** เนื้อหาวันนี้มีภาษาญี่ปุ่นปนเล็กน้อย ขออภัยคนที่ไม่มีความรู้ภาษาญี่ปุ่นด้วยค่ะ m(_ _)m **

 

 

บล็อคเมื่อวานที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องแปลกๆของคนญี่ปุ่นนั้นเป็นข้อที่รวบรวมมาจากความคิดของคนญี่ปุ่นน่ะค่ะ พอดีเห็นมีคนติดใจเรื่องไฟเขียวของคนญี่ปุ่นที่คนญี่ปุ่นเรียกว่าไฟสีฟ้าหรือไฟสีน้ำเงิน (青信号 อาโอชินโก) วันนี้เลยจะพูดถึงหน่อยนึง...

 

 

 

ก่อนอื่น... ถามพวกเราก่อนว่าสีที่ตรงข้ามกับสีขาวคือสีอะไร?

 

 

 

....

 

 

........

 

 

หลายคนก็คงจะตอบว่าสีดำ... เพราะเราถูกสอนให้มีอิมเมจแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร จนมันกลายเป็นคอมมอนเซนส์กันไปแล้ว... แต่จริงๆแล้วในสมัยโบราณ คนญี่ปุ่นมีความคิดว่าสีที่ตรงข้ามกับสีดำ (くろ) คือสีแดง (あか) และสีที่ตรงข้ามกับสีขาว (しろ) คือสีน้ำเงิน (あを หรือ あお)

 

 

 

ในสมัยก่อนญี่ปุ่นจะใช้หลักๆเพียง 4 สีที่ว่า ดังนั้นจึงมีเพียง 4 สีนี้ (あかい、あおい、しろい、くろい) เท่านั้นที่เป็น 形容詞 (เคโยฉิ = คำขยาย เช่นประโยค “รถสีแดง” สีแดงขยายคำว่ารถ) และมีสีเหลืองกับสีชาที่มีการใช้คำว่า เข้ามาช่วยแล้วใส่ い เป็น 黄色い、茶色い สีที่เหลือนอกจากที่ว่ามาไม่มีรูปขยายหรือ 形容詞 ดังนั้นกระเป๋าสีแดง = 赤いかばん กระเป๋าสีน้ำตาล = 茶色いかばん แต่ถ้ากระเป๋าสีม่วงจะเป็น かばん ทันที เพราะสีม่วง (มุราซากิ) ไม่ใช่คำขยายนั่นเอง

 

 

 

 

 

รากศัพท์บางคำในภาษาญี่ปุ่นปัจจุบันเองที่ยังหลงเหลือจากความคิดแบบนี้ก็อย่างเช่นคำว่า あかるい (อาคารุย) ที่แปลว่าร่าเริง,สว่าง กับ くらい (คุราย) ที่แปลว่ามืดหรือมืดมน สีแดงคือความสว่าง สีดำคือมืด (ปัจจุบันนี้ในชีวิตประจำวันเองยังมีข้าวของหลายอย่างที่ใช้ในลักษณะสีแดงตรงข้ามกับสีดำเช่น ไพ่ในหนึ่งสำรับก็แบ่งออกเป็นดำกับแดงหรือรูเล็ทก็ใช่ ดังนั้นความคิดที่ว่าสีแดงตรงข้ามกับสีดำก็ไม่ใช่แค่คนญี่ปุ่นสมัยก่อนเท่านั้น) 

 

 

 

ส่วนการตรงข้ามกันระหว่างสีขาวกับสีน้ำเงินนั้นเป็นในรูปแบบที่ว่า สีขาวหมายถึงความชัดเจน สีน้ำเงินหมายถึงความกำกวม,ไม่ชัดเจน ดังนั้นเมื่อพูดถึงสีน้ำเงิน อิมเมจของสีน้ำเงินจะกว้างมาก อะไรที่หม่นถ่น ทึมทือ ก็จะรวมอยู่ในความหมายของสีน้ำเงินไปด้วย อย่างในสมัยเฮอันม้าขาวเรียก 白馬 (ฮะคุบะ) แต่ถ้าขาวแบบตุ่นๆออกเทาก็เรียก 青馬 (อาโออุมะ) ... ทั้งที่ไม่มีส่วนใดแสดงความฟ้าออกมาเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นสีเทาเองก็อยู่ในขอบเขตของน้ำเงินเหมือนกัน เช่นเดียวกับสีเขียวด้วย (ที่สำคัญก็คือถ้าเขียนคันจิแบบโบราณว่า จะสามารถอ่านได้ทั้ง “อาโอ” และ “มิโดหริ” ก้ำกึ่งกันไปตามสถานการณ์)

 

 

 

ส่วนความคิดที่ว่าสีขาวตรงข้ามกับสีดำนั้นมาเกิดขึ้นทีหลัง เป็นเพราะได้รับอิทธิพลมาจากจีนด้วย (หยินหยาง)

 

 

 

ในขณะเดียวกัน... คนญี่ปุ่นหลายคนเชื่อว่าสีแดงเป็นสีที่ตรงข้ามกับสีขาว ถ้าใครอยู่ญี่ปุ่นจะเห็นว่าการแบ่งกลุ่มแข่งกีฬาหรือแข่งอะไรต่างๆเป็นสองกลุ่ม มักจะแบ่งเป็นสีแดงกับสีขาว (การแข่งร้องเพลงโคฮาขุ หรือที่คนไทยเรียกว่าแข่งร้องเพลงขาว-แดงตอนปลายปีก็ใช่) ที่เป็นอย่างนี้เพราะประวัติศาสตร์สมัยเฮอันช่วงปี 1180 – 1185 (6ปี) มีการต่อสู้กันของผู้มีอำนาจ 2 คนคือ 源氏 เก็นจิหรือมินาโมโตะอุจิกับ 平氏 เฮฉิหรือไทระอุจิ (เรื่องของเรื่องก็คือแย่งอำนาจบริหารบ้านเมืองกัน)

 

 

 

ในตอนนั้นฝ่ายเก็นจิใช้ธงสีขาว ส่วนเฮฉิใช้ธงสีแดง จึงมีอิมเมจของการต่อสู้ตรงข้ามกันของสองสีนี้มาตั้งแต่ตอนนั้น ต่อมาจึงใช้สีแดงกับสีขาวเป็นสีในการแข่งขันต่างๆไปโดยปริยาย นอกจากนี้สีขาวแดง (紅白) ยังมีความหมายถึง ハレとケ (ฮาเระ กับ เคะ) สีแดงคือ ハレ(晴れ)หมายถึงงานพิธี, พิธีการ การเป็นงานเป็นงานต่างๆ พูดง่ายๆก็คือสิ่งที่เป็นพิเศษ ไม่ใช่สิ่งในชีวิตประจำวัน ส่วนสีขาวนั้นคือ ケ(หมายถึงสิ่งที่เป็นชีวิตประจำวัน (ดังนั้นจึงตรงข้ามกัน) เราก็เลยมักจะเห็นว่ามีการใช้สองสีนี้ในงานพิธีการหรือการฉลองต่างๆเช่น 紅白幕 (โคฮาขุมาขุ) 赤飯 (เซคิฮัง ข้าวหุงกับถั่วแดง) เป็นต้น 

 

 

 

หลายคนถามต่อว่าในเมื่อเป็นสีแดงขาว ทำไมไม่ใช้คันจิ ที่แปลว่าสีแดงเหมือนกันและใช้บ่อยกว่า กลับไปใช้คันจิ (くれない คุเรไน) แทน? ที่เป็นอย่างนี้เพราะ อ่านออกเสียงว่า เซะกิได้ด้วย มีบางคำในภาษาญี่ปุ่นที่ใช้ตัวคันจิ อ่านว่าเซะกิแล้วมีความหมายไม่ดี จึงได้เลี่ยงมาใช้ แทนเช่นนี้แล

 

 

 

สำหรับเรื่องไฟเขียวไฟแดงนั้น จริงๆแล้วเมื่อปีโชวะที่ 5 (1930) ที่ญี่ปุ่นมีไฟเขียวไฟแดงใช้ครั้งแรก ก็เรียกว่าไฟเขียว (มิโดหริชินโก) เหมือนกัน (ได้ข่าวว่าสีออกเขียวกว่าปัจจุบันนี้มาก) แต่คนทั่วไปและสื่อต่างๆเช่นหนังสือพิมพ์กลับนิยมเรียกว่าอาโอชินโก (ไฟน้ำเงิน) มากกว่า คาดว่าเนื่องมาจากความคิดที่ว่าแม่สีสามสีในภาษาญี่ปุ่นนั้นคือสีแดง เหลือง น้ำเงิน (มันก็จะเข้ากับไฟสามสีพอดี คนทั่วไปเข้าใจง่ายกว่า) และสีเขียวก็รวมอยู่ในสีน้ำเงินเป็นบางกรณีัอยู่แล้วเหมือนกับที่กล่าวมาข้างบน  ในที่สุดทางกฏหมายจึงเปลี่ยนมาเรียกอาโอชินโกตามที่คนทั่วไปเรียกในปีโชวะที่ 22 (1947)

 

 

 

ในภาษาญี่ปุ่นเองคำตรงข้ามระหว่างสีแดงกับสีน้ำเงินเองก็มีเช่นคำว่า 真っ赤 (มัคคา) แปลว่าแดงเถือก เช่น 顔が真っ赤 แปลว่าหน้าแดงอย่างแรงด้วยความอาย ตรงข้่ามกับคำว่า 真っ青 (มัซซาโอะ) ดูจากคันจิน่าจะแปลว่าโคตรน้ำเงิน แต่จริงๆแล้วถ้ามีคนถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า 顔が真っ青だよ、、 แปลว่าหน้าซีัดเซียวไร้เรี่ยวแรงมากแล้ว

 

 

 

สำหรับแอปเปิ้ลเขียวที่ถามว่าทำไมคนญี่ปุ่นเรียก 青りんご ก็เป็นเหตุผลคล้ายๆกันนี้ คือแอปเปิ้ลที่ไม่แดง ตรงข้ามกับสีแดงคือสีน้ำเงิน ก็เลยเป็น 青りんご อีกเหตุผลหนึ่งก็คือถ้าใช้คำว่าแอปเปิ้ลเขียว จะหมายถึงแอปเปิ้ลที่ยังไม่สุกเป็นสีแดง มันก็จะไปซ้ำกัน ดังนั้นแอปเปิ้ลพันธุ์ที่เป็นสีเขียว คือถึงจะสุกแล้วมันก็ไม่กลายเป็นสีแดง เลยเลี่ยงมาใช้คำว่า แทน

 

 

 

 

 

นอกจาก 青りんご、青信号 แล้วยังมีคำอื่นๆที่ใช้ในลักษณะเดียวกันเช่น 青葉 (แปลว่าใบไม้เขียว) ตรงข้ามกับ 紅葉 (ใบไม้สีแดง) เป็นต้น

 

 

 

ปัจจุบันนี้ปกติแล้วคนญี่ปุ่นจะใช้คำว่า ในความหมายที่เฟรช สดใสเช่น 青年 (วัยหนุ่ม)、青空 (ฟ้าสีคราม)、青春 (ช่วงวัยรุ่น)、青鳥 (นกสีน้ำเงินแห่งความสุข) แต่ก็มีใช้ในความหมายว่าตื้น ไม่ลึก ไม่สุก ในบางครั้งเช่น 青臭い (ประมาณเหม็นเขียว...) เป็นต้น  

 

 

 

ถ้าเข้าไปหาตามอินเตอร์เน็ทจะสังเกตเห็นว่าคนญี่ปุ่นเองก็มักจะตั้งคำถามกันบ่อยๆว่า สีที่ตรงข้ามกับสีดำคืออะไรแน่ สีขาวหรือสีแดง? สีน้ำเงินตรงข้ามกับสีแดงใช่ไหม? อะไรทำนองนี้บ่อยๆ (คือคนญี่ปุ่นเองก็งงๆกันอยู่) คือหลายคนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมันตรงข้ามกัน... ไม่ต้องแปลกใจ ^_^;

 

 

 

ถึงแม้ทุกวันนี้อิมเมจของแต่ละสีจะถูกกำหนดให้เป็นสากลในระดับหนึ่ง แต่ในแต่ละประเทศ ความรู้สึกและอิมเมจที่มีต่อแต่ละสีที่แฝงอยู่ในวัฒนธรรมมานานก็ยังมีผลและมีหลงเหลือในปัจจุบันอยู่ ญี่ปุ่นเองก็มีคำศัพท์เกี่ยวกับสีมากมายที่อธิบายเป็นภาษาอื่นไม่ได้ เช่น 桃色 (โมโมะอิโร สีชมพูแบบลูกท้อ #F58F98) 青竹 (อาโอทาเกะ เขียวแบบต้นไผ่) 茜色 (อาคาเนะ แดงออกน้ำตาล #B22D35 ) 亜麻色 (อามะอิโร... สีเทาตุ่นๆ) 江戸紫 (เอโดะมุราซากิ ม่วงแบบเอโดะ... กรุจะรู้ไหมเนี่ย ไม่ได้เกิดในสมัยเอโดะ #A757A8) 桜色 (ชมพูซากุระ อ่อนมากๆกว่าที่คิด #FEEEED) 藤色 (ฟูจิอิโร สีดอกฟูจิ จะว่าม่วงก็ม่วง ฟ้าก็ฟ้า...  #AFB4DB) เป็นต้น

 

 

 

ของไทยก็มีสีบานเย็นอะไรอย่างนี้ ใครไม่รู้จักก็ไม่รู้เหมือนกันมันสียังไงเหมือนกันเนอะ ^_^ 

 

 

 

(* หมายเหตุ โค้ดที่ให้เป็นแค่สีประมาณนี้ ตามมาตรฐาน JIS จะมีบางสีที่ไม่เป็นไปตามโค้ดที่ให้นะคะ m(_ _)m )

 

 

 

 

 

 

 

 

 

**************

 

ตอบคำถาม

 

**************

 

ทุกคน... : โบว์ก็เลือดกรุ๊ป B เหมือนกันค่ะ ^_^; โดนรังเกียจจนชิน T^T

 

 

 

รวมๆ : โรงพยาบาลปิดวันอาทิตย์แต่จะมีฉุกเฉินทำงานกันอยู่ค่ะ ถ้าเราเคสไม่ฉุกเฉินแล้วไปบางที่เก็บเงินเพิ่มด้วย

 

 

 

Kurumi san : เรื่องอาคิถ้าดูมีวี่แววมากกว่านี้ก็อาจจะไปหาหมอค่ะ รู้สึกไปตรวจแบบนี้ประกันไม่จ่าย ไม่รู้จะเสียกี่หมื่น T^T แล้วมันต้องไปเรื่อยๆอย่างที่บอก เค้าไม่ได้ดูเราแค่ครั้งเดียว สงสัยจะหมดเป็นแสน T^T

 

 

 

ไทดี้ซัง : ใส่รองเท้าไม่เจ็บนะคะ มีรองเท้าสี่คู่ เหม็นทุกคู่เลย กร๊ากกก คิดว่าเป็นเพราะเหงื่อด้วยค่ะ แต่หน้าหนาวแม้หนาวจัดๆก็ยังเป็น... มันคงเป็นโรคแล้วค่ะ ^_^;

 

 

 

fidomgalz : ขอบคุณที่อุตส่าห์ตามมาและยังติดตามกันอยู่นะคะ ^_^; เนื่องจากล็อคอินเข้าบล็อคแกงค์ไม่ได้ (จริงๆจะไปล็อคอินจากในพันธ์ทิพย์ก็ได้ แต่ไม่สะดวก แถมอัพรูปไม่ขึ้น อัพคลิปก็ไม่ได้ เลยไม่ได้เข้าไปเลยค่ะ -_-;)

 

 

 

เอิงซัง : ตอนนี้ญี่ปุ่นขาดแคลนหมอมาก งานโหลดอย่างแรงเลยค่ะ -_-; เคยไปอยู่บ้านโฮสต์แฟมิลี่ที่เป็นหมอ งานยุ่งสุดๆ ถึงหยุดก็มีคนโทรมาถึงบ้านเลยค่ะ

 

 

 

Ricoซัง : เดือน 11 จะว่ามีก็มีค่ะ วันที่ 3 เป็นวัน 文化の日 (วันวัฒนธรรม) และวันที่ 23 เป็นวัน 勤労感謝の日 (วันขอบคุณแรงงาน) ค่ะ แต่สงสัยใส่ในเพลงแล้วไม่เข้า ^_^; (เพลงนี้ก็นานแล้วด้วย)

 

 

 

Piyatoซัง : ในความเป็นจริงก็ไม่ได้คิดดูถูกอะไรอย่างนั้น หรือเท่าที่อยู่มาก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีการเหยียดการแบ่งอะไรค่ะ... (คิดว่าอเมริกาหรือยุโรปน่าจะเหยียดมากกว่า) เวลาเค้าใช้คำว่าเอเชียจะเหมือนเป็นประเทศที่มีกลิ่นอายพื้นเมือง... @_@; ประมาณ Ethnic อะไรอย่างนี้น่ะค่ะ

 

ส่วนเรื่องความคิดเห็นของคนญี่ปุ่นเกี่ยวกับสงครามโลกไม่สามารถตอบสั้นๆได้เลยค่ะ ^_^; ในปัจจุบันนี้ถ้าพูดถึงเมื่อตอนสงครามคราวนั้นจะเป็นความเสียใจในการสูญเสีย และการรณรงค์เพื่อสันติภาพมากกว่า ประชากรญี่ปุ่นในสมัยนั้นเป็นยิ่งกว่าเกาหลีเหนือตอนนี้ เพราะเชื่อว่าจักรพรรดินั้นเป็นเชื้อสายของพระเจ้า และตอนที่ฟังวิทยุเกี่ยวกับสงครามก็ได้ฟังแต่ข้อมูลผิดๆตลอด (คือได้ฟังแต่อะไรดีๆของประเทศ) ตอนที่รู้ว่าแพ้สงครามทุกคนก็ช็อคมาก ทั้งหมดนี้คุยกับคุณยายของคุณฮายาชิและผองเพื่อน ทุกคนบอกว่าคิดว่าจักรพรรดิเป็นลูกหลานของพระเจ้า เชื่อมาตลอดว่าไม่ต้องเข้าห้องน้ำ ไม่ต้องทำอะไรเหมือนคนธรรมดาทั่วไป... ที่ญี่ปุ่นช่วงหน้าร้อน (อย่างนี้) จะมีหนังเกี่ยวกับสงครามช่วงนั้นออกมาทุกปี... ลองหามาดูแล้วจะรู้สึกอะไรได้มากขึ้นจริงๆค่ะ T^T (เรื่อง 蛍の墓 สุสานหิ่งห้อยของ Gibli ก็แนะนำค่ะ)

 

 

 

Cheshire_XxXซัง : เรื่องฮงเนะกับทาเทะมาเอะนี่อยู่ไปนานๆแล้วจะรู้ว่ามันจำเป็นและรู้ว่าสังคมญี่ปุ่นมันก็ดำเนินมาได้ด้วยดีด้วยประการนี้ประการหนึ่งค่ะ -_-; แล้วมันก็เป็นอะไรที่จะเริ่มอ่านออกได้เองในระดับหนึ่งเหมือนกันนะคะ ^_^;

 

 

 

Mikanซัง : เปลี่ยนชุดของญี่ปุ่นนี่เปลี่ยนในงานเลี้ยงตอนกลางคืนทั้งหมดค่ะ ไม่เกี่ยวกับงานตอนเช้าหรืองานเลี้ยงกับเพื่อนหลังงานเลี้ยงเลยค่ะ ^_^

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ้ ความรู้อัดแน่นเลยครับ
แต่เลาๆว่าเหมือนรู้ว่าคนญี่ปุ่นบางครั้งเรียกสีเขียวว่าสีน้ำเงินจากการ์ตูนเรื่องโคนันครับ

วันนี้ได้มาอ่านอะไรเปิดหูเปิดตาขอบคุณมากครับ ^_^

#1 By Elta_kung on 2009-07-13 17:37

อย่าง 青草(あおくさ) ชื่อนามปากกาสำรองของยุ้ย ที่ตรงกับ ต้นหญ้าสีน้ำเงิน มันยังแปลว่า"หญ้าสีเขียว"เลยอะ ดิกฯคันจิ ที่บ้านแปลแบบเดียวกันหมด ชื่อเราเลยกลายเป็น キサラ ด้วยประการฉะนี้ sad smile

#2 By kisara yui on 2009-07-13 17:41

พอฮายาชิซังอธิบายเรื่องสี
ก็พอเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้วค่ะ
อิมเมจของเรา ไม่เหมือนของเค้าสินะ sad smile
แต่เมื่อเราเรียนภาษาของเค้า ก็คงจะทำความเข้าใจลึกเข้าไปด้วย (บางทีก็มึนนิดๆค่ะ )
ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่นะคะ big smile
Hot! Hot!

//ถามอะไรฮายาชิซังได้มั้ยคะ
คือสงสัยมานานแล้วว่า waga (我が)ที่แปลว่าของเรา,ของตัวเองน่ะค่ะ
ทำไมไม่ใช้ no เชื่อมด้านหลังแล้วใส่นามเข้าไป แต่ใส่นามลงไปหลัง ga เลย
จะเกี่ยวข้องอะไรกับคำโบราณรึเปล่าคะ
ไปถามคนญี่ปุ่นเค้าก็บอกหนูไม่ถูกน่ะคะ sad smile ก็เลยลองมาถามฮายาชิซังดู
รบกวนด้วยนะคะcry

#3 By Z o r a ` on 2009-07-13 17:52

เรื่องเขียวกับน้ำเงินนี่ เคยถามคนที่บ้านมาเหมือนกันค่ะ
ที่บ้านเป็นคนจีน... แล้วภาษาจีนไม่มีการแยกสีเขียว ฟ้า น้ำเงิน (ปัจจุบันก็ยังไม่มีคำเฉพาะ) ญี่ปุ่นที่รับคันจิจากจีนไปก็คงจะรับเรื่องนี้ไปด้วย

#4 By JiBi_AI on 2009-07-13 17:54

เรื่องสีนี่
บางทีชอบจำสับสนเรื่องสีของวันไทยวันเอามาปนกับวันของญี่ปุ่นน่ะค่ะ
อย่างวันพุธของญี่ปุ่น水曜日 ถ้าอิมเมจบ้านเราพอวันพุธจะนึกถึงสีเขียว
แต่พอเห็นคันจิตัวน้ำทีไร แว๊บนึงจะนึกถึงสีฟ้ามาก่อนแล้วจะเผลอนึกโยงไปถึงสีวันศุกร์(ของไทย)ทุกที
ตอนนี้เรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่เหมือนกันค่ะ
เพิ่งรู้ว่าเค้าเรียกเลี่ยงๆกันได้หลายอย่าง
แบบนี้คงต้องจำกันอีกยาว

open-mounthed smile

#6 By Prae on 2009-07-13 17:59

เรื่องขาวตรงข้ามกับแดงนี่ สงสัยพี่ไทยเราจะมีเหมือนกันครับ ตอนเด็กๆไปซื้อตัวหมากรุกไทย บางกล่องมันจะเป็นขาวกับแดงแทนขาวกับดำซะอย่างนั้น confused smile

#7 By Rune on 2009-07-13 18:17

คุณโบว์ ค่อยๆ ดูนะคะใจเย็นๆ ใจร่มๆ อย่ากังวลหรือคิดอะไรมาก จะหาว่านัทยุ่งก็ได้
นัทเห็นด้วยกับที่คุณฮายาชิพูดก็ถูกคือไม่ว่ายังไงน้องอาคิก็ลูกเรา เราต้องดูแลเขา เพียงแต่ที่นัทแนะนำไปก็เพราะคิดว่าถ้าได้ฟังจากหลายๆ ความเห็นน่าจะดี ด้วยดูเหตุและผลแล้ว ไม่ค่อยพอใจกะเจ้าหน้าที่หลายๆ คนของทางโน้นเลย คือไอ้เราก็ยังไม่ได้แต่งงานมีลูก นัทคงไม่เข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ได้ 100% หรอกค่ะ แต่ก็เห็นใจ
ทีนี้นัทมีเพื่อนเป็นหมอและพยาบาลหลายคนเลยเล่าสู่กันฟัง แต่คิดว่าถ้าถ่ายวีดีโอในช่วงน้องอาคิพูดด้วยเวลาจะขอของ ไปเดินเล่นแล้วหยุดสนใจไอ้เพลงโฆษณาที่เคยเล่า หรือเวลาเล่นของเล่นอยู่บ้านไว้ หรือสนใจรถไฟแล้วเก็บเป็นคอเล็คชั่นได้ก็จะดี จะได้ให้หมอเขาใช้ประกอบการตัดสินใจในพัฒนาการของเด็กด้วยนะคะ หรือถ้าเกิดไม่ได้ใช้ก็เก็บไว้ให้ลูกดูตอนโตว่าตอนเด็กๆ เป็นอย่างไรไงคะ
ส่วนหนึ่งที่นัทดูแล้วก็คือ เจ้าหน้าที่ทางโน้นไม่มีข้อมูลเพียงพอด้วย เลยมาพูดแบบนั้น แต่ไม่ทราบว่าถ้าเขาฟันฉับว่าลูกเราเป็นเขาจะทำอะไรได้บ้างหรือเปล่า ว่าง่ายๆ ฟันฉับแล้วบังคับว่าลูกเราต้องไปโรงเรียนโน้นนี้ หรือห้ามเข้าโรงเรียนธรรมดาได้ไหม หรือถ้าฟันว่าไม่เป็นจะเป็นยังไง เข้าโรงเรียนปกติแบบไม่มีปัญหาเหรอ คือไม่อยากให้กังวล แต่ควรจะคิดไว้หน่อยไหม เลยพูดขึ้นมา
คือมีข้อมูลแล้วนำไปยันกะทางโน้นได้ก็ดีน่ะค่ะ สู้ๆ นะคะ

#8 By kurumi on 2009-07-13 18:35

โอ้ อธิบายความเข้าใจผิดของผมไปได้เยอะเลยครับ confused smile

#9 By ChimERaTeDdY on 2009-07-13 18:42

เรื่องสีนี่ก็จะสังเกตุได้ว่าคนไทยเราก็เป็นนะคะ แบบว่าเรียกสีไปตามอารมณ์? เช่น สีเขียวก็ชอบเรียกสีฟ้า คนที่ผมไม่ดำ เช่น ผมทอง ผมบลอนด์ แดง เขียว ก็เรียก หัวแดง confused smile
แปล ๆ จริง ๆ
เีรียกสีเขียวเป็นน้ำเงิน หรือฟ้าเงี่ย confused smile

แต่ก็ไม่รู้สิครับ ก็ชอบนะ
เพราะเขาดูคิดแปลก ๆ ดี
อย่างแดง-ดำ , ขาว-น้ำเงิน
พอมองแล้วมันก็ดูไม่เข้ากับอิมเมจสีอย่างที่เรียนมา
หรือว่าเข้าใจกันมาเลย
แต่ก็ให้เหตุผลความคิดอะไรดูดีอ่ะนะ

#11 By ISHIMARU L. on 2009-07-13 19:01

ほーーーーー なるほど!

#12 By tenshi on 2009-07-13 19:01

สวัสดีค่ะ นพตามมาจาก bloggang อีกคนค่าbig smile

มัวแต่ตามไปดูที่โน่นไม่เห็นคุณโบว์อัพเลย นึกว่าหายไปไหน เป็นอะไรรึเปล่า sad smile

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ^^

ปล.ได้รับความรู้เพิ่มเติมเรื่องสีอีกแล้ว ขอบคุณมากๆ ค่ะ^^

#13 By fiothiel on 2009-07-13 19:04

อ่อ! มันมีที่มาอย่างนี้นี่เอง sad smile

p.s. โหวตโลด สาระทั้งนั้น Hot! Hot! Hot!

#14 By リリース on 2009-07-13 19:14

Hot!
ยอดมากๆ
ขอบคุณค่ะ confused smile

#15 By rainorshine on 2009-07-13 19:29

青い = ความครุมเครือ
青信号 = ไฟคลุมเครือ??? open-mounthed smile

555+ ล้อเล่นค่ะ

#16 By Chibidora XD (125.24.38.173) on 2009-07-13 20:00

ทำไมพอเป็นเรา

ถามว่าอะไรตรงข้ามกับสีแดง

ต้องตอบว่าสีเขียวทุกทีไปนะ sad smile

#17 By Sosa on 2009-07-13 20:04

อย่างนี้นี่เอง จดๆๆ... ได้ความรู้มากเลยเจ้าค่ะ ^ ^
เข้ามาแล้วความรู้ติดตัวไปเยอะเลย
ชอบอ่านบล๊อกแบบนี้แหละ
ขอบคุณนะคะ ที่เอาเรื่องดีๆมาให้อ่านเสมอเลยbig smile

#19 By 7barrow on 2009-07-13 20:23

อ้อ สงสัยมานาน หายสงสัยละ Hot!

#20 By rico on 2009-07-13 20:26

มีหลายวัฒนธรรมเลยค่ะที่เรียกสีเขียวปนกับสีน้ำเงิน(อินเดียนแดงบางเผ่าเรียกรวมเป็นสีเดียวกันเลย) มีแม้แต่วัฒนธรรมที่มีแต่คำว่า สีมืด กับ สีสว่างsad smile เทอมก่อนได้เรียนเรื่องภาษากับสีพอดี เอนทรี่นี้เลยได้ใจไปเต็มๆค่ะ ได้ความรู้เกี่ยวกับการเรียกสีของคนญี่ปุ่นแบบละเอียดสุดๆเลย Hot!

#21 By ::widchii:: on 2009-07-13 20:36

ได้ความรู้มากเลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ confused smile Hot!

#22 By ★☆KyuubixUsagi on 2009-07-13 20:55

ไม่รู้จะเมนท์อะไรดีครับ ให้ดาวอย่างเดียวเลย cry Hot!

#23 By nora on 2009-07-13 21:17

มีที่มาๆconfused smile

#24 By wesong on 2009-07-13 21:17

กลับมาจากสอบ

ก็มาเจอความรู้ทับอีก


ขอบคุณก๊าบ Hot!

#25 By monboy01 on 2009-07-13 21:32

ข้อมูลความรู้มากๆค่ะ ขอบคุณนะคะ สงสัยมานานแล้วว่าทำไมเขาเรียกสีเขียวเป็นสีฟ้าทุกทีconfused smile Hot!

#26 By [AdeLiNe] on 2009-07-13 23:57

เนอะๆ สีบานเย็น สีเลือดนก เขียวขี้ม้า เขียวตองอ่อน อะไรงี้ถ้าไม่เคยเห็นคงไม่รู้

พวกหมาแมวที่สีเทา เหมือนว่าฝรั่งก็เรียกเป็นสีบลูนะคะ :D

#27 By hikaru on 2009-07-14 00:37

ได้ความรู้มากเลยค่ะ ความจริงที่น่าอายคือจำศัพท์ได้แค่แดงขาวดำน้ำเงินนั่นแหละ confused smile confused smile confused smile

#28 By talalan on 2009-07-14 07:15

สีแดงตรงกันข้ามกับสีขาว... ไม่น่าเชื่อแฮะ
แต่เมืองไทยคงแปลกกว่า เพราะสีแดงตรงข้ามกับสีเหลือง อิอิ
วันนี้มีแต่ความรู้แฮะ ตอนนี้เมืองไทย ไข้หวัด 2009 กะลังระบาดเลย เราท้องอยู่ยิ่งกลัวหนักเข้าไปใหญ่ รักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอนะคะ อีกไม่นานก็จะได้เห็นเจ้าตัวน้อยแล้วซินะ ดีจังเลยค่ะ

#29 By Alive on 2009-07-14 07:45

คุณโบว์รู้สาเหตุเรื่องพวกนี้ลึกซึ้งจังนะคะ นับถือค่ะนับถือ

คิดถึงคุณโบว์ใน bloggang จัง เลยต้องตามมาถึงที่นี่

#30 By ViPaSa (124.121.172.240) on 2009-07-14 08:21

สวัสดีครับคุณโบว์

ปัญหาเรื่องสีที่เมืองไทยก็มีนะครับ
แบบที่ใช้ก่อสร้าง Blueprint ก็เรียกว่า พิมพ์เขียว เฉยเลย


ป.ล.

ผมก็เปิดบล็อกสำรองไว้ที่ exteen เหมือนกันครับ
แต่คงไม่เขียนอะไรที่นี่ ตัวหนังสือปกติเล็กเหลือเกิน (ใช่สิผม ex-teen ไปแล้ว -_-")
เลยดีใจมากๆ ที่คุณโบว์ใช้ font ตัวใหญ่เขียนบล็อก แฮ่ๆ

#31 By durianguan on 2009-07-14 08:44

กลับไปกลับมา คล้ายๆคนต่างจังหวัดในไทยนะครับ จะเรียกสีน้ำเงินว่าสีเขียว แม่ผมก็ยังเรียกอยู่เลย ส่วนตัวไม่มีความรู้เรื่องญี่ปุ่นเลยนิดเดียว แต่อ่านแล้วก็เข้าใจดีนะครับ.. เขียนได้ดีๆ

แต่เลือดก กรุ๊ป B ทำไมต้องโดนรังเกียจด้วยแฮะ สงสัยพลาดอ่านอะไรไปเราต้องกลับไปอ่านก่อน กรุ็๊ป B เหมือนกันembarrassed embarrassed

#32 By Noar Wolkins on 2009-07-14 08:52

วันนี้ความรู้แน่นมากเลยค่ะ
ศํพท์เยอะแยะมากมาย

#33 By aconan5 on 2009-07-14 09:28

เวลาจขบ.เขียนเรื่องอะไร
ค้นคว้าข้อมูลได้ละเอยีดลึกซึ้งมากค่ะ

#34 By EGUANA on 2009-07-14 10:01

อ่อที่แท้มันเป็นอย่างนี้นี่เอง
ได้ความรู้กลับไปเยอะแยะเลย
เรื่อง อาโอะชินโก ก็พอจะรู้ๆมาบ้าง แต่นึกไม่ถึงไปถึงเรื่องอื่นที่ใช้สีนี้
เรื่องขาวแดง เป็นประโยชน์มากครับ
ขอบคุณครับ :)

#35 By เอิง on 2009-07-14 11:24

ม่วงแบบเอโดะมันม่วงยังไงคะเนี่ย

#36 By Shieru on 2009-07-14 14:48

อย่างนี้นี่เอง!! ข้อมูลลึกสุดยอดเลยค่ะ เข้าใจมากๆ

แต่ช่วงนี้ก็ชอบอะไรที่มัน ขาว-แดง / ดำ-แดง เป็นพิเศษ เพราะสีมันตัดกันดี แล้วก็ดูสวยคลาสสิกดีด้วย

เรื่องคนกรุ๊ปAไม่ชอบคนกรุ๊ปB นี่คิดว่าพอเข้าใจค่ะ sad smile (เป็นคนกรุ๊ปA) คือคิดว่าสำหรับคนกรุ๊ปAโดยทั่วไปแล้ว จะมองว่ากรุ๊ปBเป็นคนที่KY(และAKY)โดยธรรมชาติ ถ้านิสัยตรงกันก็ดีไป แต่ถ้านิสัยต่างกันล่ะก็ แม้แต่เรื่องเล็กน้อยก็จะ.... sad smile อีกอย่าง ถ้าเทียบนิสัยคนกรุ๊ปAและB แล้ว มันจะออกเป็นกร๊าฟเส้นตรงที่ด้านนึงเซนท์สิทีฟ+ขี้กังวลมากเกิน ส่วนปลายอีกด้านก็จะKYอย่างสุดๆ อะไรทำนองนั้นน่ะค่ะsad smile

#37 By LUMiN on 2009-07-14 14:50

ได้ความรู้+ได้ศัพท์ใหม่เพียบเลยค่ะ
ม่วงเอโดะมันเป็นยังไงน้า.. รู้สึกว่าในการ์ตูนประวัติศาสตร์จะมีคนชื่อมุราซากิอยู่เยอะเลย
(/สมัยนั้นคนเค้าฮิตสีม่วงมากเลยเป็นชื่อม่วงเอโดะรึเปล่านะ?open-mounthed smile )
เมื่อวานก็เพิ่งเรียนเรื่องคำคุณศัพท์เรื่องสีไปเหมือนกัน
ตอนแรกก็งง ทำไมเรียกแอปเปิ้ลเขียวว่า aoi ringo ทำไมไม่เป็น midori no ringo
มาอ๋อก็กับเอนทรีนี้นี่เอง

แล้วก็นึกไปถึงแม่เวลาแกบอกให้หยิบของสีฟ้า ก็จะบอก สีเขียวน่ะ สีเขียว ไอ้เราก็หากันหั่วปั่น สีเขียวอยู่ไหน

ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ๆ ค่ะ

#39 By another-me on 2009-07-14 18:27

โอ๊ว สุดยอดครบ เป็นประโยช์นจริงๆ Hot!

#40 By -- HaKobuNE -- on 2009-07-14 21:08

เห็นด้วยอย่างมากค่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า
เคยนั่งเถียงกับเพื่อนเรื่องสีเหมือนกันค่ะ คิดเเล้วก็ฮาดี - -*
เเอปเเป้ลเขียว แอปเปิ้ลฟ้า ไข่เหลือง ไข่เเดง ฮ่าฮ่าฮ่า
ขอบคุณ คุณพี่โบว์ ที่ขยายใจความให้ฟังนะคะ
เข้าใจกว่าเดิมมากหลายเท่าเลยค่ะ โค้งงามๆ90องศา ฮ่าฮ่าฮ่า
Hot!Hot!Hot!Hot!Hot!

ที่แอดไฮไฟว์ไปน่ะค่ะ ขอบคุณ คุณพี่โบว์ที่กรุณารับแอดด้วยนะคะ ^ ^
โคเรคารา โยโรชิคุ โอเนไกอิตาชิมัสสึ
อ่านแล้วได้ความรู้ใหม่ๆ เยอะมากกกกครับ (หลังจากที่เป็นกะเหรี่ยงลิงโง่ๆ มานาน)

แรกๆ ก้อ งง เหมือนกันล่ะครับ ว่าของบางอย่างมันสีเขียวชัดๆ แต่คน ญป เรียกว่าอาโอย embarrassed

ขนาดใบไม้ ก่ะ ป่า คุณทั่นยังบรรยายว่าอาโอยเล๊ยยยย sad smile

Hot! Hot! Hot!
โซระอาโออิ ท้องฟ้าสีเขียว sad smile sad smile

#43 By behindthemoon on 2009-07-16 19:46

#44 By โหลดเพลงฟรี (58.9.75.99) on 2009-09-07 11:21

อย่างงี้คุณแม่ที่บ้านก็มีเชื้อญี่ปุ่น
เพราะแม่ชอบเรียกขันน้ำสีเขียวว่าสีฟ้าsurprised smile

#45 By TaKeRu Koi on 2009-10-10 14:32