กรมตำรวจของญี่ปุ่นเปิดเผยจำนวนคนฆ่าตัวตายเมื่อปี 2008 แล้วว่ามีประมาณ 32,249 คน นับว่าประเทศญี่ปุ่นมีคนฆ่าตัวตายเกิน 3 หมื่นคนต่อปีติดต่อกันเป็นปีที่ 11 แต่ถ้าเทียบเมื่อปีที่แล้วกับปีก่อนหน้านั้นจำนวนคนฆ่าตัวตายก็ลดลง 844 คน ดูจากกราฟจำนวนคนฆ่าตัวตายในแต่ละเดือนของปีที่แล้วแล้วพบว่าคนฆ่าตัวตายในเดือน 10 (ตุลาคม) มากที่สุดเป็นจำนวนถึง 3,092 คน (เป็นเดือนหลังจากที่มีข่าวช็อควงการการเงินของรีแมนบราเธอร์ออกมาเป็นเหตุให้เศรษฐกิจหลายแห่งได้รับผลกระทบโดยตรงและทำให้มีคนฆ่าตัวตายมากขึ้น)

ปกติแล้วกรมตำรวจของญี่ปุ่นจะเปิดเผยจำนวนคนฆ่าตัวตายของปีที่แล้วในเดือนมิถุนายนของทุกปี แต่เนื่องจากพิษเศรษฐกิจที่เลวร้ายกลัวว่าจะมีคนฆ่าตัวตายเพิ่ม จึงพิจารณาเปิดเผยแต่เนิ่นๆ (เผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง)

จากจำนวนคนฆ่าตัวตาย 3 หมื่นกว่าคนที่ว่า มีผู้ชาย 22,831 คน (คิดเป็น 71% ของจำนวนคนฆ่าตัวตายทั้งหมด) ลดลงจากปีที่แล้ว 647 คน และมีผู้หญิง 9,418 คน ลดลงจากปีที่แล้ว 197 คน

สำหรับปี 2009 นี้เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมามีคนฆ่าตัวตายไปแล้ว 2655 คน (เพิ่มจากปีที่แล้ว 113 คน) เดือนกุมภาพันธ์ 2,470 คน (เพิ่มจากปีที่แล้ว 62 คน) จะเห็นได้ว่าพิษเศรษฐกิจในปีนี้ทำให้มีแนวโน้มคนจะฆ่าตัวตายมากขึ้นกว่าปีที่แล้วอีก

สำหรับจังหวัดที่มีคนฆ่าตัวตายเยอะที่สุดก็คือโตเกียว 2,941 คน และน้อยที่สุดคือโทกุชิมะ 202 คน ส่วนจังหวัดที่มีคนฆ่าตัวตายเพิ่มมากขึ้นจากปีที่แล้วท็อปทรีได้แก่ฮอกไกโด เพิ่มขึ้น 86 คน, นากาโน่เพิ่มขึ้น 80 คนและไซทามะเพิ่มขึ้น 68 คน

แล้วเมื่อปีที่แล้วใครอยู่ญี่ปุ่นด้วยกันจะรู้ดีว่าจะมีช่วงหนึ่งที่คนญี่ปุ่นนิยมฆ่าตัวตายกันด้วยริวกะซุยโซ (hydrogen sulfide)เพราะมีการระบาดของการเปิดเผยถึงวิธีผลิตก๊าซตัวนี้ทางอินเตอร์เน็ท (มีผู้เสียหายไม่รู้อิโหน่อิเหน่ไปด้วยหลายคนทีเดียว) เฉพาะไอ้ที่ฆ่าตัวตายแบบนี้ก็ 1056 คนเข้าไปแล้ว กรมตำรวจเองก็ได้ขอความร่วมมือไปทางโพรไวเดอร์ต่างๆให้เข้มงวดกวดขันกับเว็บไซต์พวกนี้และลบออกไปให้หมด

น่าแปลกที่จำนวนคนฆ่าตัวตายที่ญี่ปุ่นสูง แต่ไม่ค่อยจะได้ยินว่าฆ่าตัวตายเพราะอกหักช้ำรักกันเท่าไหร่ (มีแต่ฆ่าเค้าเพราะอกหัก) และวัยที่ฆ่าตัวตายเป็นวัยผู้ใหญ่มากกว่าวัยเด็กหรือวัยรุ่น

ปัญหาฆ่าตัวตายของญี่ปุ่นนี่มีมาแต่ชาติปางก่อนแล้ว คนส่วนใหญ่จะคิดว่าเป็นเพราะคนญี่ปุ่นกดดันเครียดจัดเพียงอย่างเดียว จริงๆมันก็ไม่ได้มีแต่คนเครียดฆ่าตัวตายกันซะทีเดียว ที่ได้ยินบ่อยๆก็คงจะเป็นเรื่องของการรังแกในโรงเรียน ที่มีทั้งขั้นร้ายแรงรับไม่ได้แต่บอกใครไม่ได้ เลยตายซะเลยโลกจะได้รู้ว่าถูกรังแกมันทรมาน (แต่บางคนก็จิตอ่อนเกินไป โดนนิดๆหน่อยๆก็คิดตายแล้ว) คือเรื่องนี้ไปวิจารณ์มากก็ไม่ได้เพราะเราไม่ได้เป็นคนถูกรังแก จะไปเข้าใจหัวอกคนถูกรังแกทุกสิ่งทุกอย่างก็ไม่ใช่ ทุกวันนี้โลกของอินเตอร์เน็ทเองก็มีการรังแกกันทางคำพูดมากขึ้น
อุตส่าห์เขียนบล็อคขึ้นมาเจือกมีคนมาคอมเม้นท์แช่งให้ตายทุกวันจะไม่หลอนก็ยังไงอยู่

อีกเหตุผลหนึ่งที่คนญี่ปุ่นฆ่าตัวตายเป็นเพราะความรับผิดชอบที่มีต่อหน้าที่... คนตายแบบนี้มีเยอะและคนไทยคงไม่เข้าใจ รับผิดชอบต่อหน้าที่ยังไง ทำไมต้องไปตาย? แต่การแสดงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ด้วยการตายนั้นฝังอยู่ในสายเลือดคนประเทศนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว -_-; ตั้งแต่สมัยโบราณนักรบหากทำงานพลาดก็ต้องทำฮาราคีรี(คว้านท้อง)ฆ่าตัวตายแสดงความรับผิดชอบกัน หรือพอบ้านเมืองแพ้สงครามก็ต้องฆ่าตัวตายกันเพื่อศักดิ์ศรี จะได้ไม่ต้องตกเป็นเชลยศึกของฝ่ายตรงข้าม

สมมุติคนไทย(หรือเราเอง)เป็นหนี้ จ่ายไม่ได้ไม่รู้จะทำยังไง อาจจะมีความคิดที่จะหนีไปให้ไกลสุดขอบฟ้า หนีหนี้ดีกว่า อันตรธานหายโลด... แต่คนญี่ปุ่นเป็นหนี้... หลายคนฆ่าตัวตายเพราะจ่ายไม่ได้ อาจจะด้วยความอาย อดสู หรือแสดงความรับผิดชอบ หรือไม่ต้องการให้ครอบครัวเดือดร้อนเลยยอมตายไปคนเดียว... อย่างการซื้อบ้านที่ญี่ปุ่นนั้น เวลาซื้อส่วนใหญ่จะต้องทำประกันตัวนึงที่มีเนื้อหาประมาณว่า ถ้าพ่อบ้าน (คนผ่อน) มีอันเป็นไปหรือยังไง... หนี้บ้านทั้งหมดจะหมดไปในทันทีไม่ตกไปที่ภรรยาต่อ (ที่เป็นอย่างนี้เพราะผู้หญิงญี่ปุ่นไม่ได้ทำงาน ถ้าสามีตายแล้วเราต้องมาผ่อนบ้านต่อมันจะเป็นไปได้ยากมาก)
ทั้งนี้ทั้งนั้นรวมถึงกรณีืที่สามีฆ่าตัวตายด้วย...

คนญี่ปุ่นบางคนที่ถูกไล่ออกจากงาน ไม่มีทางออกแล้ว จึงเลือกที่จะตาย เพื่อให้ภรรยากับลูกได้บ้านและปลดหนี้ อย่างน้อยถ้าภรรยาเอาบ้านไปขาย แล้วก็ออกไปอยู่ห้องเช่าเล็กๆกับลูกต่อก็ึคงดำเนินชีวิตต่อไปได้... คนคิดเช่นนี้มีจำนวนไม่น้อย... -_-; (ถ้าไม่มีทางออกจริงๆ อ้วนแว่นมันก็อาจจะทำเหมือนกัน ต้องคอยระวังมันดีๆ -_-;) หรือบางคนป่วยเป็นโรคร้ายเป็นอะไร ไม่อยากให้เป็นภาระใครเพราะค่ารักษาพยาบาลแพงบานเบอะ ก็ตายซะดีกว่า...
เบื้องหลังการฆ่าตัวตายมันก็มีทั้งเรื่องของศักดิ์ศรี การเสียสละ และเรื่องที่น่าเศร้าอยู่

อีกอย่างที่อาจจะมีส่วนนิดหน่อยก็คือคนญี่ปุ่นไม่ได้นับถือศาสนาอะไรเป็นพิเศษขนาดที่จะใช้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ หากทำอะไรผิดก็ต้องรับผิดชอบ ไม่มีใครคิดเข้าวัดไปบวชหรือไปจำศีลไปสารภาพบาปอะไรทั้งนั้น คนในสังคมก็เรียกร้องให้รับผิดชอบมากกว่า ไม่มีใครเห็นคนทำผิดไปบวชแล้วโมทนาสาธุไปด้วย -_-; แล้วคนก็ไม่ลืม มันไม่เหมือนกับเราๆที่ถูกสอนให้ให้อภัยกัน เวลารู้สึกตัวเองซวยๆก็ไปทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา ถือศีลกินเจ สะเดาะเคราะห์หรือไปเปลี่ยนชื่อก็มี... อย่างน้อยก็ช่วยให้จิตใจดีขึ้น เกิดความหวังว่ากรูทำอย่างนี้ไปแล้วเดี๋ยวมันจะต้องดีขึ้น มีกำลังใจสู้ชีวิตกันต่อไป...

ใครจะไปคิดว่าบางทีมีอะไรประหลาดๆให้คนแห่ไปขอหวยก็อาจจะเป็นเรื่องดีเหมือนกัน... เพราะบางทีอะไรที่ดูไร้สาระในชีวิต มันก็แสดงถึงความสงบสุขยืดหยุ่นของสังคมนั้นออกมา การที่พ่อแม่หรือเพื่อนของเราเชื่อหมอดูก็อาจเป็นเรื่องที่ดีเพราะอย่างน้อยยังมีเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเค้าไว้ หมอดูอาจจะมั่วบอกให้ไปทำอะไรซักอย่างแล้วชีวิตเราจะดีขึ้น แต่คนไปทำก็ทำด้วยความหวังและมีความรู้สึกดีว่าชีวิตจะดีขึ้น มันก็ไม่ไร้สาระซะทีเดียวหรอกนะ (ถึงแม้เราจะไม่เคยดูหมอหรือเชื่อหมอดูซักครั้งก็ตามเถอะ)

ไม่ได้บอกว่าอย่างไหนดีกว่า ขึ้นอยู่กับใครชอบอยู่สังคมแบบไหน ถ้าชอบอยู่สังคมแบบผิดคือผิด ไม่มีความจำเป็นต้องให้อภัยคนผิดก็ต้องยอมรับสถานกาีรณ์ตึงเครียดและต้องรับผิดชอบอย่างมากเมื่อตัวเองทำผิดด้วย ส่วน
ใครชอบแบบหยวนๆให้อภัยกัน เวลาทำผิดเราหวังให้คนอภัยให้เรา นั่นหมายถึงเราต้องให้อภัยคนอื่นด้วย

เครียดแต่ไม่วุ่นวาย (ตายไปคนเดียวให้รู้แล้วรู้รอด) กับวุ่นวายแต่ไม่เครียด (กรูไม่รับผิดชอบ กรูไม่หนี กรูไม่จ่าย) ชอบแบบไหนก็เลือกกันเนอะ ^_^;




ป.ล. พรุ่งนี้เกาหลีเหนือเค้าว่าจะยิงมิไซล์มาทางญี่ปุ่นแล้ว จากการคาดหมายและประสบการณ์โดนยิงที่ผ่านมา ก็คงจะผ่านแถวอาคิตะกับอิวาเทะ แล้วคงเลยไปลงทะเลอีกฟาก ถ้าซวยหน่อยก็อาจจะตกแถวสองจังหวัดนี้ล่ะ -_-; (นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอก) เบื่อเพื่อนบ้านแบบนี้จริงๆ สาเหตุการยิงก็คาดเดาจากที่ผ่านมาก่อนๆว่าจะขอข้าวขอแกงขอแหวนทองแดงจากญี่ปุ่นอีก ถ้าญี่ปุ่นไม่ติดสนธิสัญญาที่ต้องปกป้องตัวเองอย่างเดียว (ไม่เสียหายใครไม่ตายห้ามตอบโต้) อยากให้ยิงมันกลับไปเลยเหมือนกัน ขอลงตรงๆที่บ้านตาลุงนั่นเลยได้มั้ย (เริ่มก้าวร้าว)


******************************************

วันนี้อากาศดีเลยพาอาคิไปเดินเล่นดูซากุระที่สวนแถวบ้านมาค่ะ เพื่อความประหยัด... ทำข้าวไปกินอีกแล้ว ^_^; รูปเยอะหน่อยนะคะ m(_ _)m




สถานีที่บ้าน




นั่งรถไฟไปนิดหน่อย




ทางเดินเล่น




บานแล้ว




คิดถูกที่มาวันนี้




อากาศดี คนน้อย




ดอกไม้สวย




สะพรั่ง




^_^




เด็กนอนเล่นใบไม้




เดินเล่น




ต้นนี้ก็สวย




นี่ด้วย




เข้าฤดูใบไม้ผลิแล้วจริงๆ




มีรูปตัวเองอยู่รูปเดียว ถ่ายกับตัวเล็กในท้อง ^_^




แต่ก็ต้องวิ่งไล่ตัวโตไปด้วย




ท่าจะเหนื่อย




กินหนมหน่อย




มาม้าทำมาเอง




จะเอาอันนี้




อ้ำๆ คุณยายป้อน




จะบ่ายสามแล้ว กลับบ้านเนอะ ^_^




มันชอบทำหน้าทะเล้น




ซื้อหนังสือภาพเด็กมันไม่อ่าน... มันอ่านแต่หนังสือเฉลยเกม -_-;




แถมเอามาให้อ่านให้ฟังอีก... (เกม Bokujyou Monogatari ของเครื่อง Wii)




แล้วเด็กมันจะรู้เรื่องมั้ยนี่...




เล่นกล้องตัวเก่าที่เสียไปแล้ว




อารมณ์ดีแต่เช้า




มันยิ้มอะไร... ^_^;




^_^

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แอร้ ลูกน่ารักมั่กๆเลยครับ
บรรยากาศสวยจังที่นู่น ที่นี่ร้องคอตๆ
.
.
.
.
ปล.ขึ้นหัวข้อมาแบบนั้น แล้วผมเลื่อนลงมา นึกว่าจะมีรูปสถานที่ ที่คนญี่ปุ่นชอบไปฆ่าตัวตายกัน

ที่ไหนได้อวดรูปนี่เอง 55+

#1 By SYN on 2009-04-03 16:05

คุณHayashi Kisaraคะขอนอกเรื่องนิดนึงค่ะ
คืออยากถามว่าวีซ่าประเภท配偶者อย่างเราๆ หากจะทำงานพิเศษต้องไปขอใบอนุญาตทำงานที่นิวกังหรือเปล่าคะ
เพราะสามีเข้าใจผิดมาตลอดว่าไม่ต้อง
ตอนนี้มีนัดสัมภาษณ์งานแล้ว แต่อาจารย์ที่โรงเรียนบอกว่าต้องไปขอ
ช็อคมาก เพราะต้องโทรไปแคนเซิลเค้า แถมเจ็บใจที่อยู่บ้านว่างๆมาเดือนนึงโดยไม่ได้ไปขอ

#2 By saori_gig on 2009-04-03 16:18

ขึ้นหัวเรื่องมา...ไม่อยากจะอ่านเลย

แต่พอเข้ามาทั้งสวย ทั้งน่ารัก

แหมมม....เกือบไปแล้ว เกือบพลาดรูปเจ้าของบ้าน
ดอกไม้สวยมากเลยคะ

ฆ่าตัวตาย หน้าที่ ศักดิ์ศรี แลกด้วยชีวิต

#4 By chockcolate_am on 2009-04-03 16:22

ชอบสังคมแบบผิดคือผิดมากกว่าครับ
โทษสถานเดียวคือ ตาย เท่านั้น

ไอคำว่า หยวน ๆ ให้อภัย ไม่เห็นจะทำให้สังคมดีขึ้นมาเลย
ดูอย่างบ้านเมืองเราเป็นตัวอย่างเถอะ
เพราะฉะนั้น ถ้าตัดสินว่าผิด ก็ต้องรับโทษไป โทษตายก็ต้องตาย
ไม่ใช่โทษตาย แล้วผู้ตัดสิน ไม่กล้าตัดสินให้ตายเพราะกลัวเป็นบาปอีก เซ็ง

p.s. น้องหนอนน่ารักอ่ะครับ cry

#5 By リリース on 2009-04-03 16:23

"แล้วเมื่อปีที่แล้วใครอยู่ญี่ปุ่นด้วยกันจะ รู้ดีว่าจะมีช่วงหนึ่งที่คนญี่ปุ่นนิยมฆ่าตัวตายกันด้วยริวกะซุยโซ (hydrogen sulfide)เพราะมีการระบาดของการเปิดเผยถึงวิธีผลิตก๊าซตัวนี้ทางอินเตอร์เน็ท..."

ก็าซนี้นี่มัน.. จำพวกเดียวกับก๊าซไข่เน่ารึเปล่าอ่ะครับ sad smile

#6 By VVITch on 2009-04-03 16:23

น้องน่ารักมากเลยค่ะ

ตามอ่านมานานแล้วค่ะ ชอบที่เอาเรื่องราวของญี่ปุ่นมาให้อ่าน ดูรูปน่ารักๆของน้องไปด้วย
อันนี้ดูเครียดหน่อยแต่ก็เหมือนได้รู้จักกับประเทศเค้ามากขึ้น

ขอบคุณมากค่ะ

อ้อ...รูปสวยมากมาย ดอกซากุระนี่สวยมากเลยอ่ะค่ะ

#7 By MoshMosh (203.130.139.131) on 2009-04-03 16:24

อ๊า อ่านบทความชวนคิดด้านบน แล้วมาเจอเด็กๆยิ้มนี่โลกมันสดใสขึ้นทันตาจริงๆ

ถ่ายซากุระมาสวยมากๆค่ะ

#8 By talalan on 2009-04-03 16:34

ดีมีความสุขดีจังค่ะวันนี้

(ไม่เข้ากะหัวข้อเอนทรี่sad smile )
แต่ได้เห็นน้องอาคิยิ้มกว้างๆอย่างนี้ชอบจัง
^---------------^

#9 By ต้า on 2009-04-03 16:48

ซากุระสวยมากครับ

การฆ่าตัวตายไม่ดีจริงๆ >_<

#10 By Elta_kung on 2009-04-03 16:52

อ่านแล้วหดหู่
ดีนะครับที่จบด้วยของสวยๆงามๆ ..
และซนๆ ^-^ Hot!
ว้าวๆๆๆ ซากุระบานแล้ว ยรรยากาศน่าไปเที่ยวมากconfused smile confused smile confused smile
ซากุระสวยจริงๆ..อยากไปเที่ยวบ้างอะ sad smile

#13 By clock on 2009-04-03 17:40

อรั๊งงง อยากไปยุ่นบ้างจังค่ะ
ซากุระงามเหลือเชื่อค่ะ สุโก้ยมากๆค่ะ
ลูกก็น่ารักมากๆเลยค่ะ ยิ้มตลอดเลย อรั๊งง จะละลาย~

ตัวเลขสถิติฆ่าตัวตายเยอะจนน่ากลัวค่ะ -_-

#14 By オレンジ 嘘 || orenji-uso on 2009-04-03 17:42

#5 เห็นด้วย

ขอนิดนึง แต่ถ้าจะฆ่าตัวตายรับผิดชอบ อย่าลากคนอื่นไปด้วยได้มะ sad smile

#15 By house on 2009-04-03 18:43

ซากุระสวยมากกก

น้องอาคิน่ารักกก
โตขึ้นมีแววติดเกม..ฮ่าฮ่า confused smile

#16 By six on 2009-04-03 19:00

ช่วงปีที่แล้ว มีข่าวนึงน่ากลัวมากเลยครับ
มีคนกระโดดไปให้รถไฟชน แล้วศพกระเด็นขึ้นมากระแทกคนไม่รู้อิโหล่อิเหน่ตายไปอีกคน

เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปฮานามิเหมือนกันครับ ไว้ลองเอารูปซากุระโยโกฮาม่า กับ ซากุระโอซาก้ามาแข่งกันดู confused smile

#17 By ม่อน on 2009-04-03 19:04

อ่านแล้วเห็นภาพชัดขึ้นเลยครับ
ผมก็งงๆมาตลอดทำไมต้องฆ่าตัวตายกันเยอะขนาดนั้น

***ถ้าเป็นไปได้รบกวนเจ๊เขียนบรรยายความรู้สึกของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อคำขู่ของเกาหลีเหนือในครั้งนี้ให้ทีสิครับ อยากรู้จริงๆ ขอบคุณล่วงหน้าครับHot!

#18 By 9th TEARDROP on 2009-04-03 19:08

อาคิน่ารักจังเลยคะ
ซากุระก็สวยจัง
อ่านแล้ว อยากทราบสถิติเมืองไทยเหมือนกันแฮะ
สงสัยจังเลยคะ เกาหลีเขายิงทำไม แล้วไม่สามารถทำไรได้เลยเหรอคะ อเมริกาที่อ้างเป็นตำรวจโลก ไม่ห้ามบ้างเลยเหรอคะ -*-

#19 By Moon Tirra Action!!!!! on 2009-04-03 19:11

น้องน่ารักมากครับ big smile big smile อาหารกล่องก้น่ากิ๊นน่ากิน confused smile

#20 By boon boon on 2009-04-03 20:21

อ่านแล้วเข้าใจคนญี่ปุ่นมากขึ้นนะ ว่าสังคมแต่ละที่ไม่เมหือนกันจริงๆ

คนละแบบกับบ้านเราเลยค่ะ


แต่ว่ารูปดูน่ารักกกกก สงบสุขจัง> <,, ไม่เข้าก่ะหัวข้อเรื่องเลยค่ะะะcry

#21 By ☂ YukiUsagi ★ on 2009-04-03 21:02

ยิ้มได้กินใจมากเลยอาคิเนี่ย ชอบรูปที่นอนผึ่งพุงจังเลย



เรื่องฆ่าตัวตายเนี่ย พออ่านแบบนี้แล้วรู้สึกว่า วัฒนธรรมต่างพฤติกรรมก็ต่างจริงๆ นะเนี่ย

แต่คิดว่า หลายๆเรื่องคนญี่ปุ่นพึ่งและยึดติดกับตัวเองมากไป พอล้มแล้วก็เลยลุกไม่ขึ้นด้วย เลยทำให้หาทางออกแบบนั้นก็เป็นได้

#22 By tapum on 2009-04-03 21:13

น้องสาวมากู่ร้องข้างๆว่าอาคิน้อยโมเอ๊confused smile
ซากุระสีขาวสวยจัง
ทางเดินเล่นเหมือนเขาวงกต

,,
ฆ่าตัวตายด้วยเหตุผลทางสังคมที่ต่างกันเนอะ
วัฒนธรรมและความเชื่อที่ต่างกัน
ตัวเองตายแล้วใช่ว่าอะไรจะดีขึ้นนา..

#23 By SEsai*im อิ่มๆ on 2009-04-03 21:28

โอ้ อ่านตอนก่อนๆนึกว่าคุณพี่ที่ใส่แว่นเป็นจขบ.เสียอีก

อาคิน่ารักสดใสจริงๆเลยconfused smile

#24 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2009-04-03 21:49

ไม่รู้ว่า วันที่ไปอยู่โน่น(โยโกฮาม่า)จะยังได้เห็นซากุระบานรึเปล่า ^ ^'

ความเครียดที่เกิดมาจากความรับผิดชอบ อาจจะเ็ป็้นสาเหตที่ทำให้ประเทศเขาไปเร็วมั้งครับ

#25 By garun on 2009-04-03 22:47

สวยค่ะซากุระ

น้องก้อน่ารัก อิอิ

อยู่นี่พอเห็นซากุระแล้วอารมณ์ดีขึ้นเลยเนอะ confused smile

#26 By momoocha on 2009-04-03 22:55

ซากุระสวยมากๆค่ะ
อยากไปยลสักครั้ง ^^
น้องอาคิสดใสจังเลยย

big smile

#27 By หวาน on 2009-04-03 23:42

เป็นสถิติที่น่ากลัว...
ปล.ได้รับโปสการ์ดแล้วครับconfused smile

#28 By wesong on 2009-04-03 23:55

ซากุระสวยจัง ถ้ามีโอกาสก็อยากไปดูด้วยตาตัวเองมากกว่า

แต่ตอนนี้ไม่มีก็ต้องดูในเน็ตต่อไป...น้องอาคิน่ารักจังconfused smile

#29 By ~*moonu*~ on 2009-04-04 03:31

ดอกซากุระสวยมากมาย cry

#30 By tikyon on 2009-04-04 03:51

ตั้งแต่ศึกษาศาสนาพุทธแล้วเลิกคิดไปเลย
เรื่องฆ่าตัวตาย
บาป 500 ชาติ แอ้ก ไม่เอาอะ sad smile

น้องอาคิอารมณ์ดีจังเลยน้า~
ขอให้แข็งแรง จิตแจ่มใส แล้วก็ปลอดภัยจ้ะ

#31 By ไทดี้ on 2009-04-04 04:41

ซากุระบานเห็นแล้วสดชื่นจัง

แต่ contrast กับตัวเลข 30,000 จริง ๆ นะครับ มันคงเป็นเหมือนมิติที่เหลื่อมล้ำกันระหว่างธรรมชาติและจิตใจล่ะมั้งครับ

#32 By nora on 2009-04-04 07:46

ขอบคุณมากค่ะ เมื่อเย็นเพื่อนสามีก็มากันเต็มบ้านมาเปิดเน็ตหาข้อมูลกันให้แล้วยืนยันว่าไม่ต้องขอใบอะไรทั้งนั้น ยิ่งคุณโบว์มายืนยันอย่างนี้แล้วค่อยโล่งใจหน่อย วันอังคารนี้จะได้ไปสัมภาษณ์งานเสียที เฮ้อ อุตส่าห์หางานมาตั้งนาน เมื่อวานช็อคเลย ^^;

#33 By saori_gig on 2009-04-04 09:29

อาคิน้อยน่ารักจังเลยค่ะ
ยิ้มได้สดใสมาก ๆ ชอบรูปที่นอนเล่นใบไม้จัง
พี่โบว์ทำเบนโตได่น่ากินมาก ๆ ซร้วบบ!

สังคมที่ญี่ปุ่นแตกต่างกับบ้านเรามาก ๆเลยจริง ๆ
มองอีกมุมหนึ่ง บางทีการฆ่าตัวตายของที่นู่นก็เป็นการรักษาศักดิ์ศรี การเสียสละ

แต่ถ้าหนูเป็นแม่บ้านที่สามีฆ่าตัวตายเพื่อไม่ให้ผ่อนบ้าน ก็คงรู้สึกเศร้าอ่ะแหละ ถึงแม้ว่าเค้าจะทำเพื่อเราก็เถอะนะ

#34 By [: j.i.n.x :] on 2009-04-05 12:04

น่ารัก(ล) กลับบ้านเสียจริง

#35 By ฉัน ชื่อ ยีน on 2009-08-14 11:25

อ่านแล้วเข้าใจมากขึ้นค่ะ เรื่องฆ่าตัวตายของคนญี่ปุ่น

แต่ที่โน้นก็รักแกกันแรงจริงๆอ่ะแหละangry smile สงสารเด็กๆที่โดนรังแกเหมือนกัน

ภาพเยอะแต่สวยค่ะ ทำให้อยากไปเที่ยวบ้าง

ข้าวกล่องน่าหม่ำ

ลูกชายน่าร้ากกกกก

#36 By hobbyburn on 2009-08-19 11:22

ลูกน่ารักนะครับ

#37 By Dr.Manaorana Fool on 2009-11-11 14:38