วัยรุ่น... -_-;

posted on 07 Sep 2009 10:36 by hayashikisara  in Diary

ยัง... ยังไม่คลอดเด้อ... แต่เบื่อหน่ายมากมายไม่มีอะไรจะทำ เลยไม่มีกะจิตกะใจจะอัพอะไรด้วย... (ขี้เกียจเปิดคอมฯ ขี้เกียจขโมยเน็ท)

 

  

จริงๆแล้วบ้านพ่อแม่สามีอยู่ในเขตที่อยู่อาศัยที่ดี มีแต่บ้านสวยๆ แต่ละคนดูแลทำบ้านดูดีักันทั้งนั้น แต่จะไม่สามารถไปไหนได้เลยหากไม่มีรถ (เพราะฉะนั้น = เราไปไหนไม่ได้หากแม่คุณฮายาชิไม่พาไป เพราะไม่มีใบขับขี่ที่ญี่ปุ่นนี่ -_-;)

 

  

และมาอยู่บ้านเค้าก็ต้องเกรงใจ จะมาใช้น้ำ ไฟ แก้สเค้าฟุ่มเฟือยก็ไม่ดี วันๆตื่นขึ้นมาก็เลยได้แต่มานั่งเหวอๆอยู่ในห้องรับแขก... (โดยเฉพาะวันหยุด พ่อจะดูแต่ข่าว กอล์ฟ เบสบอล -_-;)

 

  

น้องเคนตะที่เคยน่ารัก พอเข้าช่วงวัยรุ่นแล้วน่ากลัวขึ้น -_-; พูดกับพ่อแม่ไม่ดี แต่ก็เป็นธรรมดาของวัยรุ่น ก็เข้าใจว่าพ่อแม่บางทีก็น่ารำคาญ พูดหรือทำอะไรขัดหูขัดตา ยิ่งพ่อแม่คุณฮายาชิมีน้องเคนตะตอนอายุมาก ถ้าเทียบกับพ่อแม่ของเพื่อนๆวัยเดียวกัน พ่อแม่ของเคนตะจะอายุมากกว่าพ่อแม่เพื่อนๆเป็นสิบปี (จะเกษียณอยู่แล้ว) มันก็คงดูไม่เท่ห์ ไม่วัยรุ่น ไม่ตลก ไม่ทันสมัย (ชอบเล่นมุขแป๊กๆอะไรอย่างนี้) และเนื่องจากเคนตะเป็นลูกหลง ก็เลยเลี้ยงมาต่างจากคุณฮายาชิและน้องฮิโิรคนรองมากอยู่ (ตอนมีเคนตะพ่อแม่ก็มีทุกอย่างแล้ว บ้าน รถ เงินเดือนสูง การงานดี ตำแหน่งหน้าที่ก็สูง ไม่เหมือนตอนคุณฮายาชิกับฮิโรเด็กๆที่ต้องประหยัดกันมาก)

 

  

นอกจากเวลากินข้าวแล้ว แทบจะไม่เห็นเงาของน้องเคนตะเลย... เด็กวัยนี้ก็เป็นวัยเกรียนๆของบ้านเราอ่ะเนอะ เมื่อวันก่อนกินข้าวด้วยกัน อาหารเย็นเป็นกิมจินาเบะ (หม้อไฟกิมจิ) ก็เริ่มด้วยการที่น้องบ่นแม่ว่าใครเค้าทำหม้อไฟกันตอนอากาศยังร้อนอย่างนี้ ตอนแรกพ่อบอกไม่ค่อยหิวเลยไม่กิน แต่ไปๆมาๆก็มานั่งด้วยแล้วก็จะกินด้วย แม่ก็เลยบอกใ้ห้เคนตะไปหยิบพวกผัก,หมูที่ทำไว้แล้วมาใส่เพิ่มอีก น้องมันบอกว่า “ก็ใครตอนแรกบอกจะไม่กินล่ะ ทีตอนนี้จะมากินก็ไปหามากินเองสิ” @_@;

 

  

พ่อก็โมโหที่ลูกพูดอย่างนั้น แม่ก็ปกป้องน้องเช่นเคย... -_-; พ่อก็ใจเย็นบอกว่าก็อยู่ใกล้ตัวเองเดินแค่ 3 ก้าวก็ไปหยิบมาหน่อย น้องมันตอบว่า “คนแก่สิต้องเดินมากๆ เดี๋ยวก็เป็นง่อยตายหรอก”

 

  

โห... กรุพยายามนั่งกินเงียบๆ

 

  

แม่ก็เลยต้องลุกไปหยิบมาเอง ทุกคนก็เงียบกันไป... ทีนี้ในหม้อก็มีกุ้งด้วย แต่แม่เค้าไม่ได้ปอกเปลือกไงเพราะกลัวมันจะหดเล็กจิ๋วเวลาลงหม้อ ไอ้น้องก็บ่นแม่ประมาณว่ากุ้งเกิ้งก็ไม่รู้จักปอก ถึงแม้จะทำอาหารห่วยมันก็ต้องมีขอบเขตนะ

 

  

บ่นทุกเรื่อง... แม่ก็ต้องคอยขอโทษขอโทษมันทุกเรื่อง... เฮ้อ... เห็นแล้วปลง -_-; แต่ก็เข้าใจอ่ะนะ เพราะตลอดเวลาแต่เล็กจนโตแม่เค้าทำกับข้าวแบบ... ไม่เหมือนบ้านอื่น อย่างที่บอกว่าเน้นปริมาณและความสะดวก ไม่เน้นสารอาหาร ความบาล้านซ์ ความเข้ากันของกับข้าว... บางวันมีแต่ของทอดเป็นพาเหรด ไม่ได้ทำเอง ซื้อทุกอย่าง แถมเอามาใส่จานวางตั้งๆให้ ไม่มีการอุ่นด้วยนะ... (เย็นๆชืดๆไปงั้นแหล่ะ) -_-; โอเบงโตน้องเค้าก็เป็นพวกอาหารแช่แข็งเอามาวางเรียงๆกัน เรียกว่าน้องเค้าถูกเพื่อนแซวจนอาย ต้องมาบอกแม่ว่าอย่าเอามาวางเรียงกันอย่างนี้ได้มั้ย? สุดท้ายแม่เค้าก็พยายามเรียงใหม่ให้สวยหน่อย (เอากระทงสีๆที่ใช้ใส่โอเบงโตมาใส่บ้าง) แต่ก็เป็นอาหารแช่แข็งและซื้อมาทั้งหมดอยู่ดี...

 

 

แต่ก็นะ... ต่างจากบ้านเราที่ไทยลิบลับ เกิดและโตมาเป็นวัยรุ่น จะไปเกรียนกับใครก็ได้แต่อย่าได้เกรียนกับแม่ ชะตาจะขาดในบัดดล... -_-;

 

  

แนวทางการเลี้ยงลูกของแต่ละบ้านก็ไม่เหมือนกันเนอะ เราเองก็มีลูก แล้วเราก็รู้ว่ามันไม่มีืทางจะสอนทุกอย่างลูกให้เพอร์เฟ็คได้ ไอ้แบบว่าจะให้เจริญเติบโตมาเป็นคนเรียบร้อย น่ารัก พูดจาดี ร่าเริง เรียนดี ทำกิจกรรมเก่ง มีความเป็นผู้นำ ไม่สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า เป็นมิตรกับคนทั่วไป รักโลก รักเพื่อนมนุษย์ เก่งกีฬา ไม่ติดยาเสพติด บลาๆๆๆเนี่ย... มันเป็นไปไม่ได้ @_@; ขึ้นอยู่กับแต่ละบ้านว่าจะให้ความสำคัญกับท็อปปิคไหนบ้างมากน้อยแค่ไหน... ที่สำคัญคือพ่อแม่ควรจะไปทางเดียวกันไม่งั้นลูกก็งงๆ ช่วยประชุมสรุปกันมาก่อนจะดีมาก -_-;

 

  

อย่างบ้านคุณฮายาชิ... พ่อจะเคี่ยวเรื่องเรียนมาก (แต่สามคนพี่น้องไม่มีใครเรียนเก่งเลยซักคน กร๊ากกก...) น่าจะเคยบอกแล้วว่านิสัยพ่อกับแม่ไปคนละทางกันอย่างแรง @_@; อย่างพ่อจะเห็นว่าเรื่องเรียนเป็นเรื่องสำคัญ จะต้องอ่านหนังสือเรียนทบทวนและเตรียมบทเรียนล่วงหน้าทุกวัน ทีนี้ด้วยความที่เป็นคุณพ่อสุด alert ทำงานเหนื่อยๆกลับมาถึงบ้านห้าทุ่ม ลูกนอนไปแล้วก็ไปปลุกให้ลุกขึ้นมาเรียน @_@; จะสอนการบ้านให้ (เด็กที่ไหนมันจะอยากเรียน? เคนตะมันก็ทำท่าแสดงออกนอกหน้ามากว่ามันไม่อยากเรียน อยากนอน พ่อก็โมโห ประมาณว่ารู้มั้ยว่าทำงานมาเหนื่อย แต่ก็ยังจะสอนให้ เอ็งควรจะขอบคุณสิ)

 

  

ส่วนแม่ก็เป็นแนวที่แบบว่าคนเราไม่รู้จะตายเมื่อไหร่ จะไปวางแผนอะไรกับชีวิต ควรจะใช้ชีวิตให้สนุก ไม่เห็นต้องเรียนอะไรมากเลย...

 

  

แล้วแม่ก็จะเริ่มทะเลาะกับพ่อ -_-; พูดง่ายๆก็คือเคนตะถูกปลุกขึ้นมากลางดึกทุกวันเพื่อมานั่งฟังพ่อแม่ทะเลาะกันถึงตีหนึ่งตีสองตลอดช่วงป.6-ม.3 -_-; (ตอนนี้ไม่มีแล้วเพราะเพิ่งเข้าม.ปลายได้) เวลาอยู่กับพ่อพ่อจะไม่คุยเรื่องที่มันสนุกสนาน จะถามแต่เรื่องเรียนๆๆ การบ้านทำหรือยัง? การเรียนเป็นยังไง? เพื่อนๆได้คะแนนเท่าไหร่? กินข้าวเสร็จจะมานั่งทำไม ไปอ่านหนังสือสิ!

 

  

แต่พออยู่กับแม่ แม่จะเอาใจสารพัดและสอนว่าชีวิตคนเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเรียนอย่างเดียวหรอก ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องอะไรมาก แถมยังช่วยโกหกพ่อให้ด้วยว่าอ่านหนังสือแล้ว ทำการบ้านแล้ว @_@; พาไปกินของดีๆ จะไปไหนขับรถไปส่งไปรับ ซื้อมือถือที่ดูทีวีได้ให้ตั้งแต่อยู่ป.5ป.6 เครื่องเกมก็ซื้อให้ทุกเครื่องตั้งแต่ play II, X-box, WII, DS, Play III แผ่นเกมที่อยากได้ก็ซื้อให้หมด ปิดเป็นความลับไม่บอกพ่อด้วย... 

 

  

หลังจากที่เคี่ยวเข็ญเรื่องเรียนกันแทบเป็นแทบตาย สุดท้ายน้องเคนตะก็สอบเข้าโรงเรียนม.ปลายที่ตั้งใจได้... โดยขอคอมพิวเตอร์เครื่องนึงจากแม่เป็นรางวัล (ราคาแสนหกหมื่นเยนค่ะพี่น้อง) จะว่าไปไอ้โรงเรียนที่ว่านี้รับนักเรียน 200 คน มีคนสมัคร 209 คน @_@; สรุปว่ามีคนสอบไม่ติดแค่ 9 คน อัตราการแข่งขันช่างคุ้มกับการที่พ่อแม่ทะเลาะกัน ครอบครัวแตกแยกจิตประสาท กับค่าคอมพิวเตอร์เครื่องละแสนหกมากเลย...

 

  

พอเข้าม.ปลายและได้คอมฯ ก็เลยแทบไม่เห็นหน้าเคนตะอีกเลย คำพูดก็เปลี่ยนเป็นอย่างที่บอก...

 

  

ไม่รู้นะว่าแต่ละคนช่วงวัยรุ่นมันเป็นยังไง ขวางโลกกันขนาดไหน... พอดีบ้านเราไม่ค่อยจะมีช่วงเวลาวัยรุ่น ไม่สามารถเกรียนกันได้เพราะบ้านหลังเดียวอยู่กันเป็นสิบคน (余裕ない、、) -_-; ทุกคนก็ต้องทำงานทำการ งานบ้านสำหรับคนเป็นสิบนั้นมีเป็นภูเขาเลากาที่ไม่สามารถจะทำคนเดียวได้ ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ เครื่องซักผ้าตอนนั้นที่บ้านก็ไม่มี แอร์ก็ไม่มี กินเสร็จต้องช่วยกันล้างจาน อย่างน้อยก็จานใครจานมัน

 

  

แม้แต่พี่ชายเรา มันก็ทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะกวาดบ้านถูบ้าน ซักผ้า ตากผ้า ล้างจาน ทุกวันนี้มันอยู่กับแม่สองคน มันก็ทำ แล้วมันก็เป็นคนล้างจานที่แม่้กินด้วยนะ (โดยเฉพาะช่วงเวลาที่แม่มาญี่ปุ่นที 3 เดือน มันก็ทำงานของมันและทำงานบ้านทุกอย่าง รดน้ำต้นไม้ ล้างและเปลี่ยนน้ำตู้ปลาด้วย) แต่มันไม่มีแฟนเพราะมันมีโลกส่วนตัวสูง ชอบอยู่คนเดียวทำอะไรคนเดียว รักอิสระตามใจตัวเอง มันไม่ชอบทั้งผู้หญิงหรือผู้ชาย -_-; สรุปว่ามันชอบที่จะอยู่คนเดียวอย่างนี้นั่นเอง...

 

  

คุณฮายาชิมักจะบอกว่าทัศนคติเกี่ยวกับครอบครัวของมันต่างไปอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่มันได้เจอเราและไปอาศัยอยู่บ้านเราตอนไปไทยด้วยกัน... เพราะพ่อแม่มันเลี้ยงมาแบบว่าลูกไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น (แต่บ้านเราแย่งกันทำ) เสื้อผ้าถอดแล้วยังไม่ต้องใส่ตะกร้าเลย แม่ตามเก็บ เอามาซัก ตาก รีด แล้วก็ใส่เข้าตู้ให้เรียบร้อย กับข้าวแม่ก็ทำคนเดียว คนอื่นรอเวลากิน กินเสร็จก็ทิ้งไว้อย่างนั้น แม่มาเก็บมาล้างให้ (โอเบงโตน้องมันยังไม่เอาออกมาวางให้ ทำให้มันกินแล้วยังต้องไปตามหามาเพื่อล้างให้มันเองอีก) แต่คุณฮายาชิก็ยังดีกว่าน้องมันตรงที่มันไม่บ่น แม่ทำอะไรมามันก็กิน นอกนั้นน้องมัน (โดยเฉพาะเคนตะ) บ่นทุกอย่าง แม่พูดอะไรถามอะไรก็ไม่เข้าหู ตอบดีๆก็ไม่ได้ อย่างวันนี้ไปเที่ยวกับเพื่อนกลับมา แม่ถามว่า “ขี่จักรยานไปกันเหรอ?” จริงๆตอบแค่ใช่หรือไม่ใช่ก็จบ น้องมันตอบว่า “ก็เห็นอยู่ว่าจักรยานไม่อยู่ก็แปลว่าไปจักรยานสิ นอกจากจักรยานแล้วมีทางอื่นไปได้ด้วยเหรอ? หัดใช้สมองมั่งสิ”

 

  

แม่ก็เงียบ ขอโทษมันอีก -_-;

 

  

เด็กมันก็มีส่วนแย่นะ แต่ส่วนนึงก็เป็นผลสะท้อนจากการเลี้ยงดูและสภาพครอบครัวด้วย  

 

  

บางทีการที่เราทำบางอย่างให้บางคนเป็นปกติ เค้าไม่คิดว่าเป็นบุญคุณหรือเป็นเรื่องต้องสำนึกต้องขอบคุณ กลับมองว่าเป็นอาตาริมาเอะ... คือเรื่องปกติที่เราต้องทำให้มันอยู่แล้วมั้งเนอะ... บางทีอดคิดไม่ได้ว่าน้องมันคงคิดว่าเป็นหน้าที่ของแม่ที่ต้องทำงานบ้าน หาข้าวให้กิน เหมือนมันเป็นเจ้านายที่คอยประเมินผลลูกน้องว่าทำหน้าที่ดีหรือเปล่านั่นล่ะ

 

  

โชคดีที่คุณฮายาชิไม่เป็นแบบนั้น... เพราะถึงเราจะแต่งงานกันแต่ก็มีเรื่องให้ต้องห่างกันเป็นเดือนบ่อยๆ (เช่นตอนเรากลับไทย) คือพอมันต้องทำทุกอย่างคนเดียวทั้งทำงานทั้งงานบ้าน มันเลยรู้สึกสำนึกในการที่เราทำให้มันมาก... มักจะพูดขอบคุณบ่อยๆ ดีที่เรามีความคิดเห็นค่อนข้างไปในทางเดียวกัน แล้วก็นิสัยคล้ายๆกัน เลยไม่มีอะไรจะทะเลาะกัน... พ่อแม่คุณฮายาชิชอบทะเลาะกันเรื่องเล็กๆน้อยๆตลอดเวลา @_@; แล้วก็ต่อหน้าลูก (เราด้วย... บางทีทำตัวไม่ถูกจริงๆเวลาเค้าเถียงกัน -_-;) มันก็เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆไม่ได้รุนแรง แล้วก็คงตามประสาผัวเมียนะ เช่นแค่เรื่องทำไมเธอหั่นแตงกวาอย่างนั้น? ขับรถทำไมเปิดไฟเลี้ยวช้า? ทำไมเบรคแรง? ทำไมจอดรถไกลทางเข้า? บลาๆๆ @_@; คือ... ทุกเรื่อง... แต่คู่นี้ก็ไม่ได้ระหองระแหงฮึ่มๆกัน คือเหมือนมันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเค้า ทะเลาะเถียงกันแบบ... ก็ดูสนิทกันดี ต้องทะเลาะกันตลอดไม่ว่าจะทำอะไร... แต่ก็ต้องทำด้วยกันตลอด ไปไหนไปด้วยกันตลอดเหมือนกัน  

 

   

จริงๆไม่ได้คิดว่าเคนตะจะโตขึ้นมาเป็นเด็กไม่ดีหรอก... แต่คิดว่าการที่พ่อแม่ไม่ไปทางเดียวกันแล้วทะเลาะให้เห็นตลอดคงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ลูกเบื่อหน่ายแล้วก็หมดความรู้สึกเคารพลงไป -_-; พอถึงวัยต่อต้านก็แสดงออกมาเช่นนี้ทั้งการกระทำและคำพูด เคนตะต่อต้านพ่อแม่ แต่ไม่ใช่เด็กแย่ เพราะเวลาพูดกับเราก็จะใช้ภาษาสุภาพกับเราทุกคำ อยู่นอกบ้านก็ไม่ใช่แบบนี้ ดูเป็นเด็กเงียบๆแต่ก็เรียบร้อย ก็ดูเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ดี...

 

  

กรณีแบบนี้คงต้องรอเป็นผู้ใหญ่มีอายุกว่านี้ เดี๋ยวจะกลับมารู้สึกดีกับพ่อแม่มากขึ้นเองมั้งเนอะ -_-;

 

   

ป.ล. เมื่อวานแม่มาจากไทยแล้ว ไปรับมาจากสนามบินเรียบร้อย ต้องมาอยู่บ้านนี้เป็นเพื่อนกันต่อไป... ^_^;

 

 

 

ป.ล.2 ไม่ค่อยมีเวลาจะอัพบล็อคเพราะไม่ค่อยจะสะดวกในการใช้เน็ทเลย -_-;     ดูรูปอาคิแก้คิดถึงกันไปก่อนแล้วกัน... ไม่รู้จะอัพได้อีกวันไหน ยิ่งแม่มาก็ต้องดูแลแม่ด้วย ^_^;  

 

   01  

 

 

 02

 

 

   03   

 

 

 

04   

 

 

 

05   

 

 

 

06  

 

 

 07      

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

คุณแม่มาจากไทย ก็ได้เพื่อนร่วมนั่งบรรยากาศมาคุในบ้านแล้วสิ sad smile
อาคิน่ารักจังเลย confused smile

#1 By Ellebazi on 2009-09-07 11:25

น้องเคนตะก็แรงพอตัวเหมือนกันนะ แต่อย่างว่านะคะ มันก็คงเกี่ยวกับฮอร์โมนด้วยล่ะ วัยรุ่นใจร้อน
แต่เป็นอย่างนี้มาอยู่บ้านเรา คาดว่าคงอยู่รอดไม่ปลอดภัยแหงม

#2 By another-me on 2009-09-07 11:35

อ่านมาตอนแรกๆ กะลังจะเมนต์ว่าน้องเคนตะช่างเกรียน.. แต่อ่านไปอ่านมา รู้สึกมันก็ไม่เชิงอ่ะนะ คิดว่าน้องแอบเก็บกด เบื่อแม่ รำคาญพ่อ มันเลยแสดงออกมาในแนวนั้นมากกว่า ต่อไปถ้าเข้ามหาลัย ใช้ชีวิตตัวคนเดียวเป็นฉะไคจินแล้วน่าจะดีขึ้นหรือเปล่าน้อ

พุงโตแล้วเล่นกับอาคิลำบากหรือเปล่าคะเนี่ย open-mounthed smile

#3 By draco on 2009-09-07 11:49

-*- ทำไม เลี้ยงลูกตามใจขนาดนั้นเนี่ย คุณพ่อก็ตึงซะเกินไป 5 ทุ่มมันต้องนอนแล้ววววว อ่านหนังสือไปก็ไม่รู้เรื่อง

#4 By หมูทอดซามะ on 2009-09-07 11:56

เกรียนแบบนี้เครียด...

แต่ก็คงมีผลมาจากการเลี้ยงดูเหมือนกัน...

#5 By wesong on 2009-09-07 12:01

ครึ่งๆ โตมาน่าจะสายกลางพอดีแหละนะ~

#6 By Joker on 2009-09-07 12:10

อ่านเรื่องน้องเคนตะแล้วแอบเครียดเลยครับ
เป็นกังวลจังว่า น้องเคนตะจะเป็นยังไงต่อไป ? embarrassed

p.s. ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงที่ว่า ถ้าไม่เอาพี่ฮายาชิเป็นแบบอย่างก็คงเอาพี่ชายพี่โบว์เป็นแบบอย่างครับ หาคู่ไม่ได้ก็อยู่คนเดียวให้หนำใจไปซะเลย ชิชะ confused smile

#7 By リリース on 2009-09-07 12:17

เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย

เพลงของพาราด็อกซ์ บางอารมณ์ก็เข้าใจ แต่บางอารมณ์ก็อยากตบเกรียนนะคะ


แต่เด็กที่ไม่เคารพพ่อแม่แล้วตะคอกกลับเนี่ย พบเจอทีไรอยากจะดรอปคิกใส่เสียทุกที

เรื่องอื่นพอทำใจได้ แต่เรื่องไม่เคารพบุพการีมันไม่ไหวจริงๆนะค่ะ

แต่ว่ามันก็อยู่ที่การเลี้ยงดูเนอะ ว่าพ่อแม่เลี้ยงเขาแบบไหน

#8 By tapum on 2009-09-07 12:20

หลังคลอดแล้ว (ซักพักใหญ่ๆ) ลองชวนน้องเคนตะมาเที่ยวไทยบ้างก็น่าจะดีนะครับ อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ เหมือนคุณฮายาชิตอนนั้นก็ได้

เรื่องแบบนี้ต้องรู้ด้วยตัวเอง
แต่มีตัวเร่งหน่อยก็อาจจะดี... confused smile

#9 By Dialaurel on 2009-09-07 12:38

วัยต่อต้านน่ากลัวจริงๆค่ะsad smile
หวังว่าน้องเคนตะ จะพ้นวัยนี้เร็วๆ
(แต่ถ้าอยู่บ้านเราทำตัวแบบนี้
คงต้องย้ายตัวเองออกจากสถานเดียว)

ใกล้คลอดแล้ว
ขอให้สุขภาพแข็งแรงทั้งคุณแม่และคุณลูกนะคะ ^^

#10 By Amichan~ on 2009-09-07 13:16

เกรียน มีอยู่ทุกประเทศสินะ ว่าแต่ที่ญี่ปุ่นเรียกเกรียนว่าอะไรน่ะครับ cry

ผ่านวัยมาได้ก็คงหายเกรียนไปเอง

#11 By Fafner on 2009-09-07 13:41

เห็นด้วยกับ คุณ คห.9 ค่ะ
ดูคุณน้องสามี เครียดๆ

ลองมา ททท. ท่องเที่ยวไทย
มาเมืองไทยแล้วอาจจะหายเครียดกับเรื่องที่เครียดอยู่
(เพราะมีเรื่องอื่นที่เจอมาให้เครียดแทน )

#12 By kikuno on 2009-09-07 14:04

ทำไมอ่านแล้วไม่รู้สึกว่าน้องเคนตะเป็นวัยรุ่นเลย
อ่านแล้วจินตนาการเป็นผู้ใหญ่วัยทองแทนsad smile

#13 By zaionic on 2009-09-07 14:08

อาคิน่าร้ากกก อยากฟัดดด
ช่วงนี้ก็เป็นงี้แหละค่ะ แต่ตอนอิมเป็นงั้นก็โดนเละเลยแหละค่ะ

#14 By I'm on 2009-09-07 14:29

วัยต่อต้านนี่บางทีก็แรงจริงจังค่ะ (ดูจากเด็กแถวๆ บ้าน แว๊นซ์กันซะไม่มี sad smile) แตบ้านเรานี่ไม่ได้เลย ขืนแว๊นกับแม่ได้โดนเครื่องประหารหัวสุนัขแน่ 555+

รูปสุดท้ายน้องอาคิหล่อม๊ากก อรั๊ยส์--

#15 By Dahlia on 2009-09-07 14:39

อย่าได้เกรียนกับแม่ ชะตาจะขาดในบัดดล... -_-;


ฮาได้อีกพี่



เเต่เคนตะนี่
ไม่ไหวนะนั่น

sad smile sad smile

หวังว่าโตมาจะสำนึกบ้าง

#16 By ★ K T I G on 2009-09-07 14:45

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า พ่อแม่รักแกฉันsad smile

#17 By คนนอกระบบ on 2009-09-07 14:52

บ้างครั้ง ก็ยากที่จะเข้าใจจริงๆ

การเลี้ยงดูแต่ละบ้าน ไม่เหมือนกันจริงๆ ด้วยแห่ะ

บ้างทีก็ดูน่าปวดหัวจริงๆด้วยอ่ะค่ะ

ยิ่งถ้าอยู่ท่ามกลางคนทะเลาะกัน อึดอัดน่าดู

อาคิน่ารักเหมือนเดิม

#18 By finch on 2009-09-07 15:01

เอ่อ น้องเคนตะเป็นอุจิเบงเคเหรอคะ 55 (แซวเล่น อย่าคิดมากค่ะ)

การเลี้ยงดูมันส่งผลต่อเด็กจริง ๆ นะคะ

#19 By ★☆KyuubixUsagi on 2009-09-07 15:24

ตบครับ ตบสถานเดียว ถ้าผมเป็นพี่ชายอย่างคุณฮายาชิ

แล้วได้ยิน น้องพูดกับแม่แบบนั้น


แล้วทำใม เคนตะ ไม่คิดจะออกไปอยู่หอล่ะ
ในเมื่ออยู่บ้าน ก็รำคาญพ่อ เบื่อแม่ แบบนี้

จะให้ดีจ่ายค่าหอเอง ซักกางเกงในเองด้วยนะ
ถึงจะเก่งจริง

sad smile

#20 By Mr.Shock on 2009-09-07 15:27

>_< อ่านแล้วเห็นภาพช่วงอารมณ์วัยรุ่นของเคนตะเลย

แต่ที่เมืองไทยคงเห็นแบบนั้นยากอย่างที่พี่บอกครับ หือกับแม่นี่มีโดนแน่ๆ >_< อย่างน้อยบ้านผมก็ที่หนึ่งล่ะ

#21 By Elta_kung on 2009-09-07 15:29

หนูก็เป็นนะ

มานั่งอ่านแล้วเหมือนโดนด่า sad smile


ไม่มีใครรู้ใจเคนตะคุงหรอก

#22 By 19831008 on 2009-09-07 15:48

เคนตะน่ากลัวจังครับ sad smile

#23 By clock on 2009-09-07 16:01

^^''' วัยรุ่นไทยเดี๋ยวนี้ก็แย่เหมือนกันค่ะ
แต่แบบนี้ ก็เข้าใจนะทำไมถึงต่อต้านขนาดนั้น..... ถึงมันจะมากไปหน่อย แต่สาเหตุก็เห็นๆกันอยู่ เป็นเรา อาจจะไม่อยากอยู่บ้านเลยก็ได้ ถ้าอยู่แล้วต้องฟังผู้ใหญ่ทะเลาะกันตลอดเวลา
.
เรื่องเรียนสำคัญนี่ก็ไม่เถียงนะคะ ช่วงที่ยังเล่นได้ก็เล่นให้เต็มที่ พอถึงเวลาต้องเรียนขึ้นมามันดึงเวลาทุกอย่างในชีวิตไปหมดเลย เพื่อนๆร่วมคณะหลายคน โดนที่บ้านตราหน้าว่าใช้ชีวิตอย่างกับไม่ใช่วัยรุ่น(ฮา) ทำตัวเครียดว่าซาลารี่แมนซะอีก

#24 By JiBi_AI on 2009-09-07 16:35

ต้องมีช่วงเวลาที่ผ่านมา แล้วก็ผ่านไปสินะครับ สภาพแวดล้อม บรรยากาศต่าง ๆ

เวลาเปลี่ยน คนก็เปลี่ยนเนอะ

#25 By nora on 2009-09-07 16:51

ช่วงวัยรุ่นก็เคยผ่านอะไรแบบนี้มาเหมือนกันค่ะ แต่พอโตขึ้นมันก็จะเข้าใจเองล่ะ เป็นธรรมดาจริงๆ เรื่องแบบนี้

น้องอาคิยังน่ารักเหมือนเดิม จะมีน้องแล้วดีใจด้วยนะคะbig smile

#26 By ChocoLek on 2009-09-07 17:55

แต่เราอ่านแล้วกลับคิดว่า นี่แหละครอบครัวแบบญี่ปุ่น ตามแบบจารีตประเพณีญี่ปุ่นเลย เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาค่ะ เป็นครอบครัวอื่น แต่เหมือนครอบครัวนี้เป๊ะอย่างประหลาด คนไทย (นักเรียนแลกเปลี่ยน) ที่ไปอยู่กับครอบครัวนั้นก็อึ้งๆไปเหมือนกัน

#27 By glinda a.k.a. ~pride~ on 2009-09-07 17:58

อืม พอเข้าใจแล้วหละ คล้ายๆบ้านHostตอนไปอยู่Yamagataเลย บ้านนั้นพ่อเป็นshacho แม่จะใส่ชุดผ้ากันเปื้อนทำงานบ้านอยู่ตลอด แล้วบ้านนั้นไม่ค่อยเคารพแม่กันเท่าไหร่ ทำเหมือนแม่เป็นคนงานในบ้านด้วยซ้ำ จนเรา(ตอนนั้นไปอยู่กัน4คน ก็ต้องคอยปกป้องแม่ตลอด)

ส่วนบ้านสามี แม่กับพ่อใหญ่เท่ากัน ไม่เคี่ยวเข็ญใคร แถมแม่ตื่นสายเกือบเที่ยง พ่อก็นั่งแป๊ะยิ้มตลอดเวลา แต่ละบ้านต่างกันจริงๆล่ะ sad smile

#28 By saori_gig on 2009-09-07 17:58

อ่านถึงตรงนี้...

แม่พูดอะไรถามอะไรก็ไม่เข้าหู ตอบดีๆก็ไม่ได้ อย่างวันนี้ไปเที่ยวกับเพื่อนกลับมา แม่ถามว่า “ขี่จักรยานไปกันเหรอ?” จริงๆตอบแค่ใช่หรือไม่ใช่ก็จบ น้องมันตอบว่า “ก็เห็นอยู่ว่าจักรยานไม่อยู่ก็แปลว่าไปจักรยานสิ นอกจากจักรยานแล้วมีทางอื่นไปได้ด้วยเหรอ? หัดใช้สมองมั่งสิ”

เป๊ะเลย...เหมือนน้องชายผมเดี๊ยะ ซึ่งไม่ใช่วัยรุ่นวัยต่อต้านแล้ว แต่เป็นพนักงานบริษัทอายุยี่สิบเศษๆ ไม่อยากให้นิ่งนอนใจเลยครับ แต่อย่างว่า บางบ้านอาจจะมองว่าไม่เป็นไร ขอแค่อย่าไปเกรียนใส่แบบนี้กับสังคมข้างนอกเป็นใช้ได้...

#29 By Rune on 2009-09-07 18:45

พ่อแม่รังแกฉันสินะคะ...

คุณจขบ.รักษาสุขภาพด้วยนะค้า ใกล้จะคลอดแล้ว ^^

#30 By Hydrangea on 2009-09-07 18:52

ใช้เวลาอ่านนานมาก 555+ อ่านมันส์ แต่ถ้าเจออย่างนั้น คง...=___=

#31 By มายา [มทิรา~*] on 2009-09-07 18:56

ตามอ่านเงียบๆมานาน เอนทรี่นี้แอบเดจาวูเลยต้องคอมเมนท์
เพราะน้องสาวที่บ้านก็เริ่มเข้าวัยงี่เง่าเหมือนกัน

อาการคล้ายๆกันเลยค่ะ ที่บ้านก็เดดแอร์เป็นระยะ กลัวพูดอะไรไปแล้วมันงี่เง่าใส่จะยาว

แต่พอมองกลับไปตอนตัวเองอายุประมาณนั้น(พูดเหมือนนาน ที่จริงแค่หกปีเอ๊ง)ก็รู้สึกว่าตัวเองก็งี่เง่าไปหลายสเตป
ถึงจะไม่แรงเท่าน้องเคนตะแต่ก็แอบคิดว่าแม่ทนได้ไงว้า ขนาดว่าตัวเองเจอแค่น้องสาวยังร่ำๆจะก้านคอมันก็หลายที
sad smile

ใกล้คลอดแล้ว รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

#32 By Lover Boy on 2009-09-07 19:17

ตามใจยังไงก็น่าจะสั่งสอนตอนทำตัวไม่ดีมั่งน้าา ถึงจะเป็อารมณ์วัยรุ่นแต่ทำแบบน้องเคนตะนี่แย่มากเลยนะคะ

ส่วนแม่เราบอกว่าพ่อแม่ไม่เคยสอนอะไรเลย
แต่ทั้งเราทั้งพี่พูดเพราะโดยกำเนิด ของเล่นอะไรไม่เคยตะแง้วๆจะเอา ไม่เถียงพ่อแม่ เลี้ยงง่ายมาก คำพูดติดปากคืออะไรก็ได้ (เชื่องสินะ)

ถ้าน้องเคนตะมาอยู่บ้านเรานี่คงโดนตบดิ้นตามด้วยสกายคิกค่ะ พ่อแม่เราไม่เคยเจอเด็กแบบนี้

#33 By [[asakamiki]] ~ [[Shin Seijurou]] on 2009-09-07 19:42

ทำไมคุณน้องเค้าถึงเกรียนได้แรงขนาดนี้เนี่ย angry smile
ต้องหาทางดัดนิสัยแล้วแบบนี้...ม่ะงั้นโตมาพี่แกไม่รุ่งแน่นอนเลยนะเออ
คงเพราะได้เห็นพ่อแม่ทะเลาะกันบ่อย เลยแอบติดนิสัยไม่ดีๆเหล่านั้นมาแน่เลยอา
เกรียนได้ไม่ว่ากันน้า
แต่เรื่องว่าแม่อ่ะ...เราไม่ชอบเลยอ่ะ
เจอแบบนี้ยังไงก็คงต้องเรียกมาคุยแล้วหล่ะ
angry smile

#34 By ★MeawNoy★ on 2009-09-07 19:43

อ่า... นะ
ปัญหาเรื่องข้าวกล่องของเด็กญี่ปุ่นนี่เจอบ่อย <<< เค้่าล้อกันจนอายขนาดนั้นจริงๆ หรือนี่ wink

แต่รู้สึกว่าเด็กญี่ปุ่นเค้ากร้าวร้าวกับพ่อแม่จังเน๊าะ ไม่ได้พูดถึงแต่น้องเคนตะนะ แต่หลายๆ กรณีที่เจอมา แล้วก็เข้าสูตรเลย... ส่วนใหญ่คือทะเลาะกับพ่อ แล้วแม่ก็เป็นคนยอมความประจำ sad smile

ไปว่าอย่างนั้น แต่สภาพสังคมวัฒนธรรมของเค้าก็ต่างกับเมืองไทยอ่ะนะ คงเป็นเรื่องปกติของที่นั่น.....มั้งembarrassed <<< ต้งอให้เจ้าของบล็อกที่อยู่ญี่ปุ่นยืนยัน 55555

#35 By Zeren on 2009-09-07 19:54

คราวนี้ขอโฟกัสที่รอยยิ้มอาคิค่ะ
ความน่ารักพวยพุ่งออกมาจากจอ

#36 By talalan on 2009-09-07 21:58

เค้าเป็นกันขนาดนั้นเลยเหรอคะ

บ้านเม่านี่ไม่ได้ ยิ่งเป็นลุกคนเดียว อภิสิทธิ์ในบ้านไม่ใช่มนะคะ บ้านเม่าไม่เคยมีคำว่าลูกคนเดียวเป็นสิ่งช่วยอำนวยความสะดวก

มีแค่อยากทำอะไรต้องทำเอง พ่อแม่ช่วยได้บางครั้ง แต่ไอ้เรื่องงานบ้าน ทุกอย่างในชีวิตประจำวัน ซักผ้า ประมาณนี้ แม่ก็ให้ทำมาตั้งแต่ประถม

บอกตามตรงความจริงก็ไม่ชอบ แต่ก็แอบภูมิใจนะคะ ว่าเราได้ทำด้วยตัวเอง ไม่เดือดร้อนพ่อแม่ ที่โตเท่าควายยังต้องซัก กกน ให้อีกsad smile

#37 By [-เม่าอึ่ง-] on 2009-09-07 22:04

วัยรุ่นมันก็อย่างนี้แหละ จริงๆแล้วพี่ๆน้องๆที่บ้านก็เก่งกับพ่อแม่เหมือนกันนะ พอเจอคนนอกบ้านนี่หงอๆ กลุ้มใจจริงๆเล๊ย...sad smile

#38 By tenshi on 2009-09-07 22:11

จะได่มีคนตอยดูแลน้องอาคิเพิ่มอีกคนไงคะ 555

น่าจะหลงหลานนะ เพราะแม่นัทก็หลงหลานค่ะ หลานนอกไส้ คือลูกญาติมากกว่าลูกแฮะ

#39 By kurumi on 2009-09-07 22:15

หนักใจแทนเลยค่ะ ^^" ต้องให้มาอยู่เมืองไทยแล้วจะรู้สำนึก อุอุ

ปล.อาคิมาสะรูปสุดท้าย หล่อมากกกกก

#40 By fiothiel on 2009-09-07 22:39

อาคิคุงน่ารักมากค่ะ

อ่านจบแล้วอยากชกเคนตะซักเปรี๊ยง

#41 By hobbyburn on 2009-09-08 00:29

อยากบอกว่าผมก็เป็นแบบไอ้คุณน้องนี่เป๊ะเลย ฮ่าๆๆๆ วัยต่อต้านสินะ แต่ตอนนี้ผมก็ยังต่อต้านนะ เหอๆๆ
อยากบอกว่าไอ้ที่พรรณาสรรพคุณมานั่น ผมมีหมดเลยอ่ะ :P เสียอย่างเดียว ยังไม่มีแฟน คงเหมือนพี่คุณมั้ง หาคนถูกใจไม่เจอ(เจอก็มีแฟนไปละ เซ็ง)

ผมถูกเลี้ยงดูมาแบบ...ยังไงดีละ รับรู้ได้ถึงตัวอย่างแย่ๆมาตลอด แล้วก็รู้ว่าไม่ควรทำตาม เลยต่อต้านสุดขีดกับการไม่ยอมปรับปรุงตัวเองหรือไร้การพัฒนา(ตอนนี้เลยจบวิศวะมา แห่ะๆ)
ก็โดนว่ามาเหมือนกันว่าถ้ามีนิสัยแบบนี้จะไม่มีเพื่อน แต่กับคนอื่นก็เหมือนน้องเค้าอ่ะครับ คือคนละแบบไปเลย

อยากบอกว่าคอมพิวเตอร์ก็คงมีส่วน อาจเป็นเพราะเค้ามีสังคมอีกแบบ มุมมองที่ไม่เคยเห็นในรร. ทำให้เค้ายิ่งต่อต้านเข้าไปใหญ่
ส่วนผมโดนเลี้ยงด้วยการ์ตูนครับ พ่อเอาการ์ตูนเลี้ยงผมแทนแล้วให้แม่ดูแลเพราะทำงานส่วนตัวเลยไม่ค่อยคุย

จะให้น้องเค้าคิดได้ คงยากครับ ถ้าสภาพเป็นแบบเดิม ยกเว้นแต่มันจะนึกสงสารในความชราของบุพการี

ปล.อ่านมาซักพักแล้ว แต่เพิ่งได้โพสครับ แห่ะๆๆ ถ้ามีอะไรจะมารบกวนครับ ว่าจะไปเรียนภาษาต่อปีหน้า

#42 By Zellyka (58.9.197.217) on 2009-09-08 00:56

น่าจะเป็นเรื่องปรกติของวัยรุ่นส่วนใหญ่ค่ะ orz...
ถ้าโตขึ้นมาหน่อย ส่วนตัวคิดว่าความเกรียนน่าจะค่อยๆหายไป (แต่ในบางคนอาจจะมากขึ้น)

อย่างหนู พอได้มาอยู่ญี่ปุ่นแล้วรู้สึกรักพ่อรักแม่มากขึ้นกว่าเดิมสิบเท่า (จากที่มากอยู่แล้ว)

ปล. อาคิคุงน่ารักมาก
ปล2. รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

#43 By มกจัง on 2009-09-08 05:11

แต่เรากลับรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตครอบครัวญี่ปุ่น ที่แม่ก็คอยทำให้ลูกทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวไหน สวนทางกับความคิด วิถีชีวิตของคนไทย ก็เลยทำให้รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดี ซึ่งในความคิดของแม่สามีคุณแล้วมันอาจจะเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้วก็เป็นได้

#44 By hige onna (58.8.190.203) on 2009-09-08 09:44

ใกล้คลอดหรือยังคะ

#45 By da base (125.27.25.248) on 2009-09-10 06:01

แอบอ่านมานานแล้ว แต่ไม่เคยได้คอมเม้นเลย นี่ได้มาเล่น exteen แล้ว ขอ แอด fav นะครับ

อย่างเคนตะน้องของคุณฮายาชินี่ก็คงรุ่นเดียวกับผมนะ
แต่...แหม่ ใจร้อนจริงๆเลย sad smile
รู้สึกคันไม้คันมืออย่างบอกไม่ถูก -*- แหะๆ

อาคิน่ารักดีนะครับ






#46 By Zodilac on 2009-09-13 20:11

ไม่ได้เห็นอาคิมานาน โตขึ้นเยอะแล้วนะนี่

#47 By พัช (58.137.128.179) on 2009-09-23 13:34