สืบเนื่องจากว่าญาติโกโหติกาหลายคนชอบคิดว่า อริสราเป็นคนญี่ปุ่นไปแล้วเพราะแต่งงานกับคนญี่ปุ่น @_@; คือคนชอบคิดว่าแต่งงานแล้วได้สัญชาติกันไปเลย รัฐบาลแถมให้มาพร้อมกับผัว... (เอ้ย... ขอโทษค่ะ เผลอหยาบคาย)

 

  

ถ้าตอบว่าอ๋อ... เปล่าค่ะ แต่งงานแล้วแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะได้สัญชาติญี่ปุ่นนะคะ คนจำนวนมากจะทำหน้าเหรอหรา แสดงความเห็นใจกันใหญ่ว่าญี่ปุ่นก็อย่างนี้แหล่ะชาตินิยม...

 

  

@_@;

 

  

เปล่าค่ะ... ที่ไม่ได้สัญชาติญี่ปุ่นก็ไม่ได้เป็นเพราะความชาตินิยมของใครเลยค่ะ

 

  

ในความเป็นจริงแล้ว... คนเกิดที่ญี่ปุ่นไม่ใช่ว่าจะได้สัญชาติญี่ปุ่นกันหมด ต้องมีพ่อหรือแม่เป็นคนญี่ปุ่นเท่านั้นถึงได้สัญชาติญี่ปุ่นหรือยื่นเรื่องขอสัญชาติญี่ปุ่นได้ อย่าคิดจะทำแบบอเมริกา ทำเป็นบินไปคลอดลูกเพื่อให้ได้สัญชาติแล้วต่อไปลูกเราจะได้หรูหรามีอนาคต พ่อแม่ญาติโกโหติกาจะได้พึ่งพาบารมีไปไหนมาไหนด้วย

 

  

แต่ก่อนยิ่งแย่กว่านี้อีก คือถ้าพ่อแม่แต่งงานกัน ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น มีลูกกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนแต่งงานอย่างถูกต้อง แม้ฝ่ายคนญี่ปุ่นจะลงทะเบียนรับรองบุตรเป็นลูก บุตรก็ไม่สามารถจะได้สัญชาติญี่ปุ่นได้ เดี๋ยวนี้โชคดีที่กฏหมายเปลี่ยนแล้ว แม้ในกรณีที่พ่อแม่ไม่ได้จดทะเบียนกันแต่ฝ่ายคนญี่ปุ่นจดทะเบียนรับเป็นลูกบุตรก็ สามารถจะมีสัญชาติญี่ปุ่นได้

 

  

ทีนี้จะไปว่าแต่ทางญี่ปุ่นก็ไม่ได้ เพราะชาวต่างชาติที่อยากได้สัญชาติญี่ปุ่นก็สรรหาลู่ทางกันเหลือเกิน อย่างที่รู้ๆกันก็มีทั้งจ้างแต่งงาน หลอกแต่งงานสารพัด จนเร็วๆนี้แอบเอาเอกสารคนญี่ปุ่นไปปลอมให้เค้ารับลูกตัวเองเป็นบุตร (คนญี่ปุ่นคนนั้นไม่รู้เรื่องไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลย) พอถูกจับได้ก็ให้สัมภาษณ์ว่าถ้าให้ลูกตัวเองได้เป็นคนญี่ปุ่นแล้วคิดว่าจะได้เกาะขออยู่ญี่ปุ่นต่อได้ และลูกจะได้มีอนาคตที่ดี...

 

  

อีกเคสนึงที่พูดลำบาก ก็คือเคสที่พ่อแม่เข้าเมืองมาอย่างผิดกฎหมาย -_-; เป็นชาวต่างชาติทั้งคู่ มีลูกด้วยกันอยู่ญี่ปุ่น เด็กที่เกิดมาอยู่แต่สังคมญี่ปุ่น พูดได้แต่ภาษาญี่ปุ่นแต่ไม่ได้สัญชาติญี่ปุ่น คือเท่ากับอยู่แบบผิดกฎหมายเหมือนกัน พอพ่อแม่โดนจับก็มีการประท้วงกันว่าเด็กพูดภาษาญี่ปุ่นได้ภาษาเดียวและโตมาที่ญี่ปุ่น จะส่งกลับประ เทศไปแล้วจะไปใช้ชีวิตไปเรียนได้ยังไง มีการฟ้องร้องกัน บางเคสศาลก็ให้ แต่ไม่ใช่ให้ได้สัญชาติญี่ปุ่น คืออนุญาตให้อยู่เป็นกรณีพิเศษมีวีซ่าให้ แต่พ่อแม่อยู่ไม่ได้ ต้องกลับเท่านั้น ถ้าจะอยู่ญี่ปุ่นต้องอยู่คนเดียว

 

  

ดูแล้วน่าสงสารเด็กบางคนที่ร้องไห้ต้องจากเพื่อนฝูงหรือบางคนต้องจากพ่อแม่เพื่ออยู่ที่ญี่ปุ่นต่อคนเดียว และไม่รู้ชะตากรรมตัวเองจะเป็นยังไงต่อไป ถ้าคิดในแง่มนุษยธรรมก็น่าจะให้เด็กได้อยู่ต่อพร้อมหน้าพ่อแม่ แต่ในแง่การปกครอง ถ้าอนุญาตคนนึงก็ต้องอนุญาตทั้งหมด แล้วชาวต่างชาติที่เข้ามาแบบนี้มีเยอะ หวังจะบีบให้รัฐบาลรับพวกเค้าอย่างถูกกฎหมายก็เยอะ ถ้าอนุญาตแล้วคนอื่นๆใช้กรณีนี้เป็นเครื่องมือแอบเข้าเมืองมาแล้วปั๊มลูกกันเพื่อ จะได้อยู่ในประเทศนี้ก็จะเสียการปกครองไปหมด สงสาร เห็นใจ แต่ก็ต้องคิดถึงผลกระทบส่วนใหญ่เป็นหลัก -_-; ใครอย่าคิดทำแบบนี้ เป็นพ่อแม่ที่แย่มาก สงสารเด็ก

 

  

ก่อนที่เราจะพูดภาษาญี่ปุ่นได้ก็เคยท้อ เคยคิดหลายครั้งว่าคนญี่ปุ่นไม่ต้อนรับชาวต่างชาติ งานที่จะรับชาวต่างชาติก็น้อยหรือแทบไม่มี สวัสดิการอะไรก็ไม่ได้ อย่าว่าแต่ป้ายบอกอะไรเป็นภาษาอังกฤษหรือมีใครพูดอธิบายภาษาอังกฤษด้วยเลย

 

  

ตอนที่รู้จักกับสามีใหม่ๆ (ไม่ได้เป็นอะไรกัน) คุณฮายาชิบอกว่าประเทศนี้ไม่ต้อนรับชาวต่างชาติที่คิดจะมาหาผลประโยชน์ ไม่รักษากฎ และไม่พยายามเหมือนคนญี่ปุ่น ไม่จำเป็นที่จะต้องทำอะไรเพื่อให้ชาวต่างชาติได้อยู่อย่างสบาย เพราะแต่เดิมเราเป็นเกาะที่อยู่ได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว และรัฐบาลก็มีนโยบายที่จะให้ประเทศของเราเป็นอย่างนี้ คงแบบแผนความคิดของเรา วัฒนธรรมของเราไว้อย่างนี้โดยไม่ปล่อยให้ชาวต่างชาติมามีอิทธิพลมากจนเสียความเป็นตัวเองไป และคนญี่ปุ่นจำนวนมากก็ยังมีความคิดแบบนี้ ถ้าอยากจะอยู่ก็ต้องอยู่เหมือนกับคนญี่ปุ่น

 

  

ฟังแล้วช่างเหงาเศร้าจิต แต่อยู่ไปนานๆ... คิดว่าเข้าใจ แล้วก็ชอบญี่ปุ่นที่เป็นแบบนี้ ถึงไม่ใช่ว่าชอบทุกสิ่งทุกอย่างแต่ก็เรียนรู้แล้วว่าเราจะอยู่ประเทศนี้อย่างมีความสุขได้ก็ต้องกลมกลืนกับคนญี่ปุ่นเท่านั้น จะมาอ้อนอ้อแอ้บอกว่าชั้นเป็นชาวต่างชาติ เธอจะต้องช่วยเหลือชั้น เห็นใจชั้น ชั้นทำเองไม่ได้ ช่วยหน่อย ทำให้หน่อย ชั้นไม่รู้ ตลอดเวลาเนี่ยมันไม่ได้ (ได้ก็ช่วงแรกเท่านั้นแหล่ะ)

 

  

ชาวต่างชาติมันไม่ใช่ข้ออ้างที่ทำให้เราอยู่เหนือกฎหรือให้เค้ายกเว้น หรือเสียเงินเพื่อให้เค้าทำอะไรพิเศษไว้ให้กับเรา

 

  

ถ้าถึงวันที่เราพูดภาษาญี่ปุ่น อ่านภาษาญี่ปุ่นได้พอที่จะอยู่อาศัยในประเทศนี้ได้คนเดียวโดยไม่ต้องพึ่งพาใครแล้ว เราจะเข้าใจเองว่าทำไมคนญี่ปุ่นถึงไม่อยากให้คนต่างชาติเข้ามามากๆและทำอะไรตามใจตัวเองได้อย่างสะดวก ถึงจะเป็นหมอสุดเก่งโด่งดังมาจากประเทศไทย แต่ถ้าจะมาเป็นหมอที่ญี่ปุ่นคุณต้องสอบเอาใบประกอบวิชาชีพของญี่ปุ่นเป็นภาษาญี่ปุ่นเพื่อให้ได้มาตรฐานเดียวกัน จะมาเปิดร้านตัดผมคุณก็ต้องได้ตามมาตรฐานเค้า ต่อให้เคยเปิดร้านมา 48 สาขาในประเทศไทย ตัดผมคนมา 500 หัว ก็ต้องมาเรียนภาษา และมาสอบใหม่

 

  

เหล่านี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่คนไทยบอกว่าคนญี่ปุ่นชาตินิยม คิดว่าคนญี่ปุ่นจะเอาแต่พวก จะเอาแต่อะไรของตัวเองๆ แต่ต้องคิดด้วยว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้และมั่นใจในมาตรฐานของเขา เค้าอาจจะหลงตัวเองว่ามาตรฐานเค้าสูงและดี ก็ถ้าคุณคิดว่าเก่งกว่าคุณก็คงทำได้ เพราะคนต่างชาติชาติอื่นๆที่เค้าทำได้ก็มี ถ้าทำได้เมื่อไหร่เค้าก็ยอมรับคุณเอง

 

  

สินค้าญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่มีภาษาอังกฤษ เค้าผลิตให้คนเค้าใช้ พิมพ์ไว้ว่าสำหรับขายในประเทศ คนเราก็พยายามดั้นด้นไปหามาเพราะอยากได้ แล้วด่าว่าไม่มีภาษาอังกฤษเลย มันจะชาตินิยมไปถึงไหน -_-;

 

  

ภาษาอังกฤษเค้าก็มีให้นะตามแหล่งท่องเที่ยว มีให้ทั้งภาษาจีน เกาหลีอีกต่างหาก แต่ไอ้ที่นอกเมืองเค้าไม่มีภาษาอังกฤษก็ไปว่าเค้าไม่รู้จักอินเตอร์ ไม่มีภาษาอังกฤษให้ชาวต่างชาติ (ก็อยากจะเที่ยวนอกเมืองที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวดังๆเพื่อสัมผัสญี่ปุ่น แล้วจะมีภาษาอังกฤษได้ยังไง)

 

 

 

อย่าลืมว่าประเทศไทยก็ไม่ได้มีป้ายภาษาอังกฤษเยอะแยะมากมายทุกที่ทุกทางรวมถึงที่ที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยว แล้วสถานที่ท่องเที่ยวของเราก็เยอะ เราอยากให้คนต่างชาติมาเที่ยวก็ต้องอำนวยความสะดวกให้เขา รายได้หลักส่วนหนึ่งของประเทศเราก็มาจากท่องเที่ยวและส่งออก ภาษาอังกฤษจึงจำเป็นสำหรับบ้านเรา

 

  

สิ่งแวดล้อมของประเทศเราก็บังคับให้เราต้องเป็นภาษาอังกฤษเพื่ออนาคตในการทำงาน ถ้าเรียนภาษาอังกฤษไปโดยไม่มีผลประโยชน์อะไร ไม่รู้เราจะลงทุนเรียนกันหรือเปล่า ที่นี่ภาษาอังกฤษแทบไม่อยู่ใน requirement ของการสมัครงานเลย 

  

ความเป็นจริงก็คือคนญี่ปุ่นไม่มีความจำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันมากเหมือนกับเรา และภาษาญี่ปุ่นก็ไม่เอื้ออำนวยต่อการออกเสียงภาษาอังกฤษให้ใกล้เคียงเหมือนกับเรา แต่คนที่เรียนเค้าก็ตั้งใจเรียนมาก ไม่มีใครมาเรียนๆโดดๆไปบ้างไม่ไปบ้างเหมือนเรียนพิเศษเป็นแฟชั่นที่บ้านเรา (เพราะมันช่างแพงเหลือเกินแม่เจ้า พ่อแม่จะกินแกลบเอาแค่ส่งลูกเรียนภาษาอังกฤษสัปดาห์ละสองชั่วโมง -_-;)

 

  

การที่คนญี่ปุ่นใช้ของญี่ปุ่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ลองคิดก่อนว่าของในตลาดกี่ % เป็นของญี่ปุ่น? แล้วบริษัทญี่ปุ่นมันมีเยอะขนาดไหน ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ามันแทบจะทุกอย่าง ใช้ของญี่ปุ่นมีภาษาญี่ปุ่นให้อ่านดีๆ ไม่ต้องไปหาทางเปิดดิคใช้ มีปัญหาอะไรเคลมกันได้ เพราะของในประเทศกันเอง แล้วก็ไม่ได้มีค่านิยมว่าต้องของนอกถึงจะเท่ห์ และคนที่คิดว่าใช้ของนอกหรือของแบรนด์เนมเท่ห์กว่า เค้าก็ซื้อของจริงใช้ ไม่มีใครใช้ของก็อป

 

  

สัญชาติญี่ปุ่นได้มายาก และสังคมญี่ปุ่นก็เข้าถึงยาก แต่มีไว้สำหรับคนที่พยายามอยากจะเข้าถึงจริงๆ คนญี่ปุ่นชอบชาวต่างชาติที่พยายามเรียนภาษาญี่ปุ่น ศึกษาญี่ปุ่น คิดแบบคนญี่ปุ่น เหมือนเราเองที่เวลาเห็นคนต่างประเทศพูดภาษาไทยแล้วก็ดีใจ ถูกอกถูกใจ ประเทศญี่ปุ่นไม่ใช่ประเทศที่เอื้อเฟื้อช่วยเหลือใคร เย็นชาและสอนให้คนทำอะไรด้วยตัวเอง อยู่แล้วต้องเสียน้ำตา โดดเดี่ยวและไม่มีที่พึ่ง แต่เมื่อไหร่ที่เราพึ่งตัวเองได้ และรู้จักพยายามทำอะไรด้วยตัวเองโดยไม่เที่ยวหวังให้ใครมาช่วยเหลือ เมื่อนั้นเราจะอยู่ประเทศนี้ได้อย่างมีความสุข และเราจะมีเพื่อนที่ดีเพราะเขาเห็นเราเป็นคนพยายามทำอะไรด้วยตัวเอง เป็นแบบที่เค้าจะคบได้เพราะรู้ว่าเราไม่ทำความเดือดร้อนให้

 

  

สัญชาติญี่ปุ่นไม่จำเป็นว่ามีแล้วจะช่วยยืนยันว่าเราจะมีความสุขในประเทศนี้ ที่ต้องมีไม่ว่าจะอยู่ประเทศไหนคือความพยายาม ทั้งเรียนภาษาและทำความเข้าใจในความคิดของเค้า ไม่ใช่มีอคติแย้งตามแบบของเราหรือเอาไปเทียบกับประเทศนู้นประเทศนี้ไปหมด ประเทศใครประเทศมัน นโยบายของใครของมัน 

  

จริงๆเป็นเรื่องน่าประหลาดใจเหมือนกันที่หลายคนจะคิดว่าคนญี่ปุ่นเป็นพวกชาตินิยม เพราะคนญี่ปุ่นไม่ได้ร้องเพลงชาติทุกวัน (หลายคนร้องไม่จบเพลง) ไม่มีการรณรงค์ให้ใช้ของญี่ปุ่นหรือบอกให้อนุรักษ์วัฒนธรรมญี่ปุ่น วันหยุดก็จ้องจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศกันเป็นว่าเล่น คนเขียนการ์ตูนก็ไม่ได้คิดว่าเค้าต้องเขียนการ์ตูนญี่ปุ่น คนแต่งนิยายก็ไม่มีใครบังคับต้องชื่อญี่ปุ่นแนวญี่ปุ่น คนผลิตสินค้าก็ไม่มีใครบอกว่าต้องใส่ความเป็นญี่ปุ่นลงไปในผลิตภัณฑ์ ไม่มีใครรณรงค์ให้ใส่ชุดญี่ปุ่นกันวันนู้นวันนี้ รายการทีวีไม่มีใครบอกให้จัดฉากให้เป็นญี่ปุ่น วันสำคัญของญี่ปุ่นโรงเรียนไม่ได้มีประกวดเรียงความ ประกวดแต่งกลอน จัดบอร์ด หรือประกวดสาวสวยในชุดญี่ปุ่นกัน

 

  

แต่ก็ยังสามารถทำให้เราคิดว่าเค้ารักชาติของเค้ามากและเป็นพวกชาตินิยมได้ @_@; ตรงข้ามกับเราที่ให้ร้องเพลงชาติกันทั้งเช้าเย็น มีโครงการอะไรไทยๆเป็นร้อยเป็นพัน ให้จัดกิจกรรมรณรงค์นู่นนี่ จะทำอะไรเน้นต้องใส่ความเป็นไทยมันทุกอย่าง การ์ตูนไม่ไทยก็โดนด่า รายการไม่ไทยก็โดนว่า มีตังค์จะไปซื้อของต่างประเทศใช้ จะบ้าดาราญี่ปุ่นเกาหลีก็โดนเหน็บแนมอีก

 

  

แต่กลับไม่มีใครบอกว่าพวกเราเองชาตินิยมเลย..

 

  

ก็แปลกดีเหมือนกันค่ะ... ^_^;

 

  


ป.ล. ความคิดเห็นทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัวของคนเพียงคนเดียวที่อยู่ในพื้นที่หนึ่งของประเทศญี่ปุ่น คนไทยที่อยู่ญี่ปุ่นมีจำนวนมากและต่างคนต่างอยู่ในสถานที่ สภาพแวดล้อมและสถานะในการอยู่อาศัยที่ต่างกัน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกครั้ง m(_ _)m

 

 

 

 

悲しみにさようなら、、、 m(_ _)m

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อืม อ่านแล้วเห็นด้วยในหลาย ๆ เรื่องครับ
อาจจะเป็นเพราะส่วนตัวไม่ได้พิศมัยภาษาอังกฤษ
และเล่นเกม RPG เป็นภาษาญี่ปุ่นมานานแล้ว
ก็เลยชอบภาษาญีปุ่นมากกว่า

และเวลาได้ดูรายการสารคดีที่เกี่ยวกับญี่ปุ่น
หรืออ่านเอาจากการ์ตูนในไทย
รู้สึกชอบสังคมญี่ปุ่นเหลือเกินครับ
มันมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่ถูกใจและหาไม่ได้ในสังคมประเทศไทยจริง ๆ

p.s. ได้รับ สคส. ล่ะนะครับ
p.s. คงมาถึงนานแล้ว แต่เพิ่งไปเปิดตู้น่ะครับ 555 confused smile

#1 By リリース on 2009-02-16 14:21

มันก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนกระมั้งค่ะ

หนูว่า

ทุกสิ่งทุกอย่างมีทั้งของดี และของเสีย

อยู่ที่คนเราจะยอมรับ

และเห็นถึงมุมมองไหน...

#2 By finch on 2009-02-16 14:26

Hot!


ได้ดูรายการที่เด็กประถมต้องโดนส่งกลับประเทศเหมือนกันคะ

น่าสงสาร เพราะตั้งแต่เกิดน้องเขาคิดวาเขาเป็นคนญี่ปุ่นนี่เนอะ จู่ๆ ก็โดนบอกเลิกให้เปลี่ยนซะงั้น

คนที่ผิดก็คงเป็นพ่อแม่แหละ

เห็นด้วยที่ว่ายอมให้คนนึงก็จะมีตามมาอีกเรื่อยๆ



เรื่องอยู่ที่นี้ ต้องยอมแพ้คะ อยู่ยากสำหรับเรา เพราะว่าเราปรับตัวให้เข้ากับที่นี้ได้ แต่ไม่มากพอที่จะทนทำงานอยู่นี้ได้ เลยต้องเตรียมแพคกระเป๋ากลับบ้านแล้วคะ

สิ่งที่น่านับถือของชาตินี้ก็คงเป็นเรื่องที่เขาสามารถสอดแทรกวัฒนธรรมต่างๆ ลงในชีวิตประจำชาติได้อย่างกลมกลืน โดยไม่ต้องมาฝืน มาบังคับเหมือนบ้านเรานี่แหละคะ

ตัวคนญี่ปุ่นเองก็ถูกหล่อหลอมมาให้เป็นพวกรู้ลึกรู้จริงด้วยเนอะ เลยรู้สึกว่าเขาเป็นประเทศที่พึ่งพาตัวเองได้

#3 By tapum on 2009-02-16 14:31

Hot! ชอบ 2 ย่อหน้าสุดท้ายค่ะ เหมือนความเป็นญี่ปุ่นมันอยู่ในชีวิตประจำวันของเค้าอยู่แล้ว โดยที่ไม่ต้องมานั่งยัดเยียดให้ big smile

#4 By phelle on 2009-02-16 14:40

Hot! Hot! Hot! ไม่รู้จะบอกว่าชอบตรงไหนดี เพราะเข้าใจแล้วก็ถูกใจความเห็นข้างบนทุกข้อเลยค่ะ sad smile คนไทยนี่ก็แปลกดี... อยากไปเกี่ยวข้องกับเค้าเอง แต่ว่าพอเข้าถึงตัวเค้าได้ยากก็ไปว่าเค้าอีก ผิดที่ใครกันเนี่ย...

(ให้อารมณ์เหมือนเวลาจีบสาวแล้วเค้าไม่เล่นด้วย ก็หาว่าเค้าหยิ่ง... sad smile เหอๆๆ)

#5 By LUMiN on 2009-02-16 15:22

Hot!
อ่านแล้วตีความได้ว่าอยู่ที่เขารักพื้นที่เขาสังคมของเขา

หันมามองบ้านตัวเองแล้วถอนใจ ~~~

#6 By Elta_kung on 2009-02-16 16:39

ใครว่าอยู่เมืองนอกสบาย...


เป็นประเทศที่รากวัฒนธรรมเหนียวแน่นจริงๆ

#7 By wesong on 2009-02-16 16:42

เห็นด้วยหลายๆเรื่องเลยคะ
ส่วนเรื่องชาตินิยม คงต้องบอกว่า คนไทยกำลังพยายามทำให้คนของเราเป็นชาตินิยมละมั้งคะ เลยต้องปลูกฝังกันมากหน่อย เพราะคนญี่ปุ่นเนี่ย มันเป็นอะไรที่อยู่ในสายเลือดอยู่แล้วจริงๆ ไม่ต้องสอนก็เป็น (เพื่อนที่รร.เป็นญี่ปุ่น อยู่ไทยคนไทยเลี้ยงมาตั้งแต่สามขวบมันก็ยังเป็นญี่ปุ่นที่ชาตินิยมสุดชีวิตได้อยู่ดี)

#8 By LonelyFairy on 2009-02-16 16:53

ให้ Hot!

สำหรับเรา เราอยากให้คนที่อ่านเอนทรี่นี้ย้อนกลับมาคิดถึงประเทศบ้าง (มากกว่าที่จะชมเค้าอย่างเดียว เดี๋ยวก็ลืม)

พักนี้เห็นข่าวทำนองนี้บ่อยสะท้อนใจ ชาวบ้านคิดอะไรไม่ได้มากกว่ามาชุมนุมประท้วงให้ฝ่านโน้นฝ่ายนี้ช่วย = ='' โดยเฉพาะข่าวเทนมทิ้ง เพราะสหกรณ์ไม่รับซื้อ เสียดายง่ะ เค้าคงไม่รู้จะเอานมไปแปรรูปให้มันอยู่ได้นานๆในกรณีที่สินค้าเหลือ ...

เฮ่อ พยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีอยู่ค่ะ (จะได้ไม่เป็นการว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองน่ะ!)



เพลงเพราะมากเลยค่ะ

#9 By na m pu eng on 2009-02-16 17:29

ไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนี้เลย มันเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติเป็นปกติอยู่แล้วนิ เราชอบแนวคิดประเทศเค้าออก เราชอบทุกสิ่งที่ถูกระเบียบ ไม่จำเป็นต้องยืดหยุ่นหรอก เพราะมันแค่ข้ออ้างสำหรับคนไม่อยากทำ

ส่วนคนไทยรักชาติ ชาตินิยม ไปดูได้ตามกระทู้ นักเขียนการ์ตูนไทยต้องทำแบบนี้นะ ไม่ทำแบบนี้ไม่ใส่ความเป็นไทยไปในการ์ตูนที่วาดไม่รักชาติ เจอแต่เรื่องนี้เถียงมากจะ20ปีแล้ว โดยเฉพาะลายเส้นเราโดนหนัก ถ้าจะไม่ให้เราเขียนแบบที่หลับตาก็ออกมาเป็นแบบเดิมนี่เหมือนไล่ไปตายซะเลย

รักชาติแบบไทยๆ บางครั้งก็คิดว่า...มันน่าเศร้าจริงๆ

#10 By kisara yui on 2009-02-16 18:49

Hot! -_-' ได้แต่ปลงว่า .. เมืองไทยนี่แหล่ะ ดีแล้วน่อ
เห็นด้วยค่ะ Hot!

ในฐานะที่ชีวิตเกี่ยวข้องกับประเทศญี่ปุ่นมากพอสมควร ทำให้เรามองเห็นทั้งข้อดีและข้อเสียของญี่ปุ่น (ไม่ว่าประเทศไหนๆก็มีทั้งนั้นล่ะเนอะข้อดีข้อเสียเนี่ย) แต่ยังไงเราก็ค่อนข้างชื่นชมญี่ปุ่นตรงที่"ชาตินิยม" นี่ล่ะค่ะ big smile คืออะไรจะรักชาติได้ขนาดนั้นเนี่ย นับถือเลยจริงๆ แล้วก็ประทับใจแนวคิดที่ยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง มีระเบียบวินัยอะไรทำนองนั้นน่ะค่ะ ไปอยู่ญี่ปุ่นนี่ต้องปากกัดตีนถีบสุดๆเลย จากประสบการณ์ที่เคยไปเรียนซัมเมอร์มา ถ้าพูดอังกฤษส่วนมากจะเดินหนี 55 แต่ถ้าพูดญี่ปุ่นได้่ เค้าก็จะยินดีช่วยเหลือเราและใจดีกับเรามากๆเลยล่ะค่ะ big smile

#12 By ┼ SY┼ on 2009-02-16 23:05

ลงชื่ออ่าน

#13 By ซูเนะโอะ on 2009-02-16 23:41

big smile big smile big smile big smile

#14 By น้ามชา on 2009-02-16 23:54

เมืองไทยดีที่สุดละ เพราะฉันเองคลุกคลีกับญี่ปุ่นก็มาก แต่ก็ไม่ค่อยปลื้มอะไรญี่ปุ่นซักเท่าไหร่ ="=

#15 By Rinna ♥ on 2009-02-17 00:15

Hot! ทุกๆที่ต่างก็มีข้อดีและข้อเสียในตัวมันเอง
เราเองก็ชอบญี่ปุ่นมากๆค่ะ ในข้อดีหลายๆอย่าง จากที่เคยไปมา

แต่ยังไงก็คิดว่าไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้านเรา (ยังไงเราก็คิดว่า อาหารไทยก็อร่อยไม่แพ้ชาติอื่น)

ส่วนตัวแอบคิดว่าถ้าเราสามารถเรียนรู้ส่วนที่ดีของกันและกัน แล้วนำมาปรับใช้ให้เข้ากันในแต่ละสังคม
โลกนี้คงน่าอยู่ขึ้นจมเลยค่ะ big smile
ขอบคุณสำหรับบทความนะคะ ทำให้ได้เห็นแง่มุมต่างๆได้อีกเยอะเลยค่ะ

#16 By dark_shochan on 2009-02-17 00:42

ผมว่าคนไทยก็มีทั้งชาตินิยมและไม่ชาตินิยมนะครับ

...
คนไทยเราผสมหลายชาติมั่วไปหมด

เพราะเดิมทีคนไทยไม่กีดกันชาติอื่น เลยทำให้มีคนชาิติอื่นๆมาอาศัย ลูกหลานก็เลยผสมๆกันมั่วไปหมด...

ลองมองคนข้างๆ ตอนนี้ถามว่าใครเลือดไทยแท้ๆ100% บ้าง... ผมว่าน้อยมากครับ big smile

#17 By clock on 2009-02-17 01:42

เพราะญี่ปุ่นเป็นแบบนี้ละมั้ง ประเทศเค้าถึงเจริญได้มากกว่าหลายประเทศในเอเชีย เพราะประเทศเค้าพึ่งตัวเองได้และมีดีเกือบทุกด้าน จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเห็นชาติอื่นดีกว่าหรือว่าง้อชาติไหนๆ เพราะประเทศเค้าปฏิบัติตามกฎได้อย่างเคร่งครัด ทำให้สังคมเค้ามีความเป็นระเบียบมาก ไม่รู้เรื่องของญี่ปุ่นมากนัก แต่ฟังเเล้วรู้สึกชอบในทุกเรื่องที่เจ้าของบล็อกพูดมา เพราะโดยส่วนตัวไม่ชอบคนที่จ้องแต่จะพึ่งคนอื่นโดยไม่พยายามช่วยเหลือตัวเอง และก็ไม่เคยช่วยคนแบบนี้ด้วยเหมือนกัน เคยอ่านจากหนังสือ เค้าบอกว่าเด็กญี่ปุ่นพึ่งตัวเองได้ดี มีระเบียบวินัยและความรับผิดชอบสูงมาก คนของเค้ามีความตั้งใจทำงานให้ออกมาดีไม่ว่าอยู่ในตำแหน่งไหน ความจริงญี่ปุ่นไม่ได้ถึงกับไม่รับอะไรจากภายนอกประเทศเลย ทั้งเทคโนโลยีวิวัฒนาการหลายอย่างญี่ปุ่นก็นำเข้ามา แต่เค้ารับและนำมาปรับใช้กับประเทศของเค้าได้อย่างลงตัวมากกว่า อาจารย์ที่โรงเรียนก็เคยเล่าว่า ถ้ามีร้านญี่ปุ่นเปิดแข่งกับร้านต่างชาติ ร้านของญี่ปุ่นจะได้รับความนิยมมากกว่า ไม่ใช่แค่เพราะรักความเป็นญี่ปุ่นเท่านั้น แต่เพราะเค้าเชื่อว่าความเป็นญี่ปุ่นของเค้าไม่ได้ด้อยกว่าชาติไหนๆ สิ่งเหล่านี้ถ้าไทยนำมาใช้บ้าง มากกว่าจะไปตำหนิคำว่าชาตินิยมของเค้าอย่างเดียว ประเทศเราคงเจริญขึ้นมาก แต่คงยาก เพราะแค่เรื่องสอบเข้ามหาลัย เด็กไทยบางคนยังไม่มีความรับผิดชอบเลย เห็นละก็ได้แต่ถอนใจ ประเทศไทยก็ยังคงรักษาคอนเซปทำอะไรตามใจคือไทยแท้ได้อย่างคงเส้นคงวาอยู่นั้นเอง
เรื่องนี้คงพูดยากครับ ผมคิดว่าคำจำกัดความคำว่า ชาตินิยม ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนคิดว่าทำอย่างนึงถึงจะชาตินิยม บางคนอาจจะคิดว่าทำอีกอย่างถึงจะชาตินิยม มันกำหนดตายตัวไม่ได้ sad smile

เพลงญี่ปุ่นบางเพลงก็ใช้ภาษาญี่ปุ่นผสมอังกฤษ
นักฟุตบอลทีมชาติญี่ปุ่นบางคนก็โอนสัญชาติ
สถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นบางที่ไม่ได้มีแค่ภาษาอังกฤษหรือจีน แต่มีภาษาไทยให้ด้วยซ้ำ

แต่ตอนผมไปญี่ปุ่นแล้วใช้ภาษาอังกฤษถามทาง ถึงเค้าจะพูดอังกฤษไม่ค่อยได้แต่เค้าก็พยายามช่วยนะครับ (แต่เวลาถามต้องพยายามเลือกคนที่อายุไม่มาก + ท่าทางใจดี open-mounthed smile )

#19 By SRP on 2009-02-17 02:11

Hot!

#20 By Arthuran on 2009-02-17 05:31

ความม.หัศ.จรรย์ ของ B i o s p r a y หลัง.การใ.ช้

ปัญ.หา การ.นอน.หลับ /ผิว.พรรณ /ริ้ว.รอย/ไม.เกรน/ไข.ข้อ
สมรรถ.ภาพ /ระ บบ.เผา.ผลาญ โรค.กระ.เพาะ/ผม.หงอก/ผม.ร่วง
แผล.เป็น/เหน็บ.ชา/เบา.หวา น/ควา มฺ.ดัน/ภูม.แพ้/หอบ.หืด

อาการ.เหล่า.นี้.รู้.สึก.ดี.ขึ้น.จาก.ประ.สบ.การณ์.ของ.ผู้.ใช้.จริงๆ
นอน/หลับ/ลึก/ขึ้น ขับ.ถ่าย.ทุก.วัน สุข.ภาพ.ดี.ขึ้น.มาก
คืน.ความ.เป็น.หนุ่ม.สาว.เยาว์.วัย.ทั้ง.สุข.ภาพ.และ.ร่าง.กาย
เพิ่มเติมที่ p1.fr/i9un

#21 By (58.8.168.195) on 2009-02-17 07:40

มองไกลจนไม่เห็นสิ่งที่อยู่ใกล้ๆopen-mounthed smile

#22 By on 2009-02-17 09:29

เคยคิดเหมือนกันว่าอยากได้สัญชาติญี่ปุ่น แต่มาอ่านนี่คงยากยากซะแล้วแฮะเพราะเราไทยแท้ ไม่มีเทือกเถาเหล่ากอเป็นญี่ปุ่นเลย

ตอนนี้ก็กำลังศึกษาภาษาญี่ปุ่นอยู่ แต่ดูเหมือนต้องพยายามให้มากกว่านี้ซะแล้วสิ เพราะฝันไว้ว่าอยากไปทำงานที่ญี่ปุ่นด้วย

Ganbarimasu!!!

#23 By Chibidora (125.24.48.199) on 2009-02-17 09:55

Hot!
รู้สึกแอบหุงหงิดกับความชาตินิยมแบบแปลกของบ้านเราsad smile

#24 By C I-I i p S a I< u on 2009-02-17 10:11

Hot! Hot! Hot!

#25 By Gunzt on 2009-02-17 12:29

พึ่งพาตัวเองได้ พัฒนาคนของตัวเองให้เยี่ยมยอดก่อนHot!

#26 By Ellebazi on 2009-02-17 14:35

เหนด้วยกับพี่เส่งครับ
#7น่ะฮะ

#27 By ActSaint on 2009-02-17 18:13

ต่างพื้นที่ ต่างสภาวะ ก็สร้างคนให้แตกต่างกันไป ไม่มีใครผิด ไม่มีใครถูกค่ะ

big smile Hot!

#28 By cat~~~ on 2009-02-17 19:21

Hot! Hot!

นั่นสิเนอะ วันสำคัญทีไรรร.จัดรายการประกวดยาวเป็นหางว่าว ..

ชอยย่ิอหน้าหลังๆมากดลยอ่ะ sad smile
คิดว่ามันก็จริงแฮะ การ์ตูนที่เราอ่าน ชื่อตัวการ์ตูนก็ออกจะอินเตอร์ ทั้งๆหี่เราก็เห็นใครต่อใครบอกว่าญี่ปุ่นเป็นชาตินิยม..

#29 By Milkiiz❤ on 2009-02-17 19:44

คนเหนื่อนคนต่างด้าวที่เข้ามาในไทย หรือนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย

มันก็จะบ่นๆเหื่อนพี่ไทยบ่นญี่ปุ่นอย่างนี้นะ - -

Hot!

#30 By KC_CRUSH on 2009-02-17 19:55

วัฒนธรรมญี่ปุ่นเป็นวัฒนธรรมที่น่าสนใจ เราก็สนใจ มันมีเอกลักษณ์ดี

วัฒนธรรมไทยก็น่าสนใจนะ ต่างชาติหลายคนยังสนใจเลย (แต่เราอยู่กับมันมานานจนมองข้ามไป)

#31 By *cinnamoroll on 2009-02-17 20:20

Hot! แจ่มค่ะ
เห็นด้วยหลายๆเรื่องเลย
คิดจริงๆว่าญี่ปุ่นเป็นชาตินิยม แต่ก็ไม่ได้คิดในแง่ร้ายอ่ะนะคะ (คิดว่าเค้าอยากจะรักษาวัฒนธรรมเค้าไว้ให้นานที่สุด)
(ของไทยเรานี่สิ จะหายไปกับสายลมสายหมอกอยู่แล้ว
ถูกพลิกผลันให้เป็นอะไรก็ไม่รู้ (ส่วนใหญ่)

ว่าจะไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นพอดี วันก่อนก็ไปอ่านหนังสือท่องเที่ยวเล่มนึง
บอกว่า ไปญี่ปุ่นง่ายๆ ไม่ยากอย่างที่คิด ไม่ต้องเตรียมแผนล่วงหน้าก็ไปได้ ไม่ต้องรู้ภาษาญี่ปุ่น (หรือแม้กระทั่งอังกฤษ) ก็ไปได้ ไปถามๆ ใช้ภาษาใบ้ภาษามือถามเค้าไปนั่นแหละ อย่างนี้เลย

เหอะๆ ก็มีอย่างงี้ด้วยเนอะ

แต่ดีใจที่เรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่ตอนนี้ ยิ่งมาอ่านเอนทรี่นี้แล้ว
ยิ่งต้องรู้ให้มากที่สุด จะได้ไม่ต้องพึ่งประเทศเค้า

ปล เพลงเพราะจังเลยค่ะ ~

#32 By オレンジ 嘘 || orenji-uso on 2009-02-17 21:39

ผมไม่ค่อยเข้าใจนะครับว่าทำไม สังคมญี่ปุ่นถึงเข้มงวดนัก
แต่วันนี้เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณมากๆครับ
ผมมองคนญี่ปุ่นในมุมมองที่ดีขึ้นเยอะเลย

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
Hot! Hot! Hot!
เห็นด้วยค่ะ เคยคิดมากอยู่เหมือนกันเรื่องนี้ ว่าถ้าคนไทยชาตินิยมแบบญี่ปุ่นเกาหลีได้ก็คงดีอ่ะ ตอนอยู่ม.ปลายเพื่อนๆบ้าเกาหลีกันมาก วันหนึ่งครูพูดด้วยประโยคแทบสะอึกกันทั้งห้องคือ
"สมัยก่อนตอนสงครามโลก คนญี่ปุ่นบางคนก็ถูกพวกเมกันจับไป พวกเขาจะกลับบ้านไม่ได้นอกจากตายแล้วเขาถึงส่งศพกลับประเทศให้ญาติ พวกเขาต้องฆ่าตัวตายเพื่อจะได้กลับบ้านตัวเองนะ พวกเธอเนี่ย ชอบญี่ปุ่น ชอบเกาหลีกันดีนัก เทรนด์โน้นเทรนด์นี้ตามเขาได้ตามเขาดี แต่ทำไมเรื่องอย่างนี้ถึงเลียนแบบเขาไม่ได้บ้างล่ะ? ไอ้สิ่งดีๆอย่างนี้ทำไมไม่ทำตามเขา?"
เหอๆ เงียบกันทั้งห้องเลย ขนาดเราที่ไม่ใช่คนชอบเกาหลีและเฉยๆกับญี่ปุ่น(ชอบการ์ตูนอย่างเดียว)แต่ชอบอะไรที่ฝรั่งๆ ก็นิ่งขึงเลย สะอึกsad smile

#34 By [AdeLiNe] on 2009-02-17 22:02

Hot! Hot! Hot!

ถูกใจค่า !!

โดยส่วนตัวรู้สึกว่าญี่ปุ่นเค้าน่าชื่นชมก็เพราะ อย่างที่เขียนเหตุผลใน 2 ย่อหน้าสุดท้ายแหละค่ะ

รู้สึกว่าญี่ปุ่นเค้าไม่ได้ชาตินิยมในแบบที่ว่า ไม่เอาชาติอื่นเลย แต่เค้ารับวัฒนธรรมของทุกชาติอย่างเปิดกว้าง ในขณะที่ยังรักษาเอกลักษณ์ของตัวเองไว้ได้อย่างดีนี่แหละค่ะ

#35 By GAB on 2009-02-17 22:09

ชอบเอนทรี่นี้มากเลยค่ะ (ถึงะจะเมนท์ช้าไปหน่อยก็เถอะ ^^;)

เราก็เป็นอีกคนที่ไม่ค่อยชอบเวลาเจอคำบ่นในลักษณะว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศชาตินิยม หยิ่ง สังคมเย็นชา ฯลฯ

เพราะเราเอามาตรฐานวัฒนธรรมของเราไปตัดสินเค้าล้วนๆเลย...คิดกลับกัน คนญี่ปุ่นอาจจะคิดว่าทำไมคนไทยชอบก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว sad smile

ให้ดาวนะคะ Hot! surprised smile

#36 By ハル♪☆haru*? on 2009-02-17 22:53

น่าคิดค่ะ Hot!

#37 By MoshMosh on 2009-02-17 23:15

รู้สึกเห็นด้วยอย่างสุดใจ ครับ แม้จะไม่ได้ศึกษาญี่ปุ่นมากมายอะไรนัก แต่ก็พอจะเห็นถาพ

อ่านแล้วนึกถึงหนังเรื่อง lost in translation ของโซเฟีย คอปโปล่า(ผุ้กำกับ) น่าจะอายน่าดุ ท่าเธอได้อ่านบทความนี้

เพราะนี้แหละญี่ปุ่นของจริงมันแบบนี้

#38 By boon boon on 2009-02-18 00:07

เห็นด้วยค่ะ

เราว่าเค้าก็เป็นตัวอย่างที่ดีนะ

ในเรื่องวัฒนธรรม

อยากให้เมืองไทยเป็นแบบนี้บ้าง

ไม่งั้นชาติอื่นๆจะยึดครองประเทศค่ะ

#39 By nana-viva (118.173.0.190) on 2009-02-18 05:38

ผมเป็นไม่มากครับ ไม่เท่าไหร่อะพี่...ออกแนวเคืองๆนิดๆ ไม่คัน มีไข้หน่อยๆ

แต่ถ้าคนเป็นหนักก็จะอาการรุนแรงกว่านี้ครับ sad smile

#40 By clock on 2009-02-18 22:18

มาฝากข่าวเรื่องดี ๆ จ้า เด๋วนี้มี Google ลายท่องเที่ยวแล้วนะจ๊ะ แถมใช้ดีมากมายอีกตั้งหาก เข้าไปดูได้ที่ Link ด้านล่างนี่ได้เลยจ้า

^^http://about.googlesiam.com

ใช้ได้แล้วก็อย่าลืมแบ่งปันเผื่อแผ่ให้เพื่อน ๆ ได้ใช้กันด้วยนะจ๊ะ

#41 By แนน (58.9.202.81) on 2009-02-19 01:46

เห็นด้วยกับประเด็นความพยายามค่ะ หวังพึ่งหวังเกาะให้เจ้าของประเทศเขาเหนื่อยฟรี เป็นประเทศเราก็ไม่อยากเอาเนอะ

คิดถึงผู้ลี้ภัยมองตาปริบๆแบมือขอข้าวกินไปวันๆแล้วหน่าย...มีออกปากสักคำมั้ยว่าขอทำงานแลก? ไม่มี...พอไม่ให้ ให้ของไม่ดี ของไม่อร่อยดันมาด่าเราอีก =[]=;;; ได้ยินว่าผู้อพยพจากพม่าถึงกับเผาค่ายตอนUNมาตรวจเพื่อเรียกความสงสารเลยนะ...ชาวนากับงูเห่าชัดๆ

เราชอบสังคมที่นับถือการพึ่งพาตัวเอง มากกว่าขายความสงสาร ความเวทนา(ที่ยากจะเจริญ)มีน้ำใจช่วยเหลือ ไม่ได้หมายความว่ายอมให้งอมืองอเท้านี่นะ

#42 By EGUANA on 2009-02-21 04:41

Hot!
เห็นด้วยหลายอย่างเลยค่ะ

#43 By tanok on 2009-03-05 22:37

โดนค่ะโดน

#44 By kkiikk (124.120.235.49) on 2009-03-14 17:43

โชคดีที่ไม่เคยคิดจะไปใช้ชีวิตในญี่ปุ่น ตอนเด็กๆ บ้า manga และ Jrock (ปัจจุบันก็บ้าอยู่) แต่พอคิดถึงว่า จะไปญี่ปุ่น มักจะนึกไปออกว่าจะไปทำอะไร ? คิดออกอย่างเดียวคือไป shopping manga and Jrock goods

เคยคิดจะไปเรียนญี่ปุ่น เพราะเห็นว่าไม่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ เห็นไปกัน 3 - 6 เดือนก็เรียนมหา'ลัยกันจนจบได้ปริญญามาเท่ๆ ทางฝั่งฝรั่งที่ต้องสอบอะไรเอาคะแนนวุ่นวายเป็นอย่างยิ่ง แต่ปัจจุบันไม่คิดอยากไปเรียนญี่ปุ่นแล้วฮะ ประเทศนี้ถ้าไม่บ้า manga, anime & Jrock เราก็จบกัน..... open-mounthed smile

#45 By glinda a.k.a. ~pride~ on 2009-04-22 13:06

ญี่ปุ่นเค้ารับชาวต่างชาติเป็นนักพากย์อนิเมะมั้ยคะembarrassed

ไปดูกฎหมายหลายๆอย่างแล้วใจแป้วเลย


ยิ่งอ่านเอนทรี่นี้แล้วแทบช็อค

เรื่องความพยายามเรามีเกินร้อยแต่ถ้าเค้าไม่เปิดโอกาสเลยนี่...




Hot! Hot! Hot!

#46 By :+:~DarkIChiGo~:+: on 2009-05-06 01:57

ขอบคุณสำหรับคำตอบมากๆเลยนะคะbig smile

#47 By :+:~DarkIChiGo~:+: on 2009-05-07 02:08

อืมม
น่าคิดเหมือนกันแหะ

- -*

#48 By link-look on 2009-05-27 13:55

ชอบ 2 ย่อหน้าสุดท้ายค่ะ

#49 By iJigg (124.121.137.179) on 2009-08-21 00:27

#50 By โหลดเพลงฟรี (58.9.75.99) on 2009-09-06 23:59