วันนี้พาตัวเล็กสองตัวไปฉีดวัคซีนมา... (ยังฉีดไม่ครบ อย่าไปเข้าใกล้ T^T) จริงๆอาคินี่ฉีดวัคซีนพื้นฐานตามที่รัฐบาลกำหนด (พูดง่ายๆคือฟรี...) ครบตามวัยแล้ว แต่มันก็ยังมีพวกยิบย่อยที่รัฐบาลไม่คัพเวอร์ ใครอยากฉีดก็จ่ายเอง วันนี้ฉีดไปเข็มเดียวหมดไป 7000 เยน =_= ได้ข่าวยังเหลืออีกเยอะแยะ (แล้วลูกกรุสองคน) จะฉีดอีกกี่อย่างดีเนี่ย...

 

 

ราคาอย่างนี้ คิดว่าพ่อแม่หลายคนไม่มีปัญญาฉีดแน่ๆ แต่ละเข็มแพงบรรลัย... บางเข็มนี่ราคาเกินหมื่นเยน แล้วฉีด 4 ครั้งด้วยนะ =_=

 

 

แล้วคือ... ลูกสองคน นัดวันเดียวกัน ก็ต้องกระเตงไปคนเดียว ตอนเอาตัวโตเข้าไป ก็ต้องทิ้งตัวเล็กไว้ข้างนอกอย่างนั้น =_= (เค้าบอกให้ทิ้งไว้ ไม่ให้เอาเข้าไป) นางพยาบาลก็คอยดูๆให้ เป็นอะไรที่ พะวงมาก... แหม ลูกกรุเพิ่งขวบเดียว ทิ้งไว้ท่ามกลางเด็กโตๆเกือบสิบคนที่เค้าเล่นกันอยู่ แล้วของเล่นก็ชิ้นเล็กๆน่าเอาเข้าปากทั้งนั้น ปลอดภัยดีแท้...

 

 

แต่คนอื่นก็คงทิ้งไว้อย่างนี้เหมือนกัน

 

 

หลายคน (ที่ไทย) เป็นห่วงว่าเลี้ยงลูกสองคนตัวคนเดียวทุกวันๆ ไหวเหรอ? ไม่เหนื่อยเหรอ?

 

 

ก็เหนื่อยนะ แต่ก็ชินน่ะ @_@; ไม่รู้สิ... คือสามารถตื่นมาชงนมกี่รอบๆก็ได้ในหนึ่งคืนแล้วก็ไปนอนต่อ (สามารถชงนมถูกแม้ไม่เปิดไฟ  ชงนมด้วยเซ้นส์ กร๊ากกก) เช้าก็ตื่นตีห้าแล้วก็ทำนู่นทำนี่ได้ตามปกติ กลางวันก็ไม่ง่วงนะ...

 

 

เลี้ยงเด็กก็อย่างว่า... มีนรกบ้างเป็นบางวัน แต่ไม่ใช่ทุกวันหรอกน่า... แล้วเด็กนี่มันก็โตขึ้นเรื่อยๆ เดี๋ยวมันก็โตแล้ว เจอกับอะไรก็อย่าไปคิดอย่าไปเครียด ไอ้โตแล้วไปกรี๊ดๆใส่หน้าชาวบ้านส่วนใหญ่มีแต่ในละครไทยเท่านั้นแหละ =_=

 

 

ฟังข่าวที่ว่าคู่สามีภรรยาชาวญี่ปุ่น 1 ใน 10 คู่ มีความกลุ้มใจเรื่องมีลูกยากกันอยู่

 

 

สาเหตุของการมีลูกยากก็หลายอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือคู่แต่งงานสมัยนี้ มีแนวโน้มจะอายุมากขึ้นกันเรื่อยๆ... เพราะมัวแต่ทำงงทำงานกัน @_@; สมัยก่อนยังหาคนที่คลอดลูกคนแรกตอนอายุ 35 อะไรอย่างนี้ยากหน่อย แต่สมัยนี้มีเป็นปกติธรรมดากันไปแล้ว คนญี่ปุ่นสมัยนี้ อายุ 40 ยังเพิ่งท้องลูกคนแรกก็มีเลย @_@;

 

 

เพราะหลายคนรอสร้างเนื้อสร้างตัว รอพร้อมในหลายๆอย่าง แล้วกว่าอะไรๆมันจะลงตัว หรือกว่าจะหาคนแต่งงานด้วยได้เนี่ย อายุอารามมันก็ไปเรื่อยแล้ว เนื่องจากช่วงวัยหนุ่มสาวมีอะไรต้องทำเยอะแยะ บางคนก็มัวแต่ห่วงงานหรือห่วงชีวิตส่วนตัวมากกว่า กว่าจะมาคิดเรื่องคู่ครองก็อายุ 30 กว่าเข้าไปแล้ว ในเมื่อแต่งงานช้า ก็ต้องมีลูกช้าเป็นธรรมดา

 

 

อายุล่วงเลย ความฟิตของร่างกายมันก็ถดถอยอ่ะนะ เพราะรังไข่ของผู้หญิงก็จะลดความสมบูรณ์ลงไปเรื่อยๆเหมือนกัน ตั้งแต่ช่วง 35 อะไรอย่างนี้แหละ

 

เรื่องมีลูกยากนี่...

 

 

หลายคนชอบพูดง่ายๆว่าทำไมไม่ไปหาหมอ? ทำไมไม่ไปปรึกษาหมอ? สมัยนี้เค้าทำกิฟท์ทำอะไรกัน เทคโนโลยีก้าวหน้าไปถึงไหนแล้วฮู้ว!

 

 

....

 

 

อย่าพูดง่ายๆอย่างนั้น -_-;

 

 

รู้รึเปล่าว่าทำกิฟท์เนี่ยเสียเงินเท่าไหร่? ถ้าเป็นที่ญี่ปุ่น แค่ไปตรวจก็เสียประมาณ 2 หมื่นเยน และถ้าตัดสินใจทำกิฟท์ ก็เสียประมาณ 5 แสนเยน (อ่านไม่ผิด) ซึ่งโอกาสติดคือ 30% ถ้าไม่ติด 5 แสนเยนนี้ก็จะวับไปกับตา... ไม่มีประกันมาจ่ายให้

 

 

มันไม่ใช่ราคาที่คนไม่มีลูกแล้วอยากมีลูกจะเดินไปปรึกษาหมอกันได้ง่ายๆเลยนะ @_@;

 

 

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่มีผลกระทบต่อจำนวนเด็กเกิดลดน้อยลงอย่างน่าใจหายในประเทศญี่ปุ่น (แต่ที่ไทยก็น่าจะแพงเหมือนกันหรอกน่ะ) เพราะถึงอยากมีลูก แต่มีไม่ได้ แล้วก็ไม่มีตังค์จะไปปรึกษาหรือใช้วิทยาศาสตร์ช่วย...

 

 

บางเมืองของที่ญี่ปุ่น (เคยบอกแล้วว่ามีระบบปกครองโดยท้องถิ่น) ก็มีการให้เงินสนับสนุนตรงนี้อยู่บ้างเหมือนกัน และรัฐบาลญี่ปุ่นตอนนี้ก็กำลังพิจารณาเงินช่วย โดยอาจจะช่วยประมาณแสนเยน แต่ไม่เกินสองครั้งต่อปี (และช่วยสนับสนุนติดกันกี่ปีจำไม่ได้ รู้สึกจะไม่เกินห้าปี)

 

 

ทว่าถึงได้มาสองแสนเยนก็ยังต้องออกเองอีก 3 แสนเยน =_= ก็แพงอยู่อ่ะนะ (แต่ก็ยังดีกว่าออกเองหมด) ถ้าการพิจารณาผ่านก็อาจจะออกเป็นกฏหมายในปีหน้า

 

 

ปีที่แล้ว (2009) อัตราการเกิดของญี่ปุ่นก็ลดลงกว่าปี 2008 อยู่ประมาณ 2 หมื่น 2 พันคน (ลดติดกันมาสองปีแล้ว) จริงๆก็เป็นปรากฏการณ์ทั่วไปของประเทศพัฒนาแล้วหรือกำลังพัฒนา เพราะพอสภาพการทำงาน การใช้ชีวิตของคนในสังคมเปลี่ยนเป็นแบบสังคมเมือง การเลี้ยงลูกไปด้วยทำงานไปด้วยมันก็ยากขึ้น นอกจากรัฐบาลจะหานโยบายดีๆมาชักจูงให้คนอยากมีลูกมากขึ้น รวมถึงมีสวัสดิการที่ดี มีสถานที่พร้อมจะรับฝากเด็กสำหรับคนทำงาน บลาๆๆ คนถึงจะยอมมีลูกกันมากขึ้น

 

 

ทั้งนี้ทั้งนั้นถึงรัฐบาลจะมีนโยบายมา แต่ถ้าภาคเอกชนไม่ค่อยให้ความร่วมมือก็ลำบากอยู่ดี อย่างฝรั่งเศสอนุญาตให้พ่อแม่ที่มีลูกเล็กๆลาหยุดงานไปเลี้ยงลูกได้ ซึ่งที่ญี่ปุ่นก็มีไอ้กฏหมายนี้ แต่ถามหน่อยว่าถ้าคุณพ่อในบริษัทท่านไหนมีลูก แล้วจะขออนุญาตหยุดไปเลี้ยงลูกซักสองปี เจ้านายหรือเจ้าของบริษัทกี่คนที่จะพอใจ ยินดีให้ไปทำอย่างนั้น รวมถึงเจ้าตัวเองก็เกรงใจเพื่อนร่วมงาน ไม่อยากลาหยุดนานอย่างนั้น ไหนจะห่วงเรื่องภาระหน้าที่ การเลื่อนตำแหน่งหรืออะไรๆ ถ้าเราหยุดงานไปแล้วเสี่ยงกับการไม่ก้าวหน้าในหน้าที่การงานล่ะ? รัฐบาลไม่ได้มาช่วยรับรองสถานะในบริษัทของเราด้วยนี่นา @_@;

 

 

แล้วสมัยนี้มันก็ไม่เหมือนสมัยก่อน ที่เงินเดือนสามีคนเดียวมันจะพอเลี้ยงครอบครัวกันได้สามสี่คนกันหมด บางครอบครัวก็อยู่ไม่รอด ถ้าภรรยาไม่ทำงานด้วย ดังนั้น การจะมีลูก ก็ต้องหาที่รับฝากเด็กระหว่างที่เราไปทำงาน ซึ่งไอ้ที่ฝากเนี่ยมันก็แบ่งเป็นของรัฐบาลและเอกชน ของรัฐบาลก็เป็นอะไรที่คนเต็มตลอด ต้องรอคิวกันยาวใช่จะเข้าได้ทันที แต่งานของเราก็ใช่จะรอได้ จะไปเข้าเอกชนก็เสียแพงมาก เดือนละสี่ห้าหมื่น สรุปว่าไม่รู้ทำงานกับเสียค่าฝากลูกอะไรจะคุ้มกว่ากัน =_=

 

 

บางคนถามว่าทำไมไม่ฝากลูกไว้กับปู่ย่าตายาย... คนญี่ปุ่นพอโตแล้วส่วนใหญ่ก็ออกมาอยู่กันเอง (ยกเว้นลูกคนโต บางทีก็อยู่กับพ่อแม่ แต่บางคนก็ไปอยู่ที่อื่นจนอายุมากค่อยกลับมาอยู่กับพ่อแม่ก็มี ขึ้นอยู่กับที่ทำงานของเรานั่นแหละ) เพราะการหางานทำดีๆ บางทีมันก็ต้องเข้าไปในเมือง หรือไปทำจังหวัดนู้นจังหวัดนี้ แล้วแต่จะไป... การแยกบ้านออกไปอยู่ ก็เป็นการแสดงถึงการโตเป็นผุ้ใหญ่ อย่างคุณฮายาชินี่คือพ่อแม่ระบุมาเลยว่าจบมหาลัยแล้วจงออกไปจากบ้าน และไปอยู่ด้วยตัวเอง =_= จะมาเกาะพ่อแม่อยู่ไม่ได้ (โดนไล่... ว่างั้น) แต่พ่อแม่สมัยนี้ก็ไม่เข้มงวดกับลูกมากเท่าคนสมัยก่อนอ่ะเนอะ 
 
แล้วปกติมีลูก ถ้าไม่มีปัญหาอะไรหนักหนาจริงๆก็ไม่ค่อยมีการเอาลูกไปฝากเลี้ยงกันแบบถาวรเท่าไหร่ จะถูกมองว่าไม่รับผิดชอบ เอาภาระไปให้ จะเป็นที่ครหาของญาติมิตรและข้างบ้านได้ ไม่ค่อยเหมือนบ้านเราที่เอาลูกไปให้ยายเลี้ยงที่บ้านนอก นานๆจะกลับไปหาทีอะไรอย่างนี้ -_-;   
 

 

จะเลี้ยงลูกเองหรือฝากใครเลี้ยงก็ตาม มันก็ต้องมีเงินประมาณหนึ่งแหละ ใครเค้าจะมาเลี้ยงให้ฟรีๆ เด็กก็ต้องกินต้องใช้ แล้วที่ญี่ปุ่นนี่ส่วนใหญ่เงินเดือนจะขึ้นไปตามอายุและจำนวนปีที่ทำงาน ไม่ค่อยมีหรอกไอ้ที่แบบจบมาใหม่ๆแล้วจะเงินเดือนพรวดพราด บางคนต้องทำงานหลายๆปีก่อน กว่าจะพอตั้งตัวได้ 
 
 
แล้วเมื่อคนเราทำงานมาจนอายุประมาณนึงก็จะมีรายได้ประมาณนึง คิดจะมีลูก ก็ดันมียาก... จะไปหาหมอ ก็เสียตังค์แพงอีก...
 

 

จะไม่ให้เด็กมันน้อยได้ยังไงเนอะ... =_=

 

 

คิดอย่างนี้แล้ว...
 

 

มีลูกสอง... เป็นแม่บ้าน เงินเดือนสามีก็พอผ่อนบ้าน...พอเลี้ยงครอบครัวและส่งเสียลูกได้...

 

 

แค่นี้ก็ความสุขมากแล้ว -_-;

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

แพงจังเนอะsad smile

.....

ทำไมวันนี้ไม่มีรูปเด็กๆเลย
ขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะพี่โบว์ ละเอียดสุดๆไปเลย

ตอนแรกเราก็เดาๆว่าคนญี่ปุ่นคงจะแค่เหนื่อยจากการทำงาน

ไม่ก็ชอบแช่น้ำร้อน เลยแช่นานแช่บ่อยเกินไป
(เห็นเค้าบอกแช่น้ำร้อนบ่อยๆจะเป็นหมันนี่นา) <<คิดไปได้

อ่านไปอ่านมา การมีลูกนี่ต้องตามมาด้วยค่าใช้จ่ายมหาศาลเลยนะเนี่ย

........

อ่านบรรทัดสุดท้ายก็อมยิ้มเลยค่ะ

ครอบครัวพี่นี่อบอุ่นมีความสุขจริงๆ
มีน้องอาคิกับคุเรฮะยิ่งเฮฮาหรรษาเลย ฮ่าๆๆ

เอารูปน้องมาลงเยอะๆนะคะ น่าร้ากกก

#27 By เม (222.123.216.16) on 2010-10-14 08:08

การมีครอบครัวนี่ต้องคิดอะไรหลายอย่างเลยนะคะเนี่ย

#26 By ChocoLek on 2010-10-13 17:56

แสดงว่าสวัสดิการที่โน่นก็ยังไม่สมบูรณ์แบบเท่าไหร่ ลำพังแค่การศึกษาให้จบ ค่อยทำงาน กว่าจะเก็บเงินแต่งงาน มีลูกได้ก็ปาเข้าไปกว่า 30 แล้ว ถ้าค่าวัคซีนเอย ค่ารักษาพยาบาลเอย ยังแพงอยู่อย่างนี้ ปัญหาคงแก้ยากน่ะค่ะ แถมพ่อแม่ยังไม่มีเวลาเลี้ยงลูกอีก เฮ้อ

ทางยุโรปน่าจะดีกว่านี้นะคะ เพราะรักษาพยาบาลฟรี และเรียนฟรีหลายปี ฉีดวัคซีนก็ฟรี แต่แน่นอนว่าภาษีแพงหูฉี่ sad smile

ส่วนของไทยก็...ต่อไป sad smile
ชอบบทสรุปจังเลย surprised smilequestion

#24 By Cottony (210.213.7.234) on 2010-10-13 16:07

นั่นสินะคะพี่โบว์ ชีวิตนี้ แค่เรียบง่ายแต่มีความสุขก็ดีที่สุดแล้ว

#23 By veenasyamashita on 2010-10-13 13:55

เรื่องจริงในประเทศญี่ปุ่น

คนที่นั่นเค้าทำงานกันเป็นบ้าเป็นหลัง
เพื่อความก้าวหน้าของตัวเองและประเทศ
แต่ไม่คำนึงถึงอัตราประชากร
มันก็แปลกดีแฮะ ^^"

Hot!

#22 By ta-ann on 2010-10-13 13:14

โบว่าประเทศไหนๆในโลกก็เจอปัญหาแบบนี้แหละ เพราะเงินคือตัวแปรสำคัญในสังคม sad smile

#21 By bakabo ลั๊ลล๊า~ on 2010-10-13 11:42

#10 ในไทยก็ไม่ต่างกันหรอก

อ. ผมเคยพูดว่า คุณคิดว่าคนที่ใช้เวลาร้อยละ 80 พะวงกับคะแนนเสียง จะทำงานได้มีประสิทธิภาพเท่าไหร่กัน?

ผมแนะนำพี่โบว์ ดู Idiotocrazy ครับ หนังเป็นตลกล้อเลียน ว่าทหารนายหนึ่งเข้าโครงการ Cold Sleep ตื่นมาอีกทีในสามร้อยปีให้หลังแล้วพบว่าตัวเองฉลาดที่สุด เพราะคนโง่ คนไม่พร้อมมีลูก มีลูกทีเป็นขโยง ส่วนคนฉลาด มีลูกช้า น้อย ดังนั้นพอเวลาผ่านไป ประชากรโลกเลยโง่ขึ้นเรื่อยๆ :D

#20 By house on 2010-10-13 09:47

สามบรรทัดสุดท้าย แค่นั้นก็เหลือเฟือแล้วค่า ^^

#19 By LonelyFairy on 2010-10-13 09:41

จริง ๆ ผมว่าหลาย ๆ คนในญี่ปุ่นคงแอบอิจฉาคุณโบว์อยู่แน่ ๆ อะ confused smile

#18 By chimerateddy on 2010-10-13 07:59

เป็นแง่มุมที่เจาะลึกดีจริงๆเลยcry

#17 By zhomao on 2010-10-13 00:59

อ่านแล้วช่างแพงดีแท้ครับสำหรับคนอยากมีลูกของที่นั่น
ค่าใช้จ่ายก็เยอะนะครับเนี่ย
แต่ละที่มีปัญหาต่างกันจริงๆ

#16 By Elta_kung on 2010-10-12 22:53

อ่านแล้วเหมือนตัวเองกำลังพ้นวัยจะมีครอบครัวเข้าไปทุกที ฮะๆๆ

#15 By HAKURO on 2010-10-12 22:43

เหน #12 แล้วแอบบอกว่านักงานเงาเหมือนกันค่ะ sad smile
(แต่ก็ติดตามตลอดน้าาา)

#14 By myporcupine on 2010-10-12 22:13

อีกหน่อยบ้านเราก็คงเป็นครับ sad smile

#13 By clock on 2010-10-12 21:49

คนอยากมีก็มีอยากแต่คนไม่อยากมีก็ดันมี มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆค่ะ

ขอแนะนำตัวหน่อยนะคะ หนูเป็นนักอ่านเงาติดตามบล็อคพี่โบว์มาเกือบปีแล้วมั้งsad smile แต่ช่วงนี้เข้าแทบทุกวันเลย เพราะเพิ่งได้ปิดเทอมแบบจริงๆจังๆ มาตามอ่านอันใหม่ๆ แล้วก็อ่านนิยายค่ะ นิยายพี่ขอบอกตามตรงว่าหนุกมาก อ่านไปได้ 2 เรื่องภายใน 2วัน เรื่องAfter the light กับOni no kazeuta แล้วก็เพิ่งอ่านเรื่องสั้นจบไปเรื่องนึง

นิยายสองเรื่องที่ว่าหนูว่าน่าจะมีสำนักพิมพ์ที่เค้ารับแนวนี้อนู่นะ อย่าJ BOOK เค้าก็พิมพ์หนังสือแปลจากญี่ปุ่น นิยายพี่มันก็อารมณ์ประมาณนั้นเหมือนกันนะ แบบว่าหนูอยากซื้อเป็่นเล่มๆอ่า มันจับต้องได้ เก็บไว้ได้ แต่พี่เอาลงแบบนี้ก็ขอบคุณมากค่า แต่ก็อยากได้อยู่ดีง่ะ

ขอจบแบบดื้อๆ สวัสดีค่าsurprised smile

#12 By Sammusung (180.180.232.56) on 2010-10-12 21:47

เคยเข้าใจว่าที่ญี่ปุ่นน่าจะมีจำนวนเด็กเกิดเพิ่มบ้างแล้ว เพราะเห็นพ่อแม่ท่าทางวัยรุ่นหน่อย(หลายคนดูเด็กกว่าเราอีกค่ะ) พาลูกเล็กๆมาเดินซื้อของแถวซังโจบ่อยๆ จริงๆแล้วกลับกันหรอกหรือคะ sad smile

แต่ก็อย่างว่าแหละค่ะ จะมีลูกทีก็ค่าใช้จ่ายเยอะ จะรอให้พร้อมก็ต้องใช้เวลาหลายปี เลยมีบางคนอยากแต่งงานแต่ไม่อยากมีลูกเหมือนกันค่ะ

#11 By Eiotte (123.227.33.175) on 2010-10-12 20:35

เคยนั่งในคลาส เค้าพูดกันว่า
เหล่าชายที่นั่งกันในสภาไม่มีความสามารถในการรับรู้ปัญหาที่แท้จริงเลย ดูแต่ละอันที่ออกมาก็ขำ แทนที่จะเอาตังค์มาแจก ขอdaycareที่รับเด็กตอนป่วยได้มากกว่านี้ daycareที่ รับเด็กได้มากกว่านี้ แค่นี้ก็น่าจะดีขึ้นได้บ้าง เทียบกับทางยุโรป ที่เป็นประเทศโลกที่หนึ่ง เด็กเค้าไม่ได้ลดลงขนาดนี้เลย ไม่ต้องให้เด็กไปอยู่กับปู่ย่าตายายเพราะว่ามีdaycareอะค่ะ แล้วก็ เรียนฟรีไปจนจบเลย(เช่นไอซ์แลนด์)แค่นี้คนก็อยากมีลูกแล้วอะค่ะ ถ้าจ่ายเงินให้เฉยๆมันเหมือนกับอยากแก้เอาหน้า ไม่ได้คิดจริงจังเลยอะค่ะ


(พูดเหมือนมีความแค้นกับรบ.ญี่ปุ่นเป็นการส่วนตัวก๊ากกกกก)

#10 By songsage on 2010-10-12 20:34

มีบางคนก็คิดว่า ไม่อยากสร้างเด็กเพิ่มมาทำให้โลกร้อน และเด็กต้องเผชิญกับปัญหาสังคมอีกมากในปัจจุบัน

... ซึ่งอันนี้ไม่เห็นด้วย
เพราะชอบเด็ก question

Hot! Hot!
อืม ที่พูดโบว์พูดมาก็จริงแฮะ
รู้สึกได้เลยว่า รัฐบาลต้องซัพพอร์ตมากกว่านี้ ไม่งั้นประชาชีคงไม่อยากมีลูกกัน
เพราะเด็กไม่ใช่ต้นไม้ รดน้ำ ตากแดด ใส่ปุ๋ยก็จบแล้วซะเมื่อไหร่ ?

p.s. พี่โบว์ครับ มีคำถามแนวเพศศึกษาหน่อยครับ จำได้ว่าญี่ปุ่นยาคุมที่ให้ ญ กิน มันเป็นยาที่ไม่มีขายตามปกตินิครับ ? แล้ว ญ ที่เล่น AV เค้าป้องกันไม่ให้ตั้งครรถ์ยังไงเหรอครับ ? คาใจเรื่องนี้มาก ๆ เลยครับ
p.s. เพราะ AV สมัยนี้ ช ไม่ใส่เสื้อกันฝนก็มีเยอะแยะไปครับ

#8 By リリース on 2010-10-12 20:28

นั่นสินะครับ

ไม่ขาด ไม่ต้องขวนขวายเพิ่ม อยู่แบบนี้ก็เป็นสุขแล้วล่ะ confused smile

#7 By Moonlighteas on 2010-10-12 20:25

สุดยอดมากคะ
นึกถึงมิซาเอะเลย

ทำทุกอย่างหมด

..............
เดี๋ยวนี้คนก็แต่งงานกันช้าขึ้น
หนูอายุ20ยังเรียนไม่จบเลย
กว่าจะจบก็24

ไม่รู้จะได้แต่งงานเมื่อไร
อยากมีลูก น่ารักดี

#6 By Hikaru on 2010-10-12 20:13

เรามีไม่ขาดก็เป็นสุขแล้วค่ะ ^^

#5 By D-faxtory on 2010-10-12 20:06

@#2&3 ไอ้ปลงน่ะก็คงทำได้หรอกค่ะ แต่จริงๆมันเป็นปัญหาระดับประเทศ เพราะอัตราการเกิดน้อย รัฐบาลต้องการให้คนมีลูกมากขึ้น แต่คนอยากมีลูกและพร้อม มีลูกไม่ได้ -_-; เป็นปัญหาประชากรที่ต้องคิดค่ะ ถ้าเด็กน้อยมากๆ อนาคตคนเสียภาษีก็น้อย ผู้บริโภคก็น้อย ในขณะที่คนแก่มาก รัฐต้องใช้เงินเลี้ยงดูมาก มีปัญหาอะไรต่อมิอะไรตามมา -_-;

ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ค่ะ (แต่ก็มีลูกช่วยชาติญี่ปุ่นไปแล้วสองคน ถือว่าพอ...sad smile)

#4 By Hayashi Kisara on 2010-10-12 20:05

ทำกิฟต์เอย ทำเด็กหลอดแก้วเอย ทำ Artificial Insemination เอย รู้สึกประเทศไทยก็จะราคาเป็นแสนกว่าบาทเหมือนกันแหละ เพราะถ้าจะทำวิธีทางการแพทย์พวกนี้ต้องทำที่โรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลรัฐบาลไม่รับทำ เพราะถือว่าเป็นการรักษาเกินจำเป็น รัฐไม่ยอมเสียสะตุ้งสตางค์ให้กับของแบบนี้

แต่ ในขณะที่คนที่พร้อมจะเลี้ยงลูกมีลูกยาก ก็มีปัญหาคนไม่พร้อมเลี้ยงลูกแต่ดันมีลูกหลบไปทำแท้งกันเกลื่อนเมือง

สรุปว่าไอ้เรื่องนี้ปลงเหอะ ถือซะว่าเราไม่มีคู่บุญที่จะมาอยู่ให้เราเลี้ยงก็แล้วกัน

#3 By Tarurotte' on 2010-10-12 19:51

ทำกิฟต์เอย ทำเด็กหลอดแก้วเอย ทำ Artificial Insemination เอย รู้สึกประเทศไทยก็จะราคาเป็นแสนกว่าบาทเหมือนกันแหละ เพราะถ้าจะทำวิธีทางการแพทย์พวกนี้ต้องทำที่โรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลรัฐบาลไม่รับทำ เพราะถือว่าเป็นการรักษาเกินจำเป็น รัฐไม่ยอมเสียสะตุ้งสตางค์ให้กับของแบบนี้

แต่ ในขณะที่คนที่พร้อมจะเลี้ยงลูกมีลูกยาก ก็มีปัญหาคนไม่พร้อมเลี้ยงลูกแต่ดันมีลูกหลบไปทำแท้งกันเกลื่อนเมือง

สรุปว่าไอ้เรื่องนี้ปลงเหอะ ถือซะว่าเราไม่มีคู่บุญที่จะมาอยู่ให้เราเลี้ยงก็แล้วกัน

#2 By Tarurotte' on 2010-10-12 19:51

อ่านสามบรรทัดสุดท้ายแล้ว

มีความสุขแทนคุณโบว์มากเลยค่ะ confused smile Hot!

#1 By [MIS]Mia/ [BT]lili on 2010-10-12 19:40