แค่ชมกับให้กำลังใจ อาจให้อะไรได้มากกว่าที่คิด ^_^;
posted on 25 Mar 2009 12:10 by hayashikisara in Diaryหลังจากที่นั่งลุ้นเวิร์ลเบสบอลเมื่อวานจนถึงช่วงต่อเวลา... ในที่สุดญี่ปุ่นก็ชนะเกาหลีไปแบบหวุดหวิด ผู้เล่นญี่ปุ่นก็ฝีมือดีแหล่ะ แต่ไทม์มิ่งกับโชคก็มีส่วนช่วยเพราะเกาหลีก็เก่งและฝีมือมากๆ ยิ่งแข่งกับประเทศที่ไม่อยากจะแพ้ด้วยแล้วก็เต็มที่... (เข้าใจอ่ะนะ เกาหลีแพ้ใครก็ได้แต่ไม่อยากแพ้ญี่ปุ่นหรอก ญี่ปุ่นเองก็คงเหมือนกัน แต่เอาน่ะ เกาหลีก็ชนะโอลิมปิคไปแล้วไง)
ยังไงก็ได้ข้อสรุปว่าที่หนึ่งที่สองเป็นเอเชียทั้งคู่ คิดอย่างนี้ก็น่าดีใจแล้ว ^_^;
พอได้เป็นแชมป์ปุ๊บ หนังสือพิมพ์ก็ออกฉบับโกไกออกมาทันที (เป็นใบปลิวแจกฟรีสำหรับข่าวด่วน) แจกหมดไปในพริบตา ข่าวทุกช่องทุกรายการมีแต่คนพูดถึงและเอาภาพมาออก บรรยากาศของทั้งประเทศเต็มไปด้วยความยินดียิ่งกว่านายกอะโซออกมาประกาศแจกเงิน
ก็รู้สึกดีใจไปด้วยนะ
นึกถึงเมื่อก่อนนานมาแล้วที่มาญี่ปุ่นใหม่ๆ... ญี่ปุ่นก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ถ้ามีเรื่องอะไรน่ายินดีแบบนี้ไม่ว่าจะชนะกีฬา ได้รางวัลระดับโลกอะไรก็ตามแต่ หรือได้เป็นสมาชิกคนหนึ่งที่ได้ขึ้นจรวดไปกับนาซ่าของอเมริกา ผู้คนจะฮือฮาๆ ข่าวจะออกทุกวันๆ ประกาศเกียรติยศกันซะเว่อร์อย่างนี้เสมอ...
ครั้งหนึ่งเราเคยคิดว่าเว่อร์ว่ะ พอตัวเองได้ดีก็ประกาศๆๆ มีแต่ข่าวดีนี้ตลอดทั้งวันและไปอีกสองสามวัน น่าหมั่นไสเป็นที่สุด
แต่พออยู่เกินปีที่สามที่สี่มาแล้ว... กลับรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวไปด้วยอย่างประหลาด (โดนผัวล้างสมอง?) ไม่ช่าย... แต่เป็นความรู้สึกว่าเป็นเรื่องถูกต้องแล้วที่เวลาคนในชาติไปทำชื่อเสียงอะไรได้มาแล้วจะป่าวประกาศให้เว่อร์ไปเลยเนี่ย ก็ดีใจกับประเทศชาติและคนประเทศเราจะเป็นไรไป ใช่เรื่องน่าหมั่นไส้ที่ไหน? อย่างน้อยมันก็เป็นความจริงที่เราได้แชมป์หรือได้รางวัล ไม่ได้ไปโกหกหลอกใครมา
คือถ้าใครมีลูกอยู่ประเทศญี่ปุ่นเหมือนกันแล้ว ทุกคนจะต้องได้ยินมาเหมือนกันหมดว่าเวลาลูกทำอะไรได้ทีนึงเนี่ย (เช่นเบ่งอึได้) จะต้องชมให้เว่อร์ไว้ก่อน พ่อแม่ต้องตบมือดีใจ ชมให้ยิ่งใหญ่อลังการราวกับลูกเอ็นติดจุฬา เพราะมันจะทำให้เด็กมีกำลังใจในการทำอะไรเองต่อๆไป และเป็นการกระตุ้นความรู้สึกให้เด็กอยากทำมากขึ้น พยายามทำอะไรที่มันยากมากขึ้น
บ้านเราลูกทำได้...พ่อแม่ดีใจนะแต่ไม่ชอบชมตรงๆ (อย่างมากก็เอ้อ..เก่ง เก่ง... ) -_-; เพราะคนไทยชอบคิดว่าเดี๋ยวมันเหลิง เดี๋ยวมันประมาท สมมุติเราได้เกรด 4 หมดเอาไปให้แม่ดู จะชมก็ไม่เชิงแต่จะบอกว่าคราวหน้าให้ได้อย่างนี้แล้วกัน ต่อไปก็ทำให้มันดีๆแล้วกัน หรือไม่ก็พูดในแนวว่าคนอื่นเค้าไม่เก่งหรือเปล่า? โกงหรือเปล่า? (จะแซวทำไม เราแค่อยากได้คำชมเฉยๆอย่างจริงใจจากพ่อแม่เวลาทำอะไรถูก -_-;) ไม่อยากให้เหลิงให้ประมาทเราก็พูดกันตอนโอกาสอื่น เตือนก็ส่วนเตือน ชมก็ส่วนชม มาเตือนตอนที่ควรชม? เพื่ออะไรบางทีเราไม่เข้าใจเหมือนกัน
เลยทำให้เรารู้สึกว่าคนไทยรับคำชมไม่เก่ง @_@; (เราด้วย) มีคนชมนี่อึกอักตอบอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะพูดยังไง (เึคยแต่โดนด่าและวิจารณ์เสียๆหายๆแบบไม่รู้กรูต้องโดนขนาดนั้นเลยเหรอ? กรูแค่ทำเล่นๆ) แล้วคนในสังคมหลายคนเป็นประเภทวิจารณ์ก่อนชมอีกต่างหาก ให้วิจารณ์นี่คำพูดจะออกแนวจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำในบัดดล (เฮ้ย เมิงสูงกว่ากรูอย่างนั้นเลยเหรอ??) แต่ให้นึกคำชมแค่สามบรรทัดนี่นึกไม่ออก เออเมิงเก่ง... จบ (ประชด?)
แล้วจะไปเอากำลังใจจากไหนมาทำงานฟะ วิจารณ์ซะหมดอนาคตแล้วตบด้วย “พยายามต่อไปนะ” อยากจะโืทรเลขไปบอกว่ากรูจะหมดความพยายามเพราะคำพูดเมิงนี่ล่ะ -_-#
เราว่าคนที่ทำให้คนทั้งประเทศดีใจมีความสุขขนาดที่ร้านค้าต่างๆเข้ามาร่วมฉลองจัดลดแลกแจกแถมเนื่องในโอกาสญี่ปุ่่นได้แชมป์อะไรซักอย่าง เค้าก็คงมีความสุขเหมือนกัน และเค้าเองก็คงอยากจะเป็นอย่างนี้อีกซักครั้ง ก็ต้องพยายามทำตัวเองให้ดีเสมอเพื่อที่จะได้มีโอกาสอย่างนี้อีก คนที่ไม่ได้ไปแข่งก็ฟิตอยากไปบ้าง อยากได้โอกาสนี้บ้าง เด็กๆี่ที่เล่นกีฬาประเภทนั้นก็เกิดกำลังใจ เกิดอยากเป็นแบบนั้นบ้าง ทำให้มีคนเก่งๆมีพรสวรรค์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเรารู้จักชมและสนับสนุนกันที่ถูกที่ควร ทุกอย่างมันก็พัฒนาไปในทางที่ดีของมันเอง
คนญี่ปุ่นชอบกีฬามาราธอน ช่วงฤดูมาราธอนจะต้องมีถ่ายทอดสดตลอดตั้งแต่เริ่มวิ่ง แต่ก่อนเราไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องถ่ายทอดสดมาราธอน? @_@; ก็แค่วิ่งไปเฉยๆตามทางไม่ได้มีการทำแต้มอะไรขนาดที่จะต้องจับตาดู แต่พอถึงตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่ามาราธอนเป็นกีฬาที่กระตุ้นความรู้สึกของชาวญี่ปุ่น เพราะคนญี่ปุ่นชอบคนมีความพยายาม ชอบคนอดทนแม้จะเจอความยากลำบากและอุปสรรคในการฝึกซ้อมก็พยายามจนมาถึงเส้นชัยได้ในวันหนึ่ง ในการวิ่งมาราธอนครั้งนึงของคนคนนึงก็มีเรื่องราวมีดราม่าซุกซ่อนอยู่มากมาย
รายการทีวีญี่ปุ่นชอบยกย่องคนมีความพยายามเสมอ ถ่ายทำแบบแสดงให้เห็นว่าบางคนลำบากมากกว่าจะประสบความสำเร็จ ถ้าคนดูแบบไม่คิดอะไรก็คงหมั่นไส้อีก อีนี่มันจะเว่อร์ไปถึงไหน
แต่เราว่ามันเป็นวิธีทำให้คนในชาติเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแบบแยบยล โดยการเชียร์กีฬาหรือเอาใจช่วยอะไรซักอย่างที่มันทำชื่อเสียงให้ประเทศชาติ เอาใจช่วยคนที่มีความพยายามทำอะไรซักอย่างเพราะคนแต่ละหนึ่งคนมันก็เชื่อมไปถึงประเทศชาติ ใครตั้งใจทำอะไรมากๆ ซักวันมันก็โยงไปถึงอะไรต่ออะไรได้เอง ไม่ใช่สอนด้วยปากกันว่าให้รักชาติ ทำเืพื่อชาติ ให้ร้องเพลงชาติทุกเช้าเย็น หรือถามหาความเป็นชาติไทยจากอะไรต่างๆนานาที่ไม่รู้จะถามหาทำไม (ยิ่งถามมากยิ่งเหมือนคนมีปมด้อยนะ) คนญี่ปุ่นวาดการ์ตูนลายเส้นเหมือนอเมริกา คนชมกันบอกว่าแม่_สวยว่ะ ลายเส้นเหมือนอเมริกาเลย เอกลักษณ์ของนักเขียนคนนี้คือลายเส้นเหมือนอเมริกา แต่ถ้าคนไทยเขียนลายเส้นเหมือนญี่ปุ่นบอกไม่มีความเป็นไทย (แทนที่จะบอกว่าเก่งว่ะ วาดได้เหมือนการ์ตูนญี่ปุ่นเลย อย่างนี้เราก็ไม่ต้องซื้อการ์ตูนญี่ปุ่นแล้วสิ!)
คนเรียนภาษาญี่ปุ่นอีกอย่าง... เวลาอยู่ญี่ปุ่นพูดภาษาญี่ปุ่นห่วยๆด๊อกด๋อยอะไรก็ตาม คนญี่ปุ่นไม่มีใครมาว่าสำเนียงทุเรศศัพท์ห่วยอะไรหรอก มีแต่คนดีใจที่เห็นเราพยายามเรียนภาษาญี่ปุ่น ไอ้ด่าว่าสำเนียงไม่เหมือน หรือมาเตือนนู่นเตือนนี่แบบผู้รู้กรูเก่งแล้วอะไรพวกนี้ส่วนใหญ่คนไทยกันเองทั้งนั้น (แล้วเมิงเป็นคนญี่ปุ่นเหรอไปว่าเค้าสำเนียงไม่ได้เนี่ย??)
ชมสิ ชมกันบ้างสิ ที่ว่าติเพื่อก่อน่ะ ก่อสงครามหรือเปล่า? @_@; เอาไว้ใช้เป็นข้ออ้างเวลาวิจารณ์คนอื่นหรือเปล่า กรูติเพื่อเมิงน่ะ โกรธไม่ได้นะเว้ยเฮ้ย ติเพื่อก่อไง จริงๆชมก็น่าจะก่อมากกว่านะ ก่อนจะติน่าจะดูตัวเองด้วยว่าเราเป็นใครจะไปติเขาเนี่ย? เราเป็นโปรทางด้านนั้นขนาดที่คนต้องมาขอคำปรึกษาเราเลยเหรอ? แล้วควรวิจารณ์ให้มันเป็นรูปธรรมไม่ใช่เอาตามความชอบตัวเอง ทัศนคติของเราล้วนๆ ตกลงเราเป็นมาตรฐานของวงการนี้เหรอ? ให้โปรเค้ามาวิจารณ์สิ
ดังนั้นเมื่อเห็นคนกำลังตั้งใจพยายามทำอะไร (ที่ไม่ได้เป็นเรื่องโฉดชั่ว) เราก็ควรจะเป็นกำลังใจควรจะเชียร์ ไม่ใช่ไปคอยขัดว่ามันจะได้เร้อ มันยากน้า มันจะต้องเป็นอย่างนี้อย่างนั้น ทำไมไม่อย่างนี้ ทำไมไม่อย่างนั้น บลาๆๆๆ ก็ให้เค้าพยายามของเค้าจะเป็นไรไป จะไปตัดกำลังใจเค้าทำไม? ใครจะไปรู้วันนึงเค้าจะทำอะไรสำเร็จยังไงบ้าง หรือต่อให้เค้าท้อไประหว่างทางเค้าก็ยังได้ทุกสิ่งทุกอย่างเท่ากับระยะทางที่เค้าพยายามมา ส่วนเราที่ไม่ได้เริ่มต้นและไม่ได้พยายามทำอะไรเลย ก็อยู่เฉยๆตรงจุดเริ่มต้น ไม่ได้อะไรเท่าเดิม
ถ้าเราไม่เริ่มไม่พยายามทำอะไรของเราบ้าง สุดท้ายพอเราเห็นความสำเร็จของคนอื่น เราก็รับไม่ได้ที่เรายังอยู่กับที่ ใครระงับจิตอกุศลของตัวเองได้ก็ดี แต่ถ้าระงับไม่ได้เราก็จะมีอคติอิจฉาเค้าโดยที่รู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม กลายเป็นความหมั่นไส้ จับผิด หาข้อติ ขัดขากันเอง ไม่สนับสนุนกัน ทุกอย่างดับ ไม่มีข่าวดี ไม่มีการพัฒนา ล่มจมกันไปหมด -_-; (เว่อร์จริง)
ดังนั้นการที่เราจะเอาใจช่วยใครต่อใครให้พยายามได้ เราต้องเคยพยายามอะไรอย่างมากและผ่านความลำบากมาก่อน
นี่อาจเป็นเหตุผลนึงที่เราเลิกคิดว่าคนญี่ปุ่นเว่อร์เวลาประโึคมข่าวคนประสบความสำเร็จ และรู้จักเชียร์ เอาใจช่วยให้กำลังใจคนอื่น ไม่หมั่นไส้เวลาเห็นรายการญี่ปุ่นชมใครให้กำลังใจใครเว่อร์ๆเหมือนแต่ก่อน เห็นคนพยายามมากๆแล้วน้ำตาจะไหลด้วยซ้ำ อาจเป็นเพราะเราในตอนนี้ต่างจากเราแต่ก่อน ได้ลองพยายามอะไรบางอย่าง สุข ทุกข์ ล้มเหลว สำเร็จไปบ้างแล้วเหมือนกัน (เข้าใจความลำบากของคนพยายาม) T^T
พยายามทำอะไรบ้างสิ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมคนประสบความสำเร็จเค้าถึงควรจะได้รับคำชม
บางทีแค่ชมอย่างเดียว... คนในชาติก็สามัคคี ประเทศชาติก็พัฒนาแล้ว... ^_^;
เปลี่ยนมาชมเพื่อก่อกันบ้าง มันอาจจะดีกว่าติเพื่อก่อก็ได้นี่นา...
ป.ล. ขอบคุณคุณ???ที่ส่งลิงค์รีวิวเรื่องที่โตเกียวมีรักมาให้ดูด้วยนะคะ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะ แหะๆ ^_^; ขอบคุณค่ะ


เรื่องวิจารณ์ตัวเองก็เคยเจอจนท้ออยากหยุดวาดการ์ตูนเหมือนกัน ตอนนั้นคิดเลยกำแพงมันช่างสูงจนเราปีนเองไม่ไหวแล้ว
พออ่านบทความนี้ทำให้เห็นภาพว่าคนของเขาคงพยายามดันและดึงให้ปีนข้ามกำแพงให้ได้ แต่ของคนไทยช่วยเลื่อยขาเก้าอี้ ช่วยตัดเชือกแทน 5555+
#1 By Lily Pixel on 2009-03-25 12:43