[Gekijyou] วาเลนไทน์อันน่าเศร้า...ของนักออนไลน์เกม -_-;
posted on 15 Feb 2009 04:56 by hayashikisara in ArtStyle
เมื่อวานนี้เป็นวันครบรอบแต่งงาน อ้วนแว่นทำงานเป็นปกติ แต่กลับบ้านมาเร็วหน่อย เลยฝากอาคิไว้กับแม่แล้วพาเราเข้าเคียวบาชิไปหาอะไรกินกัน กินเสร็จตั้งตะหกโมงครึ่ง... (คู่รักคนอื่นเค้าเพิ่งเริ่ม คู่นี้แก่แล้ว กรุจะเข้านอนสามทุ่ม) กินเสร็จเดินดูอะไรอีกนิดหน่อยก็กลับบ้าน ถึงบ้านประมาณสองทุ่ม ไปเล่นกับอาคิมาสะต่อ (ลูกดูดีใจมากตอนเรากลับมาบ้าน)
นายฮายาชิถึงบ้านปุ๊บ ก็เปิดเกมออนไลน์ต่อ ก็เกมสามก๊กนรกแตกของมันเนี่ยแหล่ะ แต่ประมาณว่ามันล็อคอินเข้าไปด้วยความอึ้งสุดๆเพราะดินแดนที่มันสังกัดอยู่โดนข้าศึกบุกยึดไปแล้วจะครึ่งนึง @_@;
จากนั้นมันก็ดำเนินการกู้ชาติของมันต่อไป กับผองเพื่อนที่ทยอยกลับมากันทีละคนสองคน ^_^;
จริงๆมันน่าจะดีใจนะที่สังกัดอยู่ในดินแดนที่คนมีคนรักกันทั้งนั้น ^_^; (แม้จะวอดวายตามโอกาสต่างๆเช่น X`mas, Valentine ก็ตาม เพราะไปเดทกันหมด) ปกติดินแดนของมันแข็งแกร่งที่สุดในเกมขนาดที่ว่ายามปกติไม่มีใครเจาะทะลุเข้ามาได้ (แต่มาเสียประเทศเพราะเรื่องแค่นี้) ขนาดในเกมคนเรายังแพ้สงครามเพราะผู้หญิงเลย 5555
ถือซะว่าเป็นการแก้แค้นของคนโสดที่ไม่รู้จะไปไหนในวันเทศกาลแล้วกัน ^_^;
**********************************
ได้ tag มาจากคุณฟ้าไร้ดาว... (ถ้าเค้าไม่มาบอกก็ไม่รู้ตัวเลย น่าอับอายเชียว) -_-; ใครขี้เกียจอ่าน ข้ามโลด... เจอกันวันต่อไป
Tag ที่ว่านี้บอกว่าให้พูดเกี่ยวกับตัวเองประมาณ 25 ข้อ (เค้าเขียนไว้ตั้งเยอะแยะ แปลแค่นี้) จากนั้นให้ tag ต่อไปอีก 25 คน (ทำไมมันเยอะจังวะ มากกว่าจดหมายลูกโซ่อีก) และควรจะส่งกลับไปให้คนที่ส่งมาด้วยเพื่อแสดงว่าเราอยากรู้เรื่องของเค้ามากกว่าเดิมอีก (อย่างนี้ก็วนเวียนส่งกันไปส่งกันมาเช่นนี้?)
จริงๆไม่มีอะไรให้รู้มาก เพราะคนรู้กันหมดแล้ว -_-; แต่เขียนหน่อยละกัน
1. ชื่อ Kisara มาจากตัวละครในการ์ตูนเรื่องนึง แล้วก็ในเกมด้วย ใช้มาได้นานแล้วถึงเพิ่งรู้ว่ามีคนอื่นใช้ด้วยเหมือนกัน (ซึ่งเค้าก็ชอบจากการ์ตูนเรื่องเดียวกันเหมือนกัน) เลยใส่นามสกุล Hayashi เข้าไปด้วยซะเลย... ไหนๆก็เปลี่ยนนามสกุลแล้ว ^_^
2. ชอบการ์ตูนญี่ปุ่นมากกว่าภาษาญี่ปุ่น เลยอยากได้ทุนมาญี่ปุ่นมาก (เพราะพ่อแม่ไม่มีปัญญาส่งแน่นอนT^T) จนในที่สุดสอบได้ทุน AFS ผ่านที่ทำงานของพ่อเมื่อตอนม.4 (ก็คือเราไม่ต้องออกเงินเลย ที่ทำงานพ่อจะออกส่วนที่ต้องเสียให้หมด) เลยได้ไปอยู่โทโกนาเมะ แถวๆนาโกย่าหนึ่งปี พอได้ไปญี่ปุ่นก็มัวแต่เรียนภาษาญี่ปุ่นจนไม่ได้อ่านการ์ตูนญี่ปุ่นอีกเลยจนถึงปัจจุบันนี้ -_-; (คิดถูกหรือคิดผิด...)
3. กลับจากญี่ปุ่นก็มาเรียนเอกญี่ปุ่นที่ Abac 4 ปี ทำงานเป็นล่ามอีกเกือบสองปีแล้วก็มาเรียนต่อญี่ปุ่น และแต่งงานกับคนญี่ปุ่น รวมแล้วอยู่ญี่ปุ่นเข้าปีที่ 8 ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะเกี่ยวข้องกับคนประเทศนี้ขนาดนี้ T^T (คิดๆแล้วมีแต่ญี่ปุ่นตั้งแต่อายุ 15 จนนี่จะ 30 แล้ว... ยังวนเวียนอยู่แถวนี้อยู่เลย ใครเอากรูออกไปที้!!)
4. ไม่ชอบอ่านนิยาย ไม่ชอบดูละคร ไม่ชอบอ่านการ์ตูนรายสัปดาห์ เพราะขี้เกียจติดตามอะไรไปเรื่อยๆ -_-;
5. (จากที่นายฮายาชิว่า...) เป็นคนสามารถทำอะไรคนเดียวได้หมด (เข้าร้านยากินิขุคนเดียว ไปคาราโอเกะคนเดียว เที่ยวคนเดียว อยู่บ้านคนเดียว เล่นคนเดียว กลับไทยไปคนเดียว etc.) โดยไม่มีทีท่าว่าจะเหงาแม้แต่น้อย... ถ้าอยากทำอะไรก็ไปทำเลย ไม่รอมันอีกต่างหาก... (ขะ...ขอโทษ -_-;)
6. เป็นคนที่ไม่ติดเกมและไม่เล่นเกมอะไรเลย จนมาแต่งงานกับมันซึ่งเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจ (โอตาขุชัดๆ... พอดีแต่ก่อนยังไม่มีคำคำนี้ T^T) ทำให้ต้องเล่นเกมทั้ง play II, Game cube, Wii, DS... @_@; (แต่ยังไงก็ไม่เล่นเกมออนไลน์เด็ดขาด เพราะชอบอะไรที่แบบอยากเล่นก็เล่นอยากเลิกก็เลิก ไม่ต้องคำนึงถึงมารยาท)
7. ไม่ค่อยชอบการแชทเพราะฉะนั้นจะไม่ค่อยมีใครได้เห็นชื่อขึ้นใน MSN -_-; ใครที่มีธุระหรืออยากคุยด้วยควรบอกหรือนัดเอาไว้ และจะไม่คุยกับใครเกินทีละสองคน... (ต้องใช้สมาธิในการคุย แม้จะเป็นเรื่องสัพเหระก็ตาม)
8. ทำขนมปังได้เพราะเคยเป็นล่ามแปลพี่คนไทยที่มาฝึกทำขนมปัง 3 เดือนเพื่อไปเปิดร้านขนมปังที่ไทย (ทำเรื่องขอทุนผ่านมูลนิธิให้รัฐบาลโอซาก้าจ่ายให้ทั้งหมด) สุดท้ายพี่เค้ากลับไปทำร้านได้เดือนสองเดือนแล้วหนีหายสาปสูญไป @_@; เหลือเราซึ่งเป็นล่ามทำขนมปังเป็นอยู่คนเดียว...
9. ชอบดูตลก... (โอวาไร) ถนัดคันไซเบงและจำชื่อโอวาไรได้มากกว่าดารานักร้องญี่ปุ่น...
10. ใช้มือถือรุ่นเดียวกับอ้วนแว่นตลอดตั้งแต่คบกันมา นึกว่ามันแอบทำอะไรกุ๊กกิ๊กเป็นคู่กัน ที่ไหนได้เวลาเราเผลอมันแอบเอาแบต (ใกล้จะหมด) ของมันมาเปลี่ยนเสมอ -_-; (ไม่ชาร์จให้เราด้วย พอเราจะโทร เฮ้ยยยย แบตหมด!!! @o@!!!)
11. หนังสือเรื่อง Tokyo is in love จะออกประมาณปลายเดือนกุมภา... (ใช่แล้ว...มันคือโฆษณาแฝง) ^_^;
12. ไปกินก๋วยเตี๋ยวจะกินแต่เส้นหมี่เส้นเดียว... ถ้าไม่มีจะเกิดอาการเออเร่อทันที @_@; เพราะไม่รู้จะสั่งอะไร (แต่ที่ญี่ปุ่นไปร้านราเม็งมันก็มีแต่ราเม็ง ไปร้านอุด้งก็มีแต่อุด้งโซบะ ไม่ต้องไปเลือกอะไรมาก ดีเหมือนกัน -_-;)
13. ต้องล้างท่อทุกท่อในบ้านอาทิตย์ละครั้ง และเปลี่ยนสกอตไบรท์ล้างจานเดือนสองเดือนครั้ง ไม่งั้นจะรู้สึกไม่สบายใจ -_-;
14. ก่อนมาญี่ปุ่นทำไข่เจียวยังออกมาหน้าตาทุเรศ ไม่น่าเชื่อว่าทุกวันนี้จะต้องทำอาหารสามมื้อและโอเบงโตให้คนแถวนี้ทุกวันได้ ^_^;
15. เคยคิดว่าได้กลับไทยปีละครั้งช่างน้อยจัง... แต่เอาเข้าจริงๆสงสัยจะไม่ได้กลับทุกปี T^T (คิดคำนวณค่าคลอดไอ้ตัวเล็กคนที่สองกับค่าเรียนอาคิปีหน้าแล้วแทบช็อค!)
16. ไ้ม่ค่อยสนใจเรื่องแฟชั่น เครื่องสำอางค์ เครื่องประดับ ไม่ซื้อนิตยสารผู้หญิง ไม่รู้จักแบรนด์อะไรทั้งนั้น ไม่เข้าใจว่ามีคนมาขอแต่งงานได้ยังไง...
17. รู้จักกันมา 8 ปี ภาษาไทยของไอ้อ้วนแว่นยังเท่าเดิม... (สวัสดี ขอบคุณ เหม็นบุหรี่!)
18. ของที่ต้องมีติดตู้เย็นตลอดคือนม ไส้กรอก เบคอน ไข่ โยเกิร์ต อาหารแช่แข็งกันตายสองสามอย่าง
19. เพื่อนคนญี่ปุ่นที่มีส่วนใหญ่จะรู้จักกันมาตั้งแต่ที่มาแลกเปลี่ยนครั้งแรก (ตั้งแต่อายุ 15) ตอนนี้แต่ละคนแต่งงานมีลูก... ทุกวันนี้ยังไปมาหาสู่ ส่งแมสเสจโทรคุยกันอยู่เรื่อยๆ
20. เป็นคนตัวเล็กหน้าอกใหญ่ อยู่ที่ไทยจะเซ็งมาก แต่พออยู่ญี่ปุ่นดูมีอนาคตขึ้นมาทันที (ย้อนกลับไปอ่านข้อ 16 ใหม่... เอ๊ะ... หรือว่า....???) -_-;
21. เคยรับเป็นแม่อุปถัมภ์เด็กชายคนนึงในมูลนิธิหนึ่งที่ไทยโดยจะจ่ายค่าเล่าเรียนให้น้องทุกปี (ประมาณสามหมื่นเยนต่อปี) เป็นอยู่ได้สองสามปีก็ได้รับการติดต่อว่ามีญาติมารับน้องเค้ากลับไปแล้ว T^T ตอนนี้ไม่ได้รับเป็นแม่น้องคนไหนเลย ไว้รอมีรายได้มากกว่านี้จะรับอีกซักคน m(_ _)m
22. เป็นหัวหน้าห้องครั้งแรกตอนม.1 เทอม 2 (เนื่องจากเป็นรองหัวหน้าอยู่ แล้วหัวหน้ามันไม่ยอมเป็นต่อ) จากนั้นก็เป็นหัวหน้าห้องมาตลอดจนถึงม.4 เพิ่งมาฉุกคิดได้เร็วๆนี้ว่าเบ๊ชัดๆ...
23. ตอนม.ต้น (ม.3) ได้เป็นขวัญใจค่าย มีสายสะพายและมงกุํฎกระดาษกลับบ้าน ถือเป็นตำแหน่งสูงสุดที่ได้รับในชีวิตนี้ T^T (อนาถจัง)
24. ผู้มีพระคุณที่สุดในชีวิตไม่นับพ่อแม่ก็คงจะเป็น host family ที่รับเราเข้าไปอยู่เป็นเวลาหนึ่งปีฟรีๆ m(_ _)m ให้ไปอยู่กับคนญี่ปุ่น เรียนกับคนญี่ปุ่นและทำกิจกรรมกับคนญี่ปุ่นโดยไม่มีชาวต่างชาติเลยซักกะคนเดียว... ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างที่ทำให้เรามีวันนี้และทำให้เราเข้าใจคนญี่ปุ่นมากขึ้น คิดแบบคนญี่ปุ่นได้ ไม่มีปัญหาในการใช้ชีวิตในปัจจุบัน T^T
25. ความฝันเล็กๆนอกจากอยากจะเป็นคนทำปกนิยายที่ตัวเองแต่งแล้ว ยังอยากจะเป็น host family บ้างซักวันนึงด้วย... m(_ _)m
สำหรับ Tag ใครสนใจรับไปทำต่อก็ได้เลยนะคะเราจะได้รู้จักกันมากขึ้น (25 ข้อนี่คิดหัวแทบแตก) โดยปกติได้เมล์ฟอร์เวิร์ดก็ไม่เคยเปิดอ่านและไม่เคยส่งต่อ (ไม่ว่าจะโดนสาปแช่งด่าบรรพบุรุษมาในเมล์ขนาดไหน) จะให้ระบุชื่อใครลงไป ทำไม่ได้จริงๆค่ะ T^T
ป.ล. คนที่รออ่านนิยายรอนิดนึงนะคะ T^T ตอนนี้ทำโปสเตอร์เทศกาลสงกรานต์กับไทยเฟสติวัลที่ฮิโรชิม่าอยู่ค่ะ มีรายละเอียดที่ถูกต้องแล้วจะเอามาโปรโมทให้คนไทยในญี่ปุ่นทราบค่ะ m(_ _)m
http://hayashikisara.warabimochi.net


เกมออนไลน์นี่น่ากลัวจริงๆ
เพราะเราก็ติดเกมเหมือนกัน บ้านแตกที เขาเรียกว่าวันนี้นอนวัด เพราะไม่มีบ้าน แต่กิวด์เรานี่มันอยู่บ้านตลอดทุกเทศกาลนะ
เรื่องราวชีวิตผูกพันกับญี่ปุ่นจริงๆ
#2 By wesong on 2009-02-15 07:18