หวังดี... -_-;
posted on 03 Nov 2009 14:39 by hayashikisara in Diaryคุณฮายาชิมีเพื่อนที่สนิทกันสมัยม.ปลายอยู่ 3 คน... พอเรียนจบม.ปลายก็กระจัดกระจายกันไปแต่ก็ยังติดต่อกันอยู่และยังไปเที่ยวเล่นกันบ้าง ทว่าพอคุณฮายาชิทำงาน ก็แทบไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย
หนึ่งในสามคนนั้น เราเคยเจออยู่คนเดียวคือนากามุระ (นามสมมุติ) สมัยที่คุณฮายาชิเรียนมหาวิทยาลัยปีสี่และเรายังเป็นนักเรียนต่างชาติที่มาเรียนภาษา เคยเจอและไปคาราโอเกะออลไนท์ด้วยกันครั้งหนึ่ง (สมัยเรียนภาษาบร้ามาก ร้องคาราโอเกะถึงเช้ากันบ่อยๆ)
อีตานากามุระนี่เป็นหนุ่มแปลกๆ หน้าตาค่อนข้างจะดีแต่ไม่มีแฟน (เพราะมันแปลก) ตอนนั้นมันเรียนมหาวิทยาลัยเซย์กะซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยศิลปะที่มีชื่อเสียงในเกียวโต ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ามันเป็นมหาวิทยาลัยศิลปะ... คงเป็นเหตุผลที่ทำให้นิสัยไอ้หมอนี่มันติสๆอย่างนี้มั้ง...
ขนาดไปร้องคาราโอเกะถึงเช้า อีนี่ใส่เพลงอะไรไปร้องไม่เคยจบ -_-; แถมงกเวลามากขนาดที่เวลาร้องจะต้องไปปรับจังหวะให้มันเร็วๆขึ้น (จะได้รีบๆร้องไ้ด้หลายๆเพลง) อุตส่าห์จองเวลาถึงเช้าเมิงจะมารีบทำไมวะเฮ้ย แล้วเป็นไงล่ะ 5 ทุ่มก็เหนื่อยหมดแรงหมดเพลงจะร้องแล้ว ต้องไปขุดเพลงเก่าเพลงกรุจากสมัยไหนๆ หลังๆไหงกลายเป็นคอนเสิร์ตเพลงการ์ตูนไปได้!
นี่เป็นความประทับใจในการเจอกันครั้งแรกของเรา... แถมบทสนทนาที่จำได้ก็มีแค่ว่าอีตานากามุระนี่ใช้ชีวิตแบบจนมาก -_-; (แต่บ้านรวยนะ พ่อเป็นถึงผ.อ.โรงเรียนดัง ทว่าด้วยความอาร์ตของหมอนี่ มันเลยหนีออกมาใช้ชีวิตจนๆคนเดียว)
ทีนี้เมื่อเร็วๆนี้ไอ้คุณฮายาชินึกคิดถึงมันยังไงขึ้นมาไม่รู้ ลองส่งแมสเสจไปหามันทั้งที่ไม่ได้ติดต่อกันมา 5-6 ปีแล้ว... ตอนเราแต่งงานกันยังไม่ได้บอกเพื่อนๆมันเลย (มันเป็นเพื่อนกันยังไง??)
เลยได้รู้ว่าอีตานากามุระยังอาศัยอยู่ที่เก่า (ห้องเช่าเล็กๆที่ต้องเปิดตู้เก็บของแล้วเสือกตัวเข้าไปในตู้ครึ่งนึงถึงจะนอนได้เต็มตัว ห้องมันแคบมาก!) -_-; สรุปว่ายังใช้ชีวิตจนๆเหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเขียนการ์ตูนอยู่! พอจบจากมหาวิทยาลัยศิลปะก็ฝันจะเป็นนักวาดการ์ตูน ก็พยายามตามความฝันอยู่จนทุกวันนี้ ได้ข่าวว่าเป็น assistant ของนักวาดการ์ตูนอยู่ด้วย แต่ไม่รู้ว่าเป็น assistant ของใครนะ
สรุปว่านากามุระบอกว่ามันจนมากกกก เหมือนเดิม หากอยากเจอมันจะต้องมาหามันเท่านั้น! เพราะมันไม่มีค่ารถจะมาหาเราเด็ดขาด และห้ามนัดมันไปดื่มไปกินที่ไหนเพราะมันไม่มีตังค์ และถึงมาห้องมันมันก็ไม่มีอะไรให้กินทั้งนั้น ใครอยากกินไรก็เอามาเอง แอร์หรือฮีทเตอร์ก็ไม่มี แล้วห้ามค้างเพราะปกติมันต้องนอนครึ่งตัวในตู้เก็บของ ซึ่งมันไม่สามารถยัดใครเข้าไปในตู้อีกคนได้ -_-;
.....
เลยบอกคุณฮายาชิว่า เออ เธอไปหามันเหอะ ชั้นอยู่เลี้ยงลูกแล้วกัน ไว้รอลูกโตอีกหน่อยเราค่อยเจอกัน ฝากให้กำลังใจด้วยว่าคนตามความฝันอยากเป็นนักวาดการ์ตูนส่วนใหญ่ก็จนกันทั้งนั้นแหล่ะ ขอให้ได้เป็นนักวาดการ์ตูนเร็วๆละกัน...
ก่อนจะไป คุณฮายาชิมันก็ลอกๆแล่กๆ มาบอกว่า เธอ... นากามุระมันกินแต่ถั่วงอกมาอาทิตย์นึงแล้ว ขอเอาของกินไปให้มันนะ
@_@;
ก็เอาสิ... อยากเอาอะไรไปให้ก็เอาไปเหอะ -_-;
ว่าแล้วมันก็เปิดตู้เย็น ขนขนมนมเนยแล้วก็พวกอาหารสำเร็จรูปออกไป ห้องเช่าของนากามุระอยู่แถวๆเขาฮิเอ นั่งรถไฟจากบ้านเราไปเกือบชั่วโมงนึง
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง... ได้รับโทรศัพท์จากคุณฮายาชิ น้ำเสียงตื่นเต้นโวยวายมาเชียว
“เธอ... นากามุระแย่แล้ว” (ได้ยินเสียงโหยหวนบางอย่างเป็นแบ็คกราวน์)
@_@;
อะไร... เป็นอะไรกัน??
“ก็ไอ้อาหารสำเร็จรูปที่เอามาน่ะสิ! มันเผ็ดมากเลยยยยย”
@_@; .....
“ก็อาหารสำเร็จรูปของเธอที่อยู่ในตู้สีขาวนั่นแหล่ะ!!!”
อ่าว...
เดินไปเปิดตู้... หมดกัน มาม่้าต้มยำ เส้นหมี่ต้มยำ ของกรุ... -_-; เมิงเอาไปให้เพื่อนหรือนี่...
มันจะไม่เผ็ดได้ไง ก็มันเป็นอาหารประเทศตูนี่เฟร้ย... หน้าตาที่ซองมันก็ออกจะส่อแววว่าเผ็ดเว่อร์น่ากลัวขนาดนั้น ขนาดเรา (เป็นคนไม่กินเผ็ด แต่ก็นับว่ากินได้มากกว่าคนญี่ปุ่นทั่วไปน่ะ) ยังไม่กล้าใส่้ผงเครื่องปรุงหมดซองเลย...
แล้วอีนี่.. ใครบอกให้แกเอาไปไม่ปรึกษา -_-# อาหารสำเร็จรูปของไทยควรกินโดยได้รับคำปรึกษาจากคนไทยก่อนนะเฟ้ย! (สงสัยต้องโทรไปเคลมบริษัทบอกให้ช่วยเขียนเตือน)
สรุปว่ามันไม่คิดว่าจะเผ็ดขนาดนี้... แล้วมันก็หวังดีอยากให้เพื่อนได้กินอะไรแปลกๆใหม่ๆ -_-; เวรกรรม... จะไปช่วยเพื่อนกลายเป็นไปรังแกเพื่อนซะเฉยเลย... ไอ่นากามุระก็โคตรซวย นอกจากจะจน อยู่บ้านแคบๆ สุขภาพย่ำแย่แล้ว... ยังต้องมาปวดแสบปวดร้อนท้องเสียอีก -_-; กินถั่วงอกก็ดีอยู่แล้ว...
ได้ข่าวมันนัดกันอีกทีวันที่ 28 นี้... สงสัยต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการเจียดเงินไปซื้อของกินอะไรให้เค้าหน่อย -_-; ถือเป็นการปลอบขวัญให้กำลังใจแล้วกัน (โถ... ขวัญเอ้ยขวัญมา)
นี่ถ้ามันได้เป็นนักเขียนการ์ตูนเมื่อไหร่สงสัยจะโดนเผาแน่... -_-; สาวใดสนใจหนุ่มจนๆที่อาจจะได้เป็นนักวาดการ์ตูนในอนาคตและอยากจะไปนอนครึ่งตัวอยู่ในตู้เดียวกัน (อนาถกว่าโดเรมอนอีก) กรุณาติดต่อด่วน... ** หมายเหตุ ท่านควรมีรายได้เป็นของตัวเองนะจ๊ะ... ^_^;
ป.ล. เมื่อวันก่อนที่พูดถึง Volcaloid หัวเขียวเพราะว่า...
บ้านเรามีแผ่นนี้กับเค้าด้วย... @_@; (แต่ไม่รู้ทำไมถึงมี??? คงเป็นคุณฮายาชิอีก... มันริอาจถึงขนาดคิดจะแต่งเพลงกับเค้า?? เพื่อนิโกะนิโกะ??) ก็ Hatsune miku เนี่ยล่ะค่ะ เห็นมันหัวเขียว เลยเหมาว่ามันหัวเขียวหมด 555 ^_^; จริงๆก็ไม่ค่อยรู้จักอะไรพวกนี้หรอก หรือพูดง่ายๆ... (แต่จะเชื่อหรือไม่) ปกติเป็นคนจริงจังกับชีวิต ไม่ได้มีความเป็นโอตาขุกับเค้าเลยสักนิด (ไอ่นิโกะนิโกะอะไรเนี่ยก็ไม่เคยรู้จักมาก่อน) เพราะมาแต่งกับไอ้นี่ล่ะค่ะเลยกลายเป็นแบบนี้... (โทษมัน) -_-;
ป.ล.2 เมื่อวานพาแม่ไปทำเรื่องขอต่อวีซ่าที่ต.ม.โอซาก้ามา หอบลูกสองแม่หนึ่ง + ผัว (ผัวญี่ปุ่นนี่ไม่ใช่มันจะพึ่งได้นะคะ เพราะมันไม่เคยรู้อะไรเล้ยยยเกี่ยวกับชาวต่างชาติ เอาไปนี่เป็นภาระกรุอีก) ขึ้นรถไฟสองต่อไปรับไอทะเลแถวคอสมอสแสควร์
จริงๆแม่ได้วีซ่าท่องเที่ยว (ทำเรื่องมาเยี่ยมญาติ) มา 3 เดือน แต่ไปทำเรื่องขอต่ออีก 3 เดือนจะได้อยู่ช่วยกันเลี้ยงสองตัวเล็กต่อ ปกติไปทำเรื่องยื่นเอกสารแล้วทาง immigration จะให้ไปรษณียบัตรมาจ่าหน้าถึงตัวเองในอนาคต... -_-; โดยจะส่งไปรษณียบัตรที่ว่านี้มาแจ้งให้ไปฟังผลวีซ่าทีหลัง ปรากฏว่าเมื่อวานไปยื่นเรื่องขอปุ๊บ... อาเฮียแกออกวีซ่าให้แม่เดี๊ยนทันที @_@; คงเห็นอีนี่ทุลักทุเลมาก หอบลูกมาสองคน คนนึงก็เพิ่งจะครบเดือนไปหมาดๆ ไหนจะเบบี้คาร์ กระเป๋าใบบะเร่อสองใบเพราะใส่สัมภาระของสองลูก ใครจะไปขอวีซ่าควรทำตัวทุเรศทุรังไป จะให้ดีควรไปชงนมต่อหน้ากันให้เจ้าหน้าที่เห็นๆ.... วีซ่าจะออกอย่างรวดเร็ว -_-; (เจ้าหน้าที่คงคิด เมิงจงอย่ามาอีกเลย อยู่เลี้ยงลูกกับบ้านไปเหอะ!)
เก่าเชียว....


#1 By มุมเล็กๆ ของญาดา on 2009-11-03 15:07