เนื่องจากมีคนหลวมตัว...อยากฟังเรื่องอดีตก่อนที่จะแต่งงานกับคุณฮายาชิเมื่อวานนี้ เลยทำให้รอดตัวมีอะไรอัพไปอีกหนึ่งวัน ^_^; ใครเคยฟังแล้วหรือไม่สนใจก็ข้ามโลดเลยนะคะ เจอกันใหม่วันพรุ่งนี้... สวัสดีค่ะ m(_ _)m

  

ส่วนใครที่คิดจะอ่าน ต้องทำใจว่ามันจะยาวมากประมาณเขียนเป็นนิยายได้... (แต่นี่ย่อแล้ว) กรุณาเตรียมหมอนผ้าห่มป๊อบคอร์นและกระถงกระโถนไว้ก่อน มันจะได้ไม่เลอะเทอะ...

  

เรื่องมันเริ่มเมื่อ 8 ปีที่แล้ว... เมื่อปี 2002 ท้าวความก่อนหน้านั้นนิดนึงว่า... ตอนที่อยู่เมืองไทยมีแฟนเก่าอยู่คนนึงที่ถึงขนาดหมั้นหมายกันแล้ว... แฟนเก่าคนนี้คบมา 4 ปี มันออกแนวละครเล็กน้อยคือ พ่อแม่ของแฟนเก่าคิดว่าจะให้ลูกเค้าไปเรียนต่ออเมริกา เลยอยากให้หมั้นหมายกันไว้ก่อน ถ้าลูกเค้าไปแล้วก็อยากจะให้เราตามไปด้วย ถึงตอนนั้นมันจะได้ไม่น่าเกลียด ที่บ้านก็เลยยอมให้หมั้น...ทั้งที่ไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ (คิดว่ามันเร็วไป)

  

ก็หมั้นกันแบบจัดงานหมั้น เพื่อนๆมา ข้างบ้านรู้ทั้งหมู่บ้านกันไปแล้ว... ทว่าหลังจากนั้นทุกอย่างก็เงียบ ไม่มีใครพูดถึงเรื่องไปเรียนต่ออเมริกาอีก @_@; เราก็เลยตัดสินใจครั้งใหญ่ทำตามความฝันของตัวเองโดยการทำเรื่องไปเรียนต่อญี่ปุ่นเองทั้งหมด ปรากฏว่าทุกอย่างผ่านฉลุย ก็เลยตัดสินใจไปเรียนภาษาที่ญี่ปุ่นสมใจ (คิดว่าจะไปปีเดียวน่ะแหล่ะ)

  

จำได้ว่าคืนก่อนไปญี่ปุ่นโดนพ่อเค้าสาปแช่งแบบเสียผู้เสียคน (เมาแหล่ะ...) บอกว่าอย่างเราไปญี่ปุ่นก็ไม่มีทางประสบความสำเร็จ ทุกอย่างจะต้องล้มเหลว บลาๆๆ (จำได้ไม่หมด เพราะมันนานมาก เป็นชั่วโมงได้) แต่ก็อย่างว่า ใครก็รักลูกตัวเองเนอะ... -_-; เค้าคงไม่ชอบใจที่เราคิดจะไปเรียนต่อญี่ปุ่น  คงลืมไปว่าทีแรกก็จะให้ลูกตัวเองไปอเมริกาก่อนแล้วทิ้งเราไว้เหมือนกัน... แต่สิ่งที่ทำให้ค้างคาใจที่สุดก็คือตัวแฟนเก่าเนี่ยไม่ได้ปกป้องเราแม้แต้น้อย ปล่อยให้พ่อว่าเราเสียๆหายๆทั้งที่นั่งอยู่ด้วยกัน... ขากลับ...เราถามตอนอยู่ในรถก็บอกแค่ว่าไม่ชอบให้เถียงผู้ใหญ่ (เลยปล่อยให้โดนด่าเหมือนไม่มีพ่อมีแม่) @_@; ตอนนั้นเป็นอีกครั้งที่รู้สึกไม่แน่ใจว่าเราจะไปด้วยกันได้

  

วันรุ่งขึ้น เราก็ไปญี่ปุ่นด้วยความรู้สึกแบบนั้น แล้วก็ใช้เวลาประมาณนึงกว่าที่ทุกอย่างจะค่อยๆลงตัว...

  

คอร์สภาษาญี่ปุ่นที่มาเรียนนั้นเป็นของมหาวิทยาลัยหนึ่งในเกียวโตที่มีเพื่อนสมัยเรียน Abac คนนึงมาเรียนอยู่ก่อนเมื่อครึ่งปีที่แล้ว ทุกอย่างเริ่มขึ้นตั้งแต่วันปฐมนิเทศ หลังจากพิธีปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ (นักเรียนต่างชาติก็เข้าร่วมด้วย) พอออกจากห้องประชุมมา บรรยากาศก็จะเหมือนในการ์ตูนที่มีรุ่นพี่จากชมรมต่างๆเต็มสนาม มาคอยหาเด็กใหม่เข้าชมรมกันใหญ่

  

จริงๆมันก็ไม่ค่อยเกี่ยวกับเราเท่าไหร่เพราะไม่ใช่นักศึกษาใหม่ (คืออายุ 22 แล้วอ่ะนะ เหมือนจะอายุน้อย แต่แก่กว่าคนทั้งมหาลัย -_-;) เอาเป็นว่าเรากับเพื่อนปฏิเสธทุกชมรมที่เดินเข้ามาหา แล้วปกติชมรมพวกนี้พอได้ยินว่าเป็นนักเรียนต่างชาติ ก็จะเข้าใจหนีหายไปเอง (เหมือนกรูแขวนหลวงพ่ออะไรอยู่)

  

ทว่ามีอยู่ชมรมนึงที่ไม่กลัวพระ... คือชมรมร้องเพลงประสานเสียงนี่ล่ะ @_@; ไอ้หนุ่มที่มาชวนเราเข้าชมรมนี่เป็นเด็กปีสอง (ที่ท่าทางดูมืดมนๆ) พอได้ยินว่าเป็นคนไทยก็บอกว่าจะฮัมเพลงชาติไทยให้ฟัง (??) @_@; ถ้าทำได้...ตอนเย็นจะมีการแสดงเล็กๆของชมรม ให้ไปร่วมนะ...

  

ปรากฎว่ามันร้องทำนองเพลงชาติไทยได้จริงๆ (มารู้ทีหลังว่าเป็นพวก Mania เพลงชาติ สะสมเพลงชาติของประเทศต่างๆ -_-;) หลังจากไปร่วมงานของชมรมแบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ก็พลาดท่าเสียทีไม่้รู้อีท่าไหน ไปเข้าชมรมเค้าได้ (ทั้งที่อ่านโน้ตดนตรีไม่ออก)

  

ยังไม่ทันจะได้เริ่มเข้าชมรมหรืออะไรกัน ทางชมรมก็จัดงานชมซากุระ (ฮานามิ) กันก่อนในคืนวันหนึ่งที่มารุยามะโคเอ็ง (ในเกียวโต ใกล้ๆมหาลัยนี่ล่ะ) ที่งานนั้นนี่เอง เป็นที่ที่เจอกับคุณฮายาชิึครั้งแรก (แต่มันมืด จำอะไรไม่ได้นอกจากมันตาโต ส่วนมันก็เดินตามหาชาวต่างชาติที่เข้ามาใหม่เพราะได้ยินรุ่นน้องบอกว่ามีชาวต่างชาติเข้าชมรมมา 2-3 คน มันยังด่ารุ่นน้องอีกว่าใครไปเอาชาวต่างชาติเข้ามาวะ!)

  

ทว่านับจากนั้น... คุณฮายาชิมันก็กลายเป็นพี่เลี้ยงชาวต่างชาติอย่างพวกเราไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ @_@; ทางชมรมมีโปรแกรมโครงการงานอะไรมันก็จะโทรหรือส่งแมสเสจหาเราตลอด (เหมือนเีราเป็นตัวแทนองค์กรชาวต่างชาติในชมรม) บางทีมันก็นัดให้เรามาซ้อมก่อนเฉยเลยเพราะว่าเราอ่านโน้ตไม่ออก (ทว่าปัจจุบันก็ยังอ่านไม่ออกอยู่) @_@; เราลงไปซื้อน้ำ มันก็ตามลงมาเพื่อจะบอกว่า ห้ามเอาน้ำขึ้นไปกินข้างบนนะ (แล้วเมิงปล่อยกรูลงมาทำไม) ดังนั้นต้องไปนั่งดื่มน้ำกับมันในโรงอาหารให้หมดก่อน อะไรอย่างนี้เป็นต้น... บางครั้งมันก็ทำตัวดูเหมือนจะปกป้อง อย่างไปคาราโอเกะกันหลังเลิกซ้อม ก็มีคนในชมรมมาชวนเราคุย (คงอยากเป็นเพื่อนด้วย) แต่ออกแนวพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง เสียงอยู่ในลำคอ แล้วก็ชวนคุยเรื่องอะไรก็ไม่รู้ คุณฮายาชิก็เข้ามาแทรก แล้วก็มาเอาเราออกไป คือ...มาคิดทีหลังมันก็ทำอะไรเท่ห์ๆหลายอย่าง (แม้หน้าจะไม่ให้) แต่เราไม่คิดอะไรเพราะหนึ่งมันอายุน้อยกว่า (แต่โคตรทำตัวเป็นใหญ่) สองเรามีแฟนอยู่แล้วที่ไทย และสาม คิดว่ามันเป็นพี่เลี้ยงชาวต่างชาติ... (จากการทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของนักเรียนต่างชาติของมันทำให้ไม่มีใครในชมรมกล้ามาเป็นเพื่อนด้วย -_-; สุดท้ายเราก็ไม่มีเพื่อนเลยซักคน รู้สึกตัวอีกทีก็มีแต่มันคนเดียว...)

  

ระหว่างนั้นเราก็มีปัญหากับแฟนเก่าเราต่อไป (เหมือนละครไทยดีแท้) จริงๆไม่ใช่เราไม่รักแฟนเก่านะ เราก็ลงทุนไปถามเกี่ยวกับวีซ่า ถามอะไรให้ คือเราก็อยากจะเรียกให้แฟนเก่าเรามาเรียนที่นี่ด้วยกัน ก็ยังหวังว่าเราจะลงเอยกันอยู่ แต่ก็ผิดหวังที่รู้ว่ามันเป็นไปได้ยาก แล้วตัวแฟนเก่าเราเองก็ไม่กระตือรือร้นที่จะอยากมาเท่าไหร่ ซ้ำยังไม่โทรมาหาอีกด้วย... ถ้าถามถึงนิสัย เค้าก็เป็นคนดี รักเพื่อนฝูง(มากกว่าแฟน) เป็นคนของสังคม งานอดิเรกชอบแต่งรถ มีเรื่องให้ใช้เงินตลอด (เงินเดือนเท่ากันแต่ไม่มีเงินเก็บ หลายอย่างเราต้องออกให้อีกต่างหาก) จริงๆเราสองคนก็ไม่ค่อยมีอะไรเหมือนกัน งานอดิเรก ความชอบ สไตล์การใช้ชีวิตก็ไม่เหมือนกันเท่าไหร่

  

แต่สิ่งที่ทำให้เราเสียใจมากก็คือ วันนึงเค้าโทรมาหาแล้วก็คุยกับเรานานมาก คือเราเข้าใจว่าเค้าคิดถึงแล้วก็ยอมเสียเงินโทรมาหา แต่มารู้ทีหลังว่าเค้าแอบเข้าไปในบ้านเราตอนที่ไม่มีใครอยู่ (จะเรียกว่าแอบก็ไม่ถูก เพราะเค้าเข้าออกบ้านเราเป็นปกติ รู้ว่ากุญแจอยู่ตรงไหน) แล้วก็มาใช้โทรศัพท์ที่บ้านของเรา...

  

ทำให้แม่ต้องเสียเงินค่าโทรทางไกลต่างประเทศแพงมาก...

  

และมารู้ทีหลังอีกว่าเค้าออกจากงานโดยที่ไม่บอกเรา ที่แย่กว่านั้นคือ ออกจากงานแล้วไปทำงานกับบริษัทแฟนเก่าของเค้า... (คือเป็นลูกน้องแฟนเก่าของเค้านั่นเอง)

  

... พอถึงตอนนั้นก็ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่า เรื่องของเรามันคงไม่ไหวแล้วมั้ง... แล้วเราก็เริ่มคิดอยากจะต่อโทที่ญี่ปุ่นนี้ด้วย ไม่รู้จะใช้เวลาอีกกี่เดือนกี่ปี เค้าเองก็ยืนยันว่าอยากจะไปอเมริกา (ทุกวันนี้เค้าก็ได้ไปสมใจ และได้ทำงานอยู่ที่อเมริกาจริงล่ะนะ ^_^;) แบบว่ามันสองทางเดินแล้วล่ะต้องยอมรับ -_-; (สุดท้าย เราบินกลับไทยเพื่อไปจัดการเรื่องที่ค้างคาให้เด็ดขาด เราก็เลยเลิกกันด้วยประการฉะนี้)

  

กลับมาที่ไอ้อ้วนแว่น...จริงๆก็เห็นมันเป็นน้องชายนะ พอเริ่มสนิทกันขึ้นเพื่อนเราก็ถามมันว่า ชอบใครในชมรมนี้หรือเปล่า? มันดูกระตุกไปอย่างเห็นได้ชัด @_@; เลยได้รู้ว่าจริงๆมันเคยมีแฟนในชมรมเดียวกันนี้แหล่ะ คบกันมาตั้งแต่ปีหนึ่้งจนถึงปี 4 เพิ่งเลิกกันไปเมื่อเดือนมกราที่ผ่านมาโดยผู้หญิงเป็นฝ่ายขอเลิก... คือผู้หญิงเป็นคนใจร้อน อะไรนิดหน่อยก็ขอเลิก แล้วเดี๋ยวก็มาขอคืนดี ตั้งแต่คบกันมาเป็นอย่างนี้มา 4 ครั้งแล้ว

  

ที่สำคัญ... ผู้หญิงคนนี้ก็น่ารัก เป็นนักร้องนำคนเก่งของ Soprano Part (ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมาึคบกับมัน?) ส่วนคุณฮายาชิก็เป็นหัวหน้าของ Tenor ที่เก่งเหมือนกันแล้วก็เป็นหัวหน้าชมรมเมื่อปีที่แล้ว แบบว่าเป็นคู่ดังที่คนในชมรมรู้จักกันดี ทุกคนชื่นชมเพราะเก่งกันทั้งคู่...

  

และ...คนในชมรมไม่รู้ว่าเลิกกัน @_@; เราว่าคุณฮายาชิเป็นผู้ชายที่ดีมากก็ตรงที่ไม่บอกใครว่าเลิกกันนอกจากผู้หญิงจะเป็นฝ่ายบอกคนอื่นเอง เพราะคิดว่าผู้หญิงก็มีสังคมและมีหน้ามีตาในชมรม ไม่ใช่เรื่องที่เค้าซึ่งเป็นผู้ชายต้องประกาศบอก เลยกลายเป็นว่าทุกคนคิดว่าเค้ายังคบกันอยู่ ไม่มีใครรู้ว่าเลิกกันเลย

  

... พอมีตัวละครที่สำคัญโผล่มาอีกตัว ก็เริ่มรู้สึกใจหายนิดๆ -_-; 

  

เวลาผ่านไป... เรากับคุณฮายาชิก็ยังสนิทกันเหมือนเดิม (เมล์คุยกัน โทรคุยกัน ปรึกษานู่นนี่ สัพเพเหระ) จนกระทั่งทางชมรมมีกำหนดการจะเข้าค่ายฝึกซ้อมแถวบิวาโกะ ตอนแรกคุณฮายา่ชิติดทำงานพิเศษและบอกว่าจะไม่ไป ส่วนเราไม่มีอะไรทำก็ไปด้วย คุณฮายาชิก็มาพูดกับเราเหมือนว่าถ้าเราไปเค้าก็จะไป (คือบางทีมันก็ชอบพูดอะไรก้ำกึ่ง เหมือนจะให้คิด แต่ถ้าคิดก็จะกลายเป็นเข้าข้างตัวเอง) แต่จะตามไปตอนกลางคืน ทำงานพิเศษเสร็จแล้วจะไป แล้วยังเล่าให้เราฟังอีกว่า... แฟนเก่าคนนั้นมาขอคืนดีแล้ว และขอคำตอบในการเข้าค่ายครั้งนี้ด้วย...

  

@_@; (ไม่รู้จะคอมเม้นต์อะไร) คือตอนนั้นคิดว่าเค้าคงจะไปคืนดีกันล่ะ เพราะมันเป็นอย่างนี้มา 4 ครั้งแล้วนี่ แบบว่ารู้สึกโหวงเหวงบอกไม่ถูก (ทำไมไม่รู้ รู้สึกถึงความแก่ขึ้นมาอย่างแรง เฮ้อ... หนุ่มสาวนี่มันดีจริงน้อ T^T)

  

แล้วก็เป็นเรื่องอีก เพราะตอนคุณฮายาชิตามมาตอนกลางคืนเนี่ย เป็นตอนที่เค้าแบ่งห้องนอนกันไปแล้ว ตอนเรากำลังจะเข้านอนเค้าแมสเสจมาถามว่าอยากกินขนมอะไร จะซื้อเข้าไปให้ เราตอบโปเตโต้ชิพก็ได้... ปรากฎว่ามันดึกแล้ว คุณฮายาชิไม่อยากเข้าไปห้องฝั่งผู้หญิง เลยเอามาให้ทางหน้าต่าง

  

ซึ่งมันไม่ใช่ห้องที่เรานอน... -_-; (กรุไม่ได้นอนห้องน้านนน ไหนล่ะโปเตโต้ของกรู T^T)

  

เป็นห้องแฟนเก่าเค้านอนพอดี ^_^; ในห้องก็เลยกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ (อย่าลืมว่าทุกคนไม่รู้ว่าเค้าเลิกกันไปแล้ว) และแฟนเก่าเค้าก็คงดีใจ... คิดว่าคุณฮายาชิซื้อมาให้ แล้วก็คิดว่าคงจะคืนดีกันได้เหมือนที่ผ่านๆมา (น่าจะเป็นลางดีสำหรับเค้า...) หลังจากนั้นสาวๆในห้องก็คุยเรื่องหนุ่มๆกัน เพื่อนเราอยู่ห้องนั้นพอดี เึค้าก็ให้เดาว่าในชมรมนี้ใครเป็นแฟนกันใคร (การ์ตูนจริงๆ) แล้วแฟนเก่าคุณฮายาชิก็บอกกับเพื่อนเราเองว่า เค้าเป็นแฟนของคุณฮายาชิ (ก่าง..ง...)

  

ตอนที่เพื่อนเล่าให้เราฟัง เราเริ่มกังขา...สงสัยจริงๆแล้วเค้าไม่ได้เลิกกันจริงๆม้าง... ก็คิดดูว่าไม่มีใครรู้ แล้วทุกอย่างก็เป็นคุณฮายาชิบอกเราเองทั้งหมด มันต้องโกหกเราแน่ๆ -_-; (กล้าหลอกคนแก่เหรอ หนอย...)

  

เข้าค่ายวันที่สองเป็นเรื่องบังเอิญมากที่เราจับสลากได้นั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกับคุณฮายาชิ @_@; (สองมื้อได้) หลังจากนั้นไม่ว่าจะมีกิจกรรมอะไรเกี่ยวกับสมาชิกใหม่ ไอ้คุณฮายาชิมันก็จะเสนอหน้ามานั่งด้วยทุกงาน จนการอธิบายเรื่องต่างๆของชมรมจบและปล่อยฟรี คุณฮายาชิมาชวนเราเล่นเกมอะไรซักอย่าง (ถ้าจำไม่ผิด あっちむいてほい!) แล้วบอกว่าใครแพ้ต้องเลี้ยงน้ำ... ปรากฎว่าเราแพ้ มันพยายามทวงให้เลี้ยงน้ำอยู่นั่น -_-; เราสองคนก็เลยออกจากห้องไปอย่างไม่มีพิรุธ  

 

 

ตอนลงไปซื้อน้ำ คุณฮายาชิชวนไปนั่งดื่มตรงห้องเล็กๆห้องนึงเหมือนล็อบบี้ คือมันไม่ได้มีผนังมีประตูอะไรอ่ะนะ มีโซฟาให้นั่งคุย ก็คุยกันนาน...จนกระทั่งหลังอาหารเย็น มีงานเลี้ยงต้อนรับ แบบว่ามีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย (ได้ข่าวพวกแกรส่วนใหญ่ยังไม่บรรลุนิติภาวะนะเว้ยเฮ้ยยย!) เราจำได้ว่าเค้าแบ่งเป็นกลุ่มๆนั่งโต๊ะ แล้วเราก็ดื่มของเราอยู่ดีๆ ไอ้นี่ก็เดินมาหยิบแก้วจากมือเราออก อยู่ๆก็บอกว่าห้ามเราดื่มแล้ว... @_@; (ได้ข่าวว่าชั้นอายุมากกว่าแก) จากนั้นก็ไปหาเครื่องดื่มอย่างอื่นมาให้ แล้วก็มานั่งตรงนั้น... (ทุกคนดูงงๆกันไปเล็กน้อย...) <-- ไม่มีใครกล้าถามว่า มันมานั่งตรงนี้ทำไม? 

 

 

ตอนนั้นเราใส่นาฬิกาข้อมืออยู่เรือนนึง (ซื้อมา 199 บาทที่ไทย สีแดงแว้งเชียว -_-;) คุณฮายาชิก็ขอดู แล้วเอาไปใส่ (เมาป่าววะ?) พอดีกับที่มีแมสเสจเข้ามาทางมือถือคุณฮายาชิ... ปรากฎว่าจากแฟนเก่าคนนั้น... เรียกออกไปคุย @_@;

  

ตอนนั้นเป็นครั้งแรกนะที่เรารู้สึกว่ากระสับกระส่าย ทุกคนนั่งคุยนั่งดื่มกันต่อ (แต่จำไม่ค่อยได้) จนนานมาก... คิดว่าจะไปนอนอยู่แล้ว แต่มีแมสเสจเข้ามาทางมือถือพอดี... จากคุณฮายาชิ บอกว่าให้ลงไปเอานาฬิกาคืนที่ชั้นล่าง จะรออยู่ที่ห้องที่นั่งดื่มน้ำกันเมื่อตอนกลางวัน

  

เราก็เลยลงไป... ปรากฏห้องนั้นมันปิดไฟมืดสนิท @_@; แต่คุณฮายาชิก็นั่งอยู่ ดูซึมๆเล็กน้อย เราไม่ถามอะไร จะรับนาฬิกาคืนอย่างเดียว แต่คุณฮายาชิดึงไว้ (เหมือนในหนัง) บอกว่าเค้ารู้สึกว่าเป็นคนแย่มากที่ปฏิเสธแฟนเก่าไปเรื่องขอคืนดี (อ้อ... เค้าปฏิเสธแฮะ...)

  

จากนั้นก็ยืนอ้ำอึ้งอยู่ในความมืด... เราก็ยืนนิ่งไม่กล้าออกไป ได้ยินอะไรประมาณว่าเค้าไม่สามารถกลับไปคืนดีกับแฟนเก่าได้เพราะว่าเค้าชอบคนอื่นไปแล้ว... ระหว่างกำลังตะลึงอยู่นั่นเอง รุ่นน้องของคุณฮายาชิที่อยู่ Tenor ด้วยกันก็เดินผ่านหน้าห้องอย่างได้จังหวะ (มันเป็นตัวประกอบเรอะ!) @o@!

  

อาการตอนหันมามองประมาณว่าตาเหลือก! (ที่เห็นคุณฮายาชิอยู่ในห้องมืดๆนั้นกับเราสองคน) คิดแล้วยังขำไม่หาย เพราะหลังจากที่เห็นเราสองคนมันก็รีบหันกลับไป (แล้วรีบจ้ำอ้าวเหมือนบอกตัวเองว่า ไม่.. กรูไม่เห็นอะไรเมื่อกี้นี้ มันคือภาพลวงตา!)

  

ตอนแรกเรากังวลมากเพราะกลัวว่าจะเกิดภาพไม่ดี แต่คุณฮายาชิบอกว่าไม่ต้องห่วง เพราะหมอนั่นเป็นรุ่นน้องสายตรงของมันเอง (คงไม่กล้าบอกใครเด็ดขาด) จากนั้นก็บอกให้เปลี่ยนที่คุยกัน... มันก็พาขึ้นไปตรงห้องญี่ปุ่นว่างๆ (คือมันจะมีห้องหลายห้อง ซับซ้อนมาก) แต่ก็ไม่ได้เปิดไฟคุยกัน ยังไม่ทันได้คุยอะไรเป็นกิจจะลักษณะเพราะเรามัวแต่ถามเรื่องที่เค้าปฏิเสธแฟนเก่าไป (เมื่อกี้ว่าอะไรนะ? ช่วยบอกอีกรอบซิ...)  ปรากฏว่าได้ยินเสียงคนกลุ่มใหญ่เดินผ่านหน้าห้อง...

  

ห่_ ติดกันมันเป็นอ่างล้างหน้าแปรงฟันของพวกผู้ชายนี่หว่า @o@!! (เพิ่งรู้สึก!) แบบว่าได้ยินเสียงคุยกันสนุกสนานมาก แล้วก็เดินผ่านห้องที่เราสองคนนั่งอยู่ไปแปรงฟันเป็นกลุ่มๆ ลองคิดดูดีๆแล้ว... ถ้ามีใครมาเห็นเข้าตอนที่เราอยู่กันในห้องมืดๆสองคนอย่างนี้นี่จะไม่มีคำแก้ตัวอะไรใดๆเลย... (ถูกส่งกลับประเทศแน่กรู!) ทำไมเราตามมันมาในห้องนี้ได้วะเนี่ย เฮ้ยยยย!

  

ตอนนั้นจำได้ว่าถอยห่างจากมัน แล้วก็พยายามทำตัวลีบติดข้างฝาเอาไว้ (ประมาณว่าถึงมีคนเปิดมาก็ต้องไม่เห็นกรู...) เรามองไม่เห็นหน้าตาคุณฮายาชิ แต่ได้ยินเสียงหัวเราะ (เฮ้ย! เอ็งอย่าหัวเราะ เดี๋ยวรู้กันว่ามีคนอยู่) จากนั้นมันก็เดินเข้ามาใกล้ เอานาฬิกามาใส่ให้ แล้วบอกว่าจะไปถ่วงเวลาคนพวกนั้น ให้เราเผ่นแน่บกลับไปนอนไป

  

ได้ยินเสียงมันออกไปทำโหดใส่พวกที่ยืนแปรงฟันกันอยู่ (น่าสงสารจัง) ไอ้พวกที่แปรงฟันคงไม่รู้เหมือนกัน กรุทำไรผิดเนี่ย? (ส่วนเราไม่รู้ละ หนีโลด)

  

โกยแน่บกลับห้องนอนโดยตอบคำถามเพื่อนไม่ได้ว่าไปไหนมา... สักพักก็มีแมสแสจเข้ามาทางมือถือ... บอกว่า “好きです。付き合ってください。” (ไม่ขอแปลได้มั้ย... เอาเป็นว่าสารภาพรัก ขอคบกันเป็นแฟน)

 

 

ตอบอะไรไม่ถูก เลยอึ้งไปพักใหญ่... ซักพักเมล์มาอีก “I love you” .... อ้อ... มันแปลเป็นเวอร์ชั่นอังกฤษมา คงคิดว่ากรุอ่านไม่ออก -_-; (กรุก็ร่ำเรียนเอกญี่ปุ่นมาหลายปี แค่นี้อ่านออกน่ะ)

 

 

สับสนในจิต เลยตัดสินใจไม่ตอบ... นอนไม่หลับถึงเช้าแน่ะ -_-;

  

พอตอนเช้า ออกจากห้องมารวมตัวกัน เป็นวันกลับแล้ว จริงๆต้องกลับพร้อมกัน ปรากฎว่าคุณฮายาชิไม่ยอมมากินข้าวเช้า แล้วก็ลากกระเป๋าออกไปคนเดียวเงียบๆ ไม่พูดไม่จาไม่ทักไม่อะไรใครอีก (เวร... กรุผิดแล้วไหมล่ะ) เพื่อนเราที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรก็ลากตามมันไป (ด้วยความที่ปกติพวกเราสนิทกับคุณฮายาชิ) ก็ตามไปขึ้นรถไฟ ไปนั่งกับมันอีก (ซึ่งมันทำหน้าซังกะตายมาก)

  

ที่นั่งในรถไฟเป็นแบบนั่งหันหน้าหากัน 4 คน เพื่อนเราสองคนนั่งด้วยกัน ส่วนเรานั่งติดกับมัน บรรยากาศเลวร้ายสุดๆ (แต่เพื่อนไม่รู้ตัว ยังคงนั่งคุยกันไป) คุณฮายาชินั่งเล่นโทรศัพท์โดยไม่สนใจพวกเราแม้แต่น้อย สักพักก็พูดขึ้นมาว่า ได้ยินเสียงโทรศัพท์ใครดัง? ทุกคนก็เลยยกขึ้นมาดู... ของเราเอง มีแมสเสจส่งเข้ามา

  

ก็จากมันนี่หว่า...

 

 

คือมันขอโทษเรื่องเมื่อวาน...ที่สารภาพรักกระทันหัน แต่อยากให้รู้ว่า มันไม่ได้เมา... -_-;

 

 

คุยไปคุยมายังไงไม่รู้... (แมสเสจคุยกัน ทั้งที่นั่งติดกันอยู่) ไปตอบตกลงเดทกับมันตอนไหนจำไม่ได้... รู้สึกตัวอีกที หลังเลิกซ้อมของเย็นวันหนึ่ง มันก็พาเดินออกจากมหาวิทยาลัย ตรงไปฟุชิมิอินาริจินจา (วัดที่มีเสาโทริอิเป็นพันต้นนั่นแหล่ะ อยู่แถวมหาวิทยาลัยพอดี ไปเดินบ่อย จริงๆมันก็ไม่เห็นมีอะไร ทำไมคนไทยชอบไปกัน?) เอา้เป็นว่าการเดทครั้งแรกของเราไปเดทกันที่ศาลเจ้า @_@; ต่างจากที่ผ่านมาในชีวิตข้อยอย่างสิ้นเชิง ปกติเค้าชวนไปดูหนังกินข้าวกันไม่ใช่เหรอ???

  

แล้วนี่... มันชวนให้ซื้อโอเบงโตขึ้นไปกินข้างบน จริงๆเราก็ไปหลายครั้งแล้วนะศาลเจ้านี้ แต่เราไม่เคยลัดเลาะขึ้นไปสุดๆเลยซักที @_@; พอขึ้นไปมันจะมีทางแยกเป็นสุสาน (ที่คนปกติเค้าคงไม่เดินขึ้นไป) วันนั้นมีรายการอะไรไม่รู้มาถ่ายทำประมาณรายการถ่ายวิญญาณกันอีกต่างหาก -_-; (เมิงมาถ่ายทำอะไรกันวันนี้) ประมาณว่าเหมือนมีผู้มีพลังจิตมาเดินหาผี (ส่วนคู่เรามาเดทกันตรงสปอตที่เค้าหาผีกันเนี่ยแหล่ะ) คุณฮายาชิพาเดินตัดสุสานอย่างชำนาญ ขึ้นไปข้างบนมันจะเป็นที่ว่างๆมืดๆ แต่...

  

เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นทั่วเกียวโต @o@.... เป็นวิวกลางคืนที่สวยมากๆ สวยที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา... ทุกวันนี้ยังประทับใจอยู่เลย... ลืมที่ข้างล่างเค้าหาผีกันไปสิ้น...

  

คุณฮายาชิสารภาพรักอีกรอบตรงนั้น... แล้วเราก็คงเริ่มคบกันหลังจากนั้นมั้ง...

  

พอเราจบคอร์สภาษา ก็ตัดสินใจเรียนต่อคอร์สวิจัยเพื่อจะเรียนปริญญาโทในปีต่อไป ส่วนคุณฮายาชิก็หางาน เงื่อนไขของมันคือต้องอยู่ในแอเรียที่เราสามารถเดินทางไปมหาวิทยาลัยได้... เพราะมันต้องการให้เราย้ายมาอยู่ด้วยกัน... @_@;

  

โดย... บินไปหาแม่้เราที่ไทย เพื่อขอให้เราย้ายมาอยู่ด้วยกัน เนื่องจากต้องการจะเก็บเงินแต่งงานให้ได้เร็วๆ (เอ่อ.. ปีนั้นมันเพิ่งอายุ 20) ที่บ้านเราตกใจมาก @_@; เพราะมันมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แล้วมันไม่ยอมนอนโรงแรม (เจือกจะค้างบ้านกรุอีก) ที่ว่าคุยก็ใช่ว่าจะคุยกับเค้ารู้เรื่อง (เพราะมันพูดภาษาญี่ปุ่นได้ภาษาเดียว ไม่เคยมีเพื่อนต่างชาติ ไม่เคยไปต่างประเทศหรือสนใจต่างประเทศแม้แต่น้อย ประเทศไทยอยู่ตรงไหนก็หารู้จักไม่) สรุปว่ากรุต้องมานั่งแปลอะไรที่ขัดๆเขินๆและจั๊กกะเดียมเป็นอย่างมาก -_-;

  

แต่ที่ผิดคาดก็คือ แม่อนุญาต และแม่ก็บินมาดูถึงญี่ปุ่น... เราก็เลยย้ายมาอยู่ด้วยกันด้วยประการฉะนี้... ปีต่อมามันก็เก็บเงินแต่งงานได้ (เร็วสุดๆ) และก็ขอแต่งงาน... หลังจากคิดถี่ถ้วนแล้ว... เลยตัดสินใจไม่ต่อโท แต่งงานกับมันแล้วกันวะ! ทั้งที่ตอนวันจดทะเบียนมันยังอายุ 21 อยู่นี่แหล่ะ... (เสี่ยงชิบ)

  

ไม่้น่าเชื่อว่า่มันจะรอดเนอะ ^_^; ตอนนี้มีบ้านอยู่... ลูกก็จะสองแล้ว เวลาผ่านไปเร็วจัง... แต่มันก็เพิ่งจะอายุ 28 ไปเมื่อต้นปี -_-; (ลูกสองแล้วเรอะ!) ตั้งแต่แต่งงานมา มันก็ยังเหมือนเดิม เคยเป็นไงก็เป็นงั้น... ถ้าเป็นอย่างนี้กันไปได้เรื่อยๆ ก็คงดี ^_^

  

คิดถึงวันเก่าๆแล้ว...ช่วงหนุ่มสาวนี่มันดีจริงๆ... แต่มีอายุก็มีความสุขของคนมีอายุ ^_^ อยู่กันสองคนก็มีความสุขแบบหนึ่ง มีลูกก็มีความสุขอีกแบบหนึ่ง... ซักวันนึงถ้ามีหลาน ก็คงจะได้มีความสุขกันอีกแบบหนึ่งเนอะ ^_^

 

 

    

ป.ล. ส่วนแฟนเก่าของคุณฮายาชิก็ไปแต่้งงานกับรุ่นน้องในชมรมอีกคนนึง (เป็นที่ฮือฮาเช่นกัน) คือรุ่นน้องคนนี้ก็อยู่ Tenor เหมือนคุณฮายาชิ แล้วสมัยที่ซ้อมร้องเพลง หมอนี่ได้รับเลือกให้เป็นชิคิฉะ (วาทยากร?) เวลาซ้อมจะโดนเจ๊เธอด่าทุกวันๆๆๆ @_@; (เจ๊น่ากลัวมากเวลาด่าน้องคนนี้...) แล้วไม่รู้เป็นไงมาไงถึงแต่งงานกัน ตอนนี้มีลูกสาวหนึ่งคน เพิ่งคลอดปีที่แล้วค่ะ ^_^ (สงสัยเป็นซึนเดเระ...) โลกนี้ก็แปลกดี...

 

 

  ป.ล. 2 อ่านจบหรือเนี่ย?? @_@;    

 

Aki

 

หนูก็เลยเกิดมาด้วยประการฉะนี้ไงลูก ^_^

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ้ววว ยาวมากจริงๆ ค่ะพี่โบว์
แต่อ่านจบทุกบรรทัดค่ะ สนุกดี

เป็นเรื่องจริงที่ยิ่งกว่านิยาย น่าทึ่งจริงๆ ค่ะที่ตั้งแต่อายุ 20 นี้ดๆ ก็มีคนรักถึงขนาดหมั้นหมายกัน ท่าทางจะเป็นคนจริงจังทั้งคู่เลย

คุณฮายาชิเด็ดเดี่ยวมากเลยนะคะเนี่ย ไม่เคยรู้จักประเทศไทยแท้ๆ แต่ก็ไป ส่งเมสเสจสารภาพรัก แล้วก็ทำงานเก็บเงินแต่งงานภายในเวลา 1 ปี

อืม แต่ลองคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วมันก็ดูเป็นพรหมลิขิตดีเนอะ big smile
น่ายินดีด้วยค่ะที่ได้เจอกันเหมือนนิทานแล้วก็ได้รักกันมีความสุขแต่งงานกันแบบไม่คาดฝันแบบนี้ surprised smile

ปล. ลองไปทำแบบทดสอบจากเว็บเดิมที่โบว์ลิงค์ไว้เพิ่ม บางอันก็ตรงดีเหมือนกันนะคะ สนุกดี ว่าแต่คนญี่ปุ่นก็ทายอะไรแปลกดีเนอะ...complex ในเรื่องรัก...sad smile

#1 By Hong on 2009-06-16 22:17

โอ...อ่านแล้วเคลิ้มเลยค่ะ ประหนึ่งอ่านนิยายเรื่องหนึ่งเลยทีเดียวนะคะ รู้สึกปลืิ้มจัง ^^ คนเราจะคู่กัน ถึงจะอยู่คนละประเทศก็ยังมาพบกันได้ ถึงจะมีอุปสรรค ก็ผ่านไปได้อย่างแฮปปี้นะคะ

ขอให้คุณ Kisara มีความสุขมากๆ ค่า น้องอาคิน่าหยิกแก้มจังนะคะ cry

#2 By ฟูจัง~* on 2009-06-16 22:18

อ่านจบค่า cry
เหมือนกำลังอ่านการ์ตูนรักหวานแหววเลยค่ะพี่ คุณฮายาชิ(พระเอก!)เท่มากเลย
ขอบคุณที่เล่าให้ฟังนะคะ

#3 By ┼ SY┼ on 2009-06-16 22:21

โหยยยยยยยยยยยย นิยายมากเลยคะพี่

อ่านแล้วแบบการ์ตูนญี่ปุ่นสุดเลย อิอิอิ ขำฉากที่รุ่นน้องโผล่มากะส่งเมลล์คุยกันทั้งๆ ที่นั่งตรงข้าม


แหม มิน่าเขาถึงบอกว่า นิยายมันก็เอามาจากเรื่องจริงทั้งน้านนนน


อยากไปเห็นวิวเกียวโตยามค่ำคืนบนฟุชิมิเหมือนกันน้า

#4 By tapum on 2009-06-16 22:21

โห
เอาไปเขียนนิยายได้เลยนะคะ
แต่ก็จบลงด้วยความสุขเนอะ big smile

#5 By Bluemoon on 2009-06-16 22:21

โอ้ว! สนุกมาก ๆ เลยครับสำหรับเอนทรี่นี้
อืม เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าพี่โบว์รู้จักคำว่า ซึนเดเระ ด้วย นึกว่าไม่รู้ซะอีก เพราะไม่เห็นพี่โบว์ดูอนิเมเท่าไหร่น่ะครับ confused smile

#6 By リリース on 2009-06-16 22:22

อร๊ายยยย
โรแมนติกจังเลย

น่ารักมากๆ เลยค่ะ
อ่านจนจบเลย
แถมรดน้ำด้วยbig smile

#7 By namnampai on 2009-06-16 22:23

อ่านแล้วอยากเอาไปเขียนเป็นการตูนเลยล่ะครับ .....

#8 By garun on 2009-06-16 22:24

อ่านแล้วอยากปรบมือดังๆให้กับทั้งเจ้าของบล็อคทั้งฮายาชิซังเลยค่ะ cry cry cry ใจกล้ามากเลยที่บินมาไทยมาพบคุณแม่ นับถือจริงๆค่ะ cry

#9 By Meiko S. on 2009-06-16 22:24

อ่านแล้วอยากเอาไปเขียนเป็นการตูนเลยล่ะครับ .....ชอบ^ ^โดยเฉพาะช็อตชมวิวตอนกลางคืน

#11 By garun on 2009-06-16 22:25

อ่านทุกบรรทัดเลยคะคุณโบว์
อ่านไป กรี๊ดไป
ทำไมมันช่างเหมือนการ์ตูนญี่ปุ่นอย่างนี้

เห็นแมสเสชสารภาพรักนั่นก็กรี๊ดแล้วคะ ฮิๆ

#12 By myuk on 2009-06-16 22:25

อ่านแล้วเขินจังเลย ค่ะ.....surprised smile
น่าดีใจด้วยนะคะ มีคนที่น่ารักๆ อยู่ข้างๆ
คุณฮายาชิ น่ารักมากๆเลยค่ะ อิจฉานะเนี่ย!

#13 By I'm on 2009-06-16 22:27

เหมือนนิยายรักอย่างแรงงงงงงงงงงงงงงงงง

#14 By Cotton on 2009-06-16 22:28

อ่านจบแล้ว

โอว ความรัก

ปล.น้องอาคิน่ารักมากครับ confused smile

#15 By ChimERaTeDdY on 2009-06-16 22:33

อ่านแล้วยิ้มไม่หุบเลยค่ะ อิอิ
(จริงๆ ตามอ่านมา 3 เอนทรี่แล้วค่ะ แต่เอนทรี่นี้อยากเม้น 555+)

นับถือมากๆ เลยค่ะ เริ่มตั้งตัวกันตั้งแต่อายุยังน้อยมากเลยน้า
อ่านแล้วประทับใจแทนจังค่ะ
มันยิ่งกว่านิยายอีกอ่ะ
อ่านแล้วก็คิดไปว่าชาตินี้จะมีโอกาสได้เจอแบบนี้มั่งมั้ยน้า >_<

#16 By takari555 on 2009-06-16 22:36

กุ๊กกิ๊กดีจังsurprised smile surprised smile surprised smile
สุดยอด เป็นนิยายเรื่องนึงได้เลยค่ะ
คุณฮายาชินี่ก็แอบโรแมนติกเหมือนกันนะเนี่ย confused smile
ว้าว เค้าเรียกพรมลิขิตใช่มั้ยคะ

ยินดีด้วยจริงๆ ค่ะ big smile

#19 By ChocoLek on 2009-06-16 22:47

อั๊ยยยยยยยยยยยยย โรแมนติกสุดๆ!
อิจฉาจังงง
cry

#20 By PikAe on 2009-06-16 22:53

It's very cartoon mak mak ka. It gave me the feeling of love story in college. Thanks for sharing na ka.

#21 By Honey Mustard (98.244.102.103) on 2009-06-16 22:55

อ่่านจบเหมือนกันค่ะ ^^

ได้ฟิวการ์ตูนญี่ปุ่นเลย

เมสเสสบอกรักนี่น่ารักจังเลยค่ะ

#22 By MoshMosh on 2009-06-16 22:57

อ่านไปยิ้มไปด้วยอีกคน อะฮะๆๆ

โรมันถึกซ้า~~

#23 By Choco on 2009-06-16 22:59

น่ารักโรแมนติกจังเลยค่ะ

เหมือนการ์ตูนเลยนะ confused smile

#24 By Prae on 2009-06-16 22:59

อ่านทุกตัวอักษรเลยค่ะ... อ่านไปก็กรี๊ดกร๊าดคนเดียวไป(ฮา) เชื่อแล้วเรื่องจริงมันยิ่งกว่านิยายcry แต่ละตอนๆ อย่างพวกฉากรุ่นน้อง(ตัวประกอบ? ฮา)เดินมาเจอ ฉากส่งเมสเสจทั้งๆ ที่นั่งอยู่ด้วยกันหรือฉากหลบคนอื่นในห้องข้างๆ อ่างล้างหน้าชวนให้นึกถึงการ์ตูนญี่ปุ่นเอามากๆ เลยล่ะค่ะcry

แล้วก็ทึ่งในความเด็ดเดี่ยวของคุณฮายาชิเอามากๆ ด้วย ทั้งเรื่องบินไปคุยกับคุณแม่คุณ kisara, ทำงานเก็บเงินแล้วขอแต่งงานภายในเวลาปีเดียวตอนอายุเพิ่ง 20ต้นๆ... (อายุเราตอนนี้แล้วเทียบกัน... อา... เรานี่ขนาดมื้อต่อไปจะกินอะไรยังตัดสินใจชีวิตตัวเองยากเย็นเลยค่ะ... =v='' อีแบบนี้ถึงเวลาทำงานจริง แค่ชีวิตตัวเองจะเอาไปรอดมั้ยเนี่ย =v='')

ขอบคุณที่เอามาเล่าให้ฟังและยินดีด้วยนะคะที่คุณ kisara ได้มีความสุขอย่างนี้ >w<

ลป. อ้างอิงถึงเอนทรีก่อนๆ.. อ่านเอนทรีนี้แล้วเชื่อเลยค่ะว่าคุณฮายาชิ เหมือนพระเอกการ์ตูนญี่ปุ่นจริงๆ ด้วยค่ะ ฮา พูดแล้วอยากให้มีคนเอาเรื่องนี้ไปเขียนเป็นการ์ตูนจัง XD

#25 By Irregulars on 2009-06-16 23:03

อ่านแล้วเพลินมากๆ

คุณฮายาชิมุ่งมั่นมาก นับถือจริงๆ big smile
เวลานึกถึงความหลัง มันก็ชวนให้อมยิ้มทุกที

#26 By tikyon on 2009-06-16 23:14

น่าร้ากกจริงๆๆ

แอบเอาไปให้กูเกิลแปลด้วยล่ะ ออกมาว่า
"ฉันชอบ. กรุณาเธอแฟน." แบบแอบฮาconfused smile confused smile

ขอให้พี่มีความสุขมากๆๆนะค่ะconfused smile confused smile confused smile

#27 By i_am_alive on 2009-06-16 23:29

เหมือนนิยายจริงๆด้วย อ่านสนุกจริงๆครับ confused smile Hot!

#28 By ม่อน on 2009-06-16 23:34

คุณพี่โบว์คะ น้องไม่เข้าใจว่าทำไมเวลาอ่านน้องถึงยิ้มไม่หุบ แถมยังออกอาการกรี๊ดกร๊าดอยู่หน้าจอคอมด้วยconfused smile?

ปล.ช่วงนี้รอบตัวได้ยินแต่เรื่องแต่งงาน

#29 By W-mira-S on 2009-06-16 23:42

อ่านไปยิ้มไป
เป็นเรื่องราวที่น่ารักมากค่ะ big smile
โรแมนติก ^^

#30 By Amichan~ on 2009-06-16 23:45

ถึง คุณโบว์

อ่านจบแล้วรู้สึกว่า คนเราถ้าคู่กันล้วไม่แคล้วกันจริง ๆ ด้วยนะครับ ถึงจะมาจากคนละฝั่งโลกก็เถอะ surprised smile

#31 By Old Mustang on 2009-06-16 23:51

“好きです。付き合ってください。”
อ่ะ... ถึงไม่แปล แต่รู้ความหมาย เพราะเมื่อเดือนแล้วไปถามอาจารย์ภาษาญี่ปุ่นมาว่าคนญี่ปุ่นเขาพูดยังไง (ถามไปหน้าแดงไป ฮ่าๆๆๆ)


แล้วตอนนี้คุณฮายาชิพูดภาษาไทยได้ยังครับ มีแม่ยายเป็นคนไทยน่าจะพูดได้บ้างล่ะน้า

#32 By tenshi on 2009-06-16 23:52

ผมยังไม่เคยมีวันวานหวานๆเลยเนี่ยครับ sad smile

มีแต่วันคืนอันขมขื่น

#33 By clock on 2009-06-17 00:08

พรหมลิขิตยันดาลชักพา...

กุ๊กกิ๊กน่ารักดีครับ

นึกภาพเหมืือนในซีรีย์ตลกโรแมนติกญี่ปุ่นcry

#34 By wesong on 2009-06-17 00:08

สวัสดีครับ เจอกันใหม่พรุ่งนี้นะ ....

อ้าว ไม่ใช่ ^ ^"

อ่านจบแล้วครับ เรื่องความรักมันก็เป็นอย่างนี้เนอะ แต่ละคนก็มีเป็นแบบ เป็นเรื่องอะไรที่ต้องให้หมุนไปเจอด้วยตัวเอง

แต่ก็เนอะ เค้ามุ่งมั่น + โรแมนติคจัง surprised smile

#35 By nora on 2009-06-17 00:33

อ่านจบค่า น่ารักออก
เค้าว่าการ์ตูนมันมาจากชีวิตจริงใช้่มั้ย
อ่านเอนทรีนี้แล้วเชื่อเลยค่ะ 5555
เก็บบลอคนี้ไว้ไห้อาคิคุงอ่านด้วยนะคะ open-mounthed smile

#36 By W★G on 2009-06-17 00:48

แปะโป้งไว้อ่านเช้าพรุ่งนี้ค่ะ!!! ^_^"

#37 By hikaru on 2009-06-17 00:51

เขียนได้ฮามากค่ะ (ขำตรงประโยคในวงเล็บ 55)

น่ารักมากเลยค่ะ cry อยากเจอคนแบบนี้มั่งจังค่ะ big smile

#38 By ★☆KyuubixUsagi on 2009-06-17 01:18

อ่านไปยิ้มไปค่ะ confused smile

เรื่องราว & ซีนอย่างกับที่ได้ดูจากซีรีย์ญี่ปุ่น
มีจริงๆ นะคะเนี่ย *หัวเราะ*

#39 By rainorshine on 2009-06-17 01:51

เหมือนการ์ตูนญี่ปุ่นรักหวานแหวสุดๆโรแมนติคมากอ่า

#40 By siamesemeow on 2009-06-17 03:23

สวัสดีค่ะ แนะนำตัว และยินดีรู้จักค่ะbig smile

#41 By thaimindgirl on 2009-06-17 04:44

อ่านแล้วเขินแทน
เราจะมีอะไรแบบนั้นบ้างมั้ยน้อ???

อ่านไปก็คิดภาพตามไป
อายุยี่สิบ เท่าเราเลย -_-;
เดี๋ยวเรียนจบ เราก็จะไปเรียนภาษาที่ญี่ปุ่นเหมือนกัน
ถ้าเกิดได้เจออะไรแบบคุณ ฮายาชิ บ้างก็ดีดิ 555+

#42 By เอิง on 2009-06-17 04:57

กรี๊ดดดดดดดดดดด ชอบมากมาย เหมือนเรื่องในการ์ตูญี่ปุ่นตาหวาน อิอิ

คุณฮายาชินี่เป็นคนเด็ดเดี่ยวหนักแน่นจริงๆเลยนะเนี่ย เท่ห์มากกกกกก (ฝากบอกด้วย question)

น้องอาคิโตขึ้นต้องเท่ห์เหมือนคุณพ่อให้ได้นะ double wink

#43 By *~TOToTaNG~* on 2009-06-17 06:41

อร๊ายยยยย น่ารักมากๆเลยค่ะcry
ประทับมากค่ะ เป็นคู่ที่น่ารักอะไรอย่างงี้
นี่ขนาดย่อแล้ว ยังน่ากริ๊ตกร๊าต เวอร์ชั่นเต็มต้องเข้มข้นกว่านี้เป็นแน่แท้
อยากไปเดทวัดนั้นจัง(ชอบเป็นการส่วนตัวอยู่แล้วค่ะ)เอ่อ ควรหาแฟนให้ได้ก่อนสิ อยากเดท ยังไม่มีแฟน ฮะๆ(ลืมงบเครื่องบินด้วยนะแก)
あっちむいてほい!ใช้เกมส์ที่ว่าเป่ายิงฉุบกัน ใครชนะก็จะเอานิ้วชี้หน้าแล้วชี้ไปด้านใดด้านหนึ่ง แต่ผู้แพ้ห้ามหันตาม ถ้าหันตาม เกมนี้ก็จบ โดยผู้หันตามคือผู้แพ้ หรือเปล่าคะ?
คุยสามีแอบเล่นเก่งนะคะเนี้ยquestion

ว่าแล้วก็น่าเอามาเขียนนิยายจังเลยนะคะ วาดเป็นคอมมิกก็สุดๆเลยค่ะ
ชอบสุดๆ ประทับใจมากคร่า แปะ
Hot!
การ์ตูน ญี่ปุ่นแบบชีวิตจริง น่าอิจฉาจังเลยฮะ

#45 By Noar Wolkins on 2009-06-17 07:24

ง่า...น่ารักจังค่ะ เหมือนในการ์ตูนญี่ปุ่นเลย คุณโบว์นี่น่าอิจฉาจัง ขอให้ความรักยั่งยืนและเหมือนเดิมอย่างนี้ตลอดไปนะคะ..อ่า..น่ารักจริงๆ

#46 By Alive on 2009-06-17 07:59

อ่านเพลินมากเลยค่ะ หวานอมเปรี้ยวอย่างบอกไม่ถูก แหะๆ

เราว่าคุณฮายาชินี่เป็นคนหนักแน่นดีนะคะ แบบว่า เฮ้ย ตัดสินใจเด็ดขาดมากอ่ะ ตั้งแต่ยังอายุน้อยๆ อยู่เลย มิน่าถึงสั่นคลอนหัวใจของคุณโบว์ได้ (วี้ดวิ้วววว)

วันหลังถ้ากลับมาเมืองไทยทั้งครอบครัวลองจัดมีทติ้งสิคะ รับรองต้องมีแฟนคลับอาคิกับแฟนคลับคุณฮายาชิไปชุมนุมกันเพียบแหงๆ

#47 By draco on 2009-06-17 08:13

พรหมลิขิตทำให้ได้พบกันรักกัน
มีความสุขกัน big smile

#48 By bakabo (~^) on 2009-06-17 08:40

โรแมนติกจังค่ะ พี่โบว์

คุณฮายาชิ เหมือนพระเอกในการ์ตูนเลยเนอะ หุหุ

#49 By aconan5 on 2009-06-17 09:15

แหะๆแอบตามมาจากบล็อกแก็งค์ค่ะ เพื่อนสนิทของแอร์ก็อยู่ที่ญี่ปุ่นเหมือนกัน แต่เธอเป็นโอกาม๊ะ -_-'

ชอบเรื่องที่คุณโบว์เขียนมากเลยนะคะ
ตามอ่านมาตั้งแต่อาคิยังตัวแดงๆอยู่เลย
ขอให้คุณโบว์เขียนเรื่องน่ารักๆแบบนี้ไปเรื่อยๆนะคะ
จะเป็นกำลังใจให้

#50 By arabian angel (86.96.229.89) on 2009-06-17 09:27