コンビニ受診... -_-;

posted on 10 Dec 2008 08:20 by hayashikisara in ArtStyle, Japan

เมื่อวานดูสกู๊ปข่าวเล็กๆเกี่ยวกับ คอนบินิจุชิน... (コンビニ受診) ที่กำลังเป็นปัญหาและวงการแพทย์พยายามจะหาทางแก้ไขอยู่...

คอนบินิจุชินคือการไปหาหมอหยั่งกับไปคอนบินิ -_-; ขยายใจความก็คือ.. ป่วยเล็กป่วยน้อย เป็นอะไรนิดหน่อยก็ไปหาหมอไว้ก่อน จะด้วยเป็นห่วงสุขภาพจัดหรือกลัวหมอไม่รวยอะไรก็ว่าไป.. แต่ไปบ่อยประมาณเดียวกับคนเดินไปหาซื้อไรกินในคอนบินิแถวบ้าน.. เค้าเลยเรียกคอนบินิจุชิน...

มาตอนกลางวันก็ยังไม่มีใครว่าเท่าไหร่ แต่ที่เป็นปัญหาตอนนี้คือจำนวนคนมาหาหมอตอนกลางคืนที่ปกติจะรับตรวจเฉพาะเคสด่วนๆฉุกเฉินๆเนี่ย.. เพิ่มขึ้นมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานลำบาก หมอเหนื่อยไม่ได้พักได้ผ่อน แทนที่จะได้แอบงีบเวลาเข้าเวรตรวจผู้ป่วยฉุกเฉิน ปรากฎมีคนมารอขอให้ตรวจ 50 กว่าคน.. (กรูมาเข้าเวรรอตรวจผู้ป่วยฉุกเฉินจริงหรือนี่...) @_@;

หนึ่งในสามของผู้ป่วยคอนบินิจุชินคือเด็กเล็กๆ.. (อีกสองในสามสงสัยผู้ชรา)

เออ... มาคิดๆแล้ว เคยไปคอนบินิจุชินแบบนี้ครั้งนึงเหมือนกัน -_-; คือตอนที่อาคิไข้ขึ้น 40 องศาตอนกลางคืนแล้วเรียกรถพยาบาล.. ไปถึงหมอก็ตรวจๆ ให้ยาเสียบตรูดมาลดไข้ ไม่มีอะไรเลย... ต้องเสียค่าแท็กซี่กลับบ้านเองอีก.. ไม่รู้จะไปทำไม.. ตอนไปวันนั้นก็เห็นคนบาดเจ็บ ผู้ป่วยโชกเลือด คนประสบอุบัติเหตุอยู่สองสามคน.. มาคิดๆดูแล้วไม่น่าใจเร็ว น่าจะรอให้ชักอย่างที่หมอบอกก่อนค่อยเรียกรถพยาบาล -_-; (อันนี้ประชด)

แต่ก็เข้าใจอารมณ์แม่ๆที่เอาลูกเล็กๆไปตรวจว่ะ มันไม่มีที่พึ่งนะ เพราะตอนกลางคืนมันไม่มีคลีนิคหรือโรงพยาบาลเปิด พอลูกไข้ขึ้นสูง เปิดหนังสือดูก็เจอโรคห่_อะไรไม่รู้เยอะแยะมากมายชวนประสาทแดร้ก ถ้าเผื่อลูกเราเป็นไอ้ที่ว่าขึ้นมานี่ทำไง?.. แล้วเวลาเด็กมีไข้ก็ซบเซายังกับเศรษฐกิจช่วงนี้.. ดูแล้วมันน่าเป็นห่วง...ไม่ไปหาหมอได้ยังไง...

โรงพยาบาลหลายที่พยายามแก้ปัญหาโดยการจัดนางพยาบาลมาตอบสายด่วนให้ คือจะมีแบบสอบถามให้นางพยาบาลอ่านให้เราตอบ แล้วนางพยาบาลจะวินิจฉัยไปด้วยว่าเอ็งควรจะมาหรือไม่ควรจะมา.. แม่บางคนสติแตก ได้รับการปลอบประโลมจากนางพยาบาลแล้วจะดีขึ้น อย่างน้อยรอถึงเช้าเวลาทำการปกติค่อยมาก็ได้ ไม่ได้ด่วนขนาดที่จะต้องมาเดี๋ยวนั้น

บางที่มีการเก็บเงินแพงขึ้นสำหรับผู้ป่วยเล็กน้อยที่มาตอนกลางคืน (แต่เึคสฉุกเฉินจะไม่เสียเงินค่าตรวจอะไรเลย) ปรากฎว่าได้ผลด้วย...คนลดลงไปมาก (สรุปว่าเหตุผลนึงก็คือเห็นไม่เสียเงินเท่าไหร่เลยไม่คิดอะไรมาก พอเริ่มจะเสียเงินก็เสียดาย คิดเองได้ว่ากรูไม่จำเป็นต้องไปตอนนี้นี่หว่า.. -_-;)

หมอญี่ปุ่นกำลังประสบปัญหาขาดแคลนและทำงานหนักเกินมนุษย์ -_-; (เงินเดือนสูงแต่้้ถ้าคำนวณเวลาทำงานออกมาเป็นเงินที่ได้ต่อชั่วโมงแล้วไม่เห็นจะสูงอะไรมากเลย -_-; ไหนจะความรับผิดชอบ สุขภาพตัวเองอีก) พอมีผู้ป่วยคอนบินิจุชินมากขึ้นก็จะเกิดปัญหาต่อๆไปอีกว่าหมอตรวจแบบงั้นๆ ไม่ตรวจให้ละเอียด (ถ้าไม่มีอะไรน่าสงสัยเค้าคงตรวจอย่างละเอียดไม่ได้ ยังมีอีก 200 กว่าคนรออยู่ข้างนอก) -_-; เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้รอตรวจในโรงพยาบาลญี่ปุ่นนาาาาาานมากๆ เจอหน้าหมอยังไม่ทันหายคิดถึงเลย.. ตรวจเสร็จละ..

ในความเป็นจริงไม่มีใครอยากให้ลูกป่วยอ่ะเนอะ ก็ต้องตั้งสติดีๆดูความจำเป็นว่าเราต้องไปหาหมอในเวลาฉุกเฉินอย่างนี้ด้วยหรือเปล่า หรือรอดูอาการไปจนถึงเวลาโรงพยาบาลทำการปกติได้.. (แต่ไม่ใช่ปล่อยให้ลูกชักจนถึงเช้านะ) พยายามหาเบอร์สายด่วน 24 ชั่วโมงเอาไว้โทรปรึกษา จะช่วยลดภาระของหมอได้.. เพราะมีบางโรงพยาบาลที่ล้มครืนเพราะหมอลาออกไปเนื่องจากรับภาระไม่ไหว สุดท้ายโรงพยาบาลต้องปิดตัวลง.. ไม่มีที่ให้เราไปตรวจกันอีกเลย.. @_@; เราก็ต้องเตือนตัวเองไว้เหมือนกัน...

หมอมีน้อย.. ต้องช่วยๆกันรักษาคุณหมอไว้หน่อยเนอะ... -_-;

 

Cover 

 

ทำเลียนแบบปกหนังด้วย Photoshop เล่นๆ m(_ _)m

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

แฟนเป็นหมอเหมือนกันค่ะ เค้าทำงานเหนื่อยมากค่ะ ไม่ค่อยมีเวลาผักผ่อน (แต่เวลาคุยโทรศัพท์กับฉันมี นะ อิอิ)ถ้าเค้าว่างเมื่อไหร่ก้อจะโทรมาคุยกัน ส่วนใหญ่ถ้าไม่มีคนไข้จะจะแอบคุยกันค่ะ ยิ่งช่วงดึกๆคนไข้หลับอยู่คุยกันนานเลยค่ะ อิอิ

#13 By เอริ (58.147.40.185) on 2009-09-25 10:08

เป็นหมอนี่ลำบากจังเลยเนอะ ==;
แย่จัง

ปกติถ้าไม่ใกล้ตายจริงๆก็แทบไม่ได้เหยียบ รพ เลยค่ะ
เป็นโรคกลัว รพ. รึไงก็ไม่รู้นะ -*-
ไปแล้วมันจะตื่นเต้น จนสั่นไปหมดเลย sad smile

#12 By Jaae* on 2008-12-11 02:27

ความเป็นห่วงของคุณแม่ห้ามกันไม่ได้นี่เนอะค่ะ
ยังจำได้เลยตอนเด็กๆที่เป็นโรคปอดบวม
แม่กอดทั้งคืนเลย
คลินิคแถวบ้านก็ปิดหมด

โอยย รักแม่จัง >w<

#11 By [: j.i.n.x :] on 2008-12-10 18:57

ในทางกลับกัน ตอนนี้ในไทย รพ. เอกชนเองกำลังแข่งกันโปรโมทว่าหมอโรคเฉพาะทางมีให้บริการจนถึงเที่ยงคืน ยิงสปอตทีวีกันแหลกเลยครับ

#10 By nora on 2008-12-10 18:39

...บ้านเราไม่ขนาดนั้นเนอะ big smile

ปกสวยดี...

ปล.ลูกเราร้องเพลงเพราะดีจริงๆ..พ่อมันฟังหลับไปตั้งแต่ 2 - 3 เพลงแรก sad smile

#9 By Johny - Co on 2008-12-10 15:09

#6
แหม จะว่าเขาไม่ทำอะไรได้ไงล่ะ ดูก่อนสิว่ารมว.สาธารณสุขคนล่าสุดของเราจบอะไรมา open-mounthed smile

#8 By PaePae on 2008-12-10 12:05

ไป ร.พ.ทีไร รอแต่เช้า ไม่ทันเพลสักที

#7 By mahaoath on 2008-12-10 11:51

ของไทยก็แบบเดียวกัน หนักกว่าด้วยมั้ง

เห็นหมอหลายคนบ่นว่า มีเวลาตรวจคนไข้คนละไม่เกินห้านาที ไม่งั้นจะตรวจไม่ทัน(และถ้าตรวจผิด ซวย)

ผลคือหมอหลายๆคนหนีไปอยู่ รพ เอกชน เพราะงานสบายกว่า เงินดีกว่า สุขภาพจิตดีกว่า และคุณภาพงาน(คือผลการตรวจ)ดีกว่า ความเสี่ยงจะโดนฟ้องก็น้อยกว่า

จุดเด็ดที่ไทยดีกว่าญี่ปุ่นคือ รมต เรายังไม่ทำอะไรเลย(นั่นมันเรื่องของหมอ ของรมต คืองบก้อนถัดไป จะเอาไปทำอะไรดี)sad smile

#6 By house on 2008-12-10 11:39

เรื่องนี้พูดยากครับ ถ้าคนใกล้ชิดป่วยในขณะที่ข่าวโรคร้ายๆก็ชุกชุม ดังนั้นเป็นห่วงต้องพบหมอไว้ก่อน

เดี๋ยวพอมีข่าวว่าวางเฉยกับการป่วยแล้วคนๆนั้นเป็นโรคหรืออาการที่ร้ายแรงจริงๆเสียชีวิต คนก็แห่กันไปอีกรอบ แม้ว่ามันจะแพงก็เถอะ =_="

กลายเป็นปัญหาโลกแตกไปเลย

#5 By Elta_kung on 2008-12-10 11:00

ที่ไทยก็ใกล้แล้วล่ะครับ ยิ่งมีประกันสุขภาพถ้วนหน้า คนก็ไปหาหมอบ่อยขึ้น ในขณะที่จำนวนหมอลดลง (ส่วนหนึ่งลาออก เพราะทนงานหนัก+ขาดแคลนงบประมาณไม่ไหว)

เคยป่วยแล้วไปโรงพยาบาลอำเภอ ....หมอไม่ป่วย ก็ติดธุระหมด ต้องยืมตัวหมออำเภอข้าง ๆ มาตรวจแทน sad smile

#4 By PaePae on 2008-12-10 10:42

คอนบินิ...คอนวีเนียนน่ะเหรอคะ?

เหมือนเคยอ่านเจอโรคนึงค่ะที่คล้ายๆกับว่าไม่ได้ป่วยจริงแต่ก็กลัวว่าตัวเองป่วยประมาณนี้

แต่ความกังวล ความเป็นห่วงของคุณแม่นี่ห้ามกันได้ที่ไหนเนอะ

#3 By ต้า on 2008-12-10 09:33

ไม่ถึงขั้นสาหัสนี่ไม่เคยคิดไปโรงพยาบาลอยู่ล่ะครับ
(ที่ไทยก็ปัญหาเดียวกันเลย)

p.s. นี่ก็เพิ่งไปมาเหมือนกันในรอบหลาย ๆ ปีที่ไม่ได้ไป sad smile

#2 By リリース on 2008-12-10 09:14

เหมือนเคยอ่านเจอใน...เซย์ฮัลโหล แบล็คแจ๊ค



ปกสวยๆๆconfused smile

#1 By wesong on 2008-12-10 08:47