ทัวร์ไทยในญี่ปุ่น ^_^;

posted on 12 Dec 2008 12:26 by hayashikisara in ArtStyle, Japan

อยู่ญี่ปุ่นมาเจ็ดปี.. กำลังจะย่างเข้าปีที่แปด ไม่ได้เยอะอะไรหรอก...แต่บ้านอยู่ระหว่างเกียวโตและโอซาก้า มักจะมีเพื่อนแม่ ญาติ(ใครไม่รู้) เพื่อน มาขอให้พาเที่ยวเป็นพักๆ แต่ก่อนมีงานล่ามที่ต้องคอยแปลเวลามีคณะชาวไทยมาฝึกงาน ฝึกแล้วก็มีเที่ยวต่อด้วย



ส่วนใหญ่ลักษณะและความต้องการของทัวร์ไทยที่เจอเนี่ย.. จะคล้ายกันเสมอจนจับจุดได้ เหมือนจะเตือนตัวเองได้ว่าเวลาพาคนไทยเที่ยวเนี่ยต้องระวังตรงไหนและเตือนเค้าตรงไหนบ้าง บางอย่างคนไทยก็ไม่รู้และบางอย่างมันก็ไม่เหมือนกับบ้านเราอ่ะเนอะ... -_-;



1. อยากเที่ยวหลา่ยๆที่ในหนึ่งวัน : อันนี้เป็นธรรมดาของชาวไทยที่ต้องการความคุ้ม ยอมตื่นเช้าเกินมนุษย์และกลับโรงแรมกลางดึกเพื่อที่จะได้เที่ยวหลายๆที่ (วันแรกจะแรงดี.. พอเข้าวันที่สามจะเริ่มร่วงโรยกันไป..) ไม่ควรทำเวลาในการเที่ยวเกินไปเพราะจะทำให้ลูกทัวร์ของเราต้องไปเดินตรูดบิดแซงทัวร์กลุ่มอื่นแบบนักเดินมาราธอน.. จะดูไม่งาม




2. ถ่ายรูปทุกช็อต : เวลาพาคนไทยเที่ยวต้องเผื่อเวลาแต่ละที่ไว้เยอะๆ เพราะพี่ป้าน้าอาจะถ่ายรูปกันทุกอิริยาบถตั้งแต่ลงมาจากเครื่องบิน (สันนิษฐานว่าถ่ายกันมาตั้งแต่บนเครื่อง) เวลาใครเจอวิวสวยจะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คนในคณะเรียกให้เค้ามาผลัดกันถ่าย (เฉลี่ยคนละ 3 รูปต่อหนึ่งวิว) ยิ่งเวลาถ่ายรูปหมู่จะต้องยิ้มกันเหงือกแห้งเพราะรอกล้องประมาณสิบสองกล้อง ส่วนใหญ่เที่ยวช่วงบ่ายจะใช้เวลาน้อยกว่าช่วงเช้า เพราะแบตจะหมดไปหลายคน... (ข้อควรระวังในการถ่ายรูปคือไม่ควรไปถ่ายของซื้อของขายของโชว์ที่เค้าวางไว้ตามร้าน ถึงไม่มีป้ายแต่ตามมารยาทก็ไม่ควรถ่ายเนอะ T^T)



3. ช็อปแหลก : ควรพาไปช็อปแบบปล่อยฟรีและไม่มีโปรแกรมอะไรต่อในวันนั้น.. เพราะเวลาชาวไทยเจอร้านเยอะๆแล้วจะติสแตก หาทางกลับมารวมกลุ่มกันยาก ในกรณีที่มีบางคนหายไปกับร้านค้าตามแหล่งท่องเที่ยว ขอแนะนำว่าอย่าส่งใครไปตาม.. เพราะจะหายเข้าร้านไปอีกคน... (ทำให้สถานการณ์แย่ลงกว่าเดิม...)



4. ต่อราคา : ปกติแล้วการซื้อของที่ญี่ปุ่นไม่มีธรรมเนียมในการต่อราคา หรือขอของแถมกันเป็นปกติเหมือนอย่างที่ไทย.. ใครอยากทำเป็นตลกไปขอเขาก็ได้ (ยังไงอย่าบอกว่ามาจากไทยแล้วกัน...)



5. เก่งคำนวณ : ส่วนใหญ่ทัวร์ไทยจะพกเครื่องคิดเลขมากันทุกคน หรือไม่ก็จะมีพี่หัวโจกที่คอยคำนวณค่าเงินกลับไปกลับมาให้น้องๆราวกับธนาคารสาขาใหญ่ส่งมาเอง



6. เหล่หนุ่ม/สาวญี่ปุ่น : จะต้องมีอย่างน้อยหนึ่งคนในหนึ่งทัวร์.. เป็นคาแรคเตอร์บังคับ



7. คนช่างสงสัย : นี่ก็มักจะมีอย่างน้อยหนึ่งคนในกลุ่ม มักจะถามอะไรที่นึกไม่ึถึงและยากเกินจะตอบ -_-; (ผู้ว่าจังหวัดจะตอบได้รึเปล่ายังไม่รู้)



8. คนไม่กินเนื้อ : อันนี้ต้องเช็คไว้ก่อนให้ดีๆ @_@; ถ้ามีคนไม่กินเนื้อในกลุ่มต้องคอยคิดเรื่องอาหารการกินและคอยเตือนเค้าด้วย m(_ _)m



9. รับฝากซื้อของ : ส่วนใหญ่จะเจอมาเป็นลิสต์ @_@; แบบรับฝากเ้ค้ามาแต่ยังไม่รู้จะไปหาได้ที่ไหน.. บางอย่างไม่ได้มีขายตามร้านทั่วไปหรือมีขายเฉพาะในโตเกียว... หรือบางทีคนสั่งก็ให้ข้อมูลกว้างมาก.. ไม่รู้จะไปหาที่ไหนในประเทศนี้...



10. ปล่อยให้ชาวคณะคอยเก้อ... : คือไม่มาตามเวลานัดนั่นแหล่ะ.. เป็นเรื่องโด่งดังของ ทัวร์ไทย ต้องรับๆกันได้อยู่แล้ว -_-; พวกเขาหายไปไหน? ทำอะไร? ทำไมไม่รักษาเวลา? ยังเป็นปริศนาอยู่จนทุกวันนี้...



11. สั่งอาหารมากินด้วยกัน : ข้อนี้เป็นสิ่งที่คนญี่ปุ่นไม่ทำกัน @_@; และจะให้ดีไม่ควรจะทำเท่าไหร่ เข้าใจอ่ะเนอะว่าอาหารเซ็ทที่ญี่ปุ่นเซ็ทมันใหญ่ กินคนเดียวไม่หมด แต่ปกติแล้วคือเข้ามานั่งในร้านคนนึงต้องสั่งออเดอร์อย่างนึง ไม่ใช่ว่านั่งเก้าอี้เค้าฟรีๆ ถ้าที่ว่างๆมากๆหรือทางร้านไม่อยากยุ่งกับชาวต่างชาติเค้าก็จะไม่ว่าิอะไร แต่ถ้าคนเยอะๆ เรามานั่งสั่งกินด้วยกันทำให้คนอื่นไม่ได้เข้ามากินเค้าจะมองว่าเราไม่นึกถึงคนอื่น.. -_-; (แตุ่ถ้าสั่งทาโกะยากิข้างทางมาจะยืนกินกันคนละลูกก็ไม่เป็นไรหรอก)



12. ปรุง : ^_^; คนไทยมักจะอดไม่ได้ที่จะปรุงทุกสิ่งทุกอย่างบนโต๊ะลงไปในไอ่อาหารสุดภูมิใจของทางร้าน ชอบมีคนบ่นว่าร้านอาหารญี่ปุ่นไม่มีเครื่องปรุงวางบนโต๊ะเลย ทางที่ดีอยากปรุงอะไรควรเอาไปเอง เพราะบางร้านไม่มีไซส์เครื่องปรุงสำหรับบริการลูกค้าเลยก็มี.. -_-; (ขอพริกไทยทีมาเป็นอันใหญ่ๆยาวๆให้เรามาบดเองอีก) แต่ควรดูกาละเทศะบ้าง..ไม่ใช่ร้านเค้าได้แชมป์ราเม็งทีวีแชมเปี้ยน เราก็เจือกไปจ้วงน้ำพริกที่เอามาใส่ราเม็งเค้าช้อนเบ้อเร่อ... เค้าจะเสียจริตได้



13. ไม่เข้าแถว : ต้องระวังนิดนึงเพราะเราอาจจะไม่ชิน เวลาจะขึ้นรถไฟรถเมล์ เล่นเครื่องเล่นซื้อของหรือแม้แต่เข้าห้องน้ำในประเทศนี้ก็ต้องเข้าแถวกัน <-- ยกเว้นปร้าๆในโอซาก้าที่ได้อภิสิทธิ์มากมายในประเทศนี้ เวลาเข้าตาจนจริงๆแกอาจจะโผล่ไปเข้าห้องน้ำชายอีกตะหาก... (ในห้องน้ำจะไม่เข้าแถวรอหน้าแต่ละห้อง จะเข้าแถวออกมาข้างนอกหน่อย นัยน์ว่าไม่ว่าห้องไหนจะออกมา คนที่ต่อแถวคนแรกจะต้องได้เข้าก่อน ไม่้ใช่เล่นเกมเสี่ยงดวงหาคนฉี่เร็ว -_-;)



14. ฉูดฉาด : ก็อยู่คนละประเทศกัน.. แน่นอนว่าเซนส์ทางด้านแฟชั่น สีที่ชอบย่อมแตกต่างกันไปด้วย เห็นได้ชัดว่าประเทศเรามันเป็นเมืองร้อน เราก็ชอบใส่เสื้อผ้าสีสดๆมากกว่าคนญี่ปุ่น ไม่ได้จะว่าอะไรหรอกแต่จะบอกว่าทัวร์ไทยเด่นมาก.. (ประมาณเดียวกับทัวร์จีนนั่นแหล่ะ) เพราะคนญี่ปุ่นไม่ค่อยใส่สีแนว vivid ใครอยากเกิดในญี่ปุ่นควรใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์




15. ชั้นรอด! : ข้อนี้เกิดขึ้นในหมู่ชาวไทยที่คิดว่า.. ชั้นพูดภาษาอังกฤษได้และเคยไปมาแล้ว 18 ประเทศ! ชั้นรอด! ชั้นสามารถเที่ยวประเทศนี้ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาอะไร... -_-; เป็นความน่ากลัวและน่าเสียดายมากที่คนประเทศนี้น้อยคนจะอยากสื่อสารกับใครเป็นภาษาอังกฤษ (แต่ไม่ใช่ความผิดของเขาเพราะประเทศเขาไม่มีความจำเป็นต้องใช้เท่าบ้านเรา.. พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ได้งานดีๆทำ -_-;) เอาเป็นว่าแค่นานๆทีมีป้ายบอกเราก็เป็นบุญแล้ว..




16. ชิดซ้ายชิดขวา : นี่ก็ต้องระวังเพราะคนประเทศนี้มันจะรีบมากเหมือนจะไปเยี่ยมญาติป่วยอยู่ตลอดเวลา.. ไม่ควรจะเดินเรียงกันเป็นแพ ควรจะเหลือพื้นที่เล็กๆให้พี่ๆเค้าได้แทรกกันไปบ้าง บันไดเลื่อนเค้ามีต้องชิดซ้ายชิดขวา ดูคนข้างหน้าให้ดี จะได้เข้าแถวตอนเรียงหนึ่งเหมือนที่อาจารย์พละสอนตอนประถมได้ถูกต้อง



17. มือถือ : แต่ก่อนไม่ค่อยห่วงข้อนี้เพราะมือถือที่ไทยเอามาใช้ที่ญี่ปุ่นไม่ได้.. แต่ตอนนี้มีหลายรุ่นเอามาใช้ได้เหมือนกันแล้ว.. คือคนญี่ปุ่นจะเป็นโรคหูทิพย์หงุดหงิดง่าย.. จะส่งสายตาตำหนิติเตียนหากเราเปิดเสียงเรียกเข้าง้องแง้งในที่สาธารณะ (ควรเก็บไว้ฟังคนเดียวตอนนั่งอึ) โดยเฉพาะในรถไฟนี่ห้ามคุยโทรศัพท์เด็ดขาดและต้องเปิดสั่นด้วย ไม่งั้นจะต้องต่อสู้กับรัศมีเหยียดหยามของคนทั้งตู้...



18. รักเด็ก : สาวไทยมักจะถูกปลูกฝังมาในการศึกษาภาคบังคับว่าจะต้องรักเด็ก แต่พ่อแม่ญี่ปุ่นมักจะไม่ชอบให้มีคนประหลาดมารักลูกกรู... อย่าสุ่มสี่สุ่มห้าไปหยิกแก้มแดงๆหรือถ่ายรูปเค้าโดยไม่ขออนุญาตพ่อแม่เพราะประเทศนี้โรคจิตกับเด็กมันเยอะ...ทำให้ผู้ปกครองต้องคอยระแวง แล้วควรทำตัวภูมิฐานเข้าไปไม่ใช่กรีดร้องวิ่งเข้าไปตั้งแต่ปากซอยยังกับเจอทัคกี้แอนด์ทซึบาสะ...




19. เสียงดัง : คนไทยเป็นคนสนุกสนาน จะคุยจะเล่าต้องเผื่อแผ่ให้เพื่อนๆในกลุ่มได้ยินหมด พอถึงจุดตลกก็สาม..สี่..หัวเราะพร้อมกันแล้วมันจะเสียงดังมาก.. ต้องรักษาอาการหน่อย ก็คิดดูเสียงโทรศัพท์มันยังไม่ให้เปิด โทรศัพท์มันยังไม่ให้คุยเพราะในรถไฟมันหนวกหู แล้วมาคุยกันเองดังๆยิ่งโดนสายตาพิฆาตเข้าไปใหญ่.. -_-; ทางที่ดีขึ้นรถไฟควรนั่งอ้าปากหวอน้ำลายไหลไปเงียบๆ อย่ากระดุกกระดิกทำอะไรเลยเป็นดี...



20. ไม่ระวังจักรยาน : เกิดขึ้นเพราะประเทศเราไม่มีจักรยานมาร่วมสวนสนามด้วยกันบนทางเท้า.. -_-; ถึงแม้นานๆจะมีมอร์ไซด์ขึ้นมาวิ่งและบีบแตรใส่เราบ้าง แต่ก็ไม่ได้ถี่ขนาดต้องทำเราต้องกลายเป็นคนห่วงหน้าพะวงหลังเสียบุคคลิก... มาเที่ยวญี่ปุ่นนี่ลืมไม่ได้ว่าจะมีจักรยานใช้ถนนกับเราตลอดเวลา จะมาทำเดินใจลอยไม่ได้ มิฉะนั้นลุงป้าในโอซาก้าจะกดกริ่งดับเบิ้ลสามครั้งด่าเราอย่างไม่มีเยื่อใย... T^T

 



ที่ว่ามาไม่ใช่คนไทยที่มาญี่ปุ่น “เป็น” ทุกคน.. แค่พบเห็นบ่อยๆตามสถานที่ท่องเที่ยวและคนใกล้ตัวที่มาเที่ยวญี่ปุ่นก็เป็นบางข้อ ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ล่วงเกินกันแต่ประการใด... ^_^;


จะเห็นได้ว่าหลักๆ..คนไทยอยากเที่ยวหลายที่ในหนึ่งวัน แต่มักจะมีคนไม่ค่อยรักษาเวลา ใช้เวลาซื้อของและถ่ายรูปเยอะซึ่งขัดแย้งกันอย่างเห็นได้ชัด (ตั้งแต่พาคนเที่ยวมาส่วนใหญ่ตอนเช้าเค้าบอกอยากไปนี่ๆๆๆ พอบ่ายต้องตัดออกบางที่ เปลี่ยนแผนการตลอด) สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ปิดสี่ห้าโมง (หน้าหนาวก็ปิดเร็ว) จะเที่ยวสี่ห้าที่ในหนึ่งวันจึงค่อนข้างจะยาก ปัญหาหนักใจของคนพาเที่ยวคือ.. คณะทัวร์โมโหกันเอง -_-; (เพราะเราอยู่ที่นี่อยู่แล้วใครจะมาสายไม่รักษาเวลาอะไรเราก็ไม่รู้สึกอะไร แต่คนที่เค้าเสียเงินมาด้วยกันอยากไปให้ได้ตามโปรแกรมเค้าก็ต้องหงุดหงิดเป็นธรรมดา) บางคนถึงได้อยากจะเที่ยวแต่กับเฉพาะคนรู้ใจไงเนอะ ไม่งั้นไม่หนุก..



ก่อนจะมีคนเข้าใจผิด..ขอออกตัวก่อนว่าไม่ได้รับจัดทัวร์นะคะ (แต่ถ้าออกเงินค่าเดินทางและค่าเข้าสถานที่ให้แบบไม่เข้าเนื้อก็ยินดีจะพาเที่ยวค่ะพี่น้อง...) ^_^;

 

ไดอารี่เก่าๆเกี่ยวกับญี่ปุ่น >> http://hayashikisara.warabimochi.net

 

Cover

 

ออกแบบปกให้กับสนพ.นึง (ของไทย ไตเติอ้ลที่ใส่นี่สมมติขึ้น) อันนี้ยังไม่ใช่ final ถึงแม้จะได้รับคำชมและดูเหมือนจะชอบ แต่ทาง