หมั้น & แต่งแบบญี่ปุ่น m(_ _)m

posted on 26 Jul 2009 11:36 by hayashikisara  in Japan

วันก่อนมีคนถามเรื่องแต่งงานกับผู้หญิงญี่ปุ่นไม่ต้องมีสินสอดใช่ไหม? ได้แต่ตอบไปง่ายๆว่าปัจจุบันนี้ไม่มี แต่จริงๆแล้วมีอะไรลึกซึ้งกว่านั้น เพราะถ้าพูดกันจริงๆ... สิ่งที่เรียกว่าสินสอดมันก็มีเหมือนกัน อย่างแหวนหมั้นก็ถือเป็นสินสอดในสมัยนี้นี่แหล่ะ ^_^

 

  

จริงๆคำว่าสินสอดในภาษาญี่ปุ่นมันก็มีคือยุยโนคิน = 結納金 (ถ้่าใครจะแต่งงานกับหนุ่มญี่ปุ่นแล้วต้องการอธิบายเรื่องสินสอดก็อธิบายได้) คำว่ายุยโน (結納) เป็นพิธีการผูกสองครอบครัวไว้ด้วยกันโดยการส่งสิ่งของที่จำเป็นและเป็นมงคลเช่นกิโมโน, โอบิให้ โดยส่วนใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวจะเป็นฝ่ายส่งให้กับฝ่ายเจ้าสาว แต่เนื่องจากในปัจจุบันนี้ไม่ค่อยได้ใช้กิโมโนหรืออะไรกันแล้ว ก็เลยส่งเป็นเงินให้แทน เงินนี้ก็คือยุยโนคิน จะว่าตรงกับคำว่าสินสอดของเราก็ได้

 

 

 

  

สินสอดที่ว่านี้ไม่ได้ถูกกำหนดแน่นอนว่าต้องประมาณเท่าไหร่ แต่หลายคนจะกะประมาณเงินเดือนของเจ้าบ่้าว 2 เดือน-3 เดือน (reasonable ว่ะ ไม่เหมือนของไทยที่นึกจะเรียกก็เรียก) ฝ่ายเจ้าสาวได้รับมาก็ไม่ใช่ทำเฉย จะต้องส่งของตอบแทนฝ่ายเจ้าบ่าวเค้าด้วย ทางคันโตจะส่งของตอบแทนที่มีมูลค่าประมาณ 50% ของจำนวนเงินที่ได้รับ (สมมติได้มาล้านเยนก็ต้องส่งของหรือเงินประมาณ 5 แสนเยนกลับไปให้) ส่วนคนคันไซงกหน่อย ได้ข่าวว่าจะส่งกันแค่ 10% ของเงินที่ได้มา (เจ้าบ่าวแถบคันไซก็อ่านบรรยากาศกันเก่งมาก ส่วนใหญ่เลยให้สินสอดไม่เยอะเท่าไหร่ ยังไงก็ได้กลับมาแค่ 10% อยู่แล้วนี่)

 

 

 

 

 

  

แต่นี่ก็ยังไม่ได้หมายความว่าแต่งกันแล้วนะ ยุยโนคือการหมั้นเฉยๆ

 

  

ทีนี้ในปัจจุบันนี้รูปแบบของการหมั้นแบบญี่ปุ่นก็ได้เปลี่ยนไป ในเมื่อยุยโนหมายถึงการผูกสองครอบครัวเข้าด้วยกัน หลายครอบครัวจึงเปลี่ยนมาเป็นการจองร้านอาหารทานข้าวด้วยกัน หรือเปลี่ยนจากของหมั้นที่ผู้ชายส่งให้ผู้หญิงเป็น “ของที่ระลึกการหมั้น” (婚約記念品) แทน

 

 

 

 

 

 

 

ตัวอย่างของที่ระลึกงานหมั้น...

 

  

แหวนหมั้น (婚約指輪 คงยัคขุยูบิวะ) ก็เป็นลักษณะ “ของที่ระลึกการหมั้น” อย่างหนึ่งที่ผู้ชายให้กับผู้หญิง และถึงครอบครัวหรือคู่ไหนที่ไม่ได้มีการจัดการหมั้นกันอย่างเป็นทางการ ส่วนใหญ่อย่างน้อยผู้ชายก็จะซื้อแหวนหมั้นให้กับผู้หญิงอยู่ดี (ทว่าก็ไม่ใช่ทุกคู่ บางคู่ก็ตกลงกันว่าเราจะไม่มีแหวนหมั้นอะไรกันให้สิ้นเปลือง เพราะมันแพง) ส่วนของที่ระลึกการหมั้นที่ผู้หญิงส่งให้ผู้ชายมักจะเป็นนาฬิกาข้อมือ ราคาก็ควรจะประมาณแสน-2แสนเยน

 

 

 

  

เรามักจะได้ยินกันเสมอว่า แหวนหมั้นที่ผู้ชายญี่ปุ่นซื้อให้ผู้หญิงญี่ปุ่นนั้นควรจะมีมูลค่าประมาณเงินเดือน 3 เดือนของผู้ชาย แต่อันนั้นมันเป็นเรื่องของสมัยก่อน (เพราะสมัยก่อนเงินเดือนเฉลี่ยของผู้ชายน้อยกว่านี้มาก เงินเดือนเดือนสองเดือนก็ยังซื้อแหวนดีๆไม่ค่อยได้ อย่างพ่อคุณฮายาชิสมัยเริ่มทำงานได้เงินเดือนประมาณแค่ 4 หมื่นเยน) สมัยนี้ส่วนใหญ่จะประมาณกลางๆ คือเงินเดือนประมาณ 1 เดือนหรือเดือนครึ่งก็พอ (ทว่าใครอยากจะให้เยอะๆก็ตามใจ) ส่วนใหญ่จะซื้อแหวนเพชรที่มูลค่าประมาณ 3-4 แสนเยนเท่านั้น

 

  

วิธีซื้อแหวนหมั้นมีประมาณ 4 แบบ แล้วแต่งบและความชอบของแต่ละคู่ (ส่วนใหญ่ก็ตามใจผู้หญิง) ได้แก่

 

 

1. Ready Made : คือแหวนสำเร็จที่ออกแบบทำมาไว้เรียบร้อยแล้ว ก็ไปเลือกเอาเลย เหมาะสำหรับคนเวลาไม่ค่อยมีและไม่ค่อยเรื่องมาก ไม่มีไอเดียอะไร ข้อดีก็คือได้ดูของจริงก่อนจะตกลงใจซื้อ ทว่าตัดสินใจซื้อแล้วอาจจะต้องมีการแก้ไขทำอะไรอีกนิดหน่อย ใช่ว่าซื้อปุ๊บได้ปั๊บเหมือนซื้อหัวไชเท้า กรุณาเผื่อเวลาไว้นิดนึง

  

2. Semi-order : กึ่งๆสั่งทำ ประมาณว่าจะมีแคตตาล็อกให้เลือกเพชรกับเลือกสไตล์แหวน แล้วเค้าจะเอามาประกอบกันให้เหมือนกันดั้ม

  

3. Full order : สั่งทำแหวนใหม่เลย รวมถึงให้เค้าออกแบบด้วย นี่ต้องใช้เวลาประมาณพอสมควร เพราะต้องไปนั่งคุยนั่งดูเค้าออกแบบประมาณหนึ่ง คู่เราใช้แบบนี้ อย่างบอกเค้าไปว่าเราจะแต่งกันวันคริสมาสตร์ อยากได้คอนเซ็ปของแหวนเป็นคริสมาสตร์ เค้าก็จะนั่งเสก็ตแบบแหวนออกมาเรื่อยๆ ชวนเราคุยไปด้วย สุดท้ายก็ให้เราเอากลับไปเลือกสี่ห้าแบบ โปรมาก

  

4. Reform : คือเอาแหวนหรือเครื่องประดับเก่าของเจ้าป้ามารีฟอร์มใหม่ให้สวยงาม เป็นวิธีที่ eco มาก บางทีแม่เจ้าบ่าวจะยกแหวนประจำตระกูลหรืออะไรอย่างนี้ให้ แต่สไตล์มันอาจจะเฉิ่มเชยไปตามยุคสมัย ร้านแหวนจะจัดการหาแบบและคุยกับเราและทำแหวนใหม่ออกมาให้ไฉไล ทันสมัยเปี๊ยบ ค่อนข้างประหยัดกว่าไปซื้อใหม่เยอะ ^_^

  

อนึ่ง...ภาษาอังกฤษทั้งสี่แบบนี้เป็นภาษาอังกฤษแบบญี่ปุ่นที่คนญี่ปุ่นเค้าใช้กัน อย่าได้จำไปใช้กันมั่วล่ะ เดี๋ยวจะสื่อกับชาวบ้านไม่รู้เรื่อง

 

  

พูดถึงงานแต่งงานของญี่ปุ่นจะแตกต่างจากไทยประมาณหนึ่้ง เนื่องจากไม่มีเรื่องของขนบธรรมเนียมประเพณีหรือศาสนามาเกี่ยวข้องเท่าไหร่ ดังนั้นสามารถที่จะจัดการแต่งงานได้แบบฟรีสไตล์สุดๆ ส่วนใหญ่ก็จะแบ่งงานออกเป็น 3 ช่วงดังนี้

 

  

1.พิธีแต่งงานช่วงเช้า (หรือกลางวัน)  อาจจะแต่งแบบญี่ปุ่นตามหลักศาสนาชินโตก็ไปจัดตามศาลเจ้า แต่งแบบคริสตร์ก็ไปจัดในโบสถ์ (บางที่ก็ไม่ใช่โบสถ์จริง คือเป็นสถานที่สำหรับจัดการแต่งงานที่จำลองโบสถ์มาเฉยๆ) ทั้งสองแบบไม่ได้เกี่ยวกับศาสนาซักเท่าไหร่ พิธีช่วงเช้านี้ส่วนใหญ่จะเชิญแต่คนในครอบครัวหรือคนสนิทกันเท่านั้น เพื่อนกันหรืออะไรอย่างนี้มักจะไปงานเลี้ยงตอนกลางคืนเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คู่นี้กลายเป็นอดีตไปแล้ว... โอ้ว...

 

  

2. งานเลี้ยงช่วงกลางคืน : ภาษาญี่ปุ่นเรียกฮิโรเอ็ง (披露宴) จะมีการส่งบัตรเชิญไปให้แขกล่วงหน้าซึ่งแขกจะต้องตอบรับมาด้วยว่าไปได้หรือไม่ได้ การจองโรงแรมก็จะจองตามจำนวนจริง ปกติถ้าเค้าไม่ได้ระบุให้เอาเด็กไปด้วยได้ก็ไม่ควรจะเอาไปเด็ดขาด และห้ามเชิญหรือเอาใครไปเพิ่มตามสไตล์ไทยๆ หากจะแคนเซิลไม่ไปควรบอกแต่เนิ่นๆ และไม่ควรแคนเซิลนอกจากจำเป็นจริงๆ (เช่นตัวเองหรือคนในครอบครัวป่วย) เพราะเจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องออกค่าอาหารต่อหัวประมาณ 1 หมื่นถึง 1 หมื่นห้าพันเยน ในกรณีที่เรามาไกล เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะเตรียมค่าเดินทางและค่าโรงแรมไว้ให้เราด้วย

 

  

การใส่ซองในงานแต่งงานก็ต้องใส่ตามความสัมพันธ์ของเรากับเจ้าบ่าวเจ้าสาว ถ้าเป็นเพื่อนกันก็ใส่ประมาณ 3 หมื่นเยน ญาติพี่น้องใส่ 5 หมื่น ถ้าเป็นญาติสนิทเช่นพ่อแม่ต้องใส่กันประมาณแสนเยนเลยทีเดียว (แต่ค่าแต่งงานพ่อแม่ไม่เกี่ยว ส่วนใหญ่เป็นเงินเก็บของเจ้าบ่าวเจ้าสาวเอง แต่บางครอบครัวพ่อแม่ก็ช่วยบ้าง) ถ้าไปกันสองคนผัวเมียหรือเอาแฟนไปด้วย ต้องแยกซองกันอีกต่างหาก จะมาทำเนียนว่ามาด้วยกันไม่ได้ ถ้าใครไม่อยากให้เป็นซองก็ให้เป็นของได้ แต่ราคาก็ต้องประมาณเดียวกับที่ใส่ซองให้ (อาจจะน้อยกว่าได้นิดหน่อย)

 

  

กรณีที่เราไปไม่ได้แต่อยากจะส่งเงินไปช่วยก็ส่งประมาณครึ่งนึงหรือ 1 ใน 3 ของเงินใส่ซอง หรือจะส่งเป็นของก็ได้

 

  

ส่วนเจ้าบ่าวเจ้าสาวเมื่อได้รับซองหรือของอวยพรไปแล้ว หลังงานแต่งงานก็ต้องวุ่นวายกับการส่งของตอบแทนให้กับคนที่มางานของเราด้วย ส่วนใหญ่จะส่งของตอบแทนในราคาประมาณ 1 ใน 3 ของที่ได้รับกลับไปให้ โดยมากจะเป็นพวกผ้าเช็ดตัวหรือข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป

 

  

บางคนอาจจะสงสัยว่างานแต่งงานญี่ปุ่นทำอะไรกันบ้าง โดยมากหลังจากแขกมากันพร้อมและผู้ประสานงานกล่าวเปิดแนะนำเรียบร้อยแล้วก็จะมีการชนแก้วดื่มอวยพร (คัมไป) กันก่อน มีการตัดเค้ก มีการเปลี่ยนชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่เรียกว่าโออิโรนาโอฉิ (お色直し) จากนั้นก็เป็นการจุดเทียนร่วมกันของเจ้าบ่าวเจ้าสาว (แคนเดิลเซอร์วิส) แล้วก็ speech หลังจากนั้นก็เป็นช่วงอ่านจดหมายให้พ่อแม่ของแต่ละฝ่ายฟัง ส่วนใหญ่จะซาบซึ้งร้องไห้กันช่วงนี้ จบแล้วเจ้าบ่าวเจ้าสาวมอบช่อดอกไม้และของที่ระลึกให้พ่อแม่ ตัวแทนฝ่ายครอบครัวก็จะออกมากล่าวอะไรเล็กน้อย (บางทีก็เป็นตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวกล่าวเอง) แขกที่มางานก็จะได้ของที่ระลึกที่เรียกว่าฮิคิเดะโมโนะกลับไปด้วย คล้ายๆของชำร่วยแต่จะออกหรูหรากว่า (บางทีจะให้เป็นกิฟท์แคตตาล็อคมา แขกก็ไปเลือกเอาเองเลยว่าอยากได้อะไร) 

 

 

 

 

 

 

 

โออิโรนาโอฉิ

 

  

เป็นแค่ขั้นตอนคร่าวๆของงานแต่งงานทั่วไป บางงานก็มีการฉายวีดีโอตอนเด็กๆของเจ้าบ่าวเจ้าสาว หรือมีการแสดงที่เพื่อนๆเตรียมไว้อะไรอย่างนี้ด้วย ^_^

 

 

引出物ラベルハーフワイン&グラス

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตัวอย่างฮิคิเดะโมโนะ

 

  

3. งานเลี้ยงต่อระหว่างเพื่อนฝูง (二次会 นิจิไก) : จบจากงานแต่งงานจะเป็นงานเลี้ยงแบบเป็นกันเองระหว่างเพื่อนๆของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ส่วนใหญ่จะเป็นการไปจองร้านอาหารแล้วก็เลี้ยงกัน เพื่อนบางคนก็ไม่ไปงานเลี้ยงแต่งงาน มาเฉพาะตอนงานนิจิไกเลย ว่ากันว่าเป็นโอกาสที่จะทำให้เราอาจได้ปิ๊งใครได้งานนี้ เพราะเพื่อนเจ้าบ่าวกับเพื่อนเจ้าสาวได้มาเจอกัน อายุก็จะประมาณไล่เลี่ยกัน ว้าว! สาวๆต้องพยายามทำตัวดูดีหน่อย (ส่วนใหญ่เจ้าบ่าวหรือเจ้าสาวจะมอบหมายให้เพื่อนตัวเองคนใดคนหนึ่งเป็นคนรับผิดชอบงานนิจิไก)

 

 

  

สำหรับชุดไปงานแต่งงานนั้น ถ้าเป็นพิธีแต่งงานก็แต่งแบบ formal หน่อย คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ผู้ชายจะใส่สูทสีดำ เนคไทสีขาว ผู้หญิงอาจจะแต่งกิโมโนสีดำและมีลวดลายสวยๆแบบเป็นพิธีการ (โอบิควรจะเป็นลายที่เป็นมงคล) หรือถ้าใส่ชุดธรรมดาก็ใส่เป็น dress หรือสูทแบบ formal ก็ได้ มักจะใส่สีดำหรือสีพื้นๆจะดูสุภาพกว่าใส่สีแจ้งแว้ง (ใส่สีดำแล้วประดับด้วยเครื่องประดับสวยๆแทน)

 

  

 

  

รวมแล้วค่าแหวนหมั้นบวกงานแต่งทั้งหมดเฉลี่ยประมาณ 5-6 ล้านเยน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แล้วแต่งบของคู่เรา เดี๋ยวนี้มีสถานที่รับจัดงานแต่งงานแบบราคาถูก แต่งกันง่ายๆเสียแค่ไม่กี่แสนเยนก็มี บางคนจดทะเบียนอย่างเดียวไม่จัดงานแต่งเลยก็เยอะ แล้วค่าจัดงานก็ไม่ใช่ว่าเจ้าบ่าวเป็นคนออกทั้งหมด บางทีก็ช่วยกันออกสองคนทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาว บางทีเจ้าบ่าวออกค่างานแต่ง เจ้าสาวออกค่าย้ายบ้านหรือค่าเฟอร์นิเจอร์ในบ้านเป็นต้น

 

 

 

  

กลับมาเรื่องแหวนหมั้นอีกที... จากแบบสอบถามสาวๆญี่ปุ่นได้ผลมาว่า สาวๆจำนวน 2 ใน 3 คนอยากได้แหวนหมั้นตอนขอแต่งงาน (คือมาพร้อมกับคำขอแต่งงานเหมือนในหนัง) แต่ในความเป็นจริงผู้ชายที่จะเตรียมแหวนเพชรมาให้ตอนขอแต่งงานมีเพียงแค่ 1 ใน 3 เท่านั้น และสอบถามต่อว่าอยากให้ผู้ชายขอแต่งงานที่ไหนมากที่สุด? สาวๆ 48% บอกว่าอยากให้ขอแต่งงานในที่ที่โรแมนติกเช่นที่ที่มองเห็นวิวสวยๆตอนกลางคืน แต่ปรากฏว่ามีสาวๆแค่ 10% เท่านั้นที่สมหวัง...

 

  

ดังนั้นใครจะขอสาวญี่ปุ่นแต่งงาน อย่าลืมเตรียมแหวนเพชรไปก่อน แล้วก็อย่าลืมเตรียมคำขอแต่งงานในบรรยากาศโรแมนติกอย่างเช่นวิวกลางคืนนะคะ ^_^

 

 

 

 

ใครจะไปแต่งที่ดิสนีย์แลนด์ก็ได้นะ ^_^

 

   

ป.ล. ส่วนแหวนแต่งงานนั้น คนญี่ปุ่นก็มีการแลกแหวนแต่งงานกันเหมือนกัน แต่ถึงแต่งงานแล้วคนไม่ใส่แหวนแต่งงานก็เยอะนะ @_@; ถ้าเจอหนุ่มดีๆแต่ไม่ใส่แหวนแต่งงานก็อย่าได้ชะล่าใจไปว่าเค้ายังโสด 

 

  

ป.ล.2 คู่โบว์ไม่ได้จัดพิธีอะไรที่ญี่ปุ่นเลย จัดที่ไทยอย่างเดียว แต่จะบอกว่าจัดที่ไทยแต่คนที่ญี่ปุ่นเค้าก็ให้ซองเป็นเงินเยนกันมา แอบคุ้ม+ ได้กำไรสุดๆ m(_ _)m ขอบคุณผู้มีอุปการะคุณทุกท่านด้วย (แต่มีจัดงานเลี้ยงทานข้าวกันที่โรงแรมที่ญี่ปุ่นโดยพ่อคุณฮายาชิ ได้ข่าวหมดเป็นล้านเหมือนกันเพราะต้องออกค่าโรงแรม, ค่าอาหาร,ค่าเดินทางและพาเที่ยวให้ญาติๆที่เชิญมา เงินอวยพรทั้งหมดเลยให้พ่อคุณฮายาชิไป)

 

  

ป.ล.3 เรื่องที่เขียนเกี่ยวกับญี่ปุ่นทั้งหลายส่วนใหญ่เป็นการหาข้อมูล (หนังสือ, นิตยสาร, อินเตอร์เน็ท, พูดคุย, ประสบการณ์)  ไม่ได้เป็นอับดุลซ้ายรู้ขวารู้แต่อย่างใดนะคะ เดี๋ยวคนจะนึกว่าศึกษาหาความรู้เรื่องญี่ปุ่นอยู่ตลอดเวลา 5555 ^_^; (แต่ไม่ได้อ่านแค่อย่างสองอย่าง ส่วนใหญ่จะอ่านเยอะๆแล้วค่อยสรุป แล้วก็เป็นของคนญี่ปุ่นเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด เพราะฉะนั้นน่าจะเชื่อถือได้ในระดับหนึ่งค่ะ m(_ _)m) 

 

 

 

ศัพท์ที่เกี่ยวข้อง

結納                ยุยโน                      การผูกสองตระกูลเข้าด้วยกัน

結納金             ยุยโนคิน                  เงินสินสอด

結納品             ยุยโนฮิน                  ของหมั้น

結婚式             เก๊กกงชิกิ                 งานแต่งงาน, พิธีแต่งงาน

披露宴             ฮิโรเอ็ง                   งานเลี้ยงแต่งงาน

二次会             นิจิไก                     งานเลี้ยงหลังแต่งงาน

お色直し           โออิโรนาโอฉิ          การเปลี่ยนชุดของเจ้าบ่าวเจ้าสาว

 引き出物           ฮิคิเดะโมโนะ           ของที่ระลึกให้แขกที่มางาน

 

新郎                ชินโร                      เจ้าบ่าว

 

新婦                ชินปุ                       เจ้าสาว

 

仲人                นาโคโดะ                 พ่อสื่อแม่สื่อ, ผู้ประสานงาน

 

婚約                คงยัคขุ                   การหมั้น

 

婚約指輪           คงยัคขุยูบิวะ           แหวนหมั้น

 

結婚指輪           เก๊กกงยูบิวะ             แหวนแต่งงาน

 

 

 

 

 

01

 อันนี้เป็นผลพวงหลังจากแต่งไปแล้ว ^_^;   

 

 

02 

 

โอเบงโต   

 

 03  

 

อย่าไปสนแบคกราวน์ที่อยู่ข้างหลัง -_-; (มันรื้อทุกวัน) 

 

 04  

 

^_^              

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อาา... มันช่าง reasonable จริงๆแหะ
เป็นประเทศไทยคงไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องนี้มั้งคะ

เพราะเค้าเลือกกันตอนเป็นแฟนไปแล้ว
ประมาณว่า"ถ้าไม่รวยชั้นไม่แต่ง" ประมาณนั้น
หึหึ

วัฒนธรรมไทยมีเอกลักษณ์ที่ควรยกย่องและน่าปฏิบัติ
แต่ทำไมไม่เคยเจองานแต่งที่เป็นไทยแท้ๆซักทีเนอะ??

แจกดรากอนบอลสามลูกค่ะ ^^
Hot! Hot! Hot!

#1 By Mayoiitingweii on 2009-07-26 12:23

เป็นเกร็ดที่อุดมด้วยข้อมูลเช่นเคย
รวมๆแล้วออกเป็นหนังสือแนะนประเทศญี่ปุ่นขายได้เลยนะคะเนี่ย

เห็นงานแต่งงานแล้วเหงื่อแตก
ค่าใช้จ่ายบานเป็นกระด้งร้อยติดกันพันใบแหงๆ sad smile

#2 By EGUANA on 2009-07-26 12:37

แต่งงานทีใช้เงินเยอะมากเลยนะครับ
การจะมีความสุขในวันแต่งเนี่ย
ท่าทางต้องแลกด้วยความเหนื่อยยากมาก ๆ

#3 By undenty on 2009-07-26 12:38

ว้าว ว้าว ว้าว มากค่ะ
ชอบๆ แบบ ดิสนี่แลนด์จัง

แต่ งบประมาณนั้น เออ sad smile

#4 By on 2009-07-26 12:41

เป็นธรรมเนียมที่มีระเบียบสมกับเป็นชาวญี่ปุ่นconfused smile

#5 By wesong on 2009-07-26 12:51

เป็นพิธีเป็นขั้นเป็นตอนดีจังค่ะ โดยเฉพาะมารยาทเรื่องซอง
(/พี่ไทยไม่สน ขนคนที่บ้านมากินซะคุ้มเกินเงินใส่ซองเลย ฮา)
ค่าใช้จ่ายในการแต่งนี่บานตะไทจริงๆ (มีออกค่าโรงแรมให้แขกมาไกลด้วย /ซึ้ง)
ได้ความรู้มากมายค่ะ Hot! Hot! Hot! double wink
น้องอาคิ แอบเซ็กซี่นะคะเนี่ย

#7 By aconan5 on 2009-07-26 13:04

มารยาททางสังคมเขานี่ดูละเอียดลออมีมาตรฐานสมความเป็นญี่ปุ่นจริงๆ ถ้าเป็นของไทยต้องใช้ประสบการณ์กะเอาล้วนๆ...ก็เหมาะกับคนแต่ละพื้นที่

เรื่องแหวนหมั้นนี่กลายเป็นสากลโลกไปแล้วแฮะ เมื่อก่อนตอนเด็กๆ นึกว่ามีแต่ในหนังในละคร ...โรแมนติกดีค่ะ confused smile

ยืนยันอีกครั้ง ช่วงนี้ได้ยินแต่เรื่องนี้จริงๆ ด้วย (ฮา)open-mounthed smile

#8 By W-mira-S on 2009-07-26 13:36

จัดงานแต่งงานที่ไทยหมดไปสามแสน แอบได้กำไรเป็นแสน(บาท)เหมือนกัน คุ้มสุดๆ-_- เล่นใส่กันซองละเป็นหมื่นบาท(คนญี่ปุ่น)

ของเราเรียกสินสอดนะ ถ้าไม่ให้ที่บ้านไม่ยกให้ ฮ่าๆ

ตอนงานหมั้น ไม่ได้เอาสินสอดออกมาวาง(คนญี่ปุ่นเขาถือถ้าเห็นเป็นเงินสด )ก็เลยเอาแค่ สมุดบัญชีธนาคาร กับ ทองหมั้น มาวาง

ตอนนี้เรากับสามีก็ไม่ได้ใส่แหวนหมั้นค่ะ ทำเอาคนเข้าใจผิดกันสุดๆว่ายังไม่ได้แต่งงาน

คนญี่ปุ่นที่เมืองไทยที่ยังหนุ่มๆ ถ้าไม่ได้เอาลูกเอาเมียมาด้วย ก็จะถอดแหวนออกหมด ดังนั้นไว้ใจไม่ได้ ตามสืบหลักฐานที่ญี่ปุ่นก็ยากด้วย





#9 By saori_gig on 2009-07-26 13:44

จัดที่ดิสนีย์แลนด์ได้เหรอคะเนี่ย ดีจัง
แต่เห็นจำนวนเงินแล้วลมจะจับ

#10 By Phony on 2009-07-26 14:05

Hot!
ฮึ้ย เข้าบล็อกฮายาชิซังทีไรต้องกดดาวทุกทีcry
พออ่านจบก็นึกได้ว่าประเทศไทยไม่ค่อยคิดมากกันเลยจริงๆ
เฮฮา สนุกสนาน ชวนใครก็ได้ ตังออกไปก็ไม่ค่อยคิด
มันดูไม่ค่อยมีระเบียบเท่าไหร่ sad smile
พอมาดูญี่ปุ่นแล้ว เหมือนคนละโลกซะงั้น (เวนกำsad smile )

#11 By Z o r a ` on 2009-07-26 14:19

มีสาระอีกแล้วค่ะ ^^

งานแต่งเขาดูมีขั้นตอนชัดเจนดีนะคะ

#12 By ★☆KyuubixUsagi on 2009-07-26 14:47

ตอนทำงานที่ร้าน จะเบื่อนิจิไกของร้านตรงข้ามมาก (ร้านนั้นมีจอโปรเจ็กเตอร์) เพราะเวลาแขกเข้า รวมตัว แล้วมักจะล้นแล้วมาเกะกะหนวกหูร้านฝั่งนี้แทน

แต่ก็จะสนุกสนานกับการวิจารณ์เจ้าบ่าวเจ้าสาวกันคะ ห้าห้ห้าห้า


ว่าแต่พี่โบว์คะ花嫁 กะ新婦 ใช้ต่างกันยังไงหรอ

#13 By tapum on 2009-07-26 15:00

โอเบงโตวันนี้ มีกุนเชียงใช่ไหมนั่น...

#14 By ViPaSa (124.122.3.40) on 2009-07-26 15:14

Hot!
เป็นพิธีรีตองที่เป็นแบบแผนชัดเจนดีค่ะ
แบบนี้ก็ดีนะ รู้&กะกันได้เลยว่าจะต้องเท่าไร ยังไง

ของไทยที่ต้องอ่านบรรยากาศ กะๆ กันเองนี่ก็ลำบากหน่อย แต่ก็สมเป็นคนไทยดีล่ะนะ confused smile

#15 By rainorshine on 2009-07-26 15:21

อ่านแล้วรู้สึกว่าดีจังนะ แต่เราคงไม่มีโอกาส ^__^"

#16 By hikaru on 2009-07-26 15:23

ดีจังเลย นึกถึงการแต่งงานไทยที่พ่อตาเรียกค่า สินสอดเยอะๆๆเว่อร์ แล้วแบบบ อืมมมม... sad smile sad smile

คิดเหมือนกัน พี่ kisara น่าจะพิมพ์หนังสือขายได้เลยนะเนี่ย
ย้อนกลับไปอ่าน เพลินๆ ได้ความรุ้ตลอดเลย confused smile

น้องอาคิ น่ารักกกก มากๆๆ Hot! Hot!

#17 By ☆ TIMO ☆ on 2009-07-26 15:51

เฮ้อ เงินทั้งนั้น คิดแล้วเหนื่อย อย่าแต่งเล๊ย


พาหนีกลับเมืองไทยเลยดีก่า ถูกกว่าเยอะ sad smile

เอ่อ เฮ้อ อาคิคุง หุ่นดีตั้งก่ะเด็กเลยเหรอเนี่ย sic pack

เป็นมัด ตอนเราตัวเท่าอาคิ มัดเดียวเต็มๆ

#18 By Mr.Shock on 2009-07-26 16:04

ชอบฮิคิเดะโมโนะของเขาจัง
ท่าทางจะเอาไปใช้ได้

สุขภาพแข็งแรงน้า~

#19 By ไทดี้ on 2009-07-26 16:04

แต่งทีจะหมดตัวเลยมั้ยคะเนี่ย open-mounthed smile

แต่งงานที่ดิสนีย์ได้ด้วย ดีจังเลย Hot! Hot!

#20 By Prae on 2009-07-26 16:33

กำหนดพวกจำนวนเงินอะไรต่างๆเอาไว้แบบนี้สะดวกดีค่ะ แต่ส่งของตอบแทนนี่ท่าทางจะยุ่ง ดูๆไปแล้วเป็นอะไรที่วุ่นวายจัง เข้าใจคนไม่จัดงานเลย

ผลพวงหลังแต่งน่ารัก confused smile

#21 By talalan on 2009-07-26 16:57

อ่า เราจะมีฌอกาศได้แต่งแบบเขาบ้างไหม?นี้Hot!

#22 By paper-mag on 2009-07-26 17:57

งานดูใหญ่(และกิจกรรมเยอะ) เหมือนบ้านเราเลยนะครับเนี่ย big smile big smile Hot!

#23 By Noar Wolkins on 2009-07-26 18:21

เช้ามาดู...เสียดายคู่จินไน

เลิกกันทำไมนะ =*= (Hot!)

#24 By monboy01 on 2009-07-26 18:58

เรื่องสินสอดดูจะไม่มากเท่าไหร่ แต่ดูท่าจะไปจ่ายกับบรรดาของชำร่วยและพิธีการเสียมากกว่านะคะนี่ ^^;

#25 By preme on 2009-07-26 18:59

อ่านเว็บคุณโบว์แล้วได้ความรู้สุดๆ

เพิ่งรู้ว่าคู่ตัวเองมี 二次会ด้วย ตอนย้ายกลับมาญี่ปุ่น มีจัดงานกินเลี้ยงกันที่ร้านอาหารเอเชีย ชวนเพื่อนที่ทำงานมาประมาณ 30คน

หลังจากนั้นก็ไปบ้านคุณตาคุณยาย ที่ฟุคุชิมา ญาติฝ่ายแม่มากันหมด ไปพักที่โรงแรมที่ฟุคุชิม่า ได้ข่าวว่าห้องนึงก็ตกหลายหมื่นเยนอยู่sad smile
หลังจากนั้นก็กินเลี้ยงตอนเย็นที่โรงแรม นั่งโต๊ะยาว
แต่งานนี้เหมือนจะเป็นคุณแม่สามีเป็นคนออกค่าใช้จ่าย
คุณยายให้เงินรับขวัญ(ลูกสะใภ้)มาด้วยเยอะเหมือนกัน แล้วให้ดูรูปตอนสมัยคุณยายมาเที่ยวเมืองไทย ถ่ายกับวัดอรุณ
แล้วคุณตาให้ไข่ไก่ที่เลี้ยงเอง มาเกือบร้อยฟอง(แจกหลานๆ)

#26 By saori_gig on 2009-07-26 19:39

อยากทราบว่าท่านนายก Rozen Aso ออกกฎหมายอนุญาติแต่งงานกับตัวละครในมังหงะได้รึยังครับ big smile
(ฮา)

#27 By SaI - MoE ! (58.9.187.176) on 2009-07-26 19:54

บินไปแต่งที่นู้นดีกว่า ที่ไทยเห็นค่าสินสอดแล้ว

แต่งเสร็จกว่าจะตั้งตัวได้ คงอีกสักพักเลย

#28 By XaCrIFicE on 2009-07-26 20:02

ได้ความรู้มากเลยค่ะ
ทำให้เห็นว่าอะไรก็เป็นระบบ มีมาตรฐานมารยาททุกอย่างเลย
มีพี่ที่ออฟฟิสเพิ่งแต่งไปค่ะ เห็นเค้าเตรียมงานแล้วปวดหัวแทน

#29 By W★G on 2009-07-26 20:21

ผลพวงจากการแต่งงานน่ารักทุกวันเลยครับ big smile


คนญี่ปุ่นนี่ใส่ชุดดำไปงานแต่งงานได้ด้วยเหรอครับเนี่ย

ถ้าเป็นที่ไทย ใส่ชุดดำไปนี่ มีโดนกัดจิกทั้งสายตาและวาจาจากบ่าวสาวแน่นอน sad smile

#30 By ChimERaTeDdY on 2009-07-26 20:27

บ้านพี่ไทยเอาแบบไม่ยั้งHot! Hot! Hot!

#31 By saki_no_hana on 2009-07-26 21:09

โห มีออกเงินค่าเดินทางกับค่าโรงแรมให้แขกที่มาไกลด้วย ทุ่มทุนสุดๆเลยconfused smile ...การแต่งงานนี่มันก็ต้องใช้เงินเยอะเหมือนกันนะคะsad smile

น้องอาคิเหมือนหนูตอนเด็กๆเลย ตอนเด็กๆหนูชอบรื้อของมากๆopen-mounthed smile 555+

#32 By ::widchii:: on 2009-07-26 21:16

อ่านแล้วคิดถึง โปรได (ยามะพี-มาซามิ)
งานดูมีเป็นขั้นเป็นตอนน่าสนใจดีนะครับconfused smile
อืม ขอโทษด้วยนะครับที่เม้นท์ช้า
ช่วงนี้ชินค่อนข้างยุ่งจริง ๆ น่ะครับ

เอนทรี่เมื่อวานได้อ่านล่ะครับ
อ่านแล้วก็นึกสงสารแม่ ๆ ทั้งหลายนะครับ
ท้องก็ลำบากแล้ว พอคลอดออกมาก็อาจจะลำบากต่ออีก

เอนทรี่นี้อ่านแล้วค่อนข้างจะเห็นด้วยเรื่องสินสอดครับ
ญี่ปุ่นเรียกสินสอดแบบมีเหตุมีผลมาก
ต่างกับไทยราวฟ้ากับเหว 555 confused smile

p.s. แต่เรื่องสินสอดไม่ใช่เรื่องน่าเครียดซักนิดสำหรับชิน เรื่องสาวเจ้าต่างหากที่น่าเครียดกว่าเยอะ confused smile

#35 By リリース on 2009-07-26 22:30

Hot! ได้รู้ข้อมูลที่ดีเยอะเชียวค่ะ ดีจัง
ขอบคุณนะค่ะ
โอเบงโต น่ากินจังค่ะ

big smile

#36 By finch on 2009-07-26 22:41

แอบเห็นด้วยกับคอมเม้นข้างบนนะคะ><
ว่าเป็นเกร็ดที่ละเอียดมากน่าจะรวมเล่มขายเลย ฮา
เพราะคิดว่าคุณโบว์ขยันเขียนเรื่องที่น่าสนใจ
และขยันหาข้อมูลเยอะมากเลย><

เท่าที่อ่านดูนี่มันก็สมเหตุสมผลกว่าบ้านเราพอสมควรเลยนะคะ
แอบชอบตรงแหวนหมั้นข้อสี่ ที่เอาของตกทอดไปทำใหม่>v<~

น้องอากิน่ารักจังค่า><
Hot! Hot! Hot!

#37 By mikan on 2009-07-26 22:48

ข้อมูลดีจังเลยค่ะbig smile

#38 By J_korn on 2009-07-27 00:42

ไปแต่งกับญึ่ปุ่นท่าจะดีนะครับ open-mounthed smile

Hot!

#39 By GOTA on 2009-07-27 01:11

รายละเอียดครบครันดีจังเลยครับ confused smile

#40 By nora on 2009-07-27 01:24

ได้ความรู้มากมายค่ะ Hot! Hot! Hot!

#41 By momoocha on 2009-07-27 08:28

อ่านแล้ว แอบอึ้งนิดๆ อืม..เค้ายังปล่อยให้ฝ่ายชายจัดการได้เนอะ

เมืองไทยเค้าไม่ให้ใส่ชุดดำ ไปงานมงคล แต่ที่โน้นไม่ถือเนอะ

ชอบรูปที่แต่งที่ดิสนีย์แลนด์ เหล่าตัวการ์ตูนใส่หมวก top hat น่ารักจัง ชอบชิพมังค์เป็นพิเศษค่ะ

อาคิคุงน่ารักมากๆค่ะ

#42 By hobbyburn on 2009-07-27 10:20

อ่านไปเพลินๆ..เจอน้องอาคิเซ็กซี่เข้าไป..เลยต้องให้ดาวHot! Hot! Hot! Hot! (ได้ข่าวว่าไม่เกี่ยวกับเรื่อง) คริคริ..sad smile sad smile sad smile ใช้งบเยอะเหมือนกันนะคะ..เมืองไทยก็ไม่แพ้กัน ถ้าจะเอาฟูลออฟชั่น..หมดครึ่งล้านบาทเป็นอย่างต่ำ..( แค่รูปอัลบั้มก็เจอไปหลาย..ส่วนใหญ่กะว่าจะเอาแค่ 1-2 หมื่นบาท แต่เจอพนักงานขายกล่อม..แต่ละคนแค่ค่าถ่ายรูปก็ปาเข้าไป 4-5 หมื่นบาทแร้ววว) ..พูดเหมือนเคย..embarrassed embarrassed 555++ ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่มีประโยชน์จ้า

#43 By Satoshi on 2009-07-27 10:42

ว้าว....
หรูๆ
อยากแต่งบ้างจังquestion

#44 By ++n^u palm++ on 2009-07-27 11:47

ข้าวกล่องน่ากิน อาคินี่น่ารักจริงๆ
รู้สึกว่าการแต่งงานที่ญี่ปุ่นนี่เรื่องเยอะจริงๆ เนาะ ถ้าแต่งจริงๆ คงเหนื่อยน่าดู

#45 By Alive on 2009-07-27 12:24

เป็นขั้นเป็นตอนดีจริงๆเลย อ่านแล้วแบบว่า..

'เมื่อไหร่จะมีวันนั้นน๊า~~~'

(- -'' แต่ประเด็นว่าจะหาเจอเมื่อไหร่นี่สิ.

แบบญี่ปุ่นก็ดูดี~ แบบคริสต์ก็ดูสะดวกดี ..
แต่ว่าแต่งงานกันทีก็ใช้เงินมากโขเหมือนกันแฮะ แต่ก็กำไรชีวิต!!...

#46 By ミノリ on 2009-07-27 12:30

big smile

#47 By mp3 (124.157.235.246) on 2009-07-27 13:43

open-mounthed smile

#48 By gclub (203.155.120.172) on 2009-07-27 14:22

Hot! Hot! ฝันว่าซักวันจะมีโอกาสแต่งแบบนี้
ได้ความรู้ดีจังค่ะ
จัดงานแต่งงานทีนี่เรื่องใหญ่เนาะ
ค่าโน่นค่านี่สารพัด เห็นแล้วปวดหัวแทน
sad smile

#50 By another-me on 2009-07-27 16:15