วัยรุ่น... -_-;
posted on 07 Sep 2009 10:36 by hayashikisara in Diaryยัง... ยังไม่คลอดเด้อ... แต่เบื่อหน่ายมากมายไม่มีอะไรจะทำ เลยไม่มีกะจิตกะใจจะอัพอะไรด้วย... (ขี้เกียจเปิดคอมฯ ขี้เกียจขโมยเน็ท)
จริงๆแล้วบ้านพ่อแม่สามีอยู่ในเขตที่อยู่อาศัยที่ดี มีแต่บ้านสวยๆ แต่ละคนดูแลทำบ้านดูดีักันทั้งนั้น แต่จะไม่สามารถไปไหนได้เลยหากไม่มีรถ (เพราะฉะนั้น = เราไปไหนไม่ได้หากแม่คุณฮายาชิไม่พาไป เพราะไม่มีใบขับขี่ที่ญี่ปุ่นนี่ -_-;)
และมาอยู่บ้านเค้าก็ต้องเกรงใจ จะมาใช้น้ำ ไฟ แก้สเค้าฟุ่มเฟือยก็ไม่ดี วันๆตื่นขึ้นมาก็เลยได้แต่มานั่งเหวอๆอยู่ในห้องรับแขก... (โดยเฉพาะวันหยุด พ่อจะดูแต่ข่าว กอล์ฟ เบสบอล -_-;)
น้องเคนตะที่เคยน่ารัก พอเข้าช่วงวัยรุ่นแล้วน่ากลัวขึ้น -_-; พูดกับพ่อแม่ไม่ดี แต่ก็เป็นธรรมดาของวัยรุ่น ก็เข้าใจว่าพ่อแม่บางทีก็น่ารำคาญ พูดหรือทำอะไรขัดหูขัดตา ยิ่งพ่อแม่คุณฮายาชิมีน้องเคนตะตอนอายุมาก ถ้าเทียบกับพ่อแม่ของเพื่อนๆวัยเดียวกัน พ่อแม่ของเคนตะจะอายุมากกว่าพ่อแม่เพื่อนๆเป็นสิบปี (จะเกษียณอยู่แล้ว) มันก็คงดูไม่เท่ห์ ไม่วัยรุ่น ไม่ตลก ไม่ทันสมัย (ชอบเล่นมุขแป๊กๆอะไรอย่างนี้) และเนื่องจากเคนตะเป็นลูกหลง ก็เลยเลี้ยงมาต่างจากคุณฮายาชิและน้องฮิโิรคนรองมากอยู่ (ตอนมีเคนตะพ่อแม่ก็มีทุกอย่างแล้ว บ้าน รถ เงินเดือนสูง การงานดี ตำแหน่งหน้าที่ก็สูง ไม่เหมือนตอนคุณฮายาชิกับฮิโรเด็กๆที่ต้องประหยัดกันมาก)
นอกจากเวลากินข้าวแล้ว แทบจะไม่เห็นเงาของน้องเคนตะเลย... เด็กวัยนี้ก็เป็นวัยเกรียนๆของบ้านเราอ่ะเนอะ เมื่อวันก่อนกินข้าวด้วยกัน อาหารเย็นเป็นกิมจินาเบะ (หม้อไฟกิมจิ) ก็เริ่มด้วยการที่น้องบ่นแม่ว่าใครเค้าทำหม้อไฟกันตอนอากาศยังร้อนอย่างนี้ ตอนแรกพ่อบอกไม่ค่อยหิวเลยไม่กิน แต่ไปๆมาๆก็มานั่งด้วยแล้วก็จะกินด้วย แม่ก็เลยบอกใ้ห้เคนตะไปหยิบพวกผัก,หมูที่ทำไว้แล้วมาใส่เพิ่มอีก น้องมันบอกว่า “ก็ใครตอนแรกบอกจะไม่กินล่ะ ทีตอนนี้จะมากินก็ไปหามากินเองสิ” @_@;
พ่อก็โมโหที่ลูกพูดอย่างนั้น แม่ก็ปกป้องน้องเช่นเคย... -_-; พ่อก็ใจเย็นบอกว่าก็อยู่ใกล้ตัวเองเดินแค่ 3 ก้าวก็ไปหยิบมาหน่อย น้องมันตอบว่า “คนแก่สิต้องเดินมากๆ เดี๋ยวก็เป็นง่อยตายหรอก”
โห... กรุพยายามนั่งกินเงียบๆ
แม่ก็เลยต้องลุกไปหยิบมาเอง ทุกคนก็เงียบกันไป... ทีนี้ในหม้อก็มีกุ้งด้วย แต่แม่เค้าไม่ได้ปอกเปลือกไงเพราะกลัวมันจะหดเล็กจิ๋วเวลาลงหม้อ ไอ้น้องก็บ่นแม่ประมาณว่ากุ้งเกิ้งก็ไม่รู้จักปอก ถึงแม้จะทำอาหารห่วยมันก็ต้องมีขอบเขตนะ
บ่นทุกเรื่อง... แม่ก็ต้องคอยขอโทษขอโทษมันทุกเรื่อง... เฮ้อ... เห็นแล้วปลง -_-; แต่ก็เข้าใจอ่ะนะ เพราะตลอดเวลาแต่เล็กจนโตแม่เค้าทำกับข้าวแบบ... ไม่เหมือนบ้านอื่น อย่างที่บอกว่าเน้นปริมาณและความสะดวก ไม่เน้นสารอาหาร ความบาล้านซ์ ความเข้ากันของกับข้าว... บางวันมีแต่ของทอดเป็นพาเหรด ไม่ได้ทำเอง ซื้อทุกอย่าง แถมเอามาใส่จานวางตั้งๆให้ ไม่มีการอุ่นด้วยนะ... (เย็นๆชืดๆไปงั้นแหล่ะ) -_-; โอเบงโตน้องเค้าก็เป็นพวกอาหารแช่แข็งเอามาวางเรียงๆกัน เรียกว่าน้องเค้าถูกเพื่อนแซวจนอาย ต้องมาบอกแม่ว่าอย่าเอามาวางเรียงกันอย่างนี้ได้มั้ย? สุดท้ายแม่เค้าก็พยายามเรียงใหม่ให้สวยหน่อย (เอากระทงสีๆที่ใช้ใส่โอเบงโตมาใส่บ้าง) แต่ก็เป็นอาหารแช่แข็งและซื้อมาทั้งหมดอยู่ดี...
แต่ก็นะ... ต่างจากบ้านเราที่ไทยลิบลับ เกิดและโตมาเป็นวัยรุ่น จะไปเกรียนกับใครก็ได้แต่อย่าได้เกรียนกับแม่ ชะตาจะขาดในบัดดล... -_-;
แนวทางการเลี้ยงลูกของแต่ละบ้านก็ไม่เหมือนกันเนอะ เราเองก็มีลูก แล้วเราก็รู้ว่ามันไม่มีืทางจะสอนทุกอย่างลูกให้เพอร์เฟ็คได้ ไอ้แบบว่าจะให้เจริญเติบโตมาเป็นคนเรียบร้อย น่ารัก พูดจาดี ร่าเริง เรียนดี ทำกิจกรรมเก่ง มีความเป็นผู้นำ ไม่สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า เป็นมิตรกับคนทั่วไป รักโลก รักเพื่อนมนุษย์ เก่งกีฬา ไม่ติดยาเสพติด บลาๆๆๆเนี่ย... มันเป็นไปไม่ได้ @_@; ขึ้นอยู่กับแต่ละบ้านว่าจะให้ความสำคัญกับท็อปปิคไหนบ้างมากน้อยแค่ไหน... ที่สำคัญคือพ่อแม่ควรจะไปทางเดียวกันไม่งั้นลูกก็งงๆ ช่วยประชุมสรุปกันมาก่อนจะดีมาก -_-;
อย่างบ้านคุณฮายาชิ... พ่อจะเคี่ยวเรื่องเรียนมาก (แต่สามคนพี่น้องไม่มีใครเรียนเก่งเลยซักคน กร๊ากกก...) น่าจะเคยบอกแล้วว่านิสัยพ่อกับแม่ไปคนละทางกันอย่างแรง @_@; อย่างพ่อจะเห็นว่าเรื่องเรียนเป็นเรื่องสำคัญ จะต้องอ่านหนังสือเรียนทบทวนและเตรียมบทเรียนล่วงหน้าทุกวัน ทีนี้ด้วยความที่เป็นคุณพ่อสุด alert ทำงานเหนื่อยๆกลับมาถึงบ้านห้าทุ่ม ลูกนอนไปแล้วก็ไปปลุกให้ลุกขึ้นมาเรียน @_@; จะสอนการบ้านให้ (เด็กที่ไหนมันจะอยากเรียน? เคนตะมันก็ทำท่าแสดงออกนอกหน้ามากว่ามันไม่อยากเรียน อยากนอน พ่อก็โมโห ประมาณว่ารู้มั้ยว่าทำงานมาเหนื่อย แต่ก็ยังจะสอนให้ เอ็งควรจะขอบคุณสิ)
ส่วนแม่ก็เป็นแนวที่แบบว่าคนเราไม่รู้จะตายเมื่อไหร่ จะไปวางแผนอะไรกับชีวิต ควรจะใช้ชีวิตให้สนุก ไม่เห็นต้องเรียนอะไรมากเลย...
แล้วแม่ก็จะเริ่มทะเลาะกับพ่อ -_-; พูดง่ายๆก็คือเคนตะถูกปลุกขึ้นมากลางดึกทุกวันเพื่อมานั่งฟังพ่อแม่ทะเลาะกันถึงตีหนึ่งตีสองตลอดช่วงป.6-ม.3 -_-; (ตอนนี้ไม่มีแล้วเพราะเพิ่งเข้าม.ปลายได้) เวลาอยู่กับพ่อพ่อจะไม่คุยเรื่องที่มันสนุกสนาน จะถามแต่เรื่องเรียนๆๆ การบ้านทำหรือยัง? การเรียนเป็นยังไง? เพื่อนๆได้คะแนนเท่าไหร่? กินข้าวเสร็จจะมานั่งทำไม ไปอ่านหนังสือสิ!
แต่พออยู่กับแม่ แม่จะเอาใจสารพัดและสอนว่าชีวิตคนเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเรียนอย่างเดียวหรอก ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องอะไรมาก แถมยังช่วยโกหกพ่อให้ด้วยว่าอ่านหนังสือแล้ว ทำการบ้านแล้ว @_@; พาไปกินของดีๆ จะไปไหนขับรถไปส่งไปรับ ซื้อมือถือที่ดูทีวีได้ให้ตั้งแต่อยู่ป.5ป.6 เครื่องเกมก็ซื้อให้ทุกเครื่องตั้งแต่ play II, X-box, WII, DS, Play III แผ่นเกมที่อยากได้ก็ซื้อให้หมด ปิดเป็นความลับไม่บอกพ่อด้วย...
หลังจากที่เคี่ยวเข็ญเรื่องเรียนกันแทบเป็นแทบตาย สุดท้ายน้องเคนตะก็สอบเข้าโรงเรียนม.ปลายที่ตั้งใจได้... โดยขอคอมพิวเตอร์เครื่องนึงจากแม่เป็นรางวัล (ราคาแสนหกหมื่นเยนค่ะพี่น้อง) จะว่าไปไอ้โรงเรียนที่ว่านี้รับนักเรียน 200 คน มีคนสมัคร 209 คน @_@; สรุปว่ามีคนสอบไม่ติดแค่ 9 คน อัตราการแข่งขันช่างคุ้มกับการที่พ่อแม่ทะเลาะกัน ครอบครัวแตกแยกจิตประสาท กับค่าคอมพิวเตอร์เครื่องละแสนหกมากเลย...
พอเข้าม.ปลายและได้คอมฯ ก็เลยแทบไม่เห็นหน้าเคนตะอีกเลย คำพูดก็เปลี่ยนเป็นอย่างที่บอก...
ไม่รู้นะว่าแต่ละคนช่วงวัยรุ่นมันเป็นยังไง ขวางโลกกันขนาดไหน... พอดีบ้านเราไม่ค่อยจะมีช่วงเวลาวัยรุ่น ไม่สามารถเกรียนกันได้เพราะบ้านหลังเดียวอยู่กันเป็นสิบคน (余裕ない、、) -_-; ทุกคนก็ต้องทำงานทำการ งานบ้านสำหรับคนเป็นสิบนั้นมีเป็นภูเขาเลากาที่ไม่สามารถจะทำคนเดียวได้ ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ เครื่องซักผ้าตอนนั้นที่บ้านก็ไม่มี แอร์ก็ไม่มี กินเสร็จต้องช่วยกันล้างจาน อย่างน้อยก็จานใครจานมัน
แม้แต่พี่ชายเรา มันก็ทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะกวาดบ้านถูบ้าน ซักผ้า ตากผ้า ล้างจาน ทุกวันนี้มันอยู่กับแม่สองคน มันก็ทำ แล้วมันก็เป็นคนล้างจานที่แม่้กินด้วยนะ (โดยเฉพาะช่วงเวลาที่แม่มาญี่ปุ่นที 3 เดือน มันก็ทำงานของมันและทำงานบ้านทุกอย่าง รดน้ำต้นไม้ ล้างและเปลี่ยนน้ำตู้ปลาด้วย) แต่มันไม่มีแฟนเพราะมันมีโลกส่วนตัวสูง ชอบอยู่คนเดียวทำอะไรคนเดียว รักอิสระตามใจตัวเอง มันไม่ชอบทั้งผู้หญิงหรือผู้ชาย -_-; สรุปว่ามันชอบที่จะอยู่คนเดียวอย่างนี้นั่นเอง...
คุณฮายาชิมักจะบอกว่าทัศนคติเกี่ยวกับครอบครัวของมันต่างไปอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่มันได้เจอเราและไปอาศัยอยู่บ้านเราตอนไปไทยด้วยกัน... เพราะพ่อแม่มันเลี้ยงมาแบบว่าลูกไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น (แต่บ้านเราแย่งกันทำ) เสื้อผ้าถอดแล้วยังไม่ต้องใส่ตะกร้าเลย แม่ตามเก็บ เอามาซัก ตาก รีด แล้วก็ใส่เข้าตู้ให้เรียบร้อย กับข้าวแม่ก็ทำคนเดียว คนอื่นรอเวลากิน กินเสร็จก็ทิ้งไว้อย่างนั้น แม่มาเก็บมาล้างให้ (โอเบงโตน้องมันยังไม่เอาออกมาวางให้ ทำให้มันกินแล้วยังต้องไปตามหามาเพื่อล้างให้มันเองอีก) แต่คุณฮายาชิก็ยังดีกว่าน้องมันตรงที่มันไม่บ่น แม่ทำอะไรมามันก็กิน นอกนั้นน้องมัน (โดยเฉพาะเคนตะ) บ่นทุกอย่าง แม่พูดอะไรถามอะไรก็ไม่เข้าหู ตอบดีๆก็ไม่ได้ อย่างวันนี้ไปเที่ยวกับเพื่อนกลับมา แม่ถามว่า “ขี่จักรยานไปกันเหรอ?” จริงๆตอบแค่ใช่หรือไม่ใช่ก็จบ น้องมันตอบว่า “ก็เห็นอยู่ว่าจักรยานไม่อยู่ก็แปลว่าไปจักรยานสิ นอกจากจักรยานแล้วมีทางอื่นไปได้ด้วยเหรอ? หัดใช้สมองมั่งสิ”
แม่ก็เงียบ ขอโทษมันอีก -_-;
เด็กมันก็มีส่วนแย่นะ แต่ส่วนนึงก็เป็นผลสะท้อนจากการเลี้ยงดูและสภาพครอบครัวด้วย
บางทีการที่เราทำบางอย่างให้บางคนเป็นปกติ เค้าไม่คิดว่าเป็นบุญคุณหรือเป็นเรื่องต้องสำนึกต้องขอบคุณ กลับมองว่าเป็นอาตาริมาเอะ... คือเรื่องปกติที่เราต้องทำให้มันอยู่แล้วมั้งเนอะ... บางทีอดคิดไม่ได้ว่าน้องมันคงคิดว่าเป็นหน้าที่ของแม่ที่ต้องทำงานบ้าน หาข้าวให้กิน เหมือนมันเป็นเจ้านายที่คอยประเมินผลลูกน้องว่าทำหน้าที่ดีหรือเปล่านั่นล่ะ
โชคดีที่คุณฮายาชิไม่เป็นแบบนั้น... เพราะถึงเราจะแต่งงานกันแต่ก็มีเรื่องให้ต้องห่างกันเป็นเดือนบ่อยๆ (เช่นตอนเรากลับไทย) คือพอมันต้องทำทุกอย่างคนเดียวทั้งทำงานทั้งงานบ้าน มันเลยรู้สึกสำนึกในการที่เราทำให้มันมาก... มักจะพูดขอบคุณบ่อยๆ ดีที่เรามีความคิดเห็นค่อนข้างไปในทางเดียวกัน แล้วก็นิสัยคล้ายๆกัน เลยไม่มีอะไรจะทะเลาะกัน... พ่อแม่คุณฮายาชิชอบทะเลาะกันเรื่องเล็กๆน้อยๆตลอดเวลา @_@; แล้วก็ต่อหน้าลูก (เราด้วย... บางทีทำตัวไม่ถูกจริงๆเวลาเค้าเถียงกัน -_-;) มันก็เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆไม่ได้รุนแรง แล้วก็คงตามประสาผัวเมียนะ เช่นแค่เรื่องทำไมเธอหั่นแตงกวาอย่างนั้น? ขับรถทำไมเปิดไฟเลี้ยวช้า? ทำไมเบรคแรง? ทำไมจอดรถไกลทางเข้า? บลาๆๆ @_@; คือ... ทุกเรื่อง... แต่คู่นี้ก็ไม่ได้ระหองระแหงฮึ่มๆกัน คือเหมือนมันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเค้า ทะเลาะเถียงกันแบบ... ก็ดูสนิทกันดี ต้องทะเลาะกันตลอดไม่ว่าจะทำอะไร... แต่ก็ต้องทำด้วยกันตลอด ไปไหนไปด้วยกันตลอดเหมือนกัน
จริงๆไม่ได้คิดว่าเคนตะจะโตขึ้นมาเป็นเด็กไม่ดีหรอก... แต่คิดว่าการที่พ่อแม่ไม่ไปทางเดียวกันแล้วทะเลาะให้เห็นตลอดคงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ลูกเบื่อหน่ายแล้วก็หมดความรู้สึกเคารพลงไป -_-; พอถึงวัยต่อต้านก็แสดงออกมาเช่นนี้ทั้งการกระทำและคำพูด เคนตะต่อต้านพ่อแม่ แต่ไม่ใช่เด็กแย่ เพราะเวลาพูดกับเราก็จะใช้ภาษาสุภาพกับเราทุกคำ อยู่นอกบ้านก็ไม่ใช่แบบนี้ ดูเป็นเด็กเงียบๆแต่ก็เรียบร้อย ก็ดูเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ดี...
กรณีแบบนี้คงต้องรอเป็นผู้ใหญ่มีอายุกว่านี้ เดี๋ยวจะกลับมารู้สึกดีกับพ่อแม่มากขึ้นเองมั้งเนอะ -_-;
ป.ล. เมื่อวานแม่มาจากไทยแล้ว ไปรับมาจากสนามบินเรียบร้อย ต้องมาอยู่บ้านนี้เป็นเพื่อนกันต่อไป... ^_^;
ป.ล.2 ไม่ค่อยมีเวลาจะอัพบล็อคเพราะไม่ค่อยจะสะดวกในการใช้เน็ทเลย -_-; ดูรูปอาคิแก้คิดถึงกันไปก่อนแล้วกัน... ไม่รู้จะอัพได้อีกวันไหน ยิ่งแม่มาก็ต้องดูแลแม่ด้วย ^_^;

)

อาคิน่ารักจังเลย
#1 By Ellebazi on 2009-09-07 11:25