ขนมโตเกียว...



ถึงไม่้มีรูปทุกคนก็คงรู้จักกันใช่ไหม? ขนมโตเกียวนั้นมีหลายไส้ แต่ไส้ที่ชอบที่สุดและมีมาแต่นมนานกาลก่อนก็คือไส้ไส้กรอก แต่ก่อนไม่มีทรงเครื่อง ไส้กรอกก็ไส้กรอกเฉยๆ กลมๆม้วนๆกันไป...



ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้ขนมนี่เรียกขนมโตเกียวมาตั้งแต่ชาติปางไหน และเกี่ยวข้องอันใดกับเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น แต่เมื่อตอนเด็กๆเคยเข้าใจว่ามันจะต้องมีประวัติความเป็นมาที่เกี่ยวข้องกับประเทศนี้ หรืออย่างน้อยก็คงเป็นขนมดังของประเทศนี้เป็นแน่...



ครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนคนญี่ปุ่นเมื่อสมัยม.ปลายช่วงที่ได้ทุนมาเรียนที่นี่... จริงๆเราสองคนก็ไม่ได้ติดต่อกันมานานแล้ว แต่วันนั้นเพื่อนโทรมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น



“ช่วงที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปไทยเป็นครั้งแรกล่ะ”



เป็นเหตุผลที่คงทำให้ต้องโทรมาแต่เช้า...



“เหรอ? แล้วไปเที่ยวไหนมาบ้าง? สนุกไหม?”



เพื่อนเมินเฉยต่อคำถามทั้งปวงที่อริสราถามออกไป เพราะในหัวคงเต็มไปด้วยสิ่งที่อยากจะพูดตั้งแต่ก่อนโทรมานี่ และนั่นคงเป็นเหตุผลที่แท้จริงที่โทรมานั่นเอง


“เราเห็นแล้วล่ะ ขนมโตเกียว”



@O@.....



โอ้ว...ว...ว...ว...



คำที่เพื่อนพูดราวกับเสียงจากสวรรค์...



ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 15 ปีก่อน (ย้อนนานชิบ... อย่าลืมว่าเดี๊ยนแก่) ในปี 1995 ที่ได้ทุน AFS มาอยู่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลาเกือบปี... ตอนนั้นอยู่ในเมืองที่ไกลโพ้นกับคำว่าความเจริญในความหมายของประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก วันๆเห็นแต่ทุ่งกับนาจนถ้าไม่บอกว่าอยู่ญี่ปุ่นจะนึกว่าถูกส่งมาทำปศุสัตว์อยู่ที่นิวซีแลนด์...



ช่วงที่มาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนนี้ จะอยู่กับ Host Family ผู้เป็นชาวญี่ปุ่นครอบครัวนึงตลอด ของทุน AFS นี้ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็จะไม่มีการเปลี่ยนโฮส อยู่กันเป็นอิโซโร (居候) พึ่งพาเค้าไปอย่างนั้นจนกว่าจะหมดทุน ซึ่งเราควรจะสำนึุกในบุญคุณของ Host family ให้มาก เพราะ Host family ของทุนนี้ไม่ได้รับเงินทองอะไรจากเรา แค่กรุณาให้เราไปกินอยู่ หาข้าวให้เรากินแล้วยังต้องเป็นภาระให้เราหลายๆอย่างนี่ก็ปลาบปลื้มไม่รู้จะหาอะไรมาชดใช้ให้แล้ว



แต่ถึงแม้ส่วนใหญ่จะอยู่กับ Host family ที่ว่าเป็นตัวยืนเกือบตลอดปี มันก็จะมีการ Rotate เปลี่ยนบรรยากาศให้ไปอยู่ที่อื่นบ้างเป็นเวลาประมาณหนึ่งอาทิตย์ เพื่อให้เด็กได้ประสบการณ์ในการอยู่กับครอบครัวอื่นและท้องถิ่นอื่นบ้าง ของเราเจอ Rotate 2 ครั้ง ครั้งละหนึ่งอาทิตย์ ไปกิฟุครั้งนึง และไปคานาซาวะครั้งนึง (จังหวัดอิชิกาวะ)



ช่วงที่ไปคานาซาวะหนึ่งอาทิตย์นี้เอง... ที่ได้ไปพักที่บ้านของครอบครัวใจดีที่มีเพียงแม่กับลูกสาว ลูกสาววัยเดียวกับเราชื่อว่าซัทจัง (ซาจิโกะ) เป็นคนเดียวกับที่โทรมาหาครั้งนี้...



แม้จะเป็นเวลาเพียงอาทิตย์เดียวที่ได้ไปอยู่คานาซาวะ แต่ก็ต้องไปโรงเรียนกับเค้าตามปกติ (ใส่ยูนิฟอร์มของที่เก่าอันโดดเด่นไปอย่างนั้น) เนื่องจากอายุเท่ากันกับซัทจัง ก็เลยได้อยู่ห้องเดียวกันและได้เรียนกับซัทจังตลอดอาทิตย์ ซึ่งห้องของซัทจังนั้นเป็นห้องที่เรียนเอกศิลปะ เลยมีวิชาศิลปะที่จะต้องเรียนด้วย



ช่วงนั้นเป็นช่วงศิลปะการปั้นดินเหนียว... @_@; คือนักเรียนจะต้องใช้เวลาทั้งเทอมในการปั้นอะไรซักอย่าง เนื่องจากมีเวลาเทอมนึง แต่ละคนก็ปั้นกันอลังการงานสร้างมาก...



ปกติแค่ย้ายมาเรียนอาทิตย์เดียวอย่างนี้ไม่มีอาจารย์คนไหนเค้าให้เราทำกิจกรรมอะไรวุ่นวาย ก็ออกแนวให้ร่วมๆช่วยๆกันไป ดูนู่นดูนี่ไปเงียบๆ ทำตัวเป็นอากาศธาตุไปหนึ่งอาทิตย์ก็พอแล้ว...



ทว่าอีตาอาจารย์ผมยาวหน้าตาอาร์ตผู้นี้ยืนยันว่าอีนักเรียนแลกเปลี่ยนที่มาจากไทยนี้จะต้องปั้นด้วย @_@; และจะต้องปั้นอะไรง่ายๆที่จะต้องเสร็จภายในชั่วโมงเรียนนั้น (ยิ่งมีปมด้อยกับการปั้นดินน้ำมันอยู่ -_-;)



ตอนนี้ทุกคนก็คงจะเดาออกแล้ว... ว่าในชั่วโมงนั้นได้ปั้นอะไรไป... หลังจากรวบรวมกำลังสมองและร่างกายในการคิดหาอะไรที่มันน่าจะง่ายและเป็นที่เข้าใจ นรกอะไรบางอย่างก็ดลใจให้อีนี่ปั้น...



ใช่แล้ว... ขนมโตเกียว...



บอกตามตรงเลยว่า... เป็นงานอาร์ตที่ประทับใจที่สุดตั้งแต่ทำมา... คือตอนปั้นแล้วลงสีเสร็จ รู้สึกว่าโอ้ว..ใช่... มันช่างเหมือนมาก นี่คือขนมโตเกียวเจ้าเดียวกับที่ขายหน้าโรงเรียนสตรีบูรณวิทย์! กรูก็มีความสามารถทางการปั้นเหมือนกันนะเว้ยเฮ้ย! (ยากตรงไหน? อย่าทักสิ...)



ทว่า... ผู้คนในห้องศิลปะต่างอึ้งตะลึงกับขนมโตเกียวของเดี๊ยนที่วางเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าห้อง ต่างคนต่างไม่เข้าใจว่าอีเด็กนี่ปั้นอะไรกันแน่? @_@; ซ้ำร้าย เมื่ออธิบายไปว่ามันคือขนมโตเกียวคนยังหัวเราะกันหนุกหนานราวกับดิฉันเป็นพินเกนินจากโอซาก้ามาเล่นมุขตลกขำๆให้ดู หากมีพัดกระดาษคงโดนตบกบาลไปแล้ว...



กลายเป็นว่าเดี๊ยนสร้างมันขึ้นมาเอง แถมตั้งชื่อสุดเก๋ว่าขนมโตเกียว... เหมือนปั้นขึ้นมาเพื่อจะแซวคนประเทศนี้ด้วยชื่อเมืองหลวง (กรูก็ไม่ได้ KY ขนาดนั้นนะ)



เฮ้ยยยยย!!!! เดี๊ยนป่าวตั้งเองงงงง ป่าวคิดมันขึ้นมาเองนะ ขนมโตเกียวมันมีอยู่จริงในประเทศกรู๊!!! T^T แล้วที่ปั้นนี่ก็เพราะคิดว่ามันจะต้องเป็นขนมดังที่ใครๆในญี่ปุ่นก็รู้จัก เมื่อปั้นเสร็จแล้วคนจะต้องฮือฮากับไอเดียสุดบรรเจิดและหน้าตาอันโคตรจะเหมือนของมันสิเฮ้ย!!!! (จริงๆแอบคิดว่ามันจะเป็นมุขขำๆที่จะ ウケル ด้วยนะ T^T)



จบวิชาศิลปะและจบการไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่คานาซาวะมาพร้อมกับความรู้สึกข้องใจบรรลัยกับชีวิต... เดี๊ยนผิดอะไรถึงขนาดที่ขนมโตเกียวจะต้องกลายมาเป็นปมด้อย? อาจารย์หน้าศิลป์คนนั้นก็พยายามจะฟอโลว์ให้ด้วยการชื่นชมจิตวิญญาณการคิดค้นของเดี๊ยน โดยการจับขนมโตเกียวเข้าตู้โชว์ห้องศิลปะของทางโรงเรียนซะ (แต่คงไม่รู้จะเขียนป้ายกำกับว่าอะไร กลายเป็นปริศนาหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทั้งเจ็ดของโรงเรียนต่อมาแก่อนุชนรุ่นหลัง -_-;)



ดังนั้น....



ไม่ต้องบอกว่าเราดีใจแค่ไหนที่มีโทรศัพท์มาเพื่อพูดประโยคเดียวประโยคนั้นจากซัทจัง...



“ เราเห็นแล้วนะ ขนมโตเกียว”



“ถึงจะลืมๆหน้าตาไปบ้างแล้ว แต่ก็คิดว่าเธอปั้นเหมือนมากนะ เพราะพอได้เห็นก็นึกออกทันทีเลย มันคือขนมโตเกียวที่เธอปั้นตอนนั้นน่ะ”



T^T



เหมือนได้รับการปลดปล่อยจาก Trauma ที่เก็บมานานเป็นเวลา 15 ปี... ในที่สุดก็ได้รับการพิสูจน์แล้ว... ว่าขนมโตเกียวมันมีอยู่จริง ฮือ...



ขอบคุณซัทจังที่ยังอุตส่าห์จำได้... ขอบคุณที่โทรมาบอก T^T



คงนอนตายตาหลับแล้ว ^_^;



อย่างไรก็ตาม...เรื่องราวครั้งนี้สอนให้รู้ว่า...



อย่าได้ไปพูดเรื่องขนมโตเกียวให้คนญี่ปุ่นฟัง... -_-;

 

 

 

 

だから言ったんやろ!俺の話をきけ!!-_-;

 

 

 

 

Comment

Comment: