คนที่อ่านนิตยสารญี่ปุ่นหรือหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นอาจจะได้ยินคำนี้มาตั้งแต่ปี 2008 แล้ว คือ Media ญี่ปุ่นช่วงหลังๆนี้ได้พูดถึงและมีการแบ่งหนุ่ม(ปกติ)ออกเป็น 2 ประเภท (คือหนุ่มที่ไม่ใช่ตุ๊ด เกย์ กระเทย หรือโอตะขุ) ได้แก่ 草食男子 (โซโชขุดันฉิ) แปลว่าหนุ่มกินพืช และ 肉食男子 (นิขุโชขุดันฉิ) แปลได้ว่าหนุ่มกินเนื้อ มาจากสัตว์กินพืชสัตว์กินเนื้อประมาณนั้นนี่เอง...

  

ที่แบ่งออกมาเป็นสองคำนี้ก็ตามลักษณะคำศัพท์เลย คือหนุ่มกินพืชเป็นประเภทใจดี อ่อนโยน ดูเรียบร้อย ไม่โผงผาง ท่าทางใจเย็น ชอบใช้เวลากับครอบครัว,เพื่อน,การทำงานหรืองานอดิเรก (มากกว่าไปกับสาวๆหรือคนรัก) ส่วนหนุ่มกินเนื้อก็จะออกแมนๆ ร่าเริง ตลกโปกฮา มีความเป็นผู้นำ Leadเราได้ ดูมีอุณหภูมิขึ้นลงหน่อย เป็นแนวพระเอกการ์ตูนได้ทั้งสองแบบ (บางเรื่องแบบพระเอกสับสนสนในตัวเองนิดหน่อย เพื่อเอาใจสาวๆคนอื่น จริงๆมันไม่ค่อยมีหรอกที่จะแบบเป็นทั้งสองแบบได้ในคนเดียวกันทุกอย่าง)

  

ที่เหล่า Media พูดถึงในช่วงนี้ก็คือ... ระยะหลังๆนี้ประเทศญี่ปุ่นมีหนุ่มประเภทกินพืชเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ได้รับคำบ่นจากสาวๆกันมาก เพราะว่าหนุ่มประเภทนี้นั้น นัยว่าจะจืดๆเฉื่อยๆ ไม่เด็ดขาด ไม่ค่อยตั้งอกตั้งใจจะมีความรักหรือมีแฟนกับเค้าเท่าไหร่ พูดง่ายๆก็คือหนุ่มกินพืชจะไม่เข้าหาสาวก่อน จะรอให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายเข้ามา มาสารภาพรัก มาขอคบอะไรประมาณนั้น (ถ้ามีหนุ่มกินพืชมาก ผู้หญิงก็มีแววจะขึ้นคานมาก -_-;) ส่วนหนุ่มกินเนื้อก็ประมาณจะเป็นฝ่ายเข้าไปจีบสาวก่อน ค่อนข้างเด็ดขาด มีความเป็นตัวของตัวเอง แต่ถ้าเป็นมากไปจะประมาณวินมอร์ไซค์แถวบ้าน บางคนพยายามจีบสาวจัดจนจะกลายเป็นสโตรกเกอร์กันไปก็มี 

  

ถึงจะบอกว่าเป็นหนุ่มกินพืชหนุ่มกินเนื้อ แต่ในความจริงกินพืชกินเนื้อแยกออกเป็นหลายแบบ อย่างถ้ากินเนื้อแบบประเภทไลอ้อน คือมีความเป็นผู้นำสูง มีไหวพริบในการพูดจาตัดสินใจ ทำงานเก่ง ชอบการแข่งขัน ชอบเอาชนะ เมื่อมีเป้าหมายแล้วไม่ปล่อยให้หลุดง่ายๆ ประมาณพระเอกแบบเถื่อนๆหน่อย (แนวซาดิสถ์) ใครชอบผู้ชายแบบนี้ได้ข่าวก็เป็น M นิดๆ (มาโซ)

  

หนุ่มกินพืชก็มีหลายแบบ เช่นหนุ่มกินพืชแบบลูกหมา (ลูกหมากินพืช? คือไม่ล่าสัตว์อื่นกินเป็นอาหารละกัน กินอาหารหมา...) เป็นหนุ่มแนวน่ารักตะแง้วๆ มีอะไรก็บอกหมด เจออะไรมาก็โทรมาเล่า เมล์มาหา เหมาะสำหรับสาวที่เป็นคนขี้เหงา ชอบให้แฟนมาจุ๊กจิ๊กเจ๊าะแจ๊ะ เห็นทำอะไรก็น่ารักเหมือนเป็นแม่ยกเค้า แต่อย่าลืมว่าหนุ่มประเภทนี้จะตัดสินใจอะไรไม่ค่อยเด็ดขาด อาจจะขาดความเป็นผู้นำ บางทีอาจทำให้เราหงุดหงิดได้ นอกจากสาวจะเป็นแบบเด็ดเดี่ยว ชั้นตัดสินใจเองได้ ชั้นจะปกป้องเธอเองก็จะโอเค 

  

มันก็ขึ้นอยู่้กับผู้หญิงด้วยว่าชอบผู้ชายแบบไหน ผู้หญิงสมัยใหม่ชอบแบบหนุ่มกินพืชกันมากขึ้น (หรือไม่ก็เป็นเพราะหนุ่มกินพืชเพิ่มมากขึ้นเลยต้องปรับตัว) จากผลการสำรวจก็เลยพบว่า สาวกินเนื้อได้เพิ่มจำนวนมากขึ้นในปัจจุบันเช่นกัน (คือประมาณว่าขืนรอให้ผู้ชายมาจีบก่อนก็ตายพอดี หรือประมาณสาวๆในเรื่อง Sex and the City นั่นแล)

  

ใครที่อ่านภาษาญี่ปุ่นออกและอยากรู้ว่าเราเหมาะกับผู้ชายประเภทกินพืชหรือกินเนื้อ ถ้ากินพืชกินพืชแบบไหน? กินเนื้อแบบไหน? ก็สามารถเข้าไปทำแบบทดสอบได้ที่ http://escala.jp/uranai/sousyoku/index.html ค่ะ อยากแปลให้เหมือนกัน แต่มันเป็นแบบให้เลือกตอบกด Yes No ไม่รู้ว่าเค้ามีการเขียนโปรแกรมคำนวณยังไง -_-; ต้องขอโทษคนที่อ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออกด้วยค่ะ

  

ส่วนโบว์ลองทำแล้วได้แบบชอบหนุ่มกินเนื้อแบบไลอ้อน... (อ้อ... กรุเป็นมาโซนี่เอง) ยิ่งอ่าน...ไอ้ไลอ้อนที่ว่าเนี่ย มันก็ไอ้คุณฮายาชินี่เลยแหล่ะค่ะ (มิน่าเดี๊ยนถึงแต่งกับมันทั้งที่มันก็ไม่ได้หล่อ 5555) ปกติถ้าอยู่ด้วยกันในครัวเรือน (คือแต่งงานกันมาแล้ว) ดูมันเป็นคนใจดี อะไรๆก็ตามใจ ให้เมียตัดสินใจ ให้เลือกทุกอย่าง (นอกจากมันจะไม่เห็นด้วยจริงๆถึงจะค้าน) แต่ถ้านึกถึงภาพอดีตตอนที่เจอกันใหม่ๆ คุณฮายาชิจะประมาณเป็นผู้นำของชมรมคลอรัสที่หลุดเข้าไป (ทั้งที่ร้องเพลงไม่ใช่จะเก่งและอ่านโน๊ตไม่ออก) จริงๆมันเป็นหัวหน้าชมรมเมื่อปีที่แล้วและไม่ได้มีอำนาจอะไรในปีที่เข้าไปแล้ว แต่ทุกคนก็ดูเกรงๆกลัวๆมันอยู่แม้ว่ามันจะมันจะไม่ใช่หัวหน้าชมรมคนปัจจุบัน (หัวหน้าชมรมยังกลัวมัน) คือมันจะเป็นคนเอาจริงเอาจังมากกับกิจกรรมชมรม (ประหนึ่งจะซ้อมไปแข่งชิงที่หนึ่งของประเทศ) ดูแล้วมันเหมือนยากุซ่าไม่มีผิด... -_-;

 

 

แต่เพราะมันดันมาใจดีกับเรา (เพราะเห็นเป็นนักเรียนต่างชาติ) เลยรู้สึกว่านิสัยมันช่างมี Gap จริงๆ (สำคัญมากนะคะหนุ่มๆ สาวเธอชอบให้ใจดีกับเธอคนเดียว ไม่ใช่ใจดีกับผู้หญิงทุกคน) จริงๆตอนนั้นเราก็มีแฟนอยู่แล้ว (อยู่ที่ไทย) และเริ่มระหองระแหงกันตั้งแต่มาอยู่ญี่ปุ่น (อายุมากกว่า 6 ปี คบมานานนะตั้งแต่มหาลัยปีสามจนทำงาน ประมาณ 4 ปี) จะว่าไปก็มีปัญหาหลายอย่างที่ข้องใจหรือบางส่วนที่ไม่ชอบมานานแล้ว (แฟนเก่าก็คงเหมือนกัน คือเท่าที่ดูเราก็ไม่ใช่แบบที่เค้าชอบ) แต่พอคนคบเป็นแฟนกัน ต่างคนต่างคิดว่าจะปรับกันได้ และเมื่ออยู่ใกล้กัน ทะเลาะกันก็ยังคิดว่าเรายังได้อยู่ เหมือนไม่ยอมรับความจริง ไม่อยากแพ้ ไม่อยากเลิกกันประมาณนั้น แต่พอไกลกันแล้วมันได้คิด ได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง มีเวลาให้ความสำคัญกับความรู้สึกตัวเองมากขึ้น เค้าถึงได้บอกว่าให้ถอยออกมาก้าวนึงถึงจะเห็น (ถ้าไม่เห็นอีกก็ถอยอีกหลายๆก้าว)

 

 

แต่เราก็ไม่ได้บอกว่ามีปัญหากับแฟนหรืออะไร บอกแค่ว่ามีแฟนรออยู่ที่ไทย แล้วก็คิดจะแต่งงานกับคนนี้

 

 

คุณฮายาชิไม่ยอม ยังไงก็จะแย่งให้ได้ จริงๆมันก็มีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นระหว่างเรา (และมารู้หลายอย่างว่าเป็นแผนทีหลัง) ท้ายสุด... เรากับแฟนเก่าก็ไปกันไม่รอดจริงๆ ไอ้นี่ก็พยายามทุกทาง (คงเคยเล่าแล้วว่ามันขอแต่งงานตอนมันอายุ 21 -_-;) ทีแรกก็ไม่เชื่อ เหอ เหอ... กรุจะฝากชีวิตกับไอ้คนอายุน้อยกว่าที่เพิ่งจบมหาลัยได้จริงหรือนี่? แล้วมาญี่ปุ่นนี่มาเรียน จะกลับไปเป็นล่ามเป็นครูไม่ได้จะมาหาคู่ ที่สำคัญคือเราคิดว่าเราชอบผู้ชายอายุมากกว่าตลอด ไม่เคยคิดว่าจะไปกันได้กับคนอายุน้อยกว่า ไม่เคยมองเล้ยยย แต่ด้วยความที่มันรุกเหมือนพระเอกการ์ตูน (เมล์แมสเสจของมันอ่านแล้วสยิวกิ๊วมาก แต่โหย... พอมันเป็นซาวด์แทรกญี่ปุ่นแล้วมัน... หวั่นไหว อย่าได้แปลเป็นไทยเลยทีเดียวเชียว) ขนาดมันยังไม่ได้ทำงานแค่ทำอะรุไบโตะมันก็ยังเอาเงินมาให้ (แมนเหลือเกิน) @_@; ยัดเยียดเงินมาให้เก็บประหนึ่งเป็นเมียมันแล้ว

 

 

จนแต่งงานกันมา 6 ปี ยังไม่เคยโดนบอกให้แก้ไข ปรับปรุง เปลี่ยนนิสัยหรืออะไรเลยแม้แต่ข้อเดียว ไม่เคยบอกว่ากับข้าววันนี้ไม่อร่อย ไม่เคยรู้สึกว่ามันหมั่นไส้ที่เราอยู่กับบ้านแล้วมันออกไปทำงาน มันไม่ใช่คนโรแมนติกจะมาบอกรงบอกรักหรือทำเซอร์ไพรส์กันตามเทศกาลต่างๆ แต่ก็รู้สึกถึงความรักได้ว่ามันอยากให้เราสบาย... มันยอมลำบาก คือมันก็แทนคำบอกรักแทนเซอร์ไพรส์ได้ทั้งหมดแหล่ะ 

 

 

นี่ถ้ามันหล่อนี่จะเป็นที่ใฝ่ฝันของสาวๆเลยแหล่ะเราว่า (ขอบคุณพระผู้มีพระภาคเจ้าที่มันหน้าตาพื้นๆ) <-- แต่ถ้ามันแต่งดีๆมันก็เหมือนจะหล่อนะ ตอนงานแต่งงานข้อยละตกใจ เพราะมันถอดแว่น ใส่สูททำผมซะดี นี่มันไม่ใช่ไอ้ที่เคยเห็นกันนี่หว่า @_@;  เพราะนิสัยมันออกแนวพระเอกการ์ตูน ประมาณว่าเรื่องงานมันก็เข้มงวด พูดความคิดของตัวเองแม้ว่าจะต้องทะเลาะแตกหัก @_@; ถึงเวลาเล่นมันก็เป็นคนสร้างบรรยากาศสนุกสนานและเป็นคนตลก อยู่บ้านเล่นเกมเป็นโอตาขุแบบที่คนนึกภาพไม่ออก... เวลาพูดกับลูกเมียจะเป็นคนละโทนกับที่ทำงานอย่างสิ้นเชิง   

 

 

กลายเป็นเล่าอดีตและเป็นบทสรรเสริญมันไป... แต่จะบอกว่าทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพราะว่าเรารู้ตัว(ทัน)ว่าเราชอบแบบนี้ล่ะมั้ง (แล้วก็เป็นเรื่องโชคดีที่คนแบบที่เราชอบมันมาชอบเราก่อน ไม่งั้นคงไม่ลงเอยกัน) ก่อนหน้านั้นเราเคยคิดว่าเราเป็นประเภทอยากให้ผุ้ชายชอบมากกว่า... เหมือนดูถูกตัวเองเพราะคิดว่าแค่มีคนมาชอบเราก็เป็นบุญแล้ว ดังนั้นแทบไม่เคยชอบใครก่อน ถ้ามีคนมาขอคบแล้วเราไม่มีใคร โอกาสจะคบด้วยก็สูง เพราะเราคิดว่าควรให้โอกาสเค้า แล้วเราก็จะพยายามปรับตัวให้เป็นแบบที่เค้าชอบ แต่สุดท้ายคบกับใครก็สั้นๆ -_-; (ไม่เกิน 6 เดือน) ไอ้ที่บอกเลิกกับเราเองก็เป็นฝ่ายชาย ส่วนเราก็ไม่ค่อยรู้สึกตัวว่าอกหักเพราะว่าเราไม่ได้เริ่มด้วยความรู้สึกชอบ (แต่เสียเซ้วไม่น้อย คือเรารู้ดีว่าเป็นคนจืดชืดไร้รสชาติ ชอบวาดรูป? ติดคอม? ติดครอบครัว? จะว่าไป.. กรูเป็นสาวกินพืชเองนี่หว่า มิน่าเล่า...) 

 

 

คนที่เลิกกันไปก็บอกสาเหตุกันไปต่างๆนานา หรือในช่วงคบกันก็มีบอกข้อบกพร่องของเราบ้างอย่างนู้นอย่างนี้ (จริงจังกับชีวิตเกินไป ตรงต่อเวลาเกินไป บลาๆๆ) ให้เจ็บจี๊ดๆเสียความมั่นใจในตัวเองกันไป... (มาคิดๆแล้ว ไอ้ที่คุณชอบก็ไม่ใช่เดี๊ยน เช่นชอบผู้หญิงแฟชั่นแบบนี้ๆๆ ชอบคนเปรี้ยวๆ ควงไปเจอเพื่อนที่ผับบาร์แล้วดูดี แล้วมาจีบกรุทำไมวะ? กรุชอบอยู่บ้าน)

 

 

แต่มันก็(ดัน)มีจริง ไอ้คนที่มันไม่มีปัญหากับข้อต่างๆที่คนอื่นเค้าว่าบกพร่องงู้นงี้กันมาน่ะ (แต่มันดันเป็นคนต่างชาติ) @_@; ถึงได้บอกว่าเจอคนที่ใช่ ก็ใช่ คบง่ายสบายมาก ไม่ต้องทะเลาะกัน ไม่ต้องเปลี่ยนอะไร ไอ้ที่กรูถูกตำหนิมาคืออะไร? สำหรับบางคนมันไม่ใช่ข้อบกพร่อง ไม่สำคัญอะไรเลย