ angry smile

#32 By 프라이데이 on 2010-10-27 15:28

อ่านแล้วเป็นห่วงเพื่อนเลย มีสโตรกเกอร์คอยตามเค้าอยู่เหมือนกัน

#31 By oowazabioo on 2010-10-27 14:54

เป็นเรื่องที่น่ากลัวมากเลย ตำรวจหายนี่ก็ นอกจากจะไม่ช่วยแล้วยังทำให้มันแย่กว่าเดิมอีก= =

#30 By Ikawa Kaori on 2010-10-27 14:28

ญี่ปุ่นนี่มีคดีแบบนี้ไม่น้อยนะครับ
และที่เมืองไทยก็ไม่น้อยเช่นกัน
และตำรวจดีๆที่ไหนก็หายากเหมือนกัน

ผมชื่นชมน้กข่าวคนนั้นมากเลยละครับ

#29 By HAKURO on 2010-10-27 13:24

อ่านเเล้วน่าเศร้ารู้ตัวว่ามีอันตรายแต่ตำรวจไม่ช่วย
สงสารพ่อแม่ของเค้า คงจะเสียใจและแค้นใจมากๆ

#28 By Cottony (210.213.7.234) on 2010-10-27 13:12

เป็นคดีที่แปลกและน่าสนใจมากเลยค่ะ...น่าสงสารครอบครัวของชิโอริจัง...พวกที่มีอิทธิพลมีอยู่ทุกวงการนั้นแหล่ะแต่ทว่าที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือตำรวจผู้ที่ได้ชื่อว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎ์...แต่แล้วความยุติธรรมก็มีอยู่จริงบ้างแม้ว่ามันอาจจะสายไปเสียแล้ว...

#27 By แอบอ่าน (125.26.57.54) on 2010-10-27 12:12

น่ากลัวอ่ะ
เหมือนตำรวจก็พึ่งไม่ได้

#26 By [ Sai ];charot on 2010-10-27 12:04

แบบนี้มีตำรวจไว้ทำไมกันนี่

ปล.พลอตเรื่องที่ไม่มีเจ้าหน้าที่รับเรื่องนี่ไม่ได้เกิดขึ้นแต่ประเทศไทยแฮะ sad smile

#25 By Faith on 2010-10-27 12:01

สมควรแล้วครับที่กฎหมายสโตรกเกอร์ที่ญี่ปุ่นมันแรงได้ใจ
ก็ไม่คิดเหมือนกันนะครับว่า ตำรวจญี่ปุ่นจะไร้ความรับผิดชอบได้ใจเหมือนกัน นึกว่าตำรวจเลว ๆ โง่ ๆ ของญี่ปุ่นจะมีแต่ในละคร การ์ตูน แนวนักสืบซะอีก
แต่ก็ยังดีที่กฎหมายญี่ปุ่นศักดิ์สิทธิ์จริงครับ เลยทำให้ตำรวจบัดซบเหล่านี้ได้รับการลงทัณฑ์ที่สาสมแต่ยังไม่สะใจพอ

p.s. 26 ตุลา วันที่น่าจดจำ

#24 By リリース on 2010-10-27 11:46

ตำรวจเลวมากเลยค่ะ ดีที่สุดท้ายยังทวงความยุติธรรมคืนได้big smile

#23 By jomkwan on 2010-10-27 11:20

โห น่ากลัวสุด...
สงสารผู้หญิงคนนั้นจัง

#22 By Knockuro on 2010-10-27 11:12

ปล. ลืมถามไป กฏหมายสโตกเกอร์คืออะไรหรอค่ะ? wink

#21 By Ellebazi on 2010-10-27 11:08

สงสารครอบครัวชิโอริจัง แล้วก็ชอบใจคุณนักข่าวที่ตามเรื่องจนความจริงกระจ่างมาก
เอิ้กๆ โซโคอาคิไม่ได้เพราะคุยไม่รู้เรื่อง กร้ากก จะว่าไปก็เป็นข้อดีที่คาดไม่ถึงแหะ~ question

#20 By Ellebazi on 2010-10-27 11:02

สโตรกเกอร์...พวกนี้น่ากลัวสุดๆ แต่ก็ยังมีระดับอีก พวกเป็นมากกกก กับเป็นนิดๆ หน่อยๆ ไอ้อย่างหลังนี่ยังพอ 'ทำใจ' ได้บ้าง แต่อย่างแรกนี่ทำเอาหลอนกันไปเลยทีเดียว


แต่จากเรื่องนี้ที่พี่โบว์แชร์มาเป็นอะไรที่แบบน่ากังวลอยู่นะ โอเคว่าเคสนี้จบไปแล้ว คนทำผิดก็ได้รับผลกรรมกันไป แต่คนที่ตายก็ตายไปแล้ว คนในครอบครัวได้รับเงินชดเชยมันก็ไม่คุ้มกันหรอก แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไร ที่สำคัญกว่า ในโลกนี้มีคำว่า 'ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย' วันดีคืนดีมันอาจจะมีพวกนี้โผล่ขึ้นมาอีก เฮ้อ!! สีสันชีวิตแบบขนพองสยองเกล้าแท้ๆ

แต่นะแค่ปลดเองเหรอ เพราะความ ...(เรียกยังไงดีล่ะ) ของพวกตำรวจกลุ่มนั้น ทำเอาคนตายไปคน จิตหลอนไปทั้งครอบครัว มันควรโดนหนักกว่านั้นนะเนี่ย (อาฆาต 55)


ฝากลมฝากฟ้า ชมเชยนักข่าวคนนั้นเลย สุดยอดมากๆ ตามหา และตีแผ่ความจริงจนผู้เดือดร้อนได้รับการชดเชย ไม่ปล่อยให้เรื่องลอยหายไปกับกาลเวลา แค่ได้หัวข้อข่าวมาชั่วพักแล้วปล่อยไป อยากให้มีนักข่าวแบบนี้เยอะๆ จังเลย มุ่งมั่นและยึดจรรยาบรรณ

ปล.เห็นขึ้นต้นว่ามีเรื่องร้ายแรง สู้ๆ นะคะพี่โบว์

#19 By veenasyamashita on 2010-10-27 10:27

...
ตำรวจเลวๆไม่ได้มีแค่ที่ไทยสินะ =_=

#18 By ~* SeLene *~ on 2010-10-27 10:14

สโตรกเกอร์นี่เป็นสมช.ที่น่ากลัวจริงๆ
(แทงใจดำตัวเอง กร๊ากก)

#17 By 13-1-e-s-s on 2010-10-27 10:09

อ่านแล้วรำคาญใจตำรวจ. . .

ประเทศไหนๆก็เหมือนกัน sad smile

#16 By J@an~♪♫ on 2010-10-27 09:44

น่ากลัวจังเลยค่ะ...
ตำรวจเกรียนมาก ...
ได้ความรู้มาก ๆ ค่ะ ขอบคุณค่ะที่นำมาเล่าให้ฟัง Hot! Hot! Hot!

#14 By momoocha on 2010-10-27 09:20

อ่านแล้วเศร้าใจมากเลยค่ะเมื่อก่อนอยู่หอพักมีช่องข่าวของ NHK ให้ดูเมื่อซักสองปีที่แล้วก็มีเด็กนักเรียนหายไปตอนกลางคืน เค้าก็เอาวิดีโอในกล้องวงจรปิดมาให้ดูว่าน้องเดินไปทางไหนบ้าง เห็นข่าวแบบนี้แล้วก็ใจคอหดหู่ทุกทีเลย


ส่วนเรื่องของคุณโบว์ถึงจะยังไม่รู้ว่าเรื่องอะไรแต่ก็สู้ๆ เข้านะคะ

#13 By uregus on 2010-10-27 08:59

อ่านแล้วน่ากลัวมากมาย ฮือ
ตำรวจ....

#12 By น้องยุ้ย_Eroi*2 on 2010-10-27 08:45

อ่านแล้วเศร้าใจกับคนที่ "ประกอบอาชีพอาชีพตำรวจ" คนพวกนี้ (ซึ่งมีอยู่ค่อนข้างเยอะ) ทำให้ประชาชนตาดำๆ และตำรวจจริงๆ พลอยโดนหางเลขไปด้วย

สลดใจครับ

#11 By sasarai on 2010-10-27 08:34

ตัวนาย K & the Gang นี่เหมือนอ่านข่าวฆาตกรรม

แต่สถานีตำรวจนี่ ไม่ไหว ตำรวจญี่ปุ่นหย่อนหยาน
ขนาดนี้ ประชาชนจะรับผิดชอบตัวเอง อย่างไรได้

sad smile

#10 By Mr.Shock on 2010-10-27 08:32

คดีนี้ เป็นอย่างที่พ่อแม่ของเธอพูดจริง ๆ นั่นแหละ
angry smile

เรื่องร้าย ๆ มันผ่านมาแล้วก็จะผ่านไปนะ

#9 By ไทดี้ on 2010-10-27 08:31

จะตำหนวดชาติไหนก็พอกันจริงๆ -_-'

#8 By DarkNeon on 2010-10-27 08:29

ตำรวจไม่ได้ช่วยแถมยังทำให้แย่ไปอีก

#7 By wesong on 2010-10-27 08:13

เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากๆค่ะ ไม่ว่าจะชดเชยยังไงก็คงไม่สามารถทดแทนลูกสาวได้แน่ๆ รู้สึกขอบคุณนักสืบคนนั้นแทนครอบครัวของคุณชิโอริค่ะ แต่ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากจะให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นเลย

#6 By [Gental Choco] on 2010-10-27 07:56

เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากๆค่ะ ไม่ว่าจะชดเชยยังไงก็คงไม่สามารถทดแทนลูกสาวได้แน่ๆ รู้สึกขอบคุณนักสืบคนนั้นแทนครอบครัวของคุณชิโอริค่ะ แต่ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากจะให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นเลย

#5 By [Gental Choco] on 2010-10-27 07:56

นี่รึตำรวจ....

#4 By inbloom on 2010-10-27 07:41

โห...โหดอะ

#3 By mawemo on 2010-10-27 06:59

Stalker ของญี่ปุ่นนี่น่ากลัวพิลึกดีนะ อ่านดูแล้วยังกะฝ่ายผู้ชายเป็นพวกแก๊งค์ยากุซ่าเลยแหนะ เล่นมุขยากุซ่าด้วย เช่นซื้อของแพงลิบลิ่วให้ยังงี้ บอกติดหนี้ฉัน 5 ล้านเยนยังงี้ แถมมีเอาแว๊นซ์มาส่งเสียงหน้าบ้านอีก

ดีที่ไทยยังไม่มีรายงานคดีแบบนี้นะ ไทยมีแต่แบบพวกกรรมกรหื่นกาม หรือเด็กวัยรุ่นติดยาตะครุบสาวมหาลัยไปรุมโทรม

ตอนนี้ที่ประเทศไทยโดนพายุเปลี่ยนอากาศถล่ม ภาคเหนือ ภาคอีสานน้ำท่วมถึงหลังคาบ้าน

#2 By Tarurotte' on 2010-10-27 06:41

อืม.... เป็นเรื่องที่น่ากลัวมากเลย sad smile แต่อย่างน้อยความยุติธรรมก็ยังเหลืออยู่บนโลกอะนะ

#1 By boboverlord on 2010-10-27 06:38