10 อย่างที่ควรรู้เกี่ยวกับป้าโอซาก้า ^_^;
posted on 06 Mar 2009 11:24 by hayashikisara in Japan
แต่ก่อนสมัยที่เรียนอยู่ในเกียวโต แต่หอพักอยู่ในโอซาก้า (หอมหาลัยด้วยนะ ไม่รู้ใครมาสร้างไว้ซะคนละจังหวัด -_-;) เท่ากับว่าอยู่โอซาก้ามาตั้งแต่แรกเริ่ม ถึงแม้ว่าโอซาก้ากับเกียวโตจะเป็นคันไซเหมือนกัน แต่นิสัยใจคอของคนและสำเนียงการพูดก็จะต่างกันนิดหน่อย สำเนียงเกียวโตจะดูน่ารักน่าเอ็นดูกว่าโอซาก้าเยอะ ส่วนภาษาโอซาก้าที่คุณสามีพูดอยู่ตอนนี้ บางทีฟังแล้วยังกับยากุซ่า พวกชอบอำโทรมาไถเงินเจอมันเข้าไปนี่ต้องหนีไปหลบมุมกันเลยทีเดียว -_-;
คนโอซาก้ามีอะไรที่คล้ายคนกรุงเทพหลายอย่าง (มิจฉาชีพเยอะ คนไม่ค่อยมีระเบียบวินัย แต่อบอุ่น friendly) ประชากรชาวโอซาก้ามักจะโดนรักและโดนเกลียดไปพร้อมๆกันจากคนจังหวัดอื่น แต่ที่มักจะเป็นที่พูดถึงกันตลอดคือป้าโอซาก้า...ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ได้รับการทะนุถนอมและเป็นเอกลักษณ์ที่สุดในญี่ปุ่น ^_^;
1. กันเอง...
ป้าโอซาก้าจะไม่เหมือนป้าที่อื่น ถ้ามายืนใกล้ชิดกันแล้วมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นเพียงนิดหน่อย ป้าจะชวนคุยทันที หรือถ้าเราเผลอสบตายิ้มให้ แกก็จะพูดอะไรออกมาเพื่อไม่ให้เราดูเก้อ ภาษาที่ใช้ก็จะเหมือนพูดกับลูกหลานที่บ้าน (ให้สงสัยว่าเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า?) คุยกันนี่แกจะมีปฏิกริยาตอบโต้อยู่ตลอดเวลา แล้วถ้าเราทำอะไรเปิ่นๆแกก็จะหัวเราะอย่างไม่เกรงใจกันเลยทีเดียว
2. แอบแซง
จริงๆแล้วป้าโอซาก้าเป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแรงมาก สามารถจะตบตีแย่งชิงของลดราคาในซุปเปอร์ไปจากมือเราได้ง่ายๆ (กรุณาถือให้มั่น) แต่หากต้องขึ้นรถไฟหรือลิฟท์ หลายคนจะใช้สิทธิ์ในความเป็นป้าแอบโดดเข้าไปโดยไม่ต่อแถว (เก้าอี้ให้นั่งสี่คน ป้าจะแอบเอาตรูดแทรกไปนั่งเพิ่มอีกคนได้) ถ้าไปเป็นกรุ๊ปทัวร์จะเห็นกลุ่มป้าแกไปเข้าห้องน้ำชายกันได้อย่างไม่เดือดร้อนเพราะห้องน้ำหญิงคนเยอะ (หนุ่มๆในห้องน้ำได้แต่ตกตะลึงยืนอึ้งเวลาเห็นทีมป้าบุกเข้าห้องน้ำมา)
3. ต่อราคา
โอซาก้าแทบจะเป็นที่เดียวที่คนต่อราคากัน แต่ก็ไม่ทั่วไปเหมือนกับที่ไทย ส่วนใหญ่จะต่อราคากันตามร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเวลาซื้อของแพงในจำนวนมากๆ ทว่าป้าโอซาก้าจะสามารถกล้าต่อราคาได้แม้แต่ร้านขายผักผลไม้หรือร้านขายของชำแถวบ้าน
4. ชอบใส่ลายเสือ
แฟชั่นของป้าโอซาก้ามักจะเป็นที่ฮือฮาไปทั่วประเทศเพราะป้าๆโอซาก้าชอบใส่เสื้อผ้าที่ดูเด่น (ไม่ใช่แค่สีแปลก รูปร่างหน้าตายังแปลกด้วย) ไปกับป้ารับรองไม่มีหลง... บ่อยครั้งที่จะเห็นคนใส่ลายเสือโคร่งพร้อยทั้งตัวเดินไปเดินมาอยู่ในนานิวะ (มีแว่นกันแดดอันใหญ่และกางร่มลายดอกด้วย) คือป้าไม่เคยสนว่าเสื้อกับกางเกงเป็นลายพร้อยคนละลายคนละสีกันแล้วจะทำให้คนอื่นต้องหยุดมองหรือเปล่า
5. ボケ&つっこみ!
ป้าโอซาก้าจะไม่พลาดในการรับส่งมุขตลก ไม่ให้พวกเราได้เล่นมุขแล้วหน้าแตกเขินเก้อกันอย่างแน่นอน คนโอซาก้าส่วนใหญ่จะอารมณ์ดี หลายคนไปรุ่งในอาชีพเล่นตลก เช่นเดียวกับป้าๆเหล่านี้ที่สามารถจะเอาพัดกระดาษมาตบกบาลเราได้เพื่อให้มุขตลกของเราดูโปรเฟสชันแนลขึ้น
6. ให้ไม่บันยะบันยัง
ถ้าเราสนิทกันประมาณนึงแล้ว เวลาไปบ้านป้าป้าจะชอบเอาของนู่นนี่มาบริจาคให้ (กล้าบอกอีกว่าไม่ใช้แล้ว หรือได้มาฟรี หรือคนให้มา หรือมันใกล้จะหมดอายุ ป้าโอซาก้าเป็นป้าที่ซื่อสัตย์เสมอ) บางทีเราก็รับเป็นมารยาท อยากให้ก็เอา ไม่ปฏิเสธ แต่ป้าเห็นเรารับแล้วได้ใจ จะรีบไปค้นหาของเหลือๆ(ที่ไม่ใช้)มาให้อีกจำนวนมาก ราวกับเราเป็นพนักงานร้านรีไซเคิลมารับงานถึงบ้านป้า หลังจากเรารับของไปเยอะแยะ ป้าจะหน้าตาชื่นบานที่ได้ระบายของไปมากเลยทีเดียว
7. กดกริ่งไปตลอดทาง
เป็นทั้งลุงป้าโอซาก้าที่ระแวงจัดกลัวจะขี่จักรยานชนคน หรือไม่ก็มือสั่นจนต้องกดกริ่งไปตลอด แต่บางคนจักรยานก็เก่าเสียจนต้องมีเสียงกริ่งตลอดเวลาไปตามแรงกระเทือนเวลาขี่ -_-; การเดินถนนในโอซาก้าต้องคอยระวังจักรยานลุงป้าพวกนี้มาก กดกริ่งยังกับพ่อแม่เป็นผู้บุกเบิกสร้างถนนให้กับวงศ์ตระกูลเลยไม่อยากให้ใครมาร่วมใช้อย่างนั้นแหล่ะ -_-;
8. ชอบมาแตะตัว
ถ้าเราเริ่มรู้จักกัน ป้าโอซาก้าจะแสดงความสนิทสนมด้วยการคุยอย่างออกรสออกชาติแล้วเอามือเหมือนจะมาตบแขนเราเล็กๆพร้อมพูดว่า “แหม~คุณนายก้อ... โฮะๆๆๆ”
9. รู้เรื่องแถวบ้านสุดยอด
ใครอยากรู้เรื่องบ้านไหน อดีตใครเป็นยังไงให้ไปสนิทสนมกับป้าแถวนั้น จะรู้หมดถึงบรรพบุรุษของแต่ละบ้าน แต่ก่อนพ่อแม่ทำอะไร ลูกเรียนอะไรจบอะไรทำงานที่ไหน ป้าจะตอบได้ทุกคำถาม (และมักจะเล่าให้ฟังแม้ไม่อยากรู้)
10. กล้าด่า
ป้าโอซาก้าหลายคนจะถือว่าลูกหลานชาวญี่ปุ่นในท้องถิ่นเป็นหน้าที่ของป้าที่จะต้องดูแลด้วย หากมีเด็กเล่นซนทำตัวเหลวไหล มืดค่ำบ้านช่องไม่กลับให้ป้าเห็น ป้าจะกล้าด่ากระเจิงทันที หรือถ้าใครทำผิดอะไรหน้าด้านๆ ป้าจะด่ากราดได้เลยเหมือนกัน ถ้าไม่รู้ตัวคนทำ ป้าจะด่าลอยๆให้คนเดินผ่านขนลุกไปตามๆกัน...
ตอนสมัยที่มาเรียนภาษา (นานมาละ) มาวันแรกเจอหอเก่าๆที่มีป้าโอซาก้าเป็นผู้ดูแลอยู่ (คันไซเบงในสปีดเร็วจัดมาเลยตั้งแต่วันแรก) ป้าจะรู้เรื่องของทุกคนในหออย่างดีเยี่ยมเพราะทุกคนจะแวะเวียนไปสิงสถิตถ์อยู่ที่ห้องของผู้ดูแลเสมอ (หอนักเรียนต่างชาติเป็นคนจีน 90%) แรกเริ่มเราไม่ได้อยากสนิทกับแกมากเพราะรู้สึกแกรู้เรื่องชาวบ้านไปหมดและชอบถามซักไซ้ในเรื่องที่ไม่จำเป็น แต่อยู่ไปๆ กลับกลายเป็นคนนึงที่เวลามีอะไรต้องไปอยู่ในห้องผู้ดูแลแคบๆรกๆของแกด้วยคนนึงเหมือนกัน วันไหนแกทำของกินเยอะ แกมาเดินเคาะตามห้องให้ลงไปกินที่ห้องแก วันที่เงินหมดไม่มีจะกิน แกทำข้าวให้กินฟรี วันไหนผิดหวังท้อใจ สอบคะแนนไม่ดี เรียนไม่รู้เรื่อง แกคอยถามว่าเป็นอะไร ข้าวของเครื่องใช้ไม่พอ แกไปหามาให้ มีของเหลือจากรุ่นไหนๆ แกเก็บไว้ให้นักเรียนต่างชาติจนๆรุ่นต่อไป (ห้องแกเลยรกอย่างแรง)
ตอนนั้นเราใช้ชิวิตที่จนมากๆ แบบไม่เคยคิดเลยว่ามันจะจนได้อย่างนี้ @_@; ห้องก็เก่าและสกปรกประมาณนึงเรียกว่าถ้าพ่อแม่มา่เห็นอาจจะรับไม่ได้ลากกลับไทยทันที เงินก็ไม่ค่อยมีจะซื้อข้าวของเครื่องใช้ ผู้ดูแลก็ยกทีวีเครื่องเล็กๆที่หน้าตาเหมือนใช้กันมาห้ารุ่นให้มาเครื่องหนึ่ง... (ถ้ายกไม่ดีเครื่องจะแยกออกเป็นสองส่วนเลยทีเดียว) ดูก็ชัดบ้างไม่ชัดบ้าง บางทีต้องคิดว่ามันเป็นวิทยุ อย่าไปคิดว่ามันเป็นทีวี -_-; หอนี้...วันดีคืนดีสัญญาณเตือนไฟไหม้ก็ดังอย่างไม่มีสาเหตุ บ่อยจนไม่มีใครหนีไฟหรือลุกไปดู แต่พวกเราในหอก็สนิทกันดีขนาดที่จะเรียกไปกินข้าวห้องนู้นห้องนี้ คนจีนทำอาหารอร่อยมาก บางคนทำเกี๊ยวซ่าตั้งแต่นวดแป้ง ห้องทุกห้องแึคบสุดๆแต่พวกเราก็ยังไปอัดแบ่งข้าวกันกิน แมลงสาบโผล่มาทุกวันทุกห้องจนต้องคอยตั้งชื่อให้ -_-; ในหอมีึครอบครัวชาวจีนพ่อแม่ลูกอยู่ด้วยกันสองสามครอบครัวอีกต่างหาก (มายังไงฟะ) ห้องข้างๆเราเป็นห้องคู่สามีภรรยาชาวจีน นั่งท่องคันจิอยู่ดีๆจะได้ยินเสียงสยิวเตียงสั่นแผ่นดินสะเทือนจนต้องหนีไปอยู่ห้องอื่น...
คือเราว่าไม่มีหอไหนเจ๋งอย่างนี้แล้ว ถ้าเกิดแผ่นดินไหวซักระดับ 3 แล้วไอ้หอนี่พังครืนลงไปคงไม่มีใครแปลกใจเลย คนที่มาเรียนญี่ปุ่นส่วนใหญ่คงไม่มีใครอยู่โกโรโกโสอย่างนี้แล้วล่ะ แต่ก็พูดได้คำเดียวว่าจุดรวมของทุกคนในหอนั้นก็คือผู้ดูแลที่ชื่อฟุกุฮาระซังคนเดียว ถ้าไม่มีแกทุกคนก็จะลำบากกว่านี้มาก ปัจจุบันหอนี้ถูกรื้อและไม่สร้างใหม่ ไม่มีหอนี้อีกแล้ว เราเคยไปดูสองสามครั้งก็เห็นเป็นบ้านคนสวยๆสองสามหลังถูกสร้างขึ้นมาแทน ป่านนี้ป้าโอซาก้าคนแรกของเรา... ฟุกุฮาระซังไปอยู่ไหนก็ไม่รู้...
ป้าโอซาก้าเป็นสิ่งประทับใจสิ่งแรกของการมาเรียนภาษาที่ญี่ปุ่น และก็ยังเป็นเสน่ห์ของคนโอซาก้าอยู่เรื่อยไปอย่างนี้...
และแน่นอนถ้าเราอยู่ที่นี่ไปอย่างนี้เรื่อยๆจนอายุมากขึ้น...
ก็คงมีแนวโน้มจะเป็นป้าโอซาก้าเหมือนกัน ^_^;
*********************************************

มีบางคนส่งอีเมล์มาถามถึง เลยขอ PR ต่อหน่อยแล้วกันนะคะ เรื่อง Tokyo is in love หรือ ที่โตเกียวมีรัก (น่าจะ) ออกวางแผงแล้ว (เพราะในเน็ทมีขายแล้วค่ะ) ใครที่สนใจสามารถเข้าไปอ่านเรื่องคร่าวๆได้ที่ http://hayashikisara.warabimochi.net ค่ะ อ่านก่อนตัดสินใจ งงๆหรือไม่สนุกอย่าไปซื้อนะคะ m(_ _)m
Osakaaaaaaaaaaaaaa 好きやねん ^_^

อ่านแล้วเพลิดเพลิน

ป้าญี่ปุ่นแถวบ้านชอบพูด อาริงา"โต้" โต้ชัดมาก สำเนียงโอซาก้ารึป่าวอ่ะจ้ะ
#1 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2009-03-06 11:38