จะว่าต่อเนื่องจากเมื่อวานก็ใช่... จะว่าไม่เกี่ยวก็ไม่เกี่ยว... คือมีการทำแบบสำรวจทางสถิติที่ญี่ปุ่น (* อนึ่ง เวลาโบว์พูดคำว่าแบบสำรวจก็อย่าไปปักใจเชื่อซะหมด เพราะยังไงก็สุ่มเอาจำนวนเดียวที่ไม่ได้เป็นแสนเป็นล้าน m(_ _)m) ได้ผลว่าผู้ชายจำนวน 51% เมื่อมีผู้หญิงที่ชอบก็คิดจะสารภาพรักและขอคบด้วย (คือหนุ่มกินเนื้อที่พูดถึงเมื่อวาน) ส่วนอีก 39% ไม่กล้าสารภาพรักหรือคิดว่าจะไม่สารภาพรัก (ขอแค่ได้แอบรักเธอไปอย่างนี้) กลุ่มนี้คือหนุ่มกินพืชที่พูดถึงเมื่อวานเหมือนกัน

 

 

มาทางผู้หญิงญี่ปุ่นบ้าง... ผู้หญิงญี่ปุ่น 68% ตอบว่าถ้ามีผู้ชายที่ชอบก็จะรอร้อรอให้เขามาสารภาพรักเราเอง (ถ้าเค้าไม่สนเราก็แห้ว) อีก 20% บอกว่าจะเป็นฝ่ายสารภาพรักไปเลยให้มันรู้แล้วรู้รอด และอีก 12% ตอบว่าจะพยายามชักนำผู้ชายให้สารภาพรักเดี๊ยน (ต้องงัดมารยาหญิงและเทคนิคขึ้นมา) <-- เป็นกลุ่มที่ฉลาดมาก

 

 

นอกจากนี้ยังมีคำถามถามผู้หญิงที่น่าสนใจอีกคำถามนึงคือ “ในกรณีที่ผู้ชายที่เราไม่ชอบมาสารภาพรัก ถึงเราจะปฏิเสธไปแล้วแต่เวลาเจอจะรู้สึกถึงตัวตนเขามากกว่าแต่ก่อนหรือไม่?”

 

 

22% ตอบว่าไม่อยู่ในสายตายังไงก็ยังงั้น... 32% ตอบว่าส่วนใหญ่จะไม่... 41% ตอบว่าเป็นบางครั้ง และอีก 5% ตอบว่าค่อนข้างจะ...

 

 

แปลได้ง่ายๆก็คือมีสาว 46% ที่เริ่มจะเห็นตัวตนของคนที่แสดงออกว่าชอบเรามากขึ้นกว่าแต่ก่อน (คาดว่ามีสองแง่ คือเกิดหวั่นไหวสนใจขึ้นมาเหมือนกัน กับแบบลำบากใจ... เจอกันแล้วขออยู่ห่างๆดีกว่า)

 

 

ที่แน่ๆคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงทุกคนก็เป็น คืออย่างน้อยถ้ารู้ว่ามีคนมาชอบเราแล้ว ไม่ว่าเราจะชอบเขาหรือเปล่าก็อดที่จะมองหรือพิจารณาขึ้นมาไม่ได้ มีหลายเคสเหมือนกันที่เริ่มจากการที่ไม่ได้คิดอะไรกับเค้าเลย แต่พอรู้ว่าหมอนี่ชอบเรา กลายเป็นอดมองแบบพิจารณาไม่ได้ จนกระทั่งเผลอชอบเค้าไปก็มี ว้าย... (คู่เดี๊ยนก็ออกแนวประมาณนี้ จนถึงขั้นแต่งงานกันได้ ^_^;) 

 

 

ดังนั้นเค้าจึงมีคำแนะนำหนุ่มๆว่า ถ้าชอบก็ควรจะ sign อะไรออกไปบ้าง อย่าได้นิ่งเฉยคิดว่าขอแค่ได้แอบมองก็พอ (มันจะเป็นจุดเริ่มต้นของพฤติกรรมสโตรกเกอร์) แค่ sign ก่อนยังไม่ต้องแสดงอะไรออกไปทั้งหมด (ให้ผู้หญิงเค้าเริ่มระแคะระคายตัวตนของเราก่อน) ถ้าผู้หญิงเค้าเริ่มรู้สึกถึงความมีตัวตนของเราแล้วก็ค่อยๆแสดงออกว่าสนใจ คุยให้เยอะๆก่อนค่อยลองชวนไปเที่ยว (เป็น step หน่อยพี่น้อง อย่ารีบ) ถ้าเค้าดูสนใจเรามากพอควรแล้วค่อยหาทางสา่รภาพรักกัน ^_^;

 

 

เท่าที่เห็น...หนุ่มไทยไม่ค่อยคิดจะสารภาพรักให้เป็นรูปธรรมกันเท่ากับหนุ่มที่นี่เพราะคิดว่าความรักดูกันที่การกระทำหรือสื่อกันทางจิตได้ (สงสัยดูหนังมากไป) จริงๆแล้วการพูดให้เป็นกิจจะลักษณะเป็นเรื่องสำคัญต่อความมั่นคงในจิตใจของฝ่ายหญิงมากพอสมควร การที่จะสงสัยใครครวญว่าเราสองคนเป็นอะไรกัน? ชั้นจะบอกเพื่อนว่าไงเรื่องของแกร? นั้นเป็นเรื่องปกติ...  บางคนอดไม่ไหวจนต้องถามออกมา ผู้ชายก็มาอิดออดให้คิดเอาเองอีก บอกให้ดูการกระทำอีก (ช่วยคิดหน่อยว่ากรูดูแล้วงงๆถึงได้ถาม) ไอ่บางคนก็บอกรักซะยังกับเป็นคำเช่าซื้อมาใช้ กลัวมันจะไม่คุ้มยังไงไม่ทราบถึงได้พูดทุกวันๆ บางคนพูดเล่นๆทำเป็นหมาหยอกไก่ไปงั้น คงยากที่ผู้หญิงเค้าจะเชื่อคิดว่าไอ้นี่มันจริงจังกับเราได้ -_-;

 

 

สำหรับคนที่คิดจะสารภาพรักก็ต้องดูปัจจัยหลายๆอย่างก่อนจะสารภาพด้วยเพื่อให้ % สำเร็จสูง อย่างน้อยถึงจะถูกปฏิเสธก็คงไม่อยากให้ผู้หญิงเสียความรู้สึกและเหลือความทรงจำแย่ๆกับการสารภาพรักของเรา (อย่าให้เป็นเรื่องตลกในชีวิตเธอเลย T^T) ถึงแม้เราจะไม่ได้ลงเอยกันแต่ถ้าแก่ตัวลงแล้วผู้หญิงพูดถึงอดีตที่เคยมีผู้ชายคนนึงสารภาพรักดีๆกับเราแบบนี้มันก็คงจะดีกว่า...

 

 

ว่ากันด้วยเรื่องข้อควรระวังในการสารภาพรัก

 

 

1. ระดับความสัมพันธ์

           ก่อนจะไปพูดถึงเรื่องการสารภาพรักให้สำเร็จ กลับมาพิจารณาใหม่ก่อนว่าความสัมพันธ์ของเรามันอยู่ในระดับไหน? ไม่ใช่เดินผ่านหน้าส้วมแล้วปิ๊งก็คิดจะตามไปสารภาพรักถึงบ้านกันเลยทีเดียว... ถ้าถามว่าต้องรู้จักกันประมาณกี่วันกี่เดือนถึงจะได้นี่ก็ตอบไม่ได้ ให้ดูนิสัยผู้หญิงที่เราปิ๊งเป็นสำคัญ บางคนต้องการใช้เวลานานหน่อยกว่าจะเรียกใครซักคนเป็นแฟน แต่บางคนคิดว่าเป็นแฟนกันไม่ใช่สถานะที่หนักหนาอะไร คบกันได้ก็รอด ไปกันไม่ได้ก็เลิกกันไป กรุณาใช้วิจารณญาณอย่างเป็นกลาง อย่าเข้าข้างตัวเอง -_-; (ป.ล. ผู้หญิงที่ยอมไปเที่ยวกับเราสองคนไม่ได้หมายความว่าเค้ามีใจกับเราเสมอไป บางคนเห็นเป็นเพื่อนก็ไปด้วย)

 

 

2. Timing

           ควรดูกาละเทศะนิดนึงนะจะสารภาพรักเค้าเนี่ย... ไม่ใช่เค้าจวกส้มตำอยู่ก็บอกให้หยุด เค้าว่ากันว่าควรจะทำอะไรให้มันเป็นพิเศษกว่าปกติืนิดนึง (ไม่ต้องถึงกับจองห้องอาหารในโรงแรม สารภาพรักไม่ได้ขอแต่งงาน) คือให้ผู้หญิงเค้ารู้สึกนิดๆว่าวันนี้มาแปลก เค้าจะรู้สึกถึงความจริงจังของเรื่องที่เราจะพูด อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าหมอนี่เอาจริง... แล้วเวลาพูดก็ควรจะพูดช่วงหลังของการเดท ไม่ใช่นัดแล้วเจอหน้ากันปุ๊บ ก็ขอเป็นแฟนเลย...  

 

 

3. เจอกันแล้วสารภาพรัก

           แม้ว่ามันจะเขินแสนเขินจนอยากจะส่งเมล์ไปสารภาพรักแทนก็ตาม แต่ตัวหนังสือมันก็แสดงท่าทางของเราออกมาไม่ได้เหมือนกับที่ผู้หญิงได้เห็นท่าทางของเราตอนสารภาพรัก (หนำซ้ำบางคนอ่านเมล์แล้วยังเข้าใจผิดอีก) โทรศัพท์เองก็ได้ยินแต่เสียง พูดเองย่อมแสดงความจริงจังจริงใจได้มากที่สุด (ทว่าถ้ากลัวจะไปติดอ่างกัดลิ้นตัวเองเลือดกระฉูดก็เอาเหอะ) จะส่งการ์ดหรือเขียนจดหมายยื่นให้ก็ได้ แต่ควรเจอกันด้วยตัวเอง  

 

 

4. บรรยากาศ

           นึกถึงบรรยากาศรอบข้างด้วยว่าเหมาะจะสารภาพรักมั้ย? ไม่ต้องถึงกับอยู่กันสองคนโดยไม่มีผู้คนในสายตา (ผู้หญิงเค้าจะตกใจ อีนี่คิดจะทำอะไรกรุป่าวเนี่ยถึงพามาในซอยเปลี่ยว) แต่อย่างน้อยก็ไม่ควรจ๊อกแจ๊กจอแจ รถไฟวิ่งผ่านทุก 5 นาที เด็กร้องไห้จ้า หมาเห่าหรือแม่ค้าด่ากัน

 

 

5. ไม่สารภาพรักด้วยคำหนักๆ

           ผู้หญิงเขาจะรับไม่ไหว -_-; เช่นสารภาพว่า “เราอยากแต่งงานกับเธอ ดังนั้นตอนนี้เราเป็นแฟนกันไปก่อนนะ” หรือไม่ก็ “ผู้หญิงอย่างเธอพ่อแม่เราจะต้องชอบ” คืออย่าไปยัดเยียดภาระหน้าที่หรืออะไรในอนาคตตั้งแต่ตอนนี้ เน้นความรู้สึกตัวเองบนพื้นฐานว่าอนาคตเป็นสิ่งไม่แน่ไม่นอน แต่เราชอบเธอนะ!

 

 

6. อย่าเพ้อเจ้อ...

           ไม่ต้องพร่ำพรรณาอะไรมาก ไม่ต้องถึงกับแต่งเพลง แต่งกลอน เขียนเรียงความ แต่งนิยายมาให้ บอกออกมาเป็นภาษามนุษย์ฺเธอก็คงเข้าใจ

 

 

7. อย่าพูดเรื่องยาก

           ไม่ต้องอ้า่งพ่อแม่ปู่ย่าตายายหรือการเมืองไทย บอกไปง่ายๆว่า “ถ้าเธอยอมมาเป็นแฟนคนอย่างเรา เราจะดีใจมากเลย”

 

 

8. ตื่นเต้นหน่อย...

           อย่าทำเหมือนเคยสารภาพรักมาแล้ว 18 คน คนเราจะพูดอะไรที่มันออกจากใจมันต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา ไม่ต้องไปซุ่มซ้อมกับเพื่อนหลังเลิกเรียนเป็นอาทิตย์เพื่อให้คล่อง มันจะดูไม่เนียน

 

 

9. ไม่ต้องเร่งเอาคำตอบ

           รู้น่ะว่าอยากได้ยินเดี๋ยวนี้ให้มันรู้กันไปว่างานนี้กรูจะได้มีแฟนกับเขาไหม... แต่ให้โอกาสเค้าคิดบ้าง ไม่ต้องไปกลัวว่าให้เวลาคิดแล้วเดี๋ยวเค้าจะคิดได้ (แล้วปฏิเสธเราซะ) บอกให้เค้าคิดให้ดีๆก่อนก็ได้ถ้าเค้ายังไม่อยากตอบ (ถ้าเค้าจะตอบเลยก็ฟังเค้าละกัน)  

 

 

10. อย่าสร้างภาพ

           จะก่อให้เกิดความซวยในภายหน้า หากคบกันเพราะภาพที่เราสร้าง หลังจา่กนั้นผู้หญิงจะมองว่าเราไม่เอาใจใส่้เท่าเดิม เราเปลี่ยนไป๋ เราเห็นเค้าเป็นของตาย ทีแต่ก่อนล่ะอย่างนู้นอย่างนี้ พอได้คบแล้วก็เป็นอีกอย่าง เป็นข้อกังขาที่เกิดในใจของสาวหลายคน  

 

 

11. ให้โอกาสเค้าปฏิเสธด้วย

           ไม่ใช่ฉายรัศมีว่าถ้าเธอปฏิเสธฉันจะตามถึงบ้านแล้วไปกราบเท้าขอพ่อแม่เํธอ หรือฉันจะร้องไห้เกาะขาเธอตรงนี้ หรือพรุ่งนี้ฉันจะไปฆ่าตัวตายซะ นี่มันอาชญากรรมข้อหาข่มขู่ชัดๆ -_-;

 

          

12. มีน้ำใจนักกีฬา

           ข้อเท็จจริงหนึ่งที่ควรรู้คือ... ส่วนใหญ่ผู้หญิงเค้าจะมีคำตอบของเค้าให้กับเราอยู่แล้วก่อนที่เราจะสารภาพรักกับเขาเสียอีก -_-; (หากเราอ่านออกแต่แรกว่าเค้าคงไม่เล่นด้วยจะล้มเลิกซะก็ได้ แต่ถ้าตัดใจไม่ได้อยากถูกปฏิเสธเป็นรูปธรรมก็จัดการซะ) ถ