เกิดจากการรวบรวมจากในอินเตอร์เน็ทหลายๆที่... เป็นที่คนญี่ปุ่นมองคนญี่ปุ่นด้วยกันเองนะเคอะ ไม่ได้เกิดจากการมองญี่ปุ่นในแง่ร้ายของเดี๊ยนแต่อย่างใด... (แต่แอบเสริมซ้ำเติม กร๊าก...) ^_^; คือบางทีเราคนต่างชาติไม่ได้รับความสะดวกหรือมองธรรมเนียมบางอย่างของคนญี่ปุ่นว่ามันแปลกๆ เอามาคุยเม้าท์กันเสียหายไปเรื่อย... ในความเป็นจริงคนญี่ปุ่นหลายคนเองเมื่อถูกถามว่า คิดว่าตรงไหนของชาวญี่ปุ่นที่ว่าแปลกๆ แต่ละคนก็ตอบจริงใจเหมือนกัน บางข้อก็ตรงกับที่พบเห็นและรู้สึก เอาเป็นว่าคนญี่ปุ่นด้วยกันเองบางคนเค้าก็ยังบอกว่าแปลกเลย แล้วเราชาวต่างชาติจะทำไงได้อ่ะเนอะ... ^_^;

 

 

 

1. ไม่ค่อยสนใจเรื่องชาวบ้าน สนแต่เรื่องของชาวญี่ปุ่นกันเอง : อย่างเช่นการถ่ายทอดแข่งกีฬาอะไรก็ถ่ายแต่กีฬาที่คนญี่ปุ่นแข่ง (จะไปว่าเค้าก็กระไรอยู่ ค่าออกอากาศมันแพง) อย่างโอลิมปิค กีฬาิอะไรที่คนญี่ปุ่นไม่ได้ลงแข่งหรือไม่ได้เข้ารอบก็ไม่ต้องได้ดูกันล่ะ (กรุเลยต้องเชียร์ญี่ปุ่นไปด้วย เพราะอยากดูแข่ง) หรือเวลาแข่ง figure skating ก็จะให้ดูแต่ญี่ปุ่นกับคนสำคัญๆ T^T เค้าอยากดูคนอื่นด้วยอ่ะ...

 

 

 

2. ใช้รองเท้าเปลือง! : คือมันชอบให้เปลี่ยนสลิปเปอร์อยู่เรื่อย เข้าตึกก็เปลี่ยนหนึ่งสลิปเปอร์ เข้าห้องน้ำก็ต้องเปลี่ยนอีกหนึ่งสลิปเปอร์ แล้วต้องเรียงสลิปเปอร์ให้สวยงามอีกแน่ะ...

 

 

 

3. ซดโซบะโฮกๆ!!! : อันนี้คนญี่ปุ่นเองก็รู้สึกอับอายเล็กน้อยเวลาไปกินร้านอาหารญี่ปุ่นพวกเส้นตามต่างประเทศแล้วรู้สึกบรรยากาศรอบข้างมันประหลาด (เหมือนถูกรอบข้างรังเกียจ) เหตุผลที่ต้องสูดให้มันโฮกๆเพื่อแสดงถึงคงามอร่อยแล้ว เค้าว่ามันจะช่วยดับความร้อนได้ประมาณหนึ่งด้วย (ทุกวันนี้ก็ยังทำไม่ได้) 

 

 

 

4. ทำงานจนตัวตาย : สงสัยจะมีอยู่ประเทศเดียวที่มีคนตายเพราะทำงานหนักเกินไม่รู้จักพักผ่อน คนญี่ปุ่นจำนวนมากมีวันหยุดก็ไม่รู้จักใช้ (บางคนใช้ไม่ได้ เพราะบรรยากาศในบริษัทประมาณว่าเมิงห้ามหยุด เค้ามีวันหยุดไว้ตามกฎหมายเฉยๆ)

 

 

 

5. อ่านบรรยากาศรอบข้างมากเกิน : เพราะกลัวจะถูกหาว่าเป็นพวก KY (อ่านบรรยากาศไม่ออก ไร้กาละเทศะ) ทำให้ไม่เป็นตัวของตัวเอง พยายามจะไม่แสดงความคิดเห็นที่มันแตกต่างจากชาวบ้านมาก แสดงความเห็นแบบเกาะกลุ่ม... ว่ากันว่าพวกแบบสอบถามทางสถิติอะไรก็เชื่อถือไม่ค่อยจะได้เท่าไหร่ เพราะหลายคนตอบแบบอ่านบรรยากาศ (ประมาณคิดว่าคนส่วนใหญ่จะตอบแบบนี้เลยตอบด้วย)

 

 

 

6. ไม่ได้เป็นคนศาสนานั้น แต่อยากจะทำพิธีทางศาสนากับเขา : คนญี่ปุ่นจำนวนมาก(บอกว่า)นับถือศาสนาพุทธ แต่ก็ไม่ได้เคร่งอะไรเหมือนกับบ้านเรา หลายคนบอกเต็มปากเต็มคำว่าไม่นับถือศาสนาอะไร (คุณฮายาชิก็ไม่มีศาสนา) แต่คนญี่ปุ่นก็จะไปศาลเจ้าตามเทศกาลแบบญี่ปุ่นเช่นฮัทสึโมเดะ (ไปไหว้ศาลเจ้าครั้งแรกของปี) แต่งงานกันแบบคริสตร์ หรือจัดงานศพตามแบบพุทธเป็นต้น หนำซ้ำยังฉลองทั้งคริสมาสตร์ ทั้งวาเลนไทน์กันอีกด้วย... (ได้หมด)

 

 

 

7. ส่งของตอบแทน : เวลาได้รับของอวยพรหรืออะไรก็ตาม ต้องมีการส่งของตอบแทนกันตามมารยาท เงินใส่ซองตามงานต่างๆก็มีการกำหนดไว้อย่างเป็นมารยา่ทตามความสัมพันธ์ของเรากับผู้จัดงาน ของตอบแทนก็เช่นกัน เวลาเราได้รับของอวยพรเนื่องในโอกาสอะไร (เช่นอวยพรเด็กแรกเกิด) ก็ต้องส่งของกลับไปให้ตามมารยาทซึ่งควรจะราคาประมาณ 1 ใน 3 ของของที่ได้รับ (กะๆเอา) ดังนั้นถ้าเราส่งของโคตรแพงไปให้ชาวบ้านก็จะกลายเป็น KY สร้างความลำบากให้คนส่งของกลับซะอีก -_-;

 

 

 

8. ไม่ร้องเพลงชาติ : เป็นความเป็นจริงที่ว่าคนญี่ปุ่นจำนวนมากร้องเพลงชาติไม่ได้ @_@; และมีหลายคนที่ไม่ชอบเนื้อหาความหมายของเพลงชาติตัวเอง (เพราะความหมายประมาณว่าจักรพรรดิคือทุกสิ่งทุกอย่าง หลายคนเชื่อว่าเพราะความคิดแบบนี้ที่นำพาให้ญี่ปุ่นต้องเริ่มสงครามโลกครั้งที่สองและพ่ายแพ้สงคราม...) <-- เรื่องมันยาว 

 

 

 

9. โดนใครชมแล้วต้องปฏิเสธ : ในความเป็นจริงคงไม่มีใครโดนชมว่าสวย หัวดี แล้วจะยืดอกรับว่าค่ะ เป็นมาแต่เกิด โฮะๆๆๆ แต่อย่างน้อยขอบคุณก็ยังดี นี่เหมือนกับถูกกำหนดไว้ว่าจะต้องปฏิเสธว่า ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่า โฮ่ๆๆ (ในใจแอบกระหยิ่มยิ้มย่อง)

 

 

 

10. ดอกไม้บางประเภทเอาไปเยี่ยมคนป่วยไม่ได้ : ประมาณเดียวกับที่ไทยที่คงไม่มีใครหอบเอาพวงหรีดไปให้คนนอนป่วยในโรงพยาบาล ที่ญี่ปุ่นจะมีดอกไม้บางประเภท (เช่นลิลลี่) ที่เค้าจะเอาไว้วางให้กับผู้เสียชีวิต และมีช่อดอกไม้ที่ขายเอาไว้ให้บูชาหิ้งบรรพบุรุษที่บ้าน นี่ก็ห้ามเอาไปเยี่ยมคนป่วยเหมือนกัน (คนไทยเองคงไม่มีใึครเอาช่อดอกไม้ไหว้พระหรือพวงมาลัยไปให้คนป่วยเหมือนกันแหล่ะ)

 

 

 

11. งานเทศกาลโคตรเงียบ... : -_-; ถ้าพูดถึงงานเทศกาลดังๆของไทยอย่างงานสงกรานต์ ลอยกระทง หรืองานของต่างประเทศเองก็จะมีการร้องรำทำเพลง การเต้น กินดื่มลัลล้าๆ ผู้คนหัวเราะร่า เต้นด้วยกัน... แต่งานญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเป็นการออกร้าน... แล้วคนก็เดินเที่ยวหาของกินกันไปเฉยๆ @_@; งานเทศกาลใหญ่ๆที่มีขบวนรถหรือพาเหรดก็เดินกันเงียบๆแบบไร้เสียงดนตรีประกอบ... (เดินกันทื่อๆอย่างนั้น ห้ามยิ้ม ห้ามโบกมือให้ประชาชน) อย่างมากก็เป็นเสียงร้องรับของหนุ่มๆที่แบกหามขบวนรถ หรือไม่ก็มีเต้นรำแบบพื้นเมืองในขบวนกันเท่านั้น (ตกลงงานสนุกไหมเนี่ย?) 

 

 

 

12. โฮมเลสดูมีมาตรฐานชีวิตในระดับหนึ่ง : เมื่อเทียบกับประเทศอื่น... @_@; ถึงจะดูสกปรกเซอร์ๆแต่ก็มีศิลปะในการสร้างที่อยู่ และมีรสนิยมในการเก็บข้างของเครื่องใช้มาประดับบ้าน (บางอย่างใช้ดีกว่าบ้านตูอีก) ไม่ค่อยมีเหตุร้ายที่เกิดจากการก่อเหตุของพวกโฮมเลสด้วย

 

 

 

13. ผู้หญิงญี่ปุ่นถือกระเป๋าแบบห้อยไว้ที่แขน (แบบที่ป้าๆในไทยชอบถือ) : อย่าไปดูถูกมาก อยู่ไปนานๆรู้สึกตัวอีกที อ้าว... กรูก็ถือเหมือนกัน -_-;

 

 

 

14. โรงพยาบาลปิดวันอาทิตย์ : และส่วนใหญ่ไม่้ได้เปิด 24 ชั่วโมง พึ่งไม่ได้เล้ยยยย -_-;

 

 

 

15. ซื้อของแล้วต้องใส่ถุงเอง : แต่ก็ดีนะคิดเงินเร็วดี ไม่เปลืองถุงมากด้วยเพราะไม่ใส่ให้กันพร่ำเพรื่อซ้อนแล้วซ้อนอีกเหมือนที่ไทย

 

 

 

16. ต้องมีตัวอย่างของกินให้ดู : เป็นเอกลักษณ์มากของร้านชาวญี่ปุ่น นับวันจะเหมือนจริงขึ้นทุกวันจนดูไม่ออกว่ามันของจริงหรือของปลอมกันแน่  

 

 

 

17. ผัวเมียไม่ค่อยนอนด้วยกัน : ไม่ใช่ทุกครอบครัว แต่หลายบ้านก็แยกกันนอน (ก็ด้วยเหตุผลหลายอย่าง เวลานอนไม่พร้อมกัน อุณหภูมิที่ชอบไม่เหมือนกัน) แต่ก่อนก็กังขาแต่พอแต่งงานแล้วรู้สึกว่ามันก็โอเหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องนอนด้วยกันประจำหรอก ชอบทำไร ทำยังไงก็ทำไป ต่างคนต่างมีเวลาส่วนตัว สถานที่ส่วนตัวบ้างเป็นดีสุด ^_^;

 

 

 

18. ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือบนรถโดยสารสาธารณะ : ทั้งรถไฟและรถเมล์ เหตุเพราะเสียงคุยโทรศัพท์มันทำให้คนอื่นรำคาญ -_-; ประเทศอื่นส่วนใหญ่เค้าไม่ห้าม แต่อยู่ที่นี่ก็ต้องทำตามเค้าไป ห้ามบ่น

 

 

 

19. ห่อปกหนังสือด้วยกระดาษทึบ : ไปซื้อหนังสือตามร้านหนังสือหลายร้านจะถามว่าจะให้ห่อปกให้หรือเปล่า? ถ้าตอบโอเคทางร้านก็จะห่อปกกระดาษสีน้ำตาลทึบๆที่มักจะเป็นลายของทางร้านมาให้ หนึ่งก็เพื่อรักษาความเป็นไปรเวทของคนอ่าน คนอื่นไม่ต้องมาสอดรู้ดูปกว่าอีนี่อ่านอะไร (แต่กลายเป็นน่าสงสัยเข้าไปใหญ่) อีกเหตุผลก็เพื่อโฆษณาทางร้านไปด้วย

 

 

 

20. เดินขึ้นบันไดเลื่อน : ใครไม่ยืนชิดข้างเดียวกับคนข้างหน้าเป็นแถวเดียวกันเพื่อให้คนรีบเค้าเดินขึ้นไปก่อน จะโดนตั้งท่ารังเกียจ (ทั้งที่บันไดเลื่อนเค้าไม่ได้ทำไว้ให้คนเดิน) ส่วนใหญ่ฝั่งคันโตจะต้องยืนชิดซ้าย คันไซยืนชิดขวากัน...

 

 

 

21. เปลี่ยนชุดแต่งงานสองสามรอบ : งานเลี้ยงแต่งงานของญี่ปุ่น เจ้าบ่าวเจ้าสาวมักจะมีการเปลี่ยนชุดประมาณสองรอบ (ภาษาญี่ปุ่นเรียก お色直し โออิโรนาโอชิ) โดยมากชุดแรกจะเป็นชุดเจ้าสาวสีขาว ชุดอื่นจะเป็นสีๆแล้วแต่เจ้าสาวชอบ

 

 

 

22. ชอบซื้อของจากเครื่องขายอัตโนมัติ : นัยว่ามันคงง่ายและไม่ต้องสนทนากับผู้คน จึงมีเครื่องขายอะไรอัตโนมัติมากมายในประเทศนี้ บางอย่างให้แปลกใจมากว่าจะมีไปทำไม... (ขณะเดียวกันตามต่างจังหวัดก็จะมีร้านค้าแบบไม่มีคนขาย คือมีผักกับราคาวางไว้ ใครจะซื้ออะไรก็จ่ายเงินแล้วหยิบไป เชื่อใจกันสุดๆ)

 

 

 

23. เรียกไฟเขียวว่าไฟฟ้า... : ตอนไฟเขียวคนญี่ปุ่นจะบอกว่า (สีฟ้า) ดูยังไงก็สีเขียวชัดๆ...

 

 

 

24. ชอบถามกรุ๊ปเลือด : แล้วก็ทำท่ารังเกียจคนกรุ๊ป B -_-; (คนญี่ปุ่นกรุ๊ป A เยอะสุด และว่ากันว่าเข้ากันไม่ได้กับกรุ๊ป B)

 

 

 

25. เรียกประเทศแถวบ้านเราว่าเอเชีย : @_@; บางครั้งคนญี่ปุ่นชอบเรียกประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่าเอเชีย อาจจะลืมไปแล้วว่าญี่ปุ่นมันก็อยู่ในทวีปเอเชียเหมือนกัน... -_-;

 

 

 

 

อ่านเล่นๆ อย่าไปคิดว่ามันเป็นเรื่องแปลก เพราะไอ้ที่เราแปลกสำหรับคนต่างชาติเองก็คงมีเยอะเหมือนกัน มันเป็นวัฒนธรรมหรือธรรมเนียมและคนประเทศเขาก็อยู่กันมาแบบนี้ มาอยู่ก็ตามๆเค้าไป อย่าไปสงสัยให้มากความ ^_^; 

 

 

 

 

 

 

 

เพลงที่ช่วยยืนยันว่าคนญี่ปุ่นชอบดื่มเหล้าทุกเทศกาลและทุกพื้นที่ทั้งประเทศ ^_^ เป็นเพลงนึงที่ชอบค่ะ (เป็นสัจธรรมความจริงดี) ฟังแล้วเข้าใจง่าย ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ภาษาญี่ปุ่นมาก

 

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เรียกประเทศแถวบ้านเราว่าเอเชีย
ข้อสุดท้าย เค้าทำเหมือนตัวเองไม่ใช่เอเชียเนอะ
หลายข้อทำให้คิดว่า ญี่ปุ่นนี่แปลก

#1 By insakuraz. on 2009-07-12 19:59

อ๊ะ กรุ๊ป B ทำไมงั้นหละเนี่ย

ขอบคุณครับ มีหลายๆ อย่างที่ยังไม่รู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่นอีกเยอะเลย

#2 By XaCrIFicE on 2009-07-12 20:01

อ่านแล้วก็ขำๆดี
ส่วนข้อ 15. ซื้อของแล้วต้องใส่ถุงเอง เคยไปปล่อยไก่ไว้ค่ะ ซื้อของเสร็จแล้วยืนทำหน้าเอ๋อจนพนักงานต้องเอาใส่ให้

#3 By talalan on 2009-07-12 20:04

โอ้ว
บางเรื่องก็ช่างผิดกับไทยเราจริงๆ sad smile

#4 By Ganyarut !! on 2009-07-12 20:06

ผมกรุ๊บBsad smile

หลายอย่างอ่านในการ์ตูนกับดูในซีรีย์จนเห็นภาพล่ะ..
แต่บางอย่างก็ไม่รู้เลย

ห้ามป่วยวันอาทิตย์ ...sad smile

#5 By wesong on 2009-07-12 20:06

555+ แปลกดีค่ะ confused smile
ข้อ 20 นี่ ตอนไปเที่ยวเคยสับสนอยู่เหมือนกันว่าอยู่ไหนต้องยืนชิดด้านไหน

ข้อ 22 ไม่รู้เพราะกลิ่นอายแปลกๆ แบบญี่ปุ่นรึเปล่า เวลาไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นทีไรเลยรู้สึกเหมือนถูกตู้ขายน้ำอัตโนมัติดึงดูดเกือบทุกตู้ (ทำยังกะเป็นตู้กาชาปองsad smile)

ข้อ 24 青い ในบางกรณีก็แปลว่าสีเขียวเหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ เคยเห็นในหนังสือเรียนเขียนว่า 青いりんご แปลว่าแอปเปิ้ลสีเขียว

#6 By Chibidora (125.24.6.12) on 2009-07-12 20:07

อืม...บางอันแปลกจริงๆ แฮะ แบบ โรงพยาบาลหยุดวันอาทิตย์ ปัดโธ่ คนทำงานเขาจะมีวันหยุดไปหาหมอวันไหนล่ะ? ถ้าไม่ใช่วันอาทิตย์ พิลึกจังsad smile

ตามต่างจังหวัดของอเมริกาเองก็มีนะครับ แบบว่า วางของไว้ตั้งราคาไว้ เอาตังค์หยอดในตะกร้าเสรจเอาของไปเลย แต่ไม่เห็นมีใครแอบหยิบไปเฉยๆ แฮะ ไม่มีใครแอบแตกแบ็งก์ด้วย เอิ้กๆ confused smile สงสัยว่าในโลกนี้ก็มีแบบนี้ด้วย ไม่นึกว่าที่ญี่ปุ่นก็มีนะเนี่ย
ตอนเราเรียนที่อังกฤษ เวลาซื้อของที่ซุปเปอร์ก็ต้องเอาของใส่ถุงเองค่ะ (กลับมาเมืองไทยแล้วก็ยังติดเอาใส่เองอยู่พักนึง 55+)

กับคิดว่าตัวเองทำงานแบบข้อ4อยู่อ่ะค่ะ เฮ้อ (ปีที่แล้วไม่ได้ใช้วันพักร้อนเลย ปีนี้ก็ยังไม่ได้ใช้ ทบไปทบมารวมวันพักร้อนได้สิบกว่าวันแล้ว)

#8 By kiyono on 2009-07-12 20:14

ชอบถามกรุ๊ปเลือดกับรพ.ไม่เปิดตลอดนี่แปลงจริงค่ะ!!
ไอตัวอย่างของกินนี่ก็ด้วย เคยดูทีวีแชมเปี้ยนที่แข่งทำไอนี่
จริงจังกันจริง

#9 By Mirai on 2009-07-12 20:19

เค้ากรุ๊ป A แต่เรามีเื่พื่อนกรุ๊ป B เยอะนะ คนญี่ปุ่นคิดมากไปป่าวเนียะ sad smile

#10 By Cotton on 2009-07-12 20:24

เรื่องกรุ๊ปเลือดนี่เพิ่งรู้เลยครับว่าคนญี่ปุ่นกรุ๊ปAเยอะสุด

ปล.โรงพยาบาลมีหยุดวันอาทิตย์ด้วย sad smile

#11 By SkyKiD on 2009-07-12 20:30

เหมือนเคยได้ยินว่า คนญี่ปุ่นสมัยเก่า ๆ แยกระหว่างสีฟ้า กับสีเขียวไม่ออก sad smile

#12 By ChimERaTeDdY on 2009-07-12 20:33

เข้าใจแล้ว
เรียกไฟเขียวว่าไฟฟ้า
ก้ว่าอยู่ ดูอนิเมยังแอบงงๆค่ะ ฮา

เรื่องซดอาหารประเภทเส้นถึงจะเป็นปกติเค้าแต่ก็ไม่ไหวสำหรับเราเหมือบกันค่ะsad smile

#13 By ชิน on 2009-07-12 20:35

ได้ความรู้อีกตรึมเลยครับ
บางอย่างก็เพิ่งมารู้ตอนนี้แหละ question

p.s. โหวตโลด Hot! Hot! Hot!

#14 By リリース on 2009-07-12 20:38

Hot!
ว้าว
รวบรวมมาเยอะแยะเลย ดีจัง

อ่านไปฮาไป
ว่าแต่ไอกระดาษทึบห่อปกหนังสือนี่แปลกดีเนอะ

#15 By namnampai on 2009-07-12 20:39

sad smile แปลกจริงๆด้วย โดยเฉพาะ ไอ่กรุ๊ปเลือด กะ เอเชียเนี่ย

#16 By หมูทอดซามะ on 2009-07-12 20:43

เรื่องบันไดเลื่อนนี่ผมกลับชอบแฮะ คือมันไม่ได้ทำมาให้เดินก็จริง แต่มันก็ต้องมีบางครั้งแหละที่มีคนกำลังรีบโผล่มาบ้าง หรือผมอาจจะเบื่อนิสัยคนไทยที่เวลาเดินไปไหนเป็นกลุ่มชอบเดินแบบเรียงแถวหน้ากระดานสกรีนมันทั้่งฟุตบาท กะไม่ให้คนอื่นเดินสวนเลยก็ได้มั้ง... sad smile

#17 By Rune on 2009-07-12 20:44

ขำตรงที่บอกรังเกียจกรุ๊บ B ค่ะ
ลองมองตัวเอง มองจากซีรี่ยส์ อาจเพราะมีความเป็น KY สูงก็ได้นะ (ฮาา)

#18 By Evilcat ; おれんじ  on 2009-07-12 20:45

อ่าๆๆ
เป็นเรืองจริงอย่างมากทีั่เราก็รุ้สึกเหมือนกัน
โดยเฉพาะโรงพยาบาล!
แล้วทำไมมันปิดทั้งวันอาทิตย์ แถมไม่ยี่สิบสี่ชั่วโมง
แต่ยังทำละครกับการ์ตูน อารมณ์ พ่อเป็นหมอ ไม่มีเวลาให้ลูกอีกฟะ ..

#19 By เอิง on 2009-07-12 20:47

เจ๋งดีฮับ Hot!
ป่วยวันอาทิตย์ก็งานเข้าสิค่ะเเบบนี้ question

#21 By ploilek on 2009-07-12 20:48

เคยได้ยินเหมือนกันว่าญี่ปุ่้นไม่ค่อยชอบร้องเพลงชาติ sad smile

Hot! Hot! Hot! Hot!

#22 By ♥..Ta๊y๋l๏r๊~ * on 2009-07-12 20:53

ขอบคุณค่ะ

อ่านที่ไรได้ความรู้ทุกที cry

Hot!

#23 By MoshMosh on 2009-07-12 20:59

ขอบคุณค่ะ

อ่านที่ไรได้ความรู้ทุกที cry

Hot!

#24 By MoshMosh on 2009-07-12 21:00

ชอบเอนทรี่นี้ๆ

Hot! Hot! Hot!

#25 By EGUANA on 2009-07-12 21:13

บางอย่างมันก็ดีนะคะ อย่างไม่ใส่ถุงหรือห้ามคุยโทรศัพท์
แต่อย่างอื่นก็แปลกจริง ๆ นั่นแหละ sad smile

#26 By ★☆KyuubixUsagi on 2009-07-12 21:22

ทำงานจนตายนี่ใช่เลยค่ะ คุณแฟนนี่ ขนาดจะขอลาแค่ครึ่งวัน หัวหน้ายังแทบจะกระโดดบีบคอตาย ทำยังกะทั้งโรงงานมีวิศวกรอยู่คนเดียว sad smile

#27 By Dahlia on 2009-07-12 21:23

เพิ่งผ่านมาเจอ บล๊อกดีๆแบบนี้พลาดได้ไงเนี่ย
แอดไว้ก่อนจะตามอ่านเรื่อยๆนะครับbig smile

#28 By wine under locker on 2009-07-12 21:28

5555 ,
แปล ๆ นะเนี่ย
แล้วทำไมต้องรังเกียจเลือดกรุ๊ป B ด้วย
ให้ตายเหอะ ผมเลือดกรุ๊ป B นะ !

#29 By ISHIMARU L. on 2009-07-12 21:36

เรื่องกรุ๊ปเลือดเนี่ย แอบงงเหมือนกันค่ะ ดูจริงจังกันมาก
แต่เราชอบเรื่องบันไดเลื่อนนะ ตอนไปรู้สึกประทับใจ เพราะดูเป็นระเบียบดีจัง ไม่ชนกันด้วย

#30 By W★G on 2009-07-12 21:40

เรื่องฟ้าๆเขียวๆ นี่ไทยก็มีเหมือนกันอย่าง blueprint เรียกพิมพ์เขียว ทั้งๆที่มันเป็นสีฟ้าsad smile

แล้วก็คนไทยกว่าครึ่งกรุ๊ปเลือด B ค่ะ(ฮา)confused smile

#31 By W-mira-S on 2009-07-12 21:44

บ้างข้อนี่เล่นเอางง ไปเลย แต่ทำไมต้องเกลียดกรุ๊ป B ด้วย เข้ากันไม่ได้ แค่นั้นเองเหรอครับ งงเลย555+ sad smile

#31 By Elta_kung on 2009-07-12 21:44

ตอนมาใหม่ๆมีรับโทรศัพท์ในรถไฟมั่ง
ตอนนี้เน้นส่งข้อความอย่างเดียว (ซึมซับจากคนรอบข้าง)

แต่ตั้งแต่อยู่มาเจอสาวญี่ปุ่นคุยโทรศัพท์ตรงที่นั่งไพรออริตี้หลายครั้งเหมือนกันค่ะ มีครั้งนึงพนักงานเดินมาเตือนก็แล้ว พอพนักงานไปเจ๊แกก็หยิบขึ้นมาโทรต่อsad smile

#33 By 7barrow on 2009-07-12 21:48

โรงพยาบาลปิดวันอาทิตย์ : และส่วนใหญ่ไม่้ได้เปิด 24 ชั่วโมง >>> เหวอออ เวลาคนล้มหมอนนอนเสื่อเค้าต้องดูปฏิทินด้วยสินะ หวังว่าคงปิดแต่ผู้ป่วยนอกนะคะ ผู้ป่วยในปิดด้วยล่ะก็คงหนุก

ทำงานจนตัวตาย >>> เคยเล่าให้เพื่อนคนญี่ปุ่นว่าทางฝรั่งเศสพยายามจะให้อาทิตย์นึงหยุดสามวัน ทำงานสี่วัน เพื่อนญี่ปุ่นตกใจมาก และทำท่ารังเกียจสุดชีวิตว่าไม่เข้าท่าเลยซักนิด พอเราหยอกเล่นๆว่า คนญี่ปุ่นคงชอบทำงานนะ เค้ารีบเถียงว่ามันเป็นหน้าที่ ไม่ได้ชอบทำซักหน่อย ท่าทางโกรธมาก เราเหวอไปเลย นึกไม่ถึงว่าเป็นเรื่องเซ้นซิทีฟ sad smile

#34 By chihaya on 2009-07-12 21:49

บางเรื่องไม่เคยรู้เลยแฮะ..

ขอบคุณที่มาบอกกล่าวกันค่ะ! confused smile

Hot! Hot! Hot!

#35 By Luna_N#N.Noz on 2009-07-12 22:05

สาเกะโนเมรุโซวว เดือน 11 ไม่มีวันพิเศษเลยหรือครับ

#36 By rico on 2009-07-12 22:28

Hot! Hot!
บางเรื่องก็ไม่เคยรู้ค่ะ อย่างห่อปกหนังสือ
ญี่ปุ่นไม่แปลกในสายตาเค้า แต่ในสายตาเราก็แปลกอยู่ดีล่ะค่า~ open-mounthed smile

#37 By Z o r a ` on 2009-07-12 22:29

อึ้งตรงที่โรงพยาบาลปิดวันอาทิตย์!!
แล้วถ้าเป็นอะไรวันนั้นทำไงเนี่ย!!

#38 By gallantfoal on 2009-07-12 22:55

เรื่องไฟสีเขียว สีฟ้า
เหมือนเมื่อก่อนคนแก่ๆ เค้าเรียก
สีเขียวว่าสีฟ้าหรือเปล่าค่ะ
เคยอ่านจากในโคนันอ่ะ

แต่เรื่องกรุ๊ปเลือดนี่

#39 By aconan5 on 2009-07-12 23:16

งานเทศกาลเค้าจะสนุกหรือแค่สนุกตามบรรยากาศรอบข้างกันนะ? open-mounthed smile open-mounthed smile

#40 By Prae on 2009-07-12 23:19

ข้อสุดท้ายคือเขามองประเทศเอเชียแบบเหยียดๆน่ะครับ (อันนี้เรื่องจริง)

เรื่องไฟ(สี)ฟ้านี่เหมือนจะมีคนเล่าให้ฟังว่ามันให้ความรู้สึกไม่ดีที่จะใช้คำว่าสีเขียว อารมณ์เดียวกับคำว่าหน้าเขียว ที่หมายถึงคนตาย (เขาเล่าว่า) นะครับ sad smile

#41 By tenshi on 2009-07-13 00:22

ข้อ 9 นี่ภาพลอยมาจริง ๆ เลยครับ เวลานึกขึ้นมาเนี่ย sad smile

#42 By nora on 2009-07-13 00:28

แย่ละ.....เรากรุ๊ป B ซะด้วย....

เดี๋ยวจะไปคันไซ...

ต้องยืนชิดบันไดเลื่อนขวา...ขอบคุณมากค่า...big smile

#43 By Seiyuuhime on 2009-07-13 00:34

ผมก็เรียกโซนเกาหลีญี่ปุ่นว่า โซนเอเชียครับ sad smile

#44 By clock on 2009-07-13 00:48

โอ้ สูบความรู้ใหม่ๆ ขอบคุณมากมายค่า

#45 By wanderer on 2009-07-13 02:03

หลายอย่างพึ่งรู้เหมือนกันครับเนี่ย
ดูจากเจ้านายของตัวเองแล้ว แต่ไม่กล้าถาม


มีข้อสงสัยคร้าบ ..

- ญี่ปุ่นคิดว่าตัวเองอยู่ยุโรปและค่อนข้างดูแคลนคนเอเชียประเทศอื่นๆใช่หรือเปล่าครับ

- อยากทราบความคิดเห็นของคนญี่ปุ่นเกี่ยวกับสงครามโลกครับ




Hot!

#46 By Piyato on 2009-07-13 04:13

โรงพยาบาลมีปิดด้วยเหรอ...แล้วถ้าคนเกิดเป็นอะไรวันอาทิตย์ขึ้นมาก็แย่ซินะ

#47 By Alive on 2009-07-13 08:00

มีอีกเรื่องที่ผมขัดใจมาก
ตู้ ATM มันไม่เปิด 24 ชม. แถม กดนอกเวลาทำการของธนาคาร ดันคิดตังค์เพิ่มอีกตังหาก sad smile (แถมแพงสะบัดเลย)

#48 By ม่อน on 2009-07-13 09:19

ผมเองก้ไม่นับถือศาสนา อะไรนะ ได้แนวคิดจากหนังหลายๆเรื่อง เลยคิดว่า หากคนเราคิดดีทำดี พึ่งพาอาศัยตัวเองได้

ศาสนาก็แค่ที่พึ่งทางใจเท่านั้นเอง แต่ก็ไม่ได้สุดขั่วอะไรนะ
เข้าวัดก็ไหว้พระ เข้าโบส์ถ เข้าสุเหร่า ก็ตามกฎกันไป


ชอบเครื่องขายของอัตโนมัตินะ ทำให้อะไรในชีวิตมันง่ายดี
บ้านผมม่ายมีอ่ะ ฮือๆsad smile

#49 By Mr.Shock on 2009-07-13 11:05

โอ้ ดีมากเลยค่า เคยคิดอยากจะเขียนเหมือนกัน เพราะตั้งแต่มาอยู่รู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ(แต่เราไม่สนใจ^^;)
รู้สึกตัวเองนิสัยแหกคอกคนญี่ปุ่นทุกอย่าง
อย่างเช่น คนญี่ปุ่นเคร่งเครียดดุด่า อีนี่ก็เข้าหูซ้ายทะลุหูขวามาก -_-; แกด่าไปดิตูไม่สน
ใครชมว่าสวยก็ もちろん55
แถมยังเป็นคนกรุ๊ปBอีก
ส่วนเพลงชาติสามีเพิ่งให้ร้องเพลงชาติไทยให้ฟัง ตกใจตัวเองว่า บางประโยคร้องไม่ได้ ลืมไปแล้ว นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกsad smile
ส่วนสามี พอให้ร้องเพลงชาติญี่ปุ่น เขาร้องเพลงsukiyaki,Doraemon,เพลงอะไรดังๆที่คนต่างชาติรู้จัก
แล้วบอกว่า คนญี่ปุ่นเกลียดเพลงชาติตัวเอง ฟังแล้วหดหู่โดยเฉพาะตอนได้เหรียญทองโอลิมปิคแล้วเปิดเพลงชาติ เพลงมันหดหู่อย่างกะแข่งแพ้ คนญี่ปุ่นเกลียดคนแต่งเพลงชาติเพลงนี้มากๆ เมื่อไหร่จะเปลี่ยนเพลงชาติซักทีsad smile

#50 By saori_gig on 2009-07-13 11:38