เนื่องจากมีคนหลวมตัว...อยากฟังเรื่องอดีตก่อนที่จะแต่งงานกับคุณฮายาชิเมื่อวานนี้ เลยทำให้รอดตัวมีอะไรอัพไปอีกหนึ่งวัน ^_^; ใครเคยฟังแล้วหรือไม่สนใจก็ข้ามโลดเลยนะคะ เจอกันใหม่วันพรุ่งนี้... สวัสดีค่ะ m(_ _)m

  

ส่วนใครที่คิดจะอ่าน ต้องทำใจว่ามันจะยาวมากประมาณเขียนเป็นนิยายได้... (แต่นี่ย่อแล้ว) กรุณาเตรียมหมอนผ้าห่มป๊อบคอร์นและกระถงกระโถนไว้ก่อน มันจะได้ไม่เลอะเทอะ...

  

เรื่องมันเริ่มเมื่อ 8 ปีที่แล้ว... เมื่อปี 2002 ท้าวความก่อนหน้านั้นนิดนึงว่า... ตอนที่อยู่เมืองไทยมีแฟนเก่าอยู่คนนึงที่ถึงขนาดหมั้นหมายกันแล้ว... แฟนเก่าคนนี้คบมา 4 ปี มันออกแนวละครเล็กน้อยคือ พ่อแม่ของแฟนเก่าคิดว่าจะให้ลูกเค้าไปเรียนต่ออเมริกา เลยอยากให้หมั้นหมายกันไว้ก่อน ถ้าลูกเค้าไปแล้วก็อยากจะให้เราตามไปด้วย ถึงตอนนั้นมันจะได้ไม่น่าเกลียด ที่บ้านก็เลยยอมให้หมั้น...ทั้งที่ไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ (คิดว่ามันเร็วไป)

  

ก็หมั้นกันแบบจัดงานหมั้น เพื่อนๆมา ข้างบ้านรู้ทั้งหมู่บ้านกันไปแล้ว... ทว่าหลังจากนั้นทุกอย่างก็เงียบ ไม่มีใครพูดถึงเรื่องไปเรียนต่ออเมริกาอีก @_@; เราก็เลยตัดสินใจครั้งใหญ่ทำตามความฝันของตัวเองโดยการทำเรื่องไปเรียนต่อญี่ปุ่นเองทั้งหมด ปรากฏว่าทุกอย่างผ่านฉลุย ก็เลยตัดสินใจไปเรียนภาษาที่ญี่ปุ่นสมใจ (คิดว่าจะไปปีเดียวน่ะแหล่ะ)

  

จำได้ว่าคืนก่อนไปญี่ปุ่นโดนพ่อเค้าสาปแช่งแบบเสียผู้เสียคน (เมาแหล่ะ...) บอกว่าอย่างเราไปญี่ปุ่นก็ไม่มีทางประสบความสำเร็จ ทุกอย่างจะต้องล้มเหลว บลาๆๆ (จำได้ไม่หมด เพราะมันนานมาก เป็นชั่วโมงได้) แต่ก็อย่างว่า ใครก็รักลูกตัวเองเนอะ... -_-; เค้าคงไม่ชอบใจที่เราคิดจะไปเรียนต่อญี่ปุ่น  คงลืมไปว่าทีแรกก็จะให้ลูกตัวเองไปอเมริกาก่อนแล้วทิ้งเราไว้เหมือนกัน... แต่สิ่งที่ทำให้ค้างคาใจที่สุดก็คือตัวแฟนเก่าเนี่ยไม่ได้ปกป้องเราแม้แต้น้อย ปล่อยให้พ่อว่าเราเสียๆหายๆทั้งที่นั่งอยู่ด้วยกัน... ขากลับ...เราถามตอนอยู่ในรถก็บอกแค่ว่าไม่ชอบให้เถียงผู้ใหญ่ (เลยปล่อยให้โดนด่าเหมือนไม่มีพ่อมีแม่) @_@; ตอนนั้นเป็นอีกครั้งที่รู้สึกไม่แน่ใจว่าเราจะไปด้วยกันได้

  

วันรุ่งขึ้น เราก็ไปญี่ปุ่นด้วยความรู้สึกแบบนั้น แล้วก็ใช้เวลาประมาณนึงกว่าที่ทุกอย่างจะค่อยๆลงตัว...

  

คอร์สภาษาญี่ปุ่นที่มาเรียนนั้นเป็นของมหาวิทยาลัยหนึ่งในเกียวโตที่มีเพื่อนสมัยเรียน Abac คนนึงมาเรียนอยู่ก่อนเมื่อครึ่งปีที่แล้ว ทุกอย่างเริ่มขึ้นตั้งแต่วันปฐมนิเทศ หลังจากพิธีปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ (นักเรียนต่างชาติก็เข้าร่วมด้วย) พอออกจากห้องประชุมมา บรรยากาศก็จะเหมือนในการ์ตูนที่มีรุ่นพี่จากชมรมต่างๆเต็มสนาม มาคอยหาเด็กใหม่เข้าชมรมกันใหญ่

  

จริงๆมันก็ไม่ค่อยเกี่ยวกับเราเท่าไหร่เพราะไม่ใช่นักศึกษาใหม่ (คืออายุ 22 แล้วอ่ะนะ เหมือนจะอายุน้อย แต่แก่กว่าคนทั้งมหาลัย -_-;) เอาเป็นว่าเรากับเพื่อนปฏิเสธทุกชมรมที่เดินเข้ามาหา แล้วปกติชมรมพวกนี้พอได้ยินว่าเป็นนักเรียนต่างชาติ ก็จะเข้าใจหนีหายไปเอง (เหมือนกรูแขวนหลวงพ่ออะไรอยู่)

  

ทว่ามีอยู่ชมรมนึงที่ไม่กลัวพระ... คือชมรมร้องเพลงประสานเสียงนี่ล่ะ @_@; ไอ้หนุ่มที่มาชวนเราเข้าชมรมนี่เป็นเด็กปีสอง (ที่ท่าทางดูมืดมนๆ) พอได้ยินว่าเป็นคนไทยก็บอกว่าจะฮัมเพลงชาติไทยให้ฟัง (??) @_@; ถ้าทำได้...ตอนเย็นจะมีการแสดงเล็กๆของชมรม ให้ไปร่วมนะ...

  

ปรากฎว่ามันร้องทำนองเพลงชาติไทยได้จริงๆ (มารู้ทีหลังว่าเป็นพวก Mania เพลงชาติ สะสมเพลงชาติของประเทศต่างๆ -_-;) หลังจากไปร่วมงานของชมรมแบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ก็พลาดท่าเสียทีไม่้รู้อีท่าไหน ไปเข้าชมรมเค้าได้ (ทั้งที่อ่านโน้ตดนตรีไม่ออก)

  

ยังไม่ทันจะได้เริ่มเข้าชมรมหรืออะไรกัน ทางชมรมก็จัดงานชมซากุระ (ฮานามิ) กันก่อนในคืนวันหนึ่งที่มารุยามะโคเอ็ง (ในเกียวโต ใกล้ๆมหาลัยนี่ล่ะ) ที่งานนั้นนี่เอง เป็นที่ที่เจอกับคุณฮายาชิึครั้งแรก (แต่มันมืด จำอะไรไม่ได้นอกจากมันตาโต ส่วนมันก็เดินตามหาชาวต่างชาติที่เข้ามาใหม่เพราะได้ยินรุ่นน้องบอกว่ามีชาวต่างชาติเข้าชมรมมา 2-3 คน มันยังด่ารุ่นน้องอีกว่าใครไปเอาชาวต่างชาติเข้ามาวะ!)

  

ทว่านับจากนั้น... คุณฮายาชิมันก็กลายเป็นพี่เลี้ยงชาวต่างชาติอย่างพวกเราไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ @_@; ทางชมรมมีโปรแกรมโครงการงานอะไรมันก็จะโทรหรือส่งแมสเสจหาเราตลอด (เหมือนเีราเป็นตัวแทนองค์กรชาวต่างชาติในชมรม) บางทีมันก็นัดให้เรามาซ้อมก่อนเฉยเลยเพราะว่าเราอ่านโน้ตไม่ออก (ทว่าปัจจุบันก็ยังอ่านไม่ออกอยู่) @_@; เราลงไปซื้อน้ำ มันก็ตามลงมาเพื่อจะบอกว่า ห้ามเอาน้ำขึ้นไปกินข้างบนนะ (แล้วเมิงปล่อยกรูลงมาทำไม) ดังนั้นต้องไปนั่งดื่มน้ำกับมันในโรงอาหารให้หมดก่อน อะไรอย่างนี้เป็นต้น... บางครั้งมันก็ทำตัวดูเหมือนจะปกป้อง อย่างไปคาราโอเกะกันหลังเลิกซ้อม ก็มีคนในชมรมมาชวนเราคุย (คงอยากเป็นเพื่อนด้วย) แต่ออกแนวพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง เสียงอยู่ในลำคอ แล้วก็ชวนคุยเรื่องอะไรก็ไม่รู้ คุณฮายาชิก็เข้ามาแทรก แล้วก็มาเอาเราออกไป คือ...มาคิดทีหลังมันก็ทำอะไรเท่ห์ๆหลายอย่าง (แม้หน้าจะไม่ให้) แต่เราไม่คิดอะไรเพราะหนึ่งมันอายุน้อยกว่า (แต่โคตรทำตัวเป็นใหญ่) สองเรามีแฟนอยู่แล้วที่ไทย และสาม คิดว่ามันเป็นพี่เลี้ยงชาวต่างชาติ... (จากการทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของนักเรียนต่างชาติของมันทำให้ไม่มีใครในชมรมกล้ามาเป็นเพื่อนด้วย -_-; สุดท้ายเราก็ไม่มีเพื่อนเลยซักคน รู้สึกตัวอีกทีก็มีแต่มันคน