ได้ Tag ที่ชื่อว่า "สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก(ครั้งแรก)" มาจากน้องพอกลอน... นัยว่าให้เขียนถึงรักครั้งแรกอะไรประมาณนั้น...

 

 

เรื่องรักครั้งแรกนี่จำได้ว่าเคยเขียนไปแล้ว ทีแรกไปหาๆๆเอ็นทรี่เก่าๆว่าจะทำลิ้งค์ ปรากฏว่าหาไม่เจอ @_@;

 

 

นึกออกแล้ว ตอนที่เขียนต้นฉบับหนังสือส่งให้ทางสำนักพิมพ์เมื่อปีที่แล้วส่งหัวข้อนี้ไปด้วย ก็เลยเอาออกไปจากในบล็อค แต่ปรากฏหัวข้อนี้ไม่ได้รับเลือกไปลงในหนังสือ... มันก็เลยเป็นหัวข้อที่หายไปเลย =_=

 

 

เอามาลงใหม่แล้วกัน ใครที่อ่านบล็อคมานานแล้วส่วนใหญ่คงเคยอ่านแล้ว ใครไม่เคยอ่านก็อ่านแล้วกันค่ะ m(_ _)m

 

 

 

ผู้ชายคนนั้นเรียนอยู่ห้องเดียวกัน ชื่อ Ishikawa (อิชิกาว่า) จริงๆแล้วหน้าตาก็งั้นๆ (แต่ถ้าบอกว่างั้นๆ จะทำให้อีตาฮายาชิดูตกเหวมาก... เอาเป็นว่าหน้าตาดีแล้วกัน) ก็ไม่เชิงแอบชอบนะ ถ้าจะว่ากันแบบรวบรัด ก็คือไม่ค่อยรู้ตัวว่าชอบ แต่เพราะความบังเอิญหลายๆอย่างเลยทำให้รู้สึกว่าสงสัยชอบมันว่ะ (?)

 

 

แรกเริ่มเดิมทีที่ได้ทุนจากประเทศไทยมาเป็น Home Stay ที่ญี่ปุ่นเป็นเวลาเกือบปี ก็โดนจับมาอยู่โรงเรียนม.ปลายในเมืองเล็กๆที่มีแต่ทุ่งกับหญ้าห้อง 2-E (ประมาณม.5 นี่แหล่ะ) ในห้องนั้นนั่นเองก็มีอีตานี่อยู่ (แต่ตอนนั้นแค่มองผ่านๆ)

 

 

ช่วงบ่ายของวันหนึ่ง มีการเลือกชมรมกัน ดิฉันซึ่งไม่เคยเล่นกีฬาอะไรมาก่อนและไม่เคยนึกจะเล่นกีฬาอะไรเลยกลับนึกยังไงไม่รู้ไปเข้าชมรมบาส -_-; (คืออยากเป็นเหมือนในการ์ตูน พอดีช่วงนั้นแสลมป์ดั๊งค์กำลังดัง) ปรากฏว่านายอิชิกาว่าคนนี้ก็อยู่ชมรมบาสนี้ด้วย เป็นครั้งแรกที่จำหน้าได้ เพราะจำได้ว่าเราเรียนอยู่ห้องเดียวกัน (แต่ไม่ได้คุยกันเลยซักกะคำ)

 

 

กว่าจะรู้ว่าคิดเข้าชมรมบาสเก็ตบอลเป็นความผิดร้ายแรงก็สายเสียแล้ว... เพิ่งรู้ว่าชมรมกีฬาญี่ปุ่นนั้นซ้อมกันมหาโหดเว่อร์มากราวกับจะไปแข่งโอลิมปิค -_-; แค่เจอวิ่งรอบสนามฟุตบอล 5 รอบ วอร์มอัพและอื่นๆก็แทบจะยื่นใบลาออกไปตั้งแต่วันแรกแล้ว (บอกแล้วว่ากรุไม่เคยเล่นกีฬา) แต่ด้วยความที่พี่ๆปีสาม (ม.6) ให้ความเอ็นดูเป็นพิเศษ ประกอบกับกลัวเสียหน้าที่หลงเข้ามา...เลยต้องทนอยู่ต่อไปโดยที่เริ่มเห็นความเท่ห์ของอีตานี่ขึ้นมาทีละเล็กละน้อย (บาสเก็ตบอลเป็นกีฬาที่ทำให้คนหน้าตาธรรมดาดูดีได้ เพราะปลื้มความทุ่มเทตั้งใจเอาจริงเอาจังในการเล่น)

 

 

ต่อมาได้มีโอกาสเข้าไปสิงสถิตถ์อยู่ในห้องสมุดของโรงเรียนบ่อยๆ บรรณารักษณ์ก็แนะนำหนังสืออะไรให้ซักอย่างที่มีคนเขียนนามสกุลอิชิกาว่า @_@; เดินไปชั้นหนังสือก็เจอนามสกุลอิชิกาว่าเต็มไปหมด อิชิกาว่าบ่อยมากกกก โอว... นี่มันต้องเป็นดวงอะไรซักอย่างแม่นแหล่ว... (ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าอิชิกาว่าก็นามสกุลฮิตพอๆกับฮายาชินั่นแหล่ะ)

 

 

วันหนึ่ง ขณะไปเข้าห้องน้ำในโรงเรียน กดชักโครกโดยที่เห็นอะไรดำๆแว้บๆอยู่ในโถส้วม (เอ๊ะ... เราไม่ได้มาอึนี่นา!) ดูดีๆแล้วมันเป็นสิ่งมีชีวิตสีน้ำตาลที่มีปีก @_@; เฮ้ยยย มันคือนกกระจอกตัวเล็กสีน้ำตาลกำลังกระพือปีกต่อสู้กับกระแสน้ำหมุนเพื่อเอาชีวิตรอดอย่างเอาเป็นเอาตาย @o@!! ไม่มีใครรู้ว่ามันดวงซวยพลาดท่าตกลงไปในจังหวะแจ๊คพอตนั้นได้อย่างไร แต่ด้วยความเป็นสาวไทยใจงามที่ชินกับความสกปรกซกมกประมาณนึง เลยเอามือล้วงลงไปหยิบมันขึ้นมาโดยไม่ทันคิด (ว่านี่มันส้วมนะเว้ยเฮ้ยยย)

 

 

 

สุดท้ายจัดการอาบน้ำอาบท่าให้มันเล็กน้อยและเอาร่างอันอ่อนระโหยโรยแรงห่อผ้าเช็ดหน้ากลับไปที่ห้องเรียนด้วย มันก็อยู่นิ่งๆตะลึงอึ้งบวกเหนื่อยหนาว  จนกระทั่งช่วงพักกลางวันเหมือนอาการมันจะดีขึ้น เลยตัดสินใจเอาไปปล่อยที่หน้าต่าง มันก็ดูลังเลเล็กน้อยก่อนจะกระพือปีกจากไป ก่อนไปก็ไม่ลืมที่จะทวงบุญคุณมันอีกต่างหาก กำชับไว้ว่าอย่าลืมกลับมาตอบแทนบุญคุณนะแกร  

 

 

ใครจะคิดว่าเย็นวันนั้น...

 

 

จับสลากเปลี่ยนที่นั่งได้นั่งข้างอิชิกาว่าค่ะท่าน!! กรี๊ดดดดด!! นี่ต้องเป็นการตอบแทนบุญคุณของนกกระจอกตัวนั้นแน่

 

 

คือโรงเรียนที่ไปอยู่นี่เค้าจะมีการจับสลากเปลี่ยนที่นั่งกันทุกเดือนเพื่อความยุติธรรมและจะได้เปลี่ยนไปรู้จักเพื่อนใหม่ๆ ไม่ใช่มากระจุกรวมกันอยู่แต่กับกลุ่มตัวเองและเพื่อไม่ให้หญิงชายไปกองกันอยู่มุมใดมุมหนึ่ง ข้อดีอีกข้อคือเลือกเพื่อนสนิทมานั่งกับเราไม่ได้ จะมานั่งเม้าท์ทำหน้ากวนใส่อาจารย์ก็ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนที่นั่งกันทุกเดือน

 

 

หลังจากได้นั่งข้างอิชิกาว่าไปหนึ่งเดือนแบบไม่มีอะไรดีๆเกิดขึ้น (นอกจากตึกตักคิดไปเอง) ก็ปักใจเชื่อไปแล้วว่าหมอนี่กับกรุต้องเป็นบุพเพสันนิวาสอะไรกันบางอย่าง (เป็นไงล่ะ) พฤติกรรมสโตรกเกอร์ก็เริ่มขึ้น แอบมองอย่างเป็นสุขทั้งในห้องเรียนและในชมรมจนกระทั่งมาถึงวันหยุดฤดูร้อน... ชีวิตนักเรียนแลกเปลี่ยนก็เริ่มจะ