สถิติฆ่าตัวตายญี่ปุ่นปี 2008 ^_^;
posted on 03 Apr 2009 15:54 by hayashikisara in Japan
กรมตำรวจของญี่ปุ่นเปิดเผยจำนวนคนฆ่าตัวตายเมื่อปี 2008 แล้วว่ามีประมาณ 32,249 คน นับว่าประเทศญี่ปุ่นมีคนฆ่าตัวตายเกิน 3 หมื่นคนต่อปีติดต่อกันเป็นปีที่ 11 แต่ถ้าเทียบเมื่อปีที่แล้วกับปีก่อนหน้านั้นจำนวนคนฆ่าตัวตายก็ลดลง 844 คน ดูจากกราฟจำนวนคนฆ่าตัวตายในแต่ละเดือนของปีที่แล้วแล้วพบว่าคนฆ่าตัวตายในเดือน 10 (ตุลาคม) มากที่สุดเป็นจำนวนถึง 3,092 คน (เป็นเดือนหลังจากที่มีข่าวช็อควงการการเงินของรีแมนบราเธอร์ออกมาเป็นเหตุให้เศรษฐกิจหลายแห่งได้รับผลกระทบโดยตรงและทำให้มีคนฆ่าตัวตายมากขึ้น)
ปกติแล้วกรมตำรวจของญี่ปุ่นจะเปิดเผยจำนวนคนฆ่าตัวตายของปีที่แล้วในเดือนมิถุนายนของทุกปี แต่เนื่องจากพิษเศรษฐกิจที่เลวร้ายกลัวว่าจะมีคนฆ่าตัวตายเพิ่ม จึงพิจารณาเปิดเผยแต่เนิ่นๆ (เผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง)
จากจำนวนคนฆ่าตัวตาย 3 หมื่นกว่าคนที่ว่า มีผู้ชาย 22,831 คน (คิดเป็น 71% ของจำนวนคนฆ่าตัวตายทั้งหมด) ลดลงจากปีที่แล้ว 647 คน และมีผู้หญิง 9,418 คน ลดลงจากปีที่แล้ว 197 คน
สำหรับปี 2009 นี้เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมามีคนฆ่าตัวตายไปแล้ว 2655 คน (เพิ่มจากปีที่แล้ว 113 คน) เดือนกุมภาพันธ์ 2,470 คน (เพิ่มจากปีที่แล้ว 62 คน) จะเห็นได้ว่าพิษเศรษฐกิจในปีนี้ทำให้มีแนวโน้มคนจะฆ่าตัวตายมากขึ้นกว่าปีที่แล้วอีก
สำหรับจังหวัดที่มีคนฆ่าตัวตายเยอะที่สุดก็คือโตเกียว 2,941 คน และน้อยที่สุดคือโทกุชิมะ 202 คน ส่วนจังหวัดที่มีคนฆ่าตัวตายเพิ่มมากขึ้นจากปีที่แล้วท็อปทรีได้แก่ฮอกไกโด เพิ่มขึ้น 86 คน, นากาโน่เพิ่มขึ้น 80 คนและไซทามะเพิ่มขึ้น 68 คน
แล้วเมื่อปีที่แล้วใครอยู่ญี่ปุ่นด้วยกันจะรู้ดีว่าจะมีช่วงหนึ่งที่คนญี่ปุ่นนิยมฆ่าตัวตายกันด้วยริวกะซุยโซ (hydrogen sulfide)เพราะมีการระบาดของการเปิดเผยถึงวิธีผลิตก๊าซตัวนี้ทางอินเตอร์เน็ท (มีผู้เสียหายไม่รู้อิโหน่อิเหน่ไปด้วยหลายคนทีเดียว) เฉพาะไอ้ที่ฆ่าตัวตายแบบนี้ก็ 1056 คนเข้าไปแล้ว กรมตำรวจเองก็ได้ขอความร่วมมือไปทางโพรไวเดอร์ต่างๆให้เข้มงวดกวดขันกับเว็บไซต์พวกนี้และลบออกไปให้หมด
น่าแปลกที่จำนวนคนฆ่าตัวตายที่ญี่ปุ่นสูง แต่ไม่ค่อยจะได้ยินว่าฆ่าตัวตายเพราะอกหักช้ำรักกันเท่าไหร่ (มีแต่ฆ่าเค้าเพราะอกหัก) และวัยที่ฆ่าตัวตายเป็นวัยผู้ใหญ่มากกว่าวัยเด็กหรือวัยรุ่น
ปัญหาฆ่าตัวตายของญี่ปุ่นนี่มีมาแต่ชาติปางก่อนแล้ว คนส่วนใหญ่จะคิดว่าเป็นเพราะคนญี่ปุ่นกดดันเครียดจัดเพียงอย่างเดียว จริงๆมันก็ไม่ได้มีแต่คนเครียดฆ่าตัวตายกันซะทีเดียว ที่ได้ยินบ่อยๆก็คงจะเป็นเรื่องของการรังแกในโรงเรียน ที่มีทั้งขั้นร้ายแรงรับไม่ได้แต่บอกใครไม่ได้ เลยตายซะเลยโลกจะได้รู้ว่าถูกรังแกมันทรมาน (แต่บางคนก็จิตอ่อนเกินไป โดนนิดๆหน่อยๆก็คิดตายแล้ว) คือเรื่องนี้ไปวิจารณ์มากก็ไม่ได้เพราะเราไม่ได้เป็นคนถูกรังแก จะไปเข้าใจหัวอกคนถูกรังแกทุกสิ่งทุกอย่างก็ไม่ใช่ ทุกวันนี้โลกของอินเตอร์เน็ทเองก็มีการรังแกกันทางคำพูดมากขึ้น อุตส่าห์เขียนบล็อคขึ้นมาเจือกมีคนมาคอมเม้นท์แช่งให้ตายทุกวันจะไม่หลอนก็ยังไงอยู่
อีกเหตุผลหนึ่งที่คนญี่ปุ่นฆ่าตัวตายเป็นเพราะความรับผิดชอบที่มีต่อหน้าที่... คนตายแบบนี้มีเยอะและคนไทยคงไม่เข้าใจ รับผิดชอบต่อหน้าที่ยังไง ทำไมต้องไปตาย? แต่การแสดงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ด้วยการตายนั้นฝังอยู่ในสายเลือดคนประเทศนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว -_-; ตั้งแต่สมัยโบราณนักรบหากทำงานพลาดก็ต้องทำฮาราคีรี(คว้านท้อง)ฆ่าตัวตายแสดงความรับผิดชอบกัน หรือพอบ้านเมืองแพ้สงครามก็ต้องฆ่าตัวตายกันเพื่อศักดิ์ศรี จะได้ไม่ต้องตกเป็นเชลยศึกของฝ่ายตรงข้าม
สมมุติคนไทย(หรือเราเอง)เป็นหนี้ จ่ายไม่ได้ไม่รู้จะทำยังไง อาจจะมีความคิดที่จะหนีไปให้ไกลสุดขอบฟ้า หนีหนี้ดีกว่า อันตรธานหายโลด... แต่คนญี่ปุ่นเป็นหนี้... หลายคนฆ่าตัวตายเพราะจ่ายไม่ได้ อาจจะด้วยความอาย อดสู หรือแสดงความรับผิดชอบ หรือไม่ต้องการให้ครอบครัวเดือดร้อนเลยยอมตายไปคนเดียว... อย่างการซื้อบ้านที่ญี่ปุ่นนั้น เวลาซื้อส่วนใหญ่จะต้องทำประกันตัวนึงที่มีเนื้อหาประมาณว่า ถ้าพ่อบ้าน (คนผ่อน) มีอันเป็นไปหรือยังไง... หนี้บ้านทั้งหมดจะหมดไปในทันทีไม่ตกไปที่ภรรยาต่อ (ที่เป็นอย่างนี้เพราะผู้หญิงญี่ปุ่นไม่ได้ทำงาน ถ้าสามีตายแล้วเราต้องมาผ่อนบ้านต่อมันจะเป็นไปได้ยากมาก) ทั้งนี้ทั้งนั้นรวมถึงกรณีืที่สามีฆ่าตัวตายด้วย...
คนญี่ปุ่นบางคนที่ถูกไล่ออกจากงาน ไม่มีทางออกแล้ว จึงเลือกที่จะตาย เพื่อให้ภรรยากับลูกได้บ้านและปลดหนี้ อย่างน้อยถ้าภรรยาเอาบ้านไปขาย แล้วก็ออกไปอยู่ห้องเช่าเล็กๆกับลูกต่อก็ึคงดำเนินชีวิตต่อไปได้... คนคิดเช่นนี้มีจำนวนไม่น้อย... -_-; (ถ้าไม่มีทางออกจริงๆ อ้วนแว่นมันก็อาจจะทำเหมือนกัน ต้องคอยระวังมันดีๆ -_-;) หรือบางคนป่วยเป็นโรคร้ายเป็นอะไร ไม่อยากให้เป็นภาระใครเพราะค่ารักษาพยาบาลแพงบานเบอะ ก็ตายซะดีกว่า... เบื้องหลังการฆ่าตัวตายมันก็มีทั้งเรื่องของศักดิ์ศรี การเสียสละ และเรื่องที่น่าเศร้าอยู่
อีกอย่างที่อาจจะมีส่วนนิดหน่อยก็คือคนญี่ปุ่นไม่ได้นับถือศาสนาอะไรเป็นพิเศษขนาดที่จะใช้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ หากทำอะไรผิดก็ต้องรับผิดชอบ ไม่มีใครคิดเข้าวัดไปบวชหรือไปจำศีลไปสารภาพบาปอะไรทั้งนั้น คนในสังคมก็เรียกร้องให้รับผิดชอบมากกว่า ไม่มีใครเห็นคนทำผิดไปบวชแล้วโมทนาสาธุไปด้วย -_-; แล้วคนก็ไม่ลืม มันไม่เหมือนกับเราๆที่ถูกสอนให้ให้อภัยกัน เวลารู้สึกตัวเองซวยๆก็ไปทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา ถือศีลกินเจ สะเดาะเคราะห์หรือไปเปลี่ยนชื่อก็มี... อย่างน้อยก็ช่วยให้จิตใจดีขึ้น เกิดความหวังว่ากรูทำอย่างนี้ไปแล้วเดี๋ยวมันจะต้องดีขึ้น มีกำลังใจสู้ชีวิตกันต่อไป...
ใครจะไปคิดว่าบางทีมีอะไรประหลาดๆให้คนแห่ไปขอหวยก็อาจจะเป็นเรื่องดีเหมือนกัน... เพราะบางทีอะไรที่ดูไร้สาระในชีวิต มันก็แสดงถึงความสงบสุขยืดหยุ่นของสังคมนั้นออกมา การที่พ่อแม่หรือเพื่อนของเราเชื่อหมอดูก็อาจเป็นเรื่องที่ดีเพราะอย่างน้อยยังมีเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเค้าไว้ หมอดูอาจจะมั่วบอกให้ไปทำอะไรซักอย่างแล้วชีวิตเราจะดีขึ้น แต่คนไปทำก็ทำด้วยความหวังและมีความรู้สึกดีว่าชีวิตจะดีขึ้น มันก็ไม่ไร้สาระซะทีเดียวหรอกนะ (ถึงแม้เราจะไม่เคยดูหมอหรือเชื่อหมอดูซักครั้งก็ตามเถอะ)
ไม่ได้บอกว่าอย่างไหนดีกว่า ขึ้นอยู่กับใครชอบอยู่สังคมแบบไหน ถ้าชอบอยู่สังคมแบบผิดคือผิด ไม่มีความจำเป็นต้องให้อภัยคนผิดก็ต้องยอมรับสถานกาีรณ์ตึงเครียดและต้องรับผิดชอบอย่างมากเมื่อตัวเองทำผิดด้วย ส่วนใครชอบแบบหยวนๆให้อภัยกัน เวลาทำผิดเราหวังให้คนอภัยให้เรา นั่นหมายถึงเราต้องให้อภัยคนอื่นด้วย
เครียดแต่ไม่วุ่นวาย (ตายไปคนเดียวให้รู้แล้วรู้รอด) กับวุ่นวายแต่ไม่เครียด (กรูไม่รับผิดชอบ กรูไม่หนี กรูไม่จ่าย) ชอบแบบไหนก็เลือกกันเนอะ ^_^;
ป.ล. พรุ่งนี้เกาหลีเหนือเค้าว่าจะยิงมิไซล์มาทางญี่ปุ่นแล้ว จากการคาดหมายและประสบการณ์โดนยิงที่ผ่านมา ก็คงจะผ่านแถวอาคิตะกับอิวาเทะ แล้วคงเลยไปลงทะเลอีกฟาก ถ้าซวยหน่อยก็อาจจะตกแถวสองจังหวัดนี้ล่ะ -_-; (นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอก) เบื่อเพื่อนบ้านแบบนี้จริงๆ สาเหตุการยิงก็คาดเดาจากที่ผ่านมาก่อนๆว่าจะขอข้าวขอแกงขอแหวนทองแดงจากญี่ปุ่นอีก ถ้าญี่ปุ่นไม่ติดสนธิสัญญาที่ต้องปกป้องตัวเองอย่างเดียว (ไม่เสียหายใครไม่ตายห้ามตอบโต้) อยากให้ยิงมันกลับไปเลยเหมือนกัน ขอลงตรงๆที่บ้านตาลุงนั่นเลยได้มั้ย (เริ่มก้าวร้าว)
******************************************
วันนี้อากาศดีเลยพาอาคิไปเดินเล่นดูซากุระที่สวนแถวบ้านมาค่ะ เพื่อความประหยัด... ทำข้าวไปกินอีกแล้ว ^_^; รูปเยอะหน่อยนะคะ m(_ _)m

สถานีที่บ้าน

นั่งรถไฟไปนิดหน่อย

ทางเดินเล่น

บานแล้ว

คิดถูกที่มาวันนี้

อากาศดี คนน้อย

ดอกไม้สวย

สะพรั่ง

^_^

เด็กนอนเล่นใบไม้

เดินเล่น

ต้นนี้ก็สวย

นี่ด้วย

เข้าฤดูใบไม้ผลิแล้วจริงๆ

มีรูปตัวเองอยู่รูปเดียว ถ่ายกับตัวเล็กในท้อง ^_^

แต่ก็ต้องวิ่งไล่ตัวโตไปด้วย

ท่าจะเหนื่อย

กินหนมหน่อย

มาม้าทำมาเอง

จะเอาอันนี้

อ้ำๆ คุณยายป้อน

จะบ่ายสามแล้ว กลับบ้านเนอะ ^_^

มันชอบทำหน้าทะเล้น

ซื้อหนังสือภาพเด็กมันไม่อ่าน... มันอ่านแต่หนังสือเฉลยเกม -_-;

แถมเอามาให้อ่านให้ฟังอีก... (เกม Bokujyou Monogatari ของเครื่อง Wii)

แล้วเด็กมันจะรู้เรื่องมั้ยนี่...

เล่นกล้องตัวเก่าที่เสียไปแล้ว

อารมณ์ดีแต่เช้า

มันยิ้มอะไร... ^_^;

^_^


สงสารเด็กๆที่โดนรังแกเหมือนกัน
บรรยากาศสวยจังที่นู่น ที่นี่ร้องคอตๆ
.
.
.
.
ปล.ขึ้นหัวข้อมาแบบนั้น แล้วผมเลื่อนลงมา นึกว่าจะมีรูปสถานที่ ที่คนญี่ปุ่นชอบไปฆ่าตัวตายกัน
ที่ไหนได้อวดรูปนี่เอง 55+
#1 By SYN on 2009-04-03 16:05