ฮี้ ฮี้ เฮ่อ.... ^_^;
posted on 15 Oct 2009 14:09 by hayashikisara in Diaryกลับถึงบ้านที่โอซาก้าอย่างปลอดภัยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา... ใช้เวลาเก็บบ้าน เก็บเสื้อผ้าอยู่สองวัน (แต่บ้านสะอาดเรียบร้อยดีมากอย่างไม่น่าเชื่อว่าสามีมันจะดูแลบ้านได้ ^_^) ในที่สุดก็ได้ดำเนินชีวิตครอบครัวแบบสามีหนึ่งลูกสอง (พ่วงแม่มาอยู่ด้วยชั่วคราวอีกคน) เสียที
ลูกคนที่สองนี่เลี้ยงแบบสบายๆมาก ทำเป็นทุกอย่างราวกับเลี้ยงมาแล้วแปดคน... ตอนกลางคืนสามารถตื่นมาชงนมได้อย่างปุ๊ํบปั๊บไม่มีอาการง่วง (และนอนต่อได้ในทันที) เช้าตื่นมาทำอาหารเช้า + โอเบงโตให้สามีตามปกติ กลางวันทำงานบ้าน พาไอ้อาคิออกไปวิ่งเล่นได้อีกต่างหาก (ทิ้งคุเรฮะไว้กับคุณยาย)
ท้องสองนี้ก็ไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวได้เช่นเคย ;_; เพราะน้ำนมไม่ค่อยมี และคุเรฮะดูดนมจากแม่ไม่เก่ง... (หมอบอกแบบนั้น) ช่วงแรกพยายามให้นมแม่อย่างเดียว แต่เหมือนกินไม่เคยอิ่ม ต้องให้นมเกือบตลอดเวลา ไม่มีเวลาให้อาคิ (น่าสงสารมาก) จนผ่านไปเป็นอาทิตย์ก็แล้ว น้ำหนักคุเรฮะก็ลดลงไปเรื่อยๆ -_-; (ปกติน้ำหนักเด็กแรกเกิดจะลดลงช่วงแรก แล้วก็ค่อยๆขึ้นทีละเล็กทีละน้อย แต่นี่ลดอย่างเดียวไม่มีขึ้น จนเริ่มแบบ... ชักอันตรายละ -_-;) ปกติแล้วเด็กแรกเกิดจะเกิดมาพร้อมแบกโอเบงโตมาเองจากท้องแม่ สามารถอยู่ได้โดยไม่กินอะไรไปสองสามวันเพราะช่วงแรกแม่ก็ยังผลิตน้ำนมไม่ทันเหมือนกัน
หมอญี่ปุ่นจะไม่ใช่แค่ทำคลอดแล้วจากกันไปเฉยๆ ช่วงอยู่โรงพยาบาลอย่ามาทำแอบเหนื่อยจากการคลอด เพราะแต่ละวันจะมีเทรนนิ่งต่างๆทั้งปั๊มนม เลี้ยงลูก อาบน้ำลูก (ยกเว้นถ้าใครคลอดคนที่สองจะไม่ไปร่วมก็ได้) ออกจากโรงพยาบาลแล้วต้องเลี้ยงลูกให้รอดได้ด้วยตัวเอง (คลีนิคที่โบว์ไปคลอดมีการโทรมาถาม ติดตามผลอีกต่างหาก)
ที่คลีนิคนี้ก็แบบ... คลอดลูกไปได้วันเดียวพี่แกก็ขนลูกมาให้เลี้ยงเองในห้องเลยทีเดียว... ไม่ต้องหลับต้องนอนกัน... (ไม่มีการให้ใครมาค้่างเป็นเพื่อนด้วย เอาตัวรอดกันเองล่ะค่ะแม่ลูก -_-;)
อะไรไม่โหดเท่าเวลาโดนพี่แกปั๊มนมเนี่ยแหล่ะ รีดกันยังกับเป็นฟาร์มโคนมเหมือนเดี๊ยนไม่ใช่หญิงสาวอีกต่อไป... หมอคงคิดว่าได้ทิ้งความเป็นหญิงไปหมดตั้งแต่ตอนคลอดลูกแล้วมั้ง -_-; มีลูกได้แล้วยางอายอะไรคงไม่ต้องมีอีก... ฮ่วย
สรุปว่าตอนนี้คุเรฮะกินนมแบบผสม คือนมแม่(ที่รีดๆปั๊มๆออกมาได้) แล้วก็นมเมจิโฮโฮเอมิ -_-; แต่กินตามที่หมอแนะนำแล้วน้ำหนักก็ขึ้นดี อารมณ์ดี ระยะเวลาห่างระหว่างการกินนมแต่ละครั้งก็ดี มีเวลาให้อาคิด้วย อาคิก็ไม่เหงา ดังนั้น...ก็กินต่อไปแบบนี้ละกัน
คลอดลูกคนที่สองนี่ก็ไม่ใช่ว่าจะเจ็บน้อยกว่าคนแรกนะ แต่เจ็บเป็นช่วงเวลานานน้อยกว่าเท่านั้นแหล่ะ ^_^; ตอนวันคลอดนี่จริงๆแล้วเป็นวันไปตรวจเฉยๆ แต่หมอบอกว่าปากมดลูกเปิด 5-6 เซนแล้ว คงคลอดเย็นนี้แหล่ะ @_@; ก็เลย admit เข้าห้องไปเลย
คลีนิคที่ไปคลอดนี่ก็ไม่ใช่โรงพยาบาลใหญ่โตอะไรแต่เป็นคลีนิคสตรีและทำคลอดโดยเฉพาะหรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่าซังฟุจินกะ (ที่ไทยไม่มีมั้ง ฝากท้องก็คงฝากกับโรงพยาบาล ไม่ใช่คลีนิคทำคลอดโดยเฉพาะ) คลอดที่ญี่ปุ่นนี่ไม่มีให้เลือกว่าจะคลอดเองหรือผ่าคลอด... ถ้าไม่มีเหตุผิดปกติอะไรก็ต้องคลอดเองไปเท่านั้น -_-; คงกลัวว่าถ้าไม่ได้เจ็บตอนคลอดแล้วจะรักลูกได้ไม่เต็มที่... (ไม่มีบล็อคหลัง ให้ยาแก้ปวดหรืออะไร... นอนเจ็บและรอเวลา่จะคลอดไป)
ทีนี้วันคลอดเนี่ย... หลังจาก admit เข้าห้องไปแล้ว ตาฮายาชิก็บึ่งมาจากโอซาก้า มาถึงก่อนคลอดนิดหน่อย ก็ได้เข้าห้องคลอดเป็นครั้งที่สองของชีวิต (คงไม่มีครั้งที่สามแล้ว) ห้องคลอดของคลีนิคจะมีอยู่ห้องเดียว แล้วก็มีห้องเตรียมคลอด (เป็นห้องให้คนใกล้คลอดมานอนเจ็บ 555) อีกประมาณสองห้อง ที่นี่เป็นคลีนิคเล็กๆ ห้องพักของโรงพยาบาลมีประมาณ 8 ห้องเท่านั้น (เพราะฉะนั้นจะรับฝากครรภ์แต่ละเดือนในจำนวนจำกัด)
ไอ่วันที่ไปคลอดเนี่ย นอกจากเดี๊ยนแล้วยังมีอีกคนนึง... ที่แบบช่วงชิงกันอยู่ว่าใครจะคลอดก่อน ช่วงเจ็บเตือนแบบถี่ๆเนี่ย... ต่างคนก็ต่างต้องไปนอนที่ห้องเตรียมคลอดคนละห้อง แล้วก็ใช้เครื่องวัดติดที่ท้องว่าเจ็บห่างกันกี่นาทีเท่าไหร่ยังไงแล้ว... (ไม่รู้ที่ไทยเหมือนกันหรือเปล่า) ตอนที่มานอนเจ็บในห้องเตรียมคลอดนี้สามีก็เข้ามาอยู่ด้วยกันได้ด้วย คุณฮายาชิพยายามชวนคุยอะไรต่อมิอะไรไปเรื่อย จริงๆก็เจ็บนะ แต่ปกติเป็นประเภทเจ็บแล้วร้องไม่ออก... -_-; ได้แต่เงียบอดทนไปสุดๆ ไร้ซุ่มเสียง มีแต่หน้าซีด...
ส่วนห้องข้างๆนี่โหยหวนมาก -_-; (คลอดครั้งแรกด้วย คงกำลังนึกว่ากรุจะไม่มีอีกคนแน่ๆเด็ดขาดเหมือนตอนเรามาคลอดคนแรกเหมือนกัน เอ๊ะ แล้วทำไมเดี๊ยนกลับมาอีกเนี่ย??!!)
ปรากฎว่าเธอคนนั้นถึงเวลาคลอดก่อน นางพยาบาลก็จูงเธอไปขึ้นเก้าอี้คลอด (?) <-- ต้องเดินไปขึ้นกันเองด้วยนะ อีเก้าอี้นี่ก็สูงชิบ
ความซวยก็บังเกิด เมื่อเราต้องทนนอนฟังเสียงโหยหวนของอาเจ๊ตอนคลอดอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง -_-; (พร้อมคุณฮายาชิที่นั่งอึ้งพูดอะไรไม่ออก) ลำพังเจ็บท้องตัวเองก็จะแย่อยู่แล้ว ยังต้องมาฟังซาวแทรกด์หมอนางพยาบาลในฉากคนจะคลอดลูกอีก -_-;
แถมยังต้องระแวงอีกว่าถ้ากรุจะคลอดตอนนี้พอดีจะยังไงดีวะเนี่ยเฮ้ย... @_@;
ด้วยความที่มีประสบการณ์คลอดมาก่อน... เลยพยายามอดทนสุดๆ (ความจริงก็คือจำ timing ตอนจะคลอดไม่ได้ จำได้แต่ว่าเหมือนปวดอึ -_-;) กะว่ารอให้เจ๊คลอดเสร็จก่อนและหมอเคลียร์ห้องก่อน... (กรุอยากคลอดสบายๆ ไม่อยากคลอดห้องนี้!!!) <-- ในความเป็นจริงไม่มีการคลอดที่สบายหรอกจริงป่ะ
ในที่สุดเจ๊ก็คลอดสำเร็จตอน 5 โมงครึ่ง เคลียร์ห้องอะไรเสร็จก็ประมาณเกือบหกโมง พยาบาลก็เข้ามาดูเราแล้วก็พาไปขึ้นเก้าอี้ต่อกันเลย (จะว่าไปตอนนั้นก็รู้สึกประมาณเหมือนว่าจะคลอดแล้วเว้ยเฮ้ย... แต่ยังอดทนอยู่) พยาบาลดูอีกทีแบบว่าตกใจมาก รีบโทรเรียกหมอขึ้นมาบอกว่าจะคลอดแล้ว (คือปกติหมอญี่ปุ่นจะตรวจอยู่ข้างล่าง จะขึ้นมาตอนทำคลอดและมาเพื่อทำคลอดเท่านั้น จากนั้นก็กลับลงไปตรวจคนไข้ต่อ -_-;) ประมาณว่าหมอเกือบขึ้นมาไม่ทัน คุเรฮะคลอดตอน 6 โมง 9 นาที เดี๊ยนใช้เวลาอยู่บนเก้าอี้นั่นประมาณ 9 นาทีเท่านั้น โอ้... สั้นมาก ไม่คุ้มค่าคลอดเกือบสี่แสนเยนเลย อีตาฮายาชิงง เผลอไปฉี่นิดเดียวเกือบกลับมาไม่ทันคลอด -_-; (แต่ก็ทันพอดี)
ไม่ต้องฮี้ฮี้ฮู่ว์อะไรเหมือนที่สอนเพราะไม่มีเวลา -_-; ถ้ามีคนที่สามสงสัยคลอดเองได้ละ...
สถานการณ์ตอนนี้ก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง กลับมาอยู่บ้านตัวเองแล้วทุกอย่างก็สงบร่มเย็นขึ้น (รวมถึงอาคิน้อย กลับมาบ้านแล้วเป็นเด็กดีั ไม่ค่อยคลุ้มคลั่งเหมือนอยู่บ้านนู้น ^_^;) อาคิช่วงนี้เป็นช่วง Terrible 2 แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรนอกจากร้องไห้ตอนน้องร้อง... แล้วก็ชอบทำเสียงดังจนน้องนอนไม่ได้ ^_^; (แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะมันก็เป็นไปตามวัย... ที่ว่าเสียงดังก็ประมาณว่าร้องเพลงเสียงดัง บางทีก็เล่นกระโดดๆ เล่นสนุกก็ส่งเสียงปล่อยอารมณ์ไปตามเรื่อง... มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ เกิดเป็นน้องต้องอดทน อีกหน่อยหนูจะนอนได้ในทุกสถานการณ์ 555)
ตอนนี้ยังไม่มีอะไรลำบาก จะพยายามเลี้ยงกันต่อไป ^_^
ป.ล. ลงตัวเต็มที่เมื่อไหร่จะเริ่มเขียนนิยายต่อละ
ป.ล.2 เดี๋ยวต้องไปดำเนินเรื่องแจ้งเกิดที่สถานกงศุลฯไทยอีก เข้าไปดูมาเมื่อกี้ ต้องใช้ทะเบียนบ้านตัวจริงด้วย ต้องให้พี่ชายส่งมาให้...
ป.ล.3 ขอบคุณทุกคอมเม้นต์เมื่อวันก่อนทุกคอมเม้นต์เลยนะคะ รวมถึงคนที่ไม่เคยเปิดเผยตัวไม่เคยคอมเม้นต์ด้วย ขอบคุณมากๆค่ะ m(_ _)m
รูปอาคิตอนเบบี๋
ลองเทียบกันดู... นี่อาคิ
นี่คุเรฮะ
อีอาคิโตมาแล้วเป็นเช่นนี้....
ทำตัวทุเรศขึ้นเรื่อยๆ
หน้าตาเวลาทำผิดแล้วโดนจับได้
เก็บอะไรมาดูไม่รู้??
กลุ้มจริงๆมีพี่แบบนี้ -_-;

อีพี่อาคิเนี่ย...เป็นเท็ทซึโดมาเนียอีกต่างหาก
วันก่อนเลยพาไปดูหัวรถไฟชินคันเซ็นที่ไมบาระ
อาคิชอบมาก
เริงร่า
อยู่ๆก็ตะโกนออกมาได้ (ตกใจหมด)
ช่วงนี้เริ่มหนาวแล้ว
ระวังสุขภาพกันด้วยนะคะ ^_^


#1 By mahaoath on 2009-10-15 14:54