สัญชาติญี่ปุ่นกับชาตินิยม @_@;
posted on 16 Feb 2009 13:25 by hayashikisara in Japanสืบเนื่องจากว่าญาติโกโหติกาหลายคนชอบคิดว่า อริสราเป็นคนญี่ปุ่นไปแล้วเพราะแต่งงานกับคนญี่ปุ่น @_@; คือคนชอบคิดว่าแต่งงานแล้วได้สัญชาติกันไปเลย รัฐบาลแถมให้มาพร้อมกับผัว... (เอ้ย... ขอโทษค่ะ เผลอหยาบคาย)
ถ้าตอบว่าอ๋อ... เปล่าค่ะ แต่งงานแล้วแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะได้สัญชาติญี่ปุ่นนะคะ คนจำนวนมากจะทำหน้าเหรอหรา แสดงความเห็นใจกันใหญ่ว่าญี่ปุ่นก็อย่างนี้แหล่ะชาตินิยม...
@_@;
เปล่าค่ะ... ที่ไม่ได้สัญชาติญี่ปุ่นก็ไม่ได้เป็นเพราะความชาตินิยมของใครเลยค่ะ
ในความเป็นจริงแล้ว... คนเกิดที่ญี่ปุ่นไม่ใช่ว่าจะได้สัญชาติญี่ปุ่นกันหมด ต้องมีพ่อหรือแม่เป็นคนญี่ปุ่นเท่านั้นถึงได้สัญชาติญี่ปุ่นหรือยื่นเรื่องขอสัญชาติญี่ปุ่นได้ อย่าคิดจะทำแบบอเมริกา ทำเป็นบินไปคลอดลูกเพื่อให้ได้สัญชาติแล้วต่อไปลูกเราจะได้หรูหรามีอนาคต พ่อแม่ญาติโกโหติกาจะได้พึ่งพาบารมีไปไหนมาไหนด้วย
แต่ก่อนยิ่งแย่กว่านี้อีก คือถ้าพ่อแม่แต่งงานกัน ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น มีลูกกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนแต่งงานอย่างถูกต้อง แม้ฝ่ายคนญี่ปุ่นจะลงทะเบียนรับรองบุตรเป็นลูก บุตรก็ไม่สามารถจะได้สัญชาติญี่ปุ่นได้ เดี๋ยวนี้โชคดีที่กฏหมายเปลี่ยนแล้ว แม้ในกรณีที่พ่อแม่ไม่ได้จดทะเบียนกันแต่ฝ่ายคนญี่ปุ่นจดทะเบียนรับเป็นลูกบุตรก็ สามารถจะมีสัญชาติญี่ปุ่นได้
ทีนี้จะไปว่าแต่ทางญี่ปุ่นก็ไม่ได้ เพราะชาวต่างชาติที่อยากได้สัญชาติญี่ปุ่นก็สรรหาลู่ทางกันเหลือเกิน อย่างที่รู้ๆกันก็มีทั้งจ้างแต่งงาน หลอกแต่งงานสารพัด จนเร็วๆนี้แอบเอาเอกสารคนญี่ปุ่นไปปลอมให้เค้ารับลูกตัวเองเป็นบุตร (คนญี่ปุ่นคนนั้นไม่รู้เรื่องไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลย) พอถูกจับได้ก็ให้สัมภาษณ์ว่าถ้าให้ลูกตัวเองได้เป็นคนญี่ปุ่นแล้วคิดว่าจะได้เกาะขออยู่ญี่ปุ่นต่อได้ และลูกจะได้มีอนาคตที่ดี...
อีกเคสนึงที่พูดลำบาก ก็คือเคสที่พ่อแม่เข้าเมืองมาอย่างผิดกฎหมาย -_-; เป็นชาวต่างชาติทั้งคู่ มีลูกด้วยกันอยู่ญี่ปุ่น เด็กที่เกิดมาอยู่แต่สังคมญี่ปุ่น พูดได้แต่ภาษาญี่ปุ่นแต่ไม่ได้สัญชาติญี่ปุ่น คือเท่ากับอยู่แบบผิดกฎหมายเหมือนกัน พอพ่อแม่โดนจับก็มีการประท้วงกันว่าเด็กพูดภาษาญี่ปุ่นได้ภาษาเดียวและโตมาที่ญี่ปุ่น จะส่งกลับประ เทศไปแล้วจะไปใช้ชีวิตไปเรียนได้ยังไง มีการฟ้องร้องกัน บางเคสศาลก็ให้ แต่ไม่ใช่ให้ได้สัญชาติญี่ปุ่น คืออนุญาตให้อยู่เป็นกรณีพิเศษมีวีซ่าให้ แต่พ่อแม่อยู่ไม่ได้ ต้องกลับเท่านั้น ถ้าจะอยู่ญี่ปุ่นต้องอยู่คนเดียว
ดูแล้วน่าสงสารเด็กบางคนที่ร้องไห้ต้องจากเพื่อนฝูงหรือบางคนต้องจากพ่อแม่เพื่ออยู่ที่ญี่ปุ่นต่อคนเดียว และไม่รู้ชะตากรรมตัวเองจะเป็นยังไงต่อไป ถ้าคิดในแง่มนุษยธรรมก็น่าจะให้เด็กได้อยู่ต่อพร้อมหน้าพ่อแม่ แต่ในแง่การปกครอง ถ้าอนุญาตคนนึงก็ต้องอนุญาตทั้งหมด แล้วชาวต่างชาติที่เข้ามาแบบนี้มีเยอะ หวังจะบีบให้รัฐบาลรับพวกเค้าอย่างถูกกฎหมายก็เยอะ ถ้าอนุญาตแล้วคนอื่นๆใช้กรณีนี้เป็นเครื่องมือแอบเข้าเมืองมาแล้วปั๊มลูกกันเพื่อ จะได้อยู่ในประเทศนี้ก็จะเสียการปกครองไปหมด สงสาร เห็นใจ แต่ก็ต้องคิดถึงผลกระทบส่วนใหญ่เป็นหลัก -_-; ใครอย่าคิดทำแบบนี้ เป็นพ่อแม่ที่แย่มาก สงสารเด็ก
ก่อนที่เราจะพูดภาษาญี่ปุ่นได้ก็เคยท้อ เคยคิดหลายครั้งว่าคนญี่ปุ่นไม่ต้อนรับชาวต่างชาติ งานที่จะรับชาวต่างชาติก็น้อยหรือแทบไม่มี สวัสดิการอะไรก็ไม่ได้ อย่าว่าแต่ป้ายบอกอะไรเป็นภาษาอังกฤษหรือมีใครพูดอธิบายภาษาอังกฤษด้วยเลย
ตอนที่รู้จักกับสามีใหม่ๆ (ไม่ได้เป็นอะไรกัน) คุณฮายาชิบอกว่าประเทศนี้ไม่ต้อนรับชาวต่างชาติที่คิดจะมาหาผลประโยชน์ ไม่รักษากฎ และไม่พยายามเหมือนคนญี่ปุ่น ไม่จำเป็นที่จะต้องทำอะไรเพื่อให้ชาวต่างชาติได้อยู่อย่างสบาย เพราะแต่เดิมเราเป็นเกาะที่อยู่ได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว และรัฐบาลก็มีนโยบายที่จะให้ประเทศของเราเป็นอย่างนี้ คงแบบแผนความคิดของเรา วัฒนธรรมของเราไว้อย่างนี้โดยไม่ปล่อยให้ชาวต่างชาติมามีอิทธิพลมากจนเสียความเป็นตัวเองไป และคนญี่ปุ่นจำนวนมากก็ยังมีความคิดแบบนี้ ถ้าอยากจะอยู่ก็ต้องอยู่เหมือนกับคนญี่ปุ่น
ฟังแล้วช่างเหงาเศร้าจิต แต่อยู่ไปนานๆ... คิดว่าเข้าใจ แล้วก็ชอบญี่ปุ่นที่เป็นแบบนี้ ถึงไม่ใช่ว่าชอบทุกสิ่งทุกอย่างแต่ก็เรียนรู้แล้วว่าเราจะอยู่ประเทศนี้อย่างมีความสุขได้ก็ต้องกลมกลืนกับคนญี่ปุ่นเท่านั้น จะมาอ้อนอ้อแอ้บอกว่าชั้นเป็นชาวต่างชาติ เธอจะต้องช่วยเหลือชั้น เห็นใจชั้น ชั้นทำเองไม่ได้ ช่วยหน่อย ทำให้หน่อย ชั้นไม่รู้ ตลอดเวลาเนี่ยมันไม่ได้ (ได้ก็ช่วงแรกเท่านั้นแหล่ะ)
ชาวต่างชาติมันไม่ใช่ข้ออ้างที่ทำให้เราอยู่เหนือกฎหรือให้เค้ายกเว้น หรือเสียเงินเพื่อให้เค้าทำอะไรพิเศษไว้ให้กับเรา
ถ้าถึงวันที่เราพูดภาษาญี่ปุ่น อ่านภาษาญี่ปุ่นได้พอที่จะอยู่อาศัยในประเทศนี้ได้คนเดียวโดยไม่ต้องพึ่งพาใครแล้ว เราจะเข้าใจเองว่าทำไมคนญี่ปุ่นถึงไม่อยากให้คนต่างชาติเข้ามามากๆและทำอะไรตามใจตัวเองได้อย่างสะดวก ถึงจะเป็นหมอสุดเก่งโด่งดังมาจากประเทศไทย แต่ถ้าจะมาเป็นหมอที่ญี่ปุ่นคุณต้องสอบเอาใบประกอบวิชาชีพของญี่ปุ่นเป็นภาษาญี่ปุ่นเพื่อให้ได้มาตรฐานเดียวกัน จะมาเปิดร้านตัดผมคุณก็ต้องได้ตามมาตรฐานเค้า ต่อให้เคยเปิดร้านมา 48 สาขาในประเทศไทย ตัดผมคนมา 500 หัว ก็ต้องมาเรียนภาษา และมาสอบใหม่
เหล่านี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่คนไทยบอกว่าคนญี่ปุ่นชาตินิยม คิดว่าคนญี่ปุ่นจะเอาแต่พวก จะเอาแต่อะไรของตัวเองๆ แต่ต้องคิดด้วยว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้และมั่นใจในมาตรฐานของเขา เค้าอาจจะหลงตัวเองว่ามาตรฐานเค้าสูงและดี ก็ถ้าคุณคิดว่าเก่งกว่าคุณก็คงทำได้ เพราะคนต่างชาติชาติอื่นๆที่เค้าทำได้ก็มี ถ้าทำได้เมื่อไหร่เค้าก็ยอมรับคุณเอง
สินค้าญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่มีภาษาอังกฤษ เค้าผลิตให้คนเค้าใช้ พิมพ์ไว้ว่าสำหรับขายในประเทศ คนเราก็พยายามดั้นด้นไปหามาเพราะอยากได้ แล้วด่าว่าไม่มีภาษาอังกฤษเลย มันจะชาตินิยมไปถึงไหน -_-;
ภาษาอังกฤษเค้าก็มีให้นะตามแหล่งท่องเที่ยว มีให้ทั้งภาษาจีน เกาหลีอีกต่างหาก แต่ไอ้ที่นอกเมืองเค้าไม่มีภาษาอังกฤษก็ไปว่าเค้าไม่รู้จักอินเตอร์ ไม่มีภาษาอังกฤษให้ชาวต่างชาติ (ก็อยากจะเที่ยวนอกเมืองที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวดังๆเพื่อสัมผัสญี่ปุ่น แล้วจะมีภาษาอังกฤษได้ยังไง)
อย่าลืมว่าประเทศไทยก็ไม่ได้มีป้ายภาษาอังกฤษเยอะแยะมากมายทุกที่ทุกทางรวมถึงที่ที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยว แล้วสถานที่ท่องเที่ยวของเราก็เยอะ เราอยากให้คนต่างชาติมาเที่ยวก็ต้องอำนวยความสะดวกให้เขา รายได้หลักส่วนหนึ่งของประเทศเราก็มาจากท่องเที่ยวและส่งออก ภาษาอังกฤษจึงจำเป็นสำหรับบ้านเรา
สิ่งแวดล้อมของประเทศเราก็บังคับให้เราต้องเป็นภาษาอังกฤษเพื่ออนาคตในการทำงาน ถ้าเรียนภาษาอังกฤษไปโดยไม่มีผลประโยชน์อะไร ไม่รู้เราจะลงทุนเรียนกันหรือเปล่า ที่นี่ภาษาอังกฤษแทบไม่อยู่ใน requirement ของการสมัครงานเลย
ความเป็นจริงก็คือคนญี่ปุ่นไม่มีความจำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันมากเหมือนกับเรา และภาษาญี่ปุ่นก็ไม่เอื้ออำนวยต่อการออกเสียงภาษาอังกฤษให้ใกล้เคียงเหมือนกับเรา แต่คนที่เรียนเค้าก็ตั้งใจเรียนมาก ไม่มีใครมาเรียนๆโดดๆไปบ้างไม่ไปบ้างเหมือนเรียนพิเศษเป็นแฟชั่นที่บ้านเรา (เพราะมันช่างแพงเหลือเกินแม่เจ้า พ่อแม่จะกินแกลบเอาแค่ส่งลูกเรียนภาษาอังกฤษสัปดาห์ละสองชั่วโมง -_-;)
การที่คนญี่ปุ่นใช้ของญี่ปุ่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ลองคิดก่อนว่าของในตลาดกี่ % เป็นของญี่ปุ่น? แล้วบริษัทญี่ปุ่นมันมีเยอะขนาดไหน ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ามันแทบจะทุกอย่าง ใช้ของญี่ปุ่นมีภาษาญี่ปุ่นให้อ่านดีๆ ไม่ต้องไปหาทางเปิดดิคใช้ มีปัญหาอะไรเคลมกันได้ เพราะของในประเทศกันเอง แล้วก็ไม่ได้มีค่านิยมว่าต้องของนอกถึงจะเท่ห์ และคนที่คิดว่าใช้ของนอกหรือของแบรนด์เนมเท่ห์กว่า เค้าก็ซื้อของจริงใช้ ไม่มีใครใช้ของก็อป
สัญชาติญี่ปุ่นได้มายาก และสังคมญี่ปุ่นก็เข้าถึงยาก แต่มีไว้สำหรับคนที่พยายามอยากจะเข้าถึงจริงๆ คนญี่ปุ่นชอบชาวต่างชาติที่พยายามเรียนภาษาญี่ปุ่น ศึกษาญี่ปุ่น คิดแบบคนญี่ปุ่น เหมือนเราเองที่เวลาเห็นคนต่างประเทศพูดภาษาไทยแล้วก็ดีใจ ถูกอกถูกใจ ประเทศญี่ปุ่นไม่ใช่ประเทศที่เอื้อเฟื้อช่วยเหลือใคร เย็นชาและสอนให้คนทำอะไรด้วยตัวเอง อยู่แล้วต้องเสียน้ำตา โดดเดี่ยวและไม่มีที่พึ่ง แต่เมื่อไหร่ที่เราพึ่งตัวเองได้ และรู้จักพยายามทำอะไรด้วยตัวเองโดยไม่เที่ยวหวังให้ใครมาช่วยเหลือ เมื่อนั้นเราจะอยู่ประเทศนี้ได้อย่างมีความสุข และเราจะมีเพื่อนที่ดีเพราะเขาเห็นเราเป็นคนพยายามทำอะไรด้วยตัวเอง เป็นแบบที่เค้าจะคบได้เพราะรู้ว่าเราไม่ทำความเดือดร้อนให้
สัญชาติญี่ปุ่นไม่จำเป็นว่ามีแล้วจะช่วยยืนยันว่าเราจะมีความสุขในประเทศนี้ ที่ต้องมีไม่ว่าจะอยู่ประเทศไหนคือความพยายาม ทั้งเรียนภาษาและทำความเข้าใจในความคิดของเค้า ไม่ใช่มีอคติแย้งตามแบบของเราหรือเอาไปเทียบกับประเทศนู้นประเทศนี้ไปหมด ประเทศใครประเทศมัน นโยบายของใครของมัน
จริงๆเป็นเรื่องน่าประหลาดใจเหมือนกันที่หลายคนจะคิดว่าคนญี่ปุ่นเป็นพวกชาตินิยม เพราะคนญี่ปุ่นไม่ได้ร้องเพลงชาติทุกวัน (หลายคนร้องไม่จบเพลง) ไม่มีการรณรงค์ให้ใช้ของญี่ปุ่นหรือบอกให้อนุรักษ์วัฒนธรรมญี่ปุ่น วันหยุดก็จ้องจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศกันเป็นว่าเล่น คนเขียนการ์ตูนก็ไม่ได้คิดว่าเค้าต้องเขียนการ์ตูนญี่ปุ่น คนแต่งนิยายก็ไม่มีใครบังคับต้องชื่อญี่ปุ่นแนวญี่ปุ่น คนผลิตสินค้าก็ไม่มีใครบอกว่าต้องใส่ความเป็นญี่ปุ่นลงไปในผลิตภัณฑ์ ไม่มีใครรณรงค์ให้ใส่ชุดญี่ปุ่นกันวันนู้นวันนี้ รายการทีวีไม่มีใครบอกให้จัดฉากให้เป็นญี่ปุ่น วันสำคัญของญี่ปุ่นโรงเรียนไม่ได้มีประกวดเรียงความ ประกวดแต่งกลอน จัดบอร์ด หรือประกวดสาวสวยในชุดญี่ปุ่นกัน
แต่ก็ยังสามารถทำให้เราคิดว่าเค้ารักชาติของเค้ามากและเป็นพวกชาตินิยมได้ @_@; ตรงข้ามกับเราที่ให้ร้องเพลงชาติกันทั้งเช้าเย็น มีโครงการอะไรไทยๆเป็นร้อยเป็นพัน ให้จัดกิจกรรมรณรงค์นู่นนี่ จะทำอะไรเน้นต้องใส่ความเป็นไทยมันทุกอย่าง การ์ตูนไม่ไทยก็โดนด่า รายการไม่ไทยก็โดนว่า มีตังค์จะไปซื้อของต่างประเทศใช้ จะบ้าดาราญี่ปุ่นเกาหลีก็โดนเหน็บแนมอีก
แต่กลับไม่มีใครบอกว่าพวกเราเองชาตินิยมเลย..
ก็แปลกดีเหมือนกันค่ะ... ^_^;
ป.ล. ความคิดเห็นทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัวของคนเพียงคนเดียวที่อยู่ในพื้นที่หนึ่งของประเทศญี่ปุ่น คนไทยที่อยู่ญี่ปุ่นมีจำนวนมากและต่างคนต่างอยู่ในสถานที่ สภาพแวดล้อมและสถานะในการอยู่อาศัยที่ต่างกัน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกครั้ง m(_ _)m
悲しみにさようなら、、、 m(_ _)m

คนไทยนี่ก็แปลกดี... อยากไปเกี่ยวข้องกับเค้าเอง แต่ว่าพอเข้าถึงตัวเค้าได้ยากก็ไปว่าเค้าอีก ผิดที่ใครกันเนี่ย...
เจอแต่เรื่องนี้เถียงมากจะ20ปีแล้ว โดยเฉพาะลายเส้นเราโดนหนัก ถ้าจะไม่ให้เราเขียนแบบที่หลับตาก็ออกมาเป็นแบบเดิมนี่เหมือนไล่ไปตายซะเลย
)
อาจจะเป็นเพราะส่วนตัวไม่ได้พิศมัยภาษาอังกฤษ
และเล่นเกม RPG เป็นภาษาญี่ปุ่นมานานแล้ว
ก็เลยชอบภาษาญีปุ่นมากกว่า
และเวลาได้ดูรายการสารคดีที่เกี่ยวกับญี่ปุ่น
หรืออ่านเอาจากการ์ตูนในไทย
รู้สึกชอบสังคมญี่ปุ่นเหลือเกินครับ
มันมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่ถูกใจและหาไม่ได้ในสังคมประเทศไทยจริง ๆ
p.s. ได้รับ สคส. ล่ะนะครับ
p.s. คงมาถึงนานแล้ว แต่เพิ่งไปเปิดตู้น่ะครับ 555
#1 By リリース on 2009-02-16 14:21