ความทรงจำก่อนคลอด m(_ _)m
posted on 17 Sep 2009 17:19 by hayashikisara in Diary1. ตั้งแต่มาอยู่บ้านนี้นอกจากจะฉี่เหลืองแล้วยังท้องผูกอย่างแรง -_-; คาดว่าเป็นเพราะอาหารการกินที่เปลี่ยนไปอย่างเต็มที่ อย่างว่า...วันๆแทบไม่ได้กินอาหารอะไรที่เป็นผักเลย...
2. แม่คุณฮายาชิจะไม่ทำอาหารที่ใช้ผักเป็นส่วนประกอบเลยเพราะทำไม่เป็น อย่างมากก็จะเป็นสลัดที่ซื้อมาเท่านั้น
3. แต่บ้านนี้ไม่กินสลัดกับน้ำสลัด เป็นคนติดมายองเนสมาก ทุกอย่างกินกับมายองเนสโลด... @_@;
4. บางทีแม่คุณฮายาชิก็ซื้อผักหรืออะไรมาสองสามอย่างเพราะเห็นว่าถูก แล้วมาบอกเราว่าช่วยเอามาทำกับข้าวอะไรให้หน่อยซักอย่าง... เหมือนโจทย์ทดสอบไอคิวลิงชิมแพนซี @_@; สงสัยจะดูทีวีแชมเปี้ยนมากไป -_-;
5. ที่แย่ก็คือไอ้ที่ซื้อมานั่นมันไม่ได้เข้ากันเลยและแถมปริมาณมันยังเยอะมาก เดี๊ยนไม่รู้จะเอามาทำอะไรดี
6. วันก่อนพ่อคุณฮายาชิเดินมาบอกว่าเดี๋ยวจะพาออกไปข้างนอกนะ ไอ้เราก็ปิดคอมฯ ปิดหน้าต่าง ลุกไปแต่งหน้าแต่งตัว ปรากฏพ่อมาถึงก็มาอุ้มอีอาคิออกไป... ปล่อยให้เรานั่งสวยเก้อ...
7. บร้า... จะเอาแต่อาคิไปก็ไม่บอก T^T
8. ปัญหาอาหารการกินอีกอย่างของบ้านนี้คือมักจะซื้อแต่ของทำไว้แล้วหรือของแช่แข็ง... ดังนั้นจึงไม่มีอะไรจะให้อาคิกินเลย -_-;
9. แม่ชอบพูดให้เราหาอะไรให้อาคิกิน แต่ในบ้านไม่มีทั้งข้าว ขนมปัง อุด้ง และไม่มีเนื้อสัตว์ที่จะเอามาทำกับข้าวได้ T^T แล้วจะให้ทำอะไรให้มันกิน... หรือนี่เป็นการทดสอบไอคิวลิงชิมแพนซีหัวข้อที่สอง??
10. บางทีแม่คุณฮายาชิก็หุงข้าว แล้วก็เอาฟุริคาเกะมาโรยให้... สรุปว่าอาคิกินข้าวกับฟุริคาเกะเกือบทุกมื้อ T^T เพราะไอ้ที่เค้ากินกัน อาคิก็กินไม่ได้ เพราะส่วนใหญ่ก็จะเป็นของทอดๆ (ซุปก็ยังไม่ทำ เป็นแบบสำเร็จรูปใส่น้ำร้อนโลด)
11. หรือถ้าไม่มีอะไรกินจริงๆ แม่คุณฮายาชิก็จะเอาขนมมาให้อาคิกินแทน บอกว่าไม่กินข้าวกินขนมก็ยังดี (??!!)
12. แล้วไม่รู้นึกยังไงถึงเอาโค้กให้เด็กสองขวบกิน @_@; ชมใหญ่ว่าอาคิเก่งจัง กินโค้กได้ด้วย แถมยังบอกเราว่าอาคิไม่ชอบกินขนมหวานหรือช็อกโกแลต ดังนั้นกินโค้กได้ไม่เป็นไร (โลจิคอะไรฟะเนี่ย) -_-;
13. อยู่ๆไปแล้วจะรู้สึกว่าไม่มีโลจิคไหนเอาชนะแม่คุณฮายาชิได้ อย่างเช่นหมอบอกว่าต้องควบคุมน้ำหนักและให้กินมากไม่ได้แล้ว แต่ถ้าบอกแม่คุณฮายาชิตามนั้น คุณแม่จะบอกว่า “ก็เข้าใจที่หมอพูด แต่ไม่กินไม่ได้นะ” (เข้าใจตรงไหนเนี่ยคุณแม่!!!)
14. อ่านมาถึงนี่คงพอเข้าใจแล้วว่าปกติแล้วแม่คุณฮายาชิเป็นคนมองโลกในแง่ดีมากๆ ถ้าระบายความกลุ้มใจให้ฟังก็จะคอยปลอบให้เป็นไปในทางที่ดีอย่างที่แกต้องการเสมอ สามารถมองข้อเสียให้เป็นข้อดีได้ (ยกเว้นข้อเสียของพ่อ กร๊ากกก)
15. อย่างเช่้นเมื่อวันจันทร์ไปหาหมอ หมอบอกเราว่าปากมดลูกยังไม่เปิด ต้องเดินมากๆกว่านี้และอาจจะคลอดเลยกำหนดวันคลอดไปอีก พอบอกแม่คุณฮายาชิแกก็จะปลอบว่าหมอก็พูดไปอย่างนั้น จริงๆแล้วยังไงก็ต้องคลอดตามกำหนดแหล่ะ เพราะมันเป็นหน้าที่ของหมอที่จะต้องทำให้คลอดตามวันที่กำหนด (?) และหมออาจจะพูดเพราะต้องการให้คนไข้เซอร์ไพรส์ไปงั้น (??!!!! @o@!!!)
16. เพราะความเป็นคนมองโลกในแง่ดีและอบอุ่นของแม่คุณฮายาชิ เลยทำให้แกตามใจหลานมากๆ ทำอะไรก็ดี เก่ง เลิศ ฉลาด ประเสริฐไปหมด อยากเล่นอะไรก็ให้เล่น (บางอย่างก็เป็นของแตกได้ แต่แกบอกว่าไม่เป็นไร แตกก็ซื้อใหม่ได้...) <-- ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ว่าซื้อใหม่ได้หรือเปล่า ปัญหามันคือถ้าแตกก็บาดน่ะสิ... -_-;
17. แนวทางการเลี้ยงลูกของบ้านนี้ไม่เหมือนบ้านเราที่ไทย คือเน้นอิสระของเด็กมาก @_@; อยากเล่นอยากทำอะไรเวลาไหนก็ได้เสมอ อยากนอนกี่ทุ่มกี่ยาม อยากดูทีวีตอนไหนก็ได้ สี่ห้าทุ่มบางทีก็ยังพาออกไปเดินเล่นข้างนอก...
18. ที่ทำให้เรางงๆคืออาคิทำอะไรแม่คุณฮายาชิก็ขอโทษตลอด @_@; เช่นอาคิทำน้ำหกก็ขอโทษ เป็นเพราะย่าเอาน้ำมาวางตรงนี้เอง ทำแก้วแตกก็ขอโทษ เป็นเพราะย่าเอง อะไรๆก็ย่าผิดเอง ย่าผิดเอง @_@; จริงๆเราไม่มีความคิดที่จะดุเด็กกับเรื่องพวกนี้ แต่ก็คิดว่าไม่ใช่เรื่องที่เราจะต้องขอโทษหรือต้องยืนยันกับเด็กตลอดว่าเราผิด...
19. ทำให้แม่เดี๊ยนเหวอๆ เพราะบ้านเราที่ไทยค่อนข้างเข้มงวดกับชีวิตประจำวันของเด็กๆ คือกินข้าวสามมื้อตามเวลา นอนเร็ว ตื่นเช้า ไม่ค่อยให้ดูทีวี และไม่ค่อยให้เด็กเล่นนู่นนี่ที่มันอันตราย (บางอย่างก็ห้ามมากเกินไปเหมือนกัน ตามประสาบ้านชาวไทย)
20. เราก็คงชินกับการเลี้ยงลูกแบบบ้านเราที่ไทย ปกติตอนอยู่โอซาก้าเราจะเอาอาคินอน 3 ทุ่ม ตื่น 7 โมงเช้า ช่วงเช้าพาไปวิ่งเล่นข้างนอก กินข้าว...นอนกลางวันและพยายามจะไม่เปิดทีวี อะไรที่ไม่ให้เล่นก็จะยืนยันว่าไม่ให้เล่น แต่พอมาอยู่บ้านนี้ก็ไม่รู้จะทำไง แต่ละบ้านเลี้ยงลูกไม่เหมือนกัน เดี๋ยวกลับบ้านเราที่โอซาก้าค่อยว่ากันใหม่ -_-;
21. ทว่าแม่เดี๊ยนคงอึดอัดใจ พยายามเอาอาคิเข้านอนตอน 4 ทุ่ม (สำหรับแม่อิฉันถือว่าดึกเกินไปแล้วสำหรับเด็กสองขวบ) พ่อแม่คุณฮายาชิก็ทักว่านี่มันเพิ่งจะ 4 ทุ่มเองนะ... ทำไมให้นอนเร็ว -_-; คงคิดว่าเราเข้มงวดกับลูกมากเกิน
22. ไปกินข้าวข้างนอกอาคิเอาเท้าขึ้นมาพาดบนโต๊ะ เราก็ไม่ให้ สอนว่าไม่ให้เอาขึ้นมาเพราะเสียมารยาท แต่บ้านนี้บอกว่าไม่เป็นไรๆ เด็กๆก็แบบนี้ -_-; คือไม่ว่าจะทำอะไรก็คิดซะว่าเป็นธรรมชาติของเด็กหมด ไม่ต้องพูดต้องสอน ความคิดไม่เหมือนกับเรา ทำให้เราสอนลูกลำบากเหมือนกัน -_-; อะไรที่เราห้ามไม่ให้เล่น (พวกไม้ยาวๆ, ของแหลมๆ กลัวจะไปแทงคนอื่นหรือทำข้าวของเสียหาย หรือบาดเจ็บเพราะมันชอบกระโดดไปมา) พอเราเผลอแม่คุณฮายาชิก็ไปหามาให้เล่น (ทั้งที่มันลืมไปแล้วแล้วก็ทำใจยอมรับได้แล้วว่าเป็นสิ่งที่เล่นไม่ได้) เราว่าเด็กมันคงงงสับสน ตกลงเล่้นได้หรือไม่ได้กันแน่
23. แต่คือเราก็เข้าใจว่าห้ามเด็กทุกอย่างมันก็ไม่ถูก จริงๆเราก็มีกฏของเราเองว่าถ้าเป็นของไม่อันตราย ไม่เดือดร้อน ไม่เสียของก็ให้เล่นได้ บางอย่างมันก็ก้ำกึ่งว่าควรให้เล่นเพื่อการเรียนรู้ของเด็ก? หรือไม่ควรให้เล่นเพราะมันเป็นการสิ้นเปลืองข้าวของ? เช่นเรารู้สึกไม่ดีกับการให้เล่นของกิน (แบบตั้งใจ) เพราะรู้สึกว่าเสียของและเด็กไม่มีจะกินก็มีเยอะแยะ -_-; แต่บ้านนี้จะคิดว่าเด็กเล่นเพราะอยากเรียนรู้ อยากเล่นทิ้งขว้างยังไงก็เล่นไป หรือเล่นน้ำแบบเปิดเล่นสนุกสนานเป็นชั่วโมงๆเราก็ไม่ชอบ... ก็ไม่รู้เป็นเพราะความงกหรือปมด้อยความจนของเราจากในอดีตหรือเปล่า... -_-;
24. อาคิพูดอะไรไม่รู้เรื่อง แต่แม่คุณฮายาชิสามารถฟังเป็นประโยคที่เลิศหรูได้ บางทีเราก็ชอบจินตนาการอันล้ำเลิศของแม่คุณฮายาชิ มันทำให้ดูลูกเราฉล้าดฉลาด... 5555 ^_^;
25. แม่คุณฮายาชิหลงหลานมาก อาคิเองก็ติดย่า ถ้าออกไปข้างนอกจะให้อุ้มตลอด จะขออะไรก็ไปขอย่า ไม่มาขอยายหรือแม่เพราะขอย่าแล้วโอกาสได้ตามนั้นเยอะกว่า ^_^;
26. เราก็ชอบแม่คุณฮายาชิมากนะ (โดยเฉพาะคาแรคเตอร์ 555) แต่เกรงใจ๊เกรงใจ -_-; ไม่ค่อยชินกับการให้คนอื่นดูแลหรือทำอะไรให้ ชอบเป็นฝ่ายทำให้คนอื่นมากกว่า -_-;
27. เวลาได้อะไรจากคนอื่นมากๆกลับเป็นฝ่ายไม่สบายใจและอึดอัดมากกว่า -_-; เพราะฉะนั้นทุกท่านอย่าได้ให้อะไรกับเราเลย...
28. และเนื่องจากเราเป็นคนตอบแทนบุญคุณคนอื่นไม่เก่ง คนที่ให้อะไรแล้วหวังผลตอบแทนจะซวยได้... เพราะบางทีเราก็เป็นพวก KY อ่านบรรยากาศไม่ออกเหมือนกัน ^_^;
29. คอมฯบ้านนี้เครื่องเก่าเป็นแบบจอมอนิเตอร์กับ CPU ติดกัน กดปุ่มเปิดแค่ปุ่มเดียว เมื่ออาทิตย์ก่อนน้องคุณฮายาชิเอาคอมฯตัวเองมาเปลี่ยนให้ เป็นแบบจอมอร์นิเตอร์แยกกับตัว CPU แม่คุณฮายาชิกดเปิดเท่าไหร่ก็ไม่ติด รีบมาตามเราไปดูใหญ่บอกว่าคอมฯเสีย! เราดูแล้วปรากฏว่าแม่คุณฮายาชิกดเปิดจออย่างเดียวแต่ไม่ได้กดปุ่มที่ CPU @_@; แล้วมันจะติดได้ยังไง... (เป็นความผิดที่น่ารักดี... ^_^;)
30. ปกติแล้วพ่อคุณฮายาชิจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปจอดที่สถานีรถไฟทุกเช้า แล้วก็นั่งรถไฟไปทำงาน... แต่ปรากฎอาทิตย์ที่แล้วมอเตอร์ไซค์เสีย ต้องอาศัยแม่คุณฮายาชิขับรถไปส่งไปรับเช้า-เย็น แต่บางวันเมล์หรือโทรมาเรียกให้ไปรับ คุณแม่เธอขี้เกียจก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ซะงั้น (ไม่ตอบเมล์ ไม่รับโทรศัพท์) ปล่อยให้เดินกลับบ้านมาเอง (3.6 กิโล...) แต่งงานกันมา 30 ปีแล้วมันจะเป็นงี้เองหรือนี่ @_@;
31. เวลาขับรถพ่อคุณฮายาชิจะจำทางไม่ค่อยได้ ชอบถามแม่อยู่เรื่อย บางทีแม่รำคาญก็ไม่ตอบซะงั้น แต่พอเลี้ยวผิดก็หงุดหงิดต่อว่า เป็นพ่อนี่ช่างซวย...
32. แต่พ่อก็พอกัน... ไม่เคยเชื่ออีนาวิเกเตอร์ที่นำทาง -_-; ขับรถหลงประจำแถมชอบเลี้ยวเข้าซอยนู่นนี่เพราะคิดว่าน่าจะไปโผล่นู่นนี่ได้ (ซึ่งมักจะทำให้เสียเวลากว่าเดิม) แถมเวลาไปจอดรถที่ไหนไม่เคยดูลูกศรกับเขา นึกจะสวนกระแสขวางโลกยังไงก็ตามใจฉัน บางทีแอบฝ่าไฟแดงอีกต่างหาก -_-;
33. ส่วนแม่นั้นตรงข้าม ขับรถแบบขี้ระแวงมาก ไฟเขียวแท้ๆแต่ชอบเบรคดูรถก่อน (เราเป็นคันหลังมานี่คงชนแล้ว เพราะเห็นไฟเขียวไม่คิดว่าเจ๊จะเบรค) -_-; สรุปว่าไม่รู้นั่งกับใครโอกาสตายมากกว่ากัน...
34. แต่คนญี่ปุ่นแถวนี้ก็น่ารักมาก ไม่เคยบีบแตร ไม่เคยต่อว่าให้เสียใจ... ถ้าเป็นในโอซาก้าสงสัยตายแน่ -_-;
35. มีอยู่วันนึงพ่อคุณฮายาชิกลับมาบ้านตอนที่แม่ขับรถออกไปซื้อของหรืออะไรซักอย่าง เราเห็นจานชามไม่ได้ล้างก็เลยล้างให้ พ่อกลับมาไม่เห็นจานชามกองในอ่างก็บอกเราว่า วันนี้แปลกจังที่แม่ไม่เก็บจานชามไว้ให้พ่อล้างหลังกลับจากทำงาน @_@;
36. เมื่อวานนั่งดูรายการทีวีตอนกลางคืนด้วยกันกับแม่คุณฮายาชิ เป็นรายการเกี่ยวกับคนอ้วน แม่คุณฮายาชิพูดขึ้นมาว่าที่เค้าอ้วนเป็นเพราะกรรมพันธุ์เพราะมียายกับป้าที่อ้วน พูดจบหมอในรายการก็พูดขึ้นมาว่า ความอ้วนนั้นไม่ใช่กรรมพันธุ์แต่ส่วนใหญ่เป็นเพราะการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่ถูกต้อง @_@;
37. เราต่างคนต่างเงียบ...
38. เดี๊ยนควรพูดอะไรดี???
39. โชคดีที่แม่คุณฮายาชิเป็นคนมองโลกในแง่ดีและเป็นคนที่เชื่อในโลจิคของตัวเอง เลยพูดขึ้นมาว่า แต่ที่เค้าอ้วนเนี่ยเป็นเพราะกรรมพันธุ์นั่นแหล่ะ!
40. เชื่อแล้วว่าวิทยาศาสตร์ไม่มีผลกับกำลังใจของคุณแม่ 5555
41. ตอนกินข้าว แม่คุณฮายาชิพูดเรื่องที่อาคิมี 2 ขวัญว่า “ปกติเด็กที่มีสองขวัญจะเป็นเด็กหัวโต อาคิหัวเล็กแท้ๆแต่มีสองขวัญ แปลว่าเป็นเด็กฉลาดนะ”
42. มีอะไรเป็นเหตุเป็นผลกันบ้างเนี่ย...
43. แต่เดี๊ยนก็ชอบแม่ที่เป็นแบบนี้
44. ไอ้โลจิคของแม่หรือคำพูดประเภทนี้มักจะสร้างความรำคาญให้กับน้องเคนตะ -_-; คือวัยรุ่นมันคงไม่ชอบใจ ต้องคอยจิกกัดแขวะเอาชนะหรือทำให้แม่้หน้าแตก
45. จริงๆไม่เห็นเป็นไรเลยเนอะ ถึงจะเชื่อแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรซักหน่อย...
46. วันนี้ไปหาหมอมาอีก เจอขยายปากมดลูก... เจ็บมากๆ >_< หมอถามว่าเคยคลอดลูกไปแล้วยังจะเจ็บอีก
47. กรุไม่ได้คลอดลูกมา 8 คนนี่ เคยคลอดไปคนเดียวเมื่อสองปีกว่าแล้ว
48. แต่หมอบอกว่ามีโอกาสจะคลอดช่วงวันหยุดยาวที่จะถึงนี้ (19-23 กันยา)
49. ดังนั้น... คงจะไม่มาอัพไดหรือบล็อคอีก เราจะเจอกันหลังออกจากโรงพยาบาลเลยแล้วกันนะ ใครส่งเมล์มาก็ึคงไม่ได้ตอบ ไม่ได้หยิ่งแต่อย่างใดแค่ไปคลอดลูก m(_ _)m
50. คราวหน้าคงมีทั้งอาคิมาสะและคุเรฮะแล้วล่ะ ^_^
これからだね!!


#1 By Aoei RZD ~มเหสีแห่งริวซามะ~ on 2009-09-17 17:42