จริงๆคดีนี้เกิดเมื่อวันที่ 26 ตุลา ปี 1999 ควรจะอัพตั้งแต่เมื่อวาน แต่เนื่องจากเมื่อวานมีเรื่องร้ายมากๆเข้ามา (จากทางไทย) ;_; ก็เลยไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร (ไว้เล่าพรุ่งนี้แล้วกัน ยังทำใจไม่ค่อยได้...)

 

คดีนี้เป็นคดีดัง... เมื่อสาวมหาวิทยาลัยวัยเพียง 21 ถูกแทงเสียชีวิตที่หน้าสถานีรถไฟขณะกำลังนำจักรยานไปจอด และตำรวจสถานีอาเกโอชิ ซึ่งขึ้นอยู่กับจังหวัดไซทามะ เป็นผู้ดูแลคดีนี้

 

พ่อแม่และเพื่อนของชิโอริซัง ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

 

“ชิโอริ ถูกสโตรกเกอร์และตำรวจฆ่าตาย...”

 

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมกราคมปีเดียวกัน ชิโอริซังได้รู้จักกับชายหนุ่มอายุมากกว่า (ตอนนั้น 26 แต่บอกว่าอายุ 23) ที่เกมเซนเตอร์ (ต่อไปนี้จะเรียกไอ้หนุ่มนี่ว่า K) หลังจากรู้จักกันได้พักหนึ่ง ก็ตัดสินใจคบหาเป็นแฟนกัน

 

แรกเริ่มที่คบกัน ก็มีไปกินข้าวกันอะไรกันเฉยๆ แต่พอเข้าเดือนกุมภาพันธ์ Kก็ชวนให้ไปซื้อของด้วยกัน และซื้อพวกของแบรนด์เนม กระเป๋าแพงๆให้

 

เมื่อชิโอริซังปฏิเสธที่จะรับของขวัญแพงๆเหล่านั้น K ก็โกรธมากและด่าว่าเสียๆหายๆ มีการโทรมาที่บ้านทั้งที่ไม่เคยให้เบอร์ ทำให้ชิโอริซังเริ่มกลัวที่จะคบกับผู้ชายคนนี้ต่อ

 

ประมาณปลายเดือนสาม K ก็ชวนไปที่แมนชั่น แต่ชิโอริซังก็จับได้ว่ามีการตั้งกล้องเอาไว้ K โกรธมาก ผลักชิโอริซังติดกำแพงและต่อยไปที่กำแพงให้เฉียดๆใบหน้าหลายครั้ง

 

ชิโอริตัดสินใจเลิกคบกับ K แต่กลับมีโทรศัพท์มาขู่กรรโชกบอกให้คืนเงินล้านเยนมา (ซึ่งไม่เคยเอาไป) หรือโทรมาด่าว่าให้ไปทำงานที่ซ่อง

 

วันที่ 24 มีนาคม ชิโอริพูดกับเพื่อนว่า “ฉันอาจจะถูกฆ่าตายก็ได้...”

 

วันที่ 30 มีนา ชิโอริเขียนพินัยกรรมถึงทุกคนในบ้านเก็บไว้ และตัดสินใจไปบอกเลิกกับ K อีกครั้ง แต่ K ได้ขู่ว่าถ้าเลิกกันจะทำลายครอบครัวให้ย่อยยับ และพูดประวัติที่ทำงานของพ่อแม่พี่น้องในครอบครัวถูกหมด พร้อมกับบังคับให้คบกันต่อ

 

วันที่ 18 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันเกิดชิโอริซัง K ได้ซื้อนาฬิกาโรเลกซ์สุดแพงให้ และชิโอริปฏิเสธที่จะรับอีก K ก็โกรธมาก มีการโทรมาขู่ที่บ้าน ซึ่งได้มีการอัดเทปบันทึกเสียงไว้ด้วย

 

K ได้ให้พี่ชายกับพวกมาที่บ้านของชิโอริ พี่ชายของ K ขู่ว่า K ได้เอาเงินของบริษัทไป 5 ล้านเยนและชิโอริถือเป็นผู้ร่วมก่อการณ์ ให้คืนเงินมา พ่อของชิโอริกลับมาพอดีและเห็นหน้าตาท่าทางของพวก K แล้วรู้ว่าไม่น่าจะใช่คนทำงานบริษัทธรรมดาๆอย่างที่อ้าง เลยบอกว่ามีอะไรให้ไปคุยกับตำรวจ หลังจากที่เถียงกันอยู่สักพัก กลุ่ม K ก็ยอมกลับออกไป โดยที่ด่าและขู่ว่าเรื่องไม่จบแค่นี้

 

่วันรุ่งขึ้น พ่อแม่ก็พาชิโอริและนำเทปไปที่สถานีตำรวจอาเกโอชิ (สังกัดจังหวัดไซทามะ) แต่ตำรวจกลับบอกว่าแค่นี้เป็นคดีไม่ได้หรอก และยังบอกอีกว่า หากสุ่มสี่สุ่มห้าไปยุ่งกับเรื่องชาวบ้านๆแบบนี้เดี๋ยวจะโดนว่า

 

วันรุ่งขึ้น ทั้งสามคนก็ไปสถานีตำรวจอีก (เพราะ K โทรมาประมาณ 20 ครั้ง และในความจริงมีการโทรมาขู่ด่าอย่างนี้ทุกวันจนกระทั่งถึงวันที่ชิโอริซังถูกฆาตกรรม) แต่ตำรวจก็ยังพูดเหมือนเดิม บอกว่าเป็นเรื่องระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย ให้ไปจัดการกันเอง ทั้งยังพูดประมาณว่า ลูกคุณก็รับของเค้ามาเองไม่ใช่เหรอ? ผู้ชายซื้อของแพงให้ พอได้ไปแล้วจะบอกเลิก เป็นใครก็โกรธแหละ

 

พ่อของชิโอริเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ที่บ้าน แต่ K ก็ยังไปหามาและโทรมาอีก แม่ก็ไปบอกตำรวจที่รับเรื่องไว้ว่า เปลี่ยนเบอร์แล้วแต่ K ก็ยังโทรมาอยู่ ตำรวจอาเกโอชิบอกว่า “ก็เปลี่ยนอีกรอบสิครับ”

 

 

หลังจากนั้นก็ยังมีเรื่องต่อ แม่กับชิโอริก็ไปที่สถานีตำรวจอีก พร้อมทั้งเรียกร้องอยากให้มีการจับตัว K มาสอบปากคำเร็วๆ ทว่าตำรวจอาเกโอชิบอกปัดว่า “ถ้าไม่มีการฟ้อง ตำรวจก็สืบสวนอะไรไมไ่ด้หรอกครับ” ทั้งยังพูดทำนองว่า “ลูกสาวคุณก็ยังไม่ได้แต่งงาน ถ้ามีคดีขึ้นศาลแบบนี้เดี๋ยวจะลำบากนะครับ” (ประมาณว่าจะแต่งงานไม่ได้) “รอให้ลูกคุณสอบเสร็จก่อน ค่อยมาส่งฟ้องแล้วกันครับ”

 

ในที่สุด ตำรวจก็ยอมรับหนังสือฟ้องของชิโอริ ซึ่งชิโอริระบุว่าคิดว่าคนร้ายคือ K แต่ตำรวจกลับลงบันทึกว่า กระทำโดยใครก็ยังไม่รู้ และไม่มีการดำเนินการอะไรต่อ

 

จริงๆแล้วหนังสือฟ้องได้ถูกส่งต่อขึ้นไปข้างบน แต่ตำรวจที่ได้รับเรื่องก็บอกว่า ก็ไม่ได้ระบุว่าจะฟ้องใครแล้วจะรับเรื่องได้ยังไง? จะให้สืบอะไรล่ะ? แล้วส่งกลับลงมาใหม่ (ทั้งที่จริงๆชิโอริระบุไปแล้ว)

 

ปกติแล้วถ้าประชาชนส่งหนังสือยื่นฟ้อง ตำรวจจะต้องสอบสวนให้โดยไม่มีข้อแม้ แต่ถ้าเป็นแค่หนังสือยื่นแสดงความเสียหาย ตำรวจมีสิทธิ์ที่จะพิจารณาว่าควรสืบสวนหรือไม่ ดังนั้นนายตำรวจของสถานีอาเกโยชิได้ไปที่บ้านของชิโอริซังและนำหนังสือยื่นแสดงความเสียหายไปให้เขียนและให้ยื่น หลังจากนั้นก็ไปขอให้ถอนหนังสือฟ้อง ซึ่งแม่ของชิโอริซังไม่ยอมถอน ตำรวจก็บอกว่าเดี๋ยวจับคนร้ายได้ค่อยยื่นใหม่ก็ได้ ยืนเมื่อไหร่ก็ได้ ทั้งที่ตามกฏหมายแล้ว ถ้าถอนไปแล้วจะยื่นอีกรอบไม่ได้ และนายตำรวจคนนั้นโกหก

 

หลังจากนั้นนายตำรวจก็มีการแก้เอกสาร ว่าครอบครัวชิโอริซังส่งมาแค่หนังสือยื่นแสดงความเสียหาย ไม่ใช่หนังสือยื่นฟ้อง (ประมาณปลายเดือน 9)

 

กลุ่มของ K ยังคงมาก่อกวนโดยการเอารถมาเปิดเพลงเสียงดังหนวกหูที่หน้าบ้านบ้างอะไรบ้าง แม่ของชิโอริก็ถ่ายรูปไว้หมด แต่แจ้งตำรวจไปก็ไม่ดำเนินการอะไรให้ หลังจากนั้นอีกเพียง 10 วัน ชิโอริก็โดนฆาตกรรมที่หน้าสถานีรถไฟ ขณะออกจากบ้านและกำลังจะนำจักรยานไปจอด

 

ในวันที่ 26 ตุลาคม 1999

 

เรื่องยังไม่จบแค่นั้น เพราะตำรวจอาเกโยชิต้องเป็นคนทำคดีนี้ (เนื่องจากเสียชีวิตที่นี่) ตอนออกมาแถลงคดี ตำรวจได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแบบจงใจ ว่าผู้ตายใช้กระเป๋าปราด้า รองเท้าบู้ทส้นตึก นุ่งกระโปรงสั้น etc. เหมือนพยายามทำให้คนรู้สึกถึงอิมเมจที่ไม่ดีของผู้เสียชีวิต จากนั้น media ก็เอาไปตีความต่างๆตามที่ตำรวจบอก ว่าเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยไฮโซ ติดแบรนด์ เที่ยวกลางคืน ว่ากันไปถึงว่าทำงานขายตัวด้วยเลยทีเดียว และคนที่ดูข่าวนี้ต่างคิดว่าเป็นเพราะนักศึกษาคนนี้ทำตัวเหลวไหลถึงได้ถูกฆ่าตาย (พ่อแม่อึ้งกันไปเลย)

 

ทว่า... มีนักข่าวหนุ่มคนนึงที่สังเกตเห็นความปกตินี้และได้เข้ามาช่วยเหลือพูดคุยกับทางครอบครัว บุกไปสืบเรื่องนี้เองและถ่ายรูปพี่ชายของนาย K กับกรุ๊ปที่เป็นหลักฐานสำคัญกลับมาได้ก่อนตำรวจอาเกโยชิ ในที่สุดก็จับคนร้ายได้และส่งฟ้องได้ทั้ง 4 คน ฝ่ายนาย K ได้หนีไปฆ่าตัวตายที่ฮอกไกโด (เจอศพ)

 

หลังจากนั้นทางพ่อแม่ของชิโอริซังได้ส่งฟ้องตำรวจสถานีอาเกโยชิ จากการสอบสวนได้พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงเอกสารจริง และตรวจสอบได้ว่ามีการพูดอย่างที่ว่า ทั้งยังพยายามปฏิเสธที่จะรับคดีนี้เพราะไม่อยากยุ่งกับคดีชาวบ้านๆ (หาว่าแค่แฟนทะเลาะกัน) เป็นผลให้มีการปลดนายตำรวจ 3 นายออก และถูกตัดเงินเดือนอีก 7 คน (โดนกันถ้วนหน้าทั้งสถานี) และยังสั่งให้จ่ายค่าเสียหายกับครอบครัวของชิโอริซัง 5 ล้าน 5 แสนเยน (แต่มันก็ไม่หายเจ็บใจเนอะ อะไรจะมาแทนชีวิตลูกสาวเราได้)

 

วันที่ 18 พฤษภาคม ปี 2000 ก็เลยมีกฏหมายเกี่ยวกับสโตรกเกอร์ออกมา และมีการแก้ไขปรับปรุงจนมาเป็นฉบับปัจจุบันนี้

 
m(_ _)m

 

 

 

สิ่งที่เราได้ยินจากสื่อ หรือแม้แต่จากตำรวจ บางทีมันก็ไม่ใช่ความจริงเสมอไป เราอยู่ในโลกที่ถูกปั่นหัวให้เชื่อตามข่าวสารที่ได้รับการเสนออยู่ตลอดเวลานั่นแหละนะ...

 

 

m(_ _)m

 

ป.ล. วันนี้เริ่มจิเกียวชิวาเกะแล้ว

 

ป.ล.2 หนาวมากกกกก ตอนเช้ากับค่ำๆไม่ถึง 10 องศา กลางวันสูงสุด 19 องศา วันนี้จะลงมาอยู่ที่ประมาณ 15 องศา ซึ่งเป็นอุณหภูมิเฉลี่ยของเดือน 12 -_-; มีลูกเล็กๆนี่เครียดกันเลยทีเดียว

 

 

 

**********

ตอบคำถาม m(_ _)m

 

Ellebaziซัง : เรื่องไซโคอาคิคงยากน่ะค่ะ เพราะคุยกันไม่รู้เรื่อง กร๊ากกก ส่วนไซโคโบว์กับคุณฮายาชิก็คงไม่มีประโยชน์ เพราะกับทางโรงเรียนอนุบาล เราจ่ายเงินไปแล้วค่ะ

 

Kisara yui : ใช่ ก็เพราะคิดอย่างนั้นไงเลยคิดว่าอย่างน้อยให้ไปมีสังคมก็น่าจะดีกว่ามาอยู่บ้านเพราะอีโก้ของเราน่ะนะ

 

Chimerateddy : ขอบคุณค่ะ ^^ ก็อ่านเจอเหมือนกันค่ะพวกนั้น (หลายเล่มก็เขียน) อาคิก็มีการบ้ายบายทั้งสองแบบ คือตอนแรกกลับหลัง แล้วก็หัวเราะ แล้วก็เปลี่ยนมาบ้ายบายธรรมดา -_-; เหมือนแกล้งเล่นอะ