Sharing... อีกหนึ่งวิธี eco เมื่อเราเอาของมาแชร์กัน ^_^;
posted on 21 Oct 2009 07:33 by hayashikisara in Japanไม่ได้กะจะขวางโลกสวนกระแสเขียนอะไร eco ตอนเค้าเขียนจบกันไปแล้วแต่อย่างใด... จริงๆอยู่ญี่ปุ่นนี่มันมีหัวข้อ eco ให้พูดถึงกันอยู่เรื่อยๆตลอด สามารถหาอ่านได้ตามบล็อคเก่าๆและบล็อคชาวบ้านแถวนี้... (มั้ง?)
วันนี้จะพูดเรื่อง Car Sharing ที่ยังไม่ค่อยมีในโอซาก้าเท่าไหร่ แต่ได้ข่าวว่าเริ่มในโตเกียวหลายที่แล้ว Car Sharing เป็นบริการแชร์รถใช้กันในหมู่สมาชิกที่ทำการลงทะเบียนไว้กับทางบริษัทผู้ให้บริการ จริงๆแล้วมันก็ประมาณเดียวกับการบริการให้เช่ารถ แต่ Car Sharing จะเน้นให้บริการในเวลาสั้นกว่าและง่ายกว่า อย่างถ้าจะเช่ารถก็อาจจะต้องเช่้าอย่างน้อยเป็นชั่วโมง หรือต้องเช่าครึ่งวันถึงวันนึงก็ว่าไป ถ้าเป็น Car Sharing จะใช้ได้ตั้งแต่ 10 นาทีอะไรอย่างนี้ไปเลย
ปกติแล้วใครจะใช้บริการ Car Sharing ที่ว่านี้ก็จะต้องลงทะเบียนเป็นสมาชิกของบริษัทผู้ให้บริการเสียก่อน (แต่ละบริษัทก็มีเงื่อนไขการใช้และวิธีการจ่ายเงินต่างกันไป ตรวจสอบกันเอาเองนะพี่น้อง...) ยกตัวอย่างเช่นบริษัทไอแชร์ (http://www.ishare-j.jp/) ที่เพิ่งเปิดให้บริการ Car Sharing อย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ใครจะใช้บริการอย่าลืมไปลงทะเบียนกับทางบริษัทซะก่อน โดยคนที่ลงทะเบียนกับทางบริษัทจะได้บัตรสมาชิกเป็นบัตรแข็ง (ฝังชิพสิ สมัยนี้)
รถที่ให้บริการแชร์จะถูกจอดไว้ตามคอนบินิ (คอนวิเนียนสโตร์) เวลาจะใช้บริการก็เอาบัตรนี้ไปทาบกับตัวอ่านที่ติดไว้ที่รถ ล็อคประตูจะถูกปลด แล้วเราก็จะเข้าไปในรถแล้วก็เอากุญแจรถจากช่้องเก็บของได้ (เหมือนการ์ตูนเลย) จากนั้นก็เอารถไปใช้ลัลล้าลัลล้า ขากลับเอามาจอดแล้วก็เข้าไปจ่ายเงินที่คอนบินิ ยื่นบัตรให้พนักงานไปเอาหัวอ่านกดตื้ดๆ พนักงานจะถามว่ารับขนมจีบซาลาเปาเพิ่มมั้ย? (ไม่ใช่ละ) <-- ตอนไปไทยมีอยู่ครั้งนึง ก็ไปซื้อขนมจีบซาลาเปามากิน ตอนจ่ายเงินมันยังจะถามอีกว่าจะรับขนมจีบซาลาเปาเพิ่มไหมคะ? สักแต่ว่าถาม ไม่ได้ดูเล้ย... กรุจะเอาซาลาเปาไปดับเบิ้ลกินทำไมหลายๆลูกล่ะ -_-;
ค่าบริการถ้า 30 นาทีก็ประมาณ 800 เยน (รวมค่าน้ำมันและค่าประกัน ภาษี & เซอร์วิสทุกอย่างแล้ว ไม่ต้องขับไปเติมน้ำมันให้เต็มถังด้วย ไม่มีค่าบริการรายเดือน ค่าสมาชิกหรืออะไร) คิดๆแล้วสะดวกประหยัดมากสำหรับประเทศนี้ สมมติถ้าจะซื้อรถคันนึง ถ้าไม่ซื้อเงินสดก็ต้องกู้ ต้องผ่อนรถรายเดือน แล้วถ้าบ้านไม่มีที่จอด ก็ต้องไปเช่าที่จอดรถอีก (ไม่มีที่จอดรถก็ซื้อรถไม่ได้ จะมาทำเป็นซื้อไปหลายๆคันแล้วเที่ยวไปจอดแถวบ้านมีเรื่องมีราวตบกันเหมือนแถวบ้านเดี๊ยนที่ไทยไม่ได้) ที่จอดรถนี่ถ้าเป็นบ้านนอกแถวบ้านอริสราก็ประมาณเดือนละ 7000-10,000 เยน แต่ถ้าเป็นในตัวเมืองก็เดือนละ 10,000 - 20,000 เยน ยังมีภาษี ค่าประกัน ค่าบำรุงรักษา ค่าตรวจสภาพรถ ค่าน้ำมันบลาๆอีก -_-; เป็นเหตุผลที่ครอบครัวเราไม่คิดจะซื้อรถ เพราะมีบ้านอยู่ใกล้สถานี ไปไหนใช้รถไฟ ต่อให้บางครั้งใช้บริการแท็กซี่หรือเช่ารถไปเที่ยวก็ยังถูกกว่าการมีรถเป็นของตัวเองอยู่ดี -_-; (อ้อ... ซื้อคอนโดที่ญี่ปุ่นนี่มันก็ไม่ได้มีที่จอดรถให้เรานะ จะเอาที่จอดรถก็ต้องเสียรายเดือนแยกต่างหาก)
ที่ยุโรปจะมีบริการแชร์รถกันอีกแบบ คือสมาชิกเข้าเน็ทแล้วก็หาดูว่ามีสมาชิกคนไหนที่ลงทะเบียนแชร์เอาไว้แล้วอยู่แถวบ้านและจะไปแถวๆที่ที่เราจะไปบ้าง จากนั้นก็ติดต่อขอแชร์รถกับคนนั้น พอถึงวันเวลาที่กำหนด คนที่ให้แชร์รถก็จะขับรถมารับเราตามที่นัดหมาย บางคนมารับถึงบ้านเลยทีเดียว @_@; บางคนแชร์กันทุกวันเพราะบ้านอยู่แถวเดียวกันแล้วก็ทำงานแถวที่เดียวกัน กลายเป็นสนิทกันไปเลย ช่วยลดจำนวนรถบนท้องถนนลงไปได้ หรืออาจช่วยให้ประชากรชาวซิมซ์เอ้ยชาวยุโรปพบรักกัน (แต่ถ้าเป็นที่ไทยอาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาชญากรรมเข้าไปอีก) ^_^;
พูดถึงเรื่องแชร์กันแล้วจะนึกถึงบริษัทนึงในญี่ปุ่นที่ชื่อ Sharemo (http://www.shmo.jp/) คอนเซ็ปคือให้คนเอาของมาแชร์กันใช้ แชร์กันทุกอย่างจนเกือบจะรวมถึงกางเกงในของคนข้างบ้านด้วย ก่อนอื่นต้องเริ่มจากลงทะเบียนเป็นสมาชิกฟรีๆของเค้าก่อน (เป็นสมาชิกปุ๊บจะได้แต้มสะสมเป็นโบนัสมาจำนวนนึง มีหน่วยเป็น R ไอ้แต้มที่ว่านี้จะสะสมหรือลดไปเรื่อยๆจากการแชร์ของเค้าหรือให้เค้าแชร์ ประมาณเดียวกับเงินสะสมสกุลต่างๆในเกม RPG) จากนั้นก็ตามหาของที่เราอยากจะขอร่วมด้วยช่วยใช้ เลือกได้แล้วขอเค้าไป ไอ้เจ้าของคนที่เอาของมาแชร์จะส่งมาให้เราถึงบ้านเอง หรือถ้าเรามีของอยากจะแชร์กับชาวบ้านเค้าก็เอาไปลง ใครมาขอแชร์กับเราก็ส่งไปให้เค้า (แน่นอน เก็บค่าส่งปลายทางสิยะ) มีคนมาแชร์เยอะๆ เราซึ่งเป็นคนเอาของนั้นไปให้แชร์คนแรกก็จะได้แต้มเพิ่มขึ้น มันคือแชร์ลูกโซ่อย่างแท้จริง... (แชร์กันไปเป็นลูกโซ่ ^_^;)
ขึ้นชื่อว่าการแชร์ ใช้เสร็จแล้วอย่าลืมเอามาแชร์กับคนอื่นต่อ ไม่ใช่งุบงิบไว้ใช้เองคนเดียว แชร์คือการขอยืมไปใช้ชั่วคราวเน้อ... อย่างไรก็ตามข้อมูลการแชร์ ใครขอแชร์ เราส่งไปให้ใคร ที่อยู่ไหน เขามารับไปใช้ตั้งแต่เมื่อไหร่ยังไง มันก็อยู่ในระบบหมด
การแชร์ของกันใช้แบบนี้ช่วยลดขยะได้เยอะ และยังช่วยปรับนิสัยกาีรบ้าซื้ออะไรต่อมิอะไรมาลองใช้ผิดๆถูกๆไปได้ ของบางอย่างอาจจะขอแชร์มาลองก่อน ถูกใจใช่เลยค่อยไปหาซื้อ หรือบางอย่างเช่นของใช้เด็กอ่อน (จากประสบการณ์ตรง) เช่นเปลเด็ก อ่างอาบน้ำเด็ก เครื่องชั่งน้ำหนักเบบี้ etc. มันไม่จำเป็นต้องซื้อ หรือซื้อมาก็ใช้แป๊บเดียว ไม่กี่เดือนเอง... ก็ไปขอแชร์คนที่เค้าใช้แล้วหมุนเวียนกันไป เป็นประโยชน์และประหยัดไปได้อีก
ทว่าพวกบริษัทห้างร้านคงไม่ถูกใจระบบนี้เท่าไหร่ เพราะการเอาของมาแชร์กันทำให้เค้าขายของได้น้อยลงหรือขายของไม่ได้ ธุรกิจ eco กำลังมาแรง ถ้า eco แล้วไม่ได้เงินหรือการ eco ของคนอื่นทำให้รายได้ตัวเองลดลงก็คงไม่ชอบใจนัก สรุปแล้ว eco ไม่ eco ก็มีตัวแปรเป็นเงินอีก -_-; eco ก็ถูกหมุนด้วยเงินเช่นเดียวกับสิ่งอื่นๆเหมือนกันแหล่ะอย่าลืม ไม่ได้ถูกหมุนด้วยใจใฝ่ดี รักโลกเหมือนที่จิตบริสุทธิ์ของหลายๆคนคิดอย่างเดียว -_-; บางครั้งก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเครื่องมือของคนทำธุรกิจที่หลอกเป่าหูให้รู้สึกผิดชอบชั่วดีด้วยคำว่า eco ด้วยการใช้ของมันหรือยอมอดทนกับเซอร์วิสที่น้อยลงไปได้เพียงคำอ้างว่าเพื่อ eco (เช่้นเวลาซื้อแมคญี่ปุ่น ซื้อเป็นเซ็ทเอากลับบ้าน อาเฮียไม่แจกถุงใส่รวมกันให้ถือดีๆเป็นผู้เป็นคน แต่เป็นถุงกระดาษไม่มีหูหิ้วเล็กๆสองถุงทั้งที่กรุซื้อของอย่างอื่นพะรุงพะรังมาเต็มแล้ว ต้องเอาแมคมาหนีบกับจั๊กกะแร้กลับไปกินที่บ้านให้น่าอร่อยยิ่งนัก... แต่จะไปว่าเค้าก็ไม่ได้ เพราะเค้าทำเพื่อ eco) <-- หลายร้านก็ทำหลายอย่างเพื่อลด cost แต่ไม่ยักลดราคา สรุปว่า eco ของเค้าทำให้เค้าได้กำไรมากขึ้น โดยการขอความร่วมมือให้พวกเราอดทน -_-; เมิงลดต้นทุนเมิงได้แล้วก็ช่วยลดราคาให้ผู้บริโภคบ้างสิเฮ้ย!
เปล่า เปล่า ไม่ได้จะเขียนบล็อคมอง eco ในแง่ร้าย คือจริงๆก็พยายามทำอะไรเท่าที่ทำได้ในชีวิตประจำวัน แต่บา่งครั้งก็รู้สึกเหมือนถูกนักธุรกิจหลอกด้วยคำว่า eco ยังไงก็ไม่รู้... กรุ eco ของกรุได้ ไม่ต้องมาเป่าหูมาก
ใครอยู่ญี่ปุ่นด้วยกันก็ลองเข้าไปดูใน Sharemo ได้นะ มีของให้แชร์เยอะแยะมากมายจริงๆ แค่ยอมออกค่าส่งเองไม่ต้องไปเสียเงินซื้อของมา เอามาใช้ได้ฟรีๆ โดยเฉพาะพวกนักเรียนต่างชาติที่มาอยู่ญี่ปุ่นแป๊บๆ มาถึงยังจนกรอบไม่มีปัญญาซื้อของอะไรมาก แล้วของบางอย่างก็ไม่รู้จะซื้อมาทำไม ตอนกลับประเทศจะทิ้งยังไง? ลองเข้าไปดู มีเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายอย่างมาแชร์ด้วยทั้งตู้เย็น เครื่องดูดฝุ่น พัดลม etc. แผ่นเกม หนังสือ คอมพิวเตอร์ ปริ้นเตอร์ ยังมีคนเอามาแชร์เลย ไปขอแชร์เค้าใช้นี่แหล่ะ ไม่ต้องซื้อเนอะ ^_^
ของบางอย่างอาจจะแชร์กันไม่ได้ (เช่นลูก ผัว & กางเกงใน) แต่อะไรที่แชร์กันได้ แบ่งๆกันใช้หน่อยก็ดีเหมือนกัน ^_^
ป.ล. เอารูปเด็กมาลงให้ดูให้หายคิดถึง ไม่ได้เอามาแชร์กันแต่อย่างใด...
อิหนูนี่ก็หัวตั้งขึ้นทุกวัน
^_^

น่ารักทั้งคู่เลยค่ะพี่โบว์
ฮี่ๆๆ
มาอ่านเรื่องนี้แล้วเพิ่งรู้ ว่ามีแบบนี้ด้วย
#1 By PARAkeet on 2009-10-21 08:52