เมื่อวันที่ 30 สิงหาที่ผ่านมา... เป็นวันครบรอบเขียนบล็อคที่ exteen มาปีนึงพอดี @_@; (ลืมไปเลย) ปีนึงปีนึงนี่มันเร็วเนอะ... 

 

 

 

เข้าวันที่ 1 กันยาแล้ว... หลายโรงเรียนในญี่ปุ่นเปิดเทอมวันนี้เป็นวันแรก และอีกหลายโรงเรียนตัดสินใจปิดต่อเพราะกลัวการแพร่ระบาดของไข้หวัด 2009 ยืดเวลาตายให้นักเรียนที่ยังทำการบ้านปิดเทอมไม่เสร็จไปได้อีกนิดหนึ่ง ^_^;

 

 

 

พูดถึงการบ้านปิดเทอมของนักเรียนประถม... นึกถึงสมัยที่ยังเรียนประถมอยู่โรงเรียนสตรีบูรณวิทย์ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนใกล้บ้านอยู่แถวจรัญฯ (ก็ไม่เชิงใกล้ ตอนนั้นบ้านอยู่ซอยจรัญฯ 85 ห่างจากโรงเรียนห้าหกป้ายรถเมล์ แต่รถติดมาก ใช้เวลาเป็นชั่วโมงทุกวัน)

 

 

 

จำได้ว่าการบ้านปิดเทอมค่อนข้างจะเยอะ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นประเภททำโจทย์ในหนังสือแบบฝึกหัดแต่ละวิชาหน้าไหนถึงหน้าไหน รวมๆแต่ละวิชาแล้วก็เยอะ... แต่ก็จำได้ว่าส่วนใหญ่จะทำเสร็จแต่เนิ่นๆ เพราะนิสัยเป็นประเภทชอบเหนื่อยก่อนสบายทีหลัง (ตั้งแต่เด็ก -_-;) คืออยากจะเล่นๆๆแบบไม่มีห่วงในช่วงปิดเทอม เพราะฉะนั้นพอถึงปิดเทอมปุ๊บก็จะตั้งหน้าตั้งตาทำการบ้านก่อนเลย

 

 

 

มานึกดูแล้ว...จริงๆไม่ใช่วิธีที่ฉลาดเท่าไหร่ เพราะเมื่อการบ้านเสร็จเร็ว กลายเป็นว่าพวกผู้ใหญ่จะสบายใจเลยใช้งานใหญ่เลย ไอ้ที่คิดว่าการบ้านเสร็จแล้วจะได้เล่นๆๆอย่างอิ่มหนำสำราญมันผิดถนัด เหมือนตอนที่คิดว่าอายุ 18 แล้วเลยรีบไปสอบใบขับขี่ดีกว่าจะได้ขับรถไปไหนมาไหนเองได้...ว้าวๆน่าสนุก ไปๆมาๆพอได้ใบขับขี่มาแล้วต้องคอยแสตนบายด์รับใช้ประเทศชาติ วันหยุดไปไหนไม่ได้ต้องคอยขับรถให้คุณหญิงแม่เป็นหลัก ^_^;

 

 

 

ทุกวันนี้ก็ยังมีนิสัยอย่างนี้อยู่ คือคิดว่ายอมลำบากก่อนค่อยสบาย กินของที่ไม่ชอบก่อน ของชอบเก็บไว้กินทีหลัง ต่างกับคุณฮายาชิอย่างสิ้นเชิง... (มันจะกินของชอบก่อน ของไม่ชอบเหลือไว้ทีหลัง หรือไม่้ก็ไม่กินเลย) ตอนคบกันใหม่ๆเวลาไปกินข้าวด้วยกัน เราจะเขี่ยๆของที่ชอบไว้ข้างๆจานก่อนเพราะคิดจะเก็บไว้กินทีหลัง... ปรากฏว่าไอ้คุณฮายาชิคิดว่าเดี๊ยนไม่ชอบกิน ก็เลยตักเข้าปากตัวเองทันที (อ๊าาาาาาา @o@!!!! ของโปรดของเดี๊ยนนนนน) หลังจากมารู้ทีหลัง (ด้วยการสังเกตของมันเอง -_-;) ต่อมาเลยเหลือของที่เราชอบไว้ให้ ส่วนเราเองก็ได้เรียนรู้เหมือนกันว่าการเหลือของชอบไว้กินทีหลังในบางครั้ง ทำให้ของชอบนั้นไม่อร่อยอย่างที่คิด -_-; (เพราะอิ่มแล้ว) แถมบางทีความซวยบังเกิดขึ้นเพราะอิ่มเต็มที่ก่อนจะหมดจาน ทำให้ไม่สามารถกระเดือกของชอบที่เหลือไว้เข้าคอได้ T^T (เสร็จไอ้คุณฮายาชิอีก)

 

 

 

สรุปว่าการอดเปรี้ยวไว้กินหวาน อาจทำให้ได้กินแต่ของเปรี้ยว... -_-; ควรดูกาละเทศะและสถานการณ์ประกอบด้วยอย่างแรง...

 

 

 

กลับมาที่เรื่องการบ้านปิดเทอม... การบ้านปิดเทอมของเด็กประถมที่ญี่ปุ่นนี่เหมือนจะถูกกำหนดไว้ตายตัวแล้วว่ามีอะไรบ้าง คือมันจะวนๆเวียนๆอยู่เช่น ทำสมุดแบบฝึกหัด (ドリル), เขียนเรียงความ (作文), อ่านหนังสือนอกเวลาแล้วเขียนความเห็น (読書感想文), เฝ้าสังเกตุการณ์อะไรบางอย่าง (観察記録), ประดิษฐ์ของมาส่งหรือวิจัยอิสระ (図画工作, 自由研究) แล้วก็จะมีพวกคัดลายมือคันจิ (習字) เป็นต้น... รวมๆแล้วก็เยอะอ๊วกแตกพอสมควร ส่วนใหญ่เด็กๆจะขี้เกียจมาเร่งทำเอาตอนท้ายๆ พ่อแม่พี่น้องต้องมานั่งช่วยกันทำอย่างที่เห็นในการ์ตูนกันบ่อยๆ ดังนั้นช่วงปลายๆฤดูร้อนตอนใกล้จะหมดเดือนสิงหานี่ ถ้าไปร้านหนังสือจะเห็นพวกหนังสือเกี่ยวข้องกับหัวข้อการทำการบ้านของเด็กวางเรียงรายกันมากมาย สำหรับเด็กๆและพ่อแม่ืที่ยังนึกไม่ออกว่าจะให้ลูกวิจัยหัวข้ออะไรส่งอาจารย์ดี... ^_^;

 

 

 

แต่ถ้าจนแล้วจนรอดยังนึกไม่ออก การบ้านยังเสร็จไม่ทันอีก... สมัยนี้มีบริการทำการบ้านแทนลูกของคุณ... หรือที่เรียกว่าชุคุไดไดโคเซอร์วิสด้วย (宿題代行サービス) @_@;

 

 

 

บริการรับทำการบ้านแทนนี้เป็นธุรกิจแบบใหม่ที่เกิดขึ้นในโลกของอินเตอร์เน็ท มีทั้งเป็นรูปแบบบริษัทและเด็กมหาวิทยาลัยที่ต้องการหารายได้พิเศษด้วยการเก็บเงินค่าบริการจากการช่วยเด็กประถมทำการบ้าน -_-; (โธ่เอ๋ย...) ราคาก็ไม่ใช่ถูกๆ เท่าที่สืบดูราคาเฉลี่ยแล้ว ทำแบบฝึกหัดหนึ่งเล่มราคา 20,000 เยน, ตอบคำถามในชีทที่ได้รับแจกแผ่นละ 1,000 เยน (ถ้ามีหน้า-หลังคิดเป็นสองแผ่น), เขียนเรียงความหรืออ่านหนังสือนอกเวลาแล้วเขียนความเห็น หน้าละ 5,000 เยน (กระดาษมาตรฐานที่ใช้เขียนเรียงความของญี่ปุ่น หนึ่งหน้ามี 400 ตัวอักษร), เฝ้าสังเกตุการณ์อะไรบางอย่าง 30,000 เยน, สิ่งประดิษฐ์หรือวิจัยอิสระ 22,000 –33,000 เยน, คัดลายมือแผ่นละ 5,000 เยน

 

 

 

ถ้าเป็นการบ้านของเด็กม.ต้นจะบวกเข้าไปอีกอย่างละ 1 หมื่นเยน @_@; (มีโฆษณาด้วยว่าสามารถทำการบ้านให้เสร็จได้ภายใน 48 ชั่วโมง... กิริกิริกันเลยทีเดียว)

 

 

 

กะจะรวยกันตอนหมดหน้าร้อนนี้เลย...

 

 

 

ที่สำคัญกว่าไอ้คนคิดรูปแบบ business นี้ขึ้นมาก็คือ... พ่อแม่ประสาทที่ยอมจ่ายเงินแพงๆให้กับคนพวกนี้เพื่อทำการบ้านให้ลูก @_@; (เพราะเด็กมันไม่มีปัญญาจ่ายเงินเองอยู่แล้ว) พ่อแม่บางคนกลัวลูกโดนครูว่าที่ทำการบ้านไม่เสร็จ หรือบางคนไม่มีเวลาสอนการบ้านลูก เลยต้องไปจ้างเค้าแบบนี้ อาจจะลืมไปแล้วว่าจุดประสงค์ของการมีการบ้านปิดเทอมคืออะไร?... การทำแบบนี้การบ้านปิดเทอมก็ไม่ได้มีความหมายอะไรกับเด็กอีกต่อไป...

 

 

 

พอโตขึ้นระดับมัธยมเด็กก็คงต้องไปจ้างคนอื่นทำรายงาน และพอเข้ามหาวิทยาลัยได้ก็ึคงต้องไปจ้างเค้าเขียนวิทยานิพนธ์ให้อีก (ที่ไทยก็มีเนอะ) @_@; ไม่แปลกเลยที่คนจบมหาวิทยาลัยด้วยเกรดสวยๆแต่ทำงานไม่ได้มีเยอะแยะให้มหัศจรรย์ใจเล่น...

 

 

 

หลายคนคงรู้ว่าที่ผ่านมาโบว์เป็นล่ามและรับงานแปลด้วย บางทีก็มีเหมือนกันนะที่มีคนมาจ้างให้แปลอะไรที่อ่านแล้วประมาณว่า... นี่คงเป็นการบ้าน? หรือข้อสอบ... หรือไม่ก็เรียงความประกวด... (พวกสุนทรพจน์ก็มีน่ะ) @_@; คือเป็นภาษาไทยหรูหรามาเลย แต่ไม่ได้คิดภาษาญี่ปุ่นด้วยสมองตัวเองซักกะตัวทั้งที่ดูแล้วมันน่าจะเป็นงานที่อาจารย์สั่งเพื่อให้ตัวเองได้ฝึกภาษาญี่ปุ่นน่ะนะ (ยิ่งงานประกวดหรือพวกส่งไปเพื่อจะขอทุนนี่ไม่คิดจะใช้ความสามารถตัวเองกันเลย...)

 

 

 

 

จริงๆมันเป็นงานของล่ามหรือนักแปล ไม่ควรจะเลือกงานหรือคิดอะไรมาก เค้าจ่ายเงินมาตามเรตที่กำหนดก็ควรจะตั้งใจทำงานให้มันเสร็จๆไป... แต่ก่อนที่จะมาเป็นล่าม ตัวเองก็เคยเป็นนักเรียนมาก่อน และเคยเป็นครูสอนภาษามาก่อนด้วย... -_-; เพราะฉะนั้นถ้าใครจะว่าดัดจริตเลือกงานหรือยังไงก็ตาม... อริสราไม่รับแปลพวกการบ้าน, ข้อสอบ (ประเภทจะเตรียมไปเขียนในห้องสอบ), เรียงความเพื่อขอทุน,  งานประกวดตลอดจนอะไรที่มันผิดกฏหมายผิดศีลธรรมต่างๆนะ @_@; ขอให้เข้าใจตรงกันด้วย...

 

 

 

สำหรับใครที่คิดว่ามันเป็น business model ที่สุดแสนจะวิเศษ... ก็แล้วแต่ละกัน... m(_ _)m

 

 

ป.ล. ไอ้คุณฮายาชิมันวางแผนการบ้านงานวิจัยอิสระไว้ให้อาคิน้อยแล้วว่าจะมาช่วยกันเพาะแบคทีเรียส่งอาจารย์ @_@; จะทำเป็นซีรีย์กันไปตั้งแต่ป.1 ยันป.6 เลย -_-; เด็กป.1ที่ไหนจะสนใจเพาะแบคทีเรียส่งอาจารย์ฟระ... บ้าจริง

 

 

เพลง  暑中お見舞い申し上げます!ของแคนดี้เมื่อนานมาแล้ว...

 

 

 

 

คัพเวอร์ใหม่ด้วยสาวๆน่ารักวง C-ute ^_^

 

คลายร้อนได้ในบัดดล...

 

 

 

 

Comm