อ่านหนังสือเล่มนึงที่ว่าด้วยตำนานเทพญี่ปุ่นที่เขียนไว้ใน Kojiki (บันทึกโบราณ) ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับประวัติการเกิดประเทศญี่ปุ่น (แบบความเชื่อของคนโบราณนะ ไม่ใช่แบบวิทยาศาสตร์) เล่มที่อ่านนี่เป็นภาษาญี่ปุ่นแบบปัจจุบันแล้ว เพราะให้อ่าน Kojiki จริงๆที่เป็นภาษาโบราณคงไม่สามารถ @_@;

แต่อ่านแล้วหนุกหนานมากเลย.. เป็นที่มาของที่ว่าทำไม(สมัยก่อน)คนญี่ปุ่นถึงเชื่อว่าจักรพรรดิเป็นเชื้อสายของเทพ และเรื่องการกำเนิดศาลเจ้าสำคัญๆหลายแห่ง (บางแห่งเคยไปมาแล้วแต่ไม่ได้ไปด้วยความรู้อย่างนี้ พออ่านแล้วทำให้อยากไปดูใหม่ -_-;)

ที่สนุกมากก็คือ... เทพญี่ปุ่นไม่เหมือนเทพประเทศอื่น.. ดูดิบๆ @_@; และดูใกล้เคียงมนุษย์มาก.. ว่ากันว่ามีเรื่องจริงของประวัติศาสตร์สมัยนั้นเข้ามาผสมอยู่ ถ้าคิดเทียบแล้วเสมือนเป็นการเอาประวัติศาสตร์การเมืองในสมัยนั้นมาแต่งให้เป็นนิยายเทพ จึงไม่ได้เป็นตำนานเทพที่ว่าด้วยอภินิหารอะไรเท่าไหร่

จะเล่าให้ฟังแบบย่อๆ (เพราะเทพกำเนิดเป็นร้อย.. ชื่อแต่ละคนจะยาวกว่าชื่อประชากรชาวไทยสองคนต่อกันอยู่แล้ว -_-;) จะพูดถึงเฉพาะเทพที่สำคัญๆแล้วกัน (โดยจะย่อชื่อบางองค์) ที่อ่านนี่เป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด บางอย่างเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่ในบ้านเมืองเราก็ไม่แปลนะคะ ชื่อเทพก็ตามคันจิไม่แปลเหมือนกัน m(_ _)m

เรื่องเริ่มที่จักรพัรรดิ (ต่อไปจะเรียกว่าเทงโน่) ท่านหนึ่งที่ชื่อเทงมุ (เทงมุเทงโน่) ได้เกิดความคิดที่ว่าหากไม่บันทึกอะไรไว้บ้างประวัติศาสตร์เกี่ยวกับจักรพรรดิและบ้านเมืองจะสื่อไปไม่ถึงคนรุ่นหลังแน่ (ตอนนั้นประมาณปี 673-686) จึงออกคำสั่งให้ฮิเอดะโนะอาเระซึ่งเป็นโทเนริตอนนั้น (โทเนริเป็นตำแหน่งหนึ่ง รับใช้ใกล้ตัวจักรพรรดิ แต่ไม่ใช่ตำแหน่งสูงส่งอะไร) ดำเนินการจัดทำ Kojiki ขึ้น..

ฮิเอดะโนะอาเระเป็นคนที่มีความจำสุดยอดมาก.. จำเรื่องราวที่ได้ยินได้ฟังเล่าต่อๆกันมา เพลง กลอน อะไรต่อมิอะไรได้ จึงเหมาะที่จะให้มาปะติดปะต่อเรื่องมากที่สุด คิดว่าคงจะสุดยอดจริงๆเพราะโดยตำแหน่งแล้วไม่ใช่คนที่พระจักรพรรดิจะมาสั่งให้ทำงานสำคัญอย่างนี้แน่ๆ..

การทำ Kojiki ก็เริ่มขึ้น ทว่าไม่เสร็จในสมัยเทงมุเทงโน่ และสมัยจิโตเทงโน่ก็ทำต่อ แต่ก็ไม่เสร็จอีก จนผ่านไปสามสิบปี ถึงสมัยเกนเมเทงโน่ ได้มีคำสั่งให้โอโนะยาสุมาโระซึ่งเป็นนักเขียนจัดการต่อ Kojiki จึงมีจินตนาการของนักเขียนเข้ามาอัพเลเวลให้เป็นลักษณะแบบวรรณกรรมมากขึ้น

บันทึกสมัยที่เริ่มทำ Kojiki นั้นมีไม่มาก.. ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฮิเอดะโนะอาเระนั้นเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย บางคนว่าเขาเป็นเทพเช่นกัน บางคนว่าเขาเป็นมิโกะผู้รับข้อความจากเทพ หากเขาเป็นมิโกะก็เป็นไปได้ว่าจะทำงานนี้โดยผ่านทางการเข้าทรงหรือติดต่อกับเหล่าเทพแล้วเขียน Kojiki ขึ้นมา แต่ก็อาจเป็นแค่โทเนริธรรมดาที่มีความจำดีอย่างที่บอก แล้วแต่คนจะคิดกันไป.. ^_^;

ดินแดนของเทพญี่ปุ่นก็คล้ายๆกับของที่อื่น.. คือแบ่งออกเป็นดินแดนเทพ แดนมนุษย์ โลกหลังความตาย .. ติดซ้อนกันเป็นฟิชเบอร์เกอร์.. แต่ของญี่ปุ่นจะเรียกดินแดนที่เทพอยู่ว่าทาคามะโนะฮาระ ดินแดนที่มนุษย์อยู่เรียกว่าอาชิฮาระนาคาทซึคุนิ และนรกคือโยมิโนะคุนิ

ลักษณะเป็นกลมๆสามกลมต่อกัน เชื่อมด้วยสะพานคอดๆเหมือนหลอดวิทยาศาสตร์.. -_-; บางความเชื่อบอกว่าไม่ใช่กลมๆสามอันเรียงจากบนลงล่าง แ่ต่เป็นกลมๆเรียงกันเป็นรูปสามเหลี่ยม.. คือมีสะพานเชื่อมต่อหากันและกัน จากนรกก็เชื่อมกับสวรรค์ด้วย ไม่ใช่คนละเลเวลกันอย่างที่คิด (เอายังไงก็เอาเหอะ..)

ทีนี้ที่ทาคามะโนะฮาระมีเทพองค์แรกที่เกิดมาคืออาเมะโนะมินาคานุชิโนะคามิ ต่อด้วยทาคามิมุสุฮิโนะคามิ แล้วก็คามิมุสฺุิฮิโนะคามิ

เป็นเทพสามองค์แรกที่ถือกำเนิดออกมาื

ว่ากันว่าพื้นดินของโลกตอนนั้นยังไม่สมบูรณ์ ยังเหลวๆหนืดๆเหมือนพื้นน้ำมันผสมเจลลี่ (ประมาณผิวแมงกระพรุน) อยู่ -_-; เทพที่เกิดจากไอ้หนืดๆนี่คืออุมาชิอาชิคะบิฮิโกะจิโนะคามิ ตามด้วยอาเมะโนะโืทโคะทาจิโนะคามิ การเกิดของเทพจากแรกสุดถึงตรงนี้เป็นกลุ่มเทพที่เรียกว่าโคโตะอามะทซึคามิ ส่วนที่เกิดหลังจากนี้จะเป็นอีกกรุ๊ปที่เรียกว่าคุนิโนะโืทโกะทาจิโนะคามิ

อ่านมาถึงตรงนี้ยังจำชื่อเทพไม่ได้ซักกะองค์.. (ใช่ป่ะ)

จะบอกว่าแล้วก็มีเทพเกิดตามกันออกมาบานตะไทที่ไม่ขอเอ่ยชื่อแล้ว.. เดี๋ยวปิดจอกันไปหมด.. -_-; เอาเป็นว่าเกิดพรวดๆๆต่อกันมาจนถึงเทพสองพี่น้องที่ถือเป็นท่านพ่อท่านแม่ของประเทศญี่ปุ่นเลยแล้วกัน.. หลายคนคงเคยได้ยินอยู่แล้วเพราะไม่มีคนญี่ปุ่นที่ไม่รู้จัก

คือเทพอิซานาคิและอิซานามิ (อิซานาคิเป็นพี่ชาย อิซานามิเป็นน้องสาว)

ทีนี้อย่างที่บอก.. ทาคามะโนะฮาระเป็นที่อยู่อาศัยของท่านเทพ.. ท่านเทพก็เลยคิดจะมาปกครองโลกของมนุษย์ด้วย ก็ส่งเทพอิซานาคิกับอิซานามิลงมาปลูกสร้างโลกกัน..

สองพี่น้องก็มาถึงทางเชื่อมระหว่างโลกสวรรค์กับโลกมนุษย์ (สะพานอาเมะโนะคิหรือที่เรียกว่าอาเมะโนะคิฮาชิ) แล้วก็กวนกาละแม.. เอ๊ย.. กวนทะเล.. เกลือไปจับกันเป็นเกาะ ชื่อว่าเกาะโอโนะโกะโระ

พี่น้องสองท่านนี้ก็ลงมาที่เกาะนี้ แล้วก็มาติดเกาะแต่งงานกัน

ต่อไปเป็นบทสนทนาอันวาบหวิวของผัวเมียคู่นี้..

อิซานาคิ : ร่างกายของเธอเป็นยังไงเหรอจ๊ะ?

อิซานามิ : ร่างกายของเรามีส่วนนึงที่ดูเหมือนยังไม่เสร็จสมบูรณ์..

อิซานาคิ : ร่างกายของเราก็มีส่วนที่เกินมาส่วนหนึ่งเหมือนกัน คิดว่าเราต้องเอาส่วนที่เกินมานี้ไปเสริมส่วนที่ยังไม่เรียบร้อยของเจ้าเพื่อสร้างดินแดนขึ้น

อิซานามิ : ทราบแล้ว...

โอ้ว..ว้าว.. ความสงสัยของเค้าช่างบรรเจิด (เค้าสนทนากันอย่างนี้จริงๆ ไม่ได้แต่งเองแต่อย่างใด)

จากนั้นเค้าก็เดินวนมาเจอกัน (เพื่อ?) อิซานามิเดินวนขวา อิซานาคิเดินวนซ้าย พอมาเจอกันปุ๊บ! อิซานามิก็กล่าว.. ยังไงดี.. เอาเป็นว่ากล่าวชวนละกัน.. ^_^;

หลังจากอุ๊บอิ๊บกันเสร็จ ได้มีเทพถือกำเนิดออกมาจากการอุ๊บอิ๊บครั้งนี้คือฮิรุโกะกับอาวะชิมะ..

ทว่าดูแล้วเทพทั้งสองนี้ไม่สมบูรณ์.. พูดภาษาชาวบ้านคือเป็นผลผลิตที่ไม่น่าพอใจ @_@; สองผัวเมียเลยมานั่งประชุมกันใหม่.. เราทำอะไรผิด?

แปลบทสนทนาให้เลยแล้วกัน.. ประมาณว่าอิซานาคิบอกว่าสงสัยเป็นเพราะผู้หญิงเป็นฝ่ายชวนขึ้นมาก่อนเลยได้ผลผลิตไม่ดี.. -_-; เอาใหม่.. เราไปเดินวนกันอีกรอบแล้วอิซานาคิเป็นคนพูดก่อนบ้าง..


จากการอุ๊บอิ๊บกันรอบสอง เลยได้เทพดีๆมากมาย เกิดเป็นเกาะทั้งแปดของญี่ปุ่นและเกาะเล็กเกาะน้อยขึ้นมา (พูดให้ถูกคือประเทศญี่ปุ่นเกิดขึ้นมาเพราะเทพอุ๊บอิ๊บกัน.. -_-;) โรแมนติกจริง..

ต่อมา.. (ก็คงอุ๊บอิ๊บกันต่อ.. ละไว้ในฐานที่เข้าใจ) ก็มีเทพเกิดต่อกันมาอีกเยอะแยะมากมายจากเทพทั้งสององค์นี้ (เค้ามีลิสรายชื่อ แต่ไม่ขอกล่าวถึงแล้วกัน) ก็มีพวกเทพป่าเขาลำเนาไพรน้ำไฟทะเลเหวบ่อบลาๆๆๆ นั่นแหล่ะ แล้วเทพเหล่านี้บ้างก็แต่งงานกันเอง ให้กำเนิดเทพต่อๆไปกันอีก

ทีนี้ตอนอิซานามิให้กำเนิดฮิโนะคากุทซึจิคามิซึ่งเป็นเทพไฟ.. ปรากฎว่าถูกไฟครอกตรงจุดสปอตจุดนั้น.. -_-; (อ้าวเวร.. ซวยจริง) เจ็บปวดทรมานจนถึงกับเสียชีวิต..

ปะป๊า (เทพอิซานาคิ) โกรธมาก.. เอาดาบทซึรุกิฟันเทพไฟเป็นสามท่อน.. (แยกออกมาเป็นสามเทพอีก.. แล้วเลือดที่กระเด็นยังเกิดเป็นเทพอื่นๆอีกต่างหาก ว้าว..)

ก่อนที่เทพอิซานามิจะตาย.. ก็เจ็บปวดทรมานล้มหมอนนอนเสื่อ ยังไม่วายมีเทพที่เิกิดจากตอนนั้นอีก.. คือมีเทพที่เกิดจากอ้วกตอนนั้น -_-; เกิดจากฉี่และเกิดจากอึ.. (ฮ่วย..) ที่ต้องพูดถึงหน่อยเพราะเทพที่เกิดจากฉี่สององค์ได้แต่งงานกัน (เอาเข้าไป) แล้วให้กำเนิดเทพที่ชื่อโทโยอุเคะบิเมะโนะคามิ.. ซึ่งเป็นเทพที่ได้รับการเคารพบูชาที่อิเสะจิงกุจังหวัดมิเอะ (เคยไปมาสามรอบ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเทพที่เกิดจากเทพปัสสาวะ..)

เทพอิซานาคิร้องห่มร้องไห้เสียใจที่ภรรยาตาย (น้ำตาตอนนั้นก็เกิดเป็นเทพขึ้นมาอีก) และได้จัดงานศพขึ้น (ว่ากันว่าคือแถวๆอิสุโมะ จังหวัดชิมาเนะในปัจจุบัน)

เมื่อเทพอิซานามิต้องละจากการเป็นเทพและลงไปอยู่โลกหลังความตายที่เรียกว่าโยมิโนะคุนิ คุณสามีทำใจไม่ได้ ลงไปตามถึงโลกแห่งความตาย อ้อนวอนโยมิโนะคามิให้ปล่อยภรรยากลับไปอยู่กับตนถึงแม้ภรรยาจะบอกว่าไม่อยู่ในสภาพที่จะกลับไปได้แล้วก็ตาม..

เมื่อเห็นความจริงจังของอิซานาคิ.. อิซานามิก็เลยขอปรึกษากับโยมิโนะคามิก่อน (โยมิโนะคามิเป็นเทพที่ปกครองโลกแห่งความตาย) โดยมีเงื่อนไขว่าห้ามแอบดู.. อิซานาคิก็รอแล้วรอเล่า.. ปรึกษากันไม่เสร็จซะที.. เลยแอบมอง..

ผลของการแอบมองปรากฏว่าเห็นว่าร่างของภรรยานั้น.. เน่าเปื่อยผุพังไปแล้ว -_-; ด้วยความตกใจเลยรีบหนีออกจากโลกแห่งความตาย.. อิซานามิก็โกรธมาก.. ตามมาด้วยความแค้นแต่สุดท้ายอิซานาคิก็หนีไปได้ ออกไปได้แล้วยังไม่พอ.. เอาหินมาปิดปากทางออกไม่ให้ภรรยาตามออกมาได้ด้วย.. อิซานามิโกรธจัด.. ตะโกนบอกว่าเราจะฆ่าคนในดินแดนของท่านวันละพันคน แต่อิซานาคิตะโกนตอบว่า “อย่างนั้นเราจะให้กำเนิดบุตรวันละ 1500 คน” -_-; (ไม่สังวรณ์เลยอาเฮีย..)

ทีนี้มาถึงตอนสำคัญต่อ.. พอหนีออกจากโยมิโนะคุนิได้.. อิซานาคิก็เลยต้องไปชำระล้างร่างกายให้สะอาด เหตุการณ์นี้ทำให้มีเทพเกิดอีกหลายองค์ทีเดียว.. (แต่พวกที่เกิดจากการล้างแรกๆเป็นเทพไม่ดี คือเกิดจากพวกของเสียที่ติดมาตามร่างกาย)

ล้างไปก็เกิดเทพไปเรื่อย.. จนร่างกายสะอาดสะอ้าน... เกิดเทพสามองค์สุดท้ายขึ้นมาตอนล้างตาซ้ายคืออามะเทราสุ ล้างตาขวาได้เทพทซึคุโยมิโนะมิโกโตะ และล้างจมูกได้ทาเคฮายะซุซาโนะโอะโนะมิโกโตะ (ต่อไปจะเรียกซุซาโนะโอะ) <-- องค์นี้เป็นผู้ชาย เทพอีกสององค์ที่เกิดก่อนเป็นผู้หญิง

อิซานาคิเห็นเทพสามองค์นี้แล้วบิงโก! สั่งให้อามะเทราสุไปปกครองดินแดนเทพทาคามะโนะฮาระ และสั่งให้ลูกสาวคนที่สองไปปกครองโยรุโนะโอสุคุนิ (โลกกลางคืน) ส่วนลูกชายคนเล็กคือซุซาโนะโอะให้ไปปกครองอุนะบาระ (โลกทะเล)

หลังจากเทพทั้งสามแยกย้ายกันไปทำหน้าที่.. ปรากฎว่าซุซาโนะโอะ..วันๆไม่ทำการทำงาน เอาแต่ร้องห่มร้องไห้จนน้ำทะเลเหือดแห้ง.. อิซานาคิเลยไปถามว่า จะร้องไห้ทำไม? -_-; ซุซาโนะโอะตอบว่า.. อยากไปเจอมาม้า.. (คืออิซานามิ) คุณพ่อเธอเลยโกรธมาก เฉดหัวออกจากดินแดนไปเลย..

พอซุซาโนะโอะตกงาน.. ก็จะไปหาพี่สาวคืออามะเทราสุที่แดนเทพ (ทาคามะโนะฮาระ) ปรากฎไปถึง เจอพี่สาวยืนรอรับอย่กับกองทหารพร้อมอาวุธครบมือ.. -_-; เพราะอามะเทราสุคิดว่าน้องชายจะกลับมาแย่งชิงดินแดน..

คุณน้องก็บอกว่าไม่ได้จะมาแย่ง.. เอาอย่างนี้.. เรามาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจโดยการทำลูกกันดีกว่า.. -_-;

อย่าเพิ่งประนาม.. คือเค้าแข่งกันให้กำเนิดเทพกัน ไม่ได้อิ๊บอิ๊บกันแต่อย่างใด.. ปรากฎว่าเทพที่ซุซาโนะโอะปลุกปั้นมาตอนนั้นเป็นเทพสาวๆล้วน ดูท่าทางอ่อนแอน่ารัก ส่วนอามะเทราสุให้กำเนิดเทพหนุ่มๆล้วน ซุซาโนะโอะเลยบอกว่า เป็นเพราะจิตใจบริสุทธิ์ดีงามของตัวเอง เลยทำให้ได้เทพสาวๆ ถือเป็นการพิสูจน์ใจบริสุทธิ์สำเร็จ.. อามะเทราสุเลยอนุญาตให้เข้ามาในดินแดนได้..

ทว่าพอซุซาโนะโอะเข้ามาได้ก็อาละวาด.. -_-; (ทำไมฟะ?) เข้าไปในห้องของอามะเทราสุ.. แล้วก็เอาขี้ปา!! (ขี้ปาจริงๆ ไม่ได้แปลผิด) <-- เป็นเด็กประถมต้นหรือฟะ นอกจากนี้ยังพลั้งไปฆ่าหญิงสาวคนสนิทของพี่เสียชีวิตอีก.. (ไม่บอกแล้วกันว่าตายยังไง.. มันเวลมาก -_-;)

ความอดทนของอามะเทราสุขาดผึง! งอนหนีไปเป็นฮิคคิโคโมริอยู่ในถ้ำ เอาหินปะหน้าถ้ำไม่ออกมาพบผู้คนอีก... ส่วนซุซาโนะโอะผู้ทำเรื่องก็โดนไล่ออกจากสวรรค์ไปตามระเบียบ..

ทีนี้อามะเทราสุเนี่ย.. เป็นเทพแสงอาทิตย์.. พอไปเก็บตัวอยู่ในถ้ำก็เอาเลย.. เดือดร้อนกันไปถ้วนหน้า.. โลกก็ตกอยู่ในความมืดมิดและหนาวเย็น.. ปวงเทพก็มาประชุมกันว่าจะทำไงกันดี.. คนนึงออกไอเดียว่าเรามาจัดงานฉลองหน้าถ้ำดีกว่า พออามะเทราสุสงสัยโผล่หน้าออกมาดูก็ดึงออกมาซะเลย.. (แผนง่ายดี..) ก่อนจะใช้แผนมีการทำนายก่อนอีกนะว่าแผนนี้เวิร์ครึเปล่า -_-; (เป็นเทพนี่ทำอะไรซับซ้อน) ผลทำนายออกมาโอเค เลยรีบจัดงานกันทันที..

แล้วจัดงานก็มีร้องรำทำเพลงดื่มเต้น.. ให้เทพสาวองค์นึงมาเต้นอะโกโก้.. -_-; (เค้าเขียนว่าส่ายตรงนั้นไปมา ฮูลาฮูล่าโย่ว!) แล้วคือแก้ผ้าเต้นไม่ได้บิ้วอารมณ์เทพหนุ่มเลยนะ.. ปรากฎปวงเทพนั่งหัวเราะกัน.. อามะเทราสุได้ยินเสียงหัวเราะก็สงสัย.. สุดท้ายก็แอบแง้มหินออกมาดู เลยโดนจับมัดตามแผนของเหล่าเทพที่ตกลงกันไว้.. เรียกแสงอาทิตย์กลับมาได้ตามระเบียบ..^_^; (ส่วนน้องคนที่เต้นอะโกโก้ อนาคตเป็นไงไม่ได้กล่าวถึง)

กลับมาทางซุซาโนะโอะ... ถูกไล่ลงมาจากสวรรค์ก็เดินทางเร่ร่อนไปเจอตายายกับสาวสวยร้องไห้อยู่.. (ต่อไปนี้จะเป็นเรื่องที่คนเคยได้ยินกัน) พอถามร้องไห้ทำไม? ตายาย (ซึ่งก็เป็นเทพเหมือนกัน) บอกว่ามีลูก 8 คน แต่พอถึงวันนึงของทุกปี จะมีปีศาจงูยักษ์แปดหัวแปดหางที่ชื่อยามาตะโนะโอโรจิ (ต่อไปนี้จะเรียกโอโรจิเฉยๆ) มากินลูกไปทีละคนทุกปี.. จนเหลือลูกสาวคนเดียว แล้ววันนี้ก็ถึงวันที่ว่าแล้ว.. โอโรจิจะต้องมากินลูกคนสุดท้ายนี้แน่..

ซุซาโนะโอะได้ฟังดังนั้นก็บอกว่าจะจัดการงูยักษ์ให้... ขอลูกสาวละกัน.. (ขอกันง่ายๆอย่างนี้) แล้วก็อย่างที่รู้ๆกัน.. ย่อเลยแล้วกันว่าซุซาโนะโอะเตรียมเหล้าไว้หลอกให้โอโรจิเมาทั้งแปดหัว -_-; แล้วอาศัยตอนที่เมาหลับนั่นจัดการอย่างเฉียบขาด.. ทีนี้ตอนฟันหางของโอโรจิก็พบดาบคุซานางิ (เลยงุบงิบเป็นของตัวเองไปซะเลย) ดาบนี้เป็นหนึ่งในสามของวิเศษของเทพด้วย

อันที่จริงตำนานโอโรจิที่เกิดขึ้นแถวอิสุโมะ (จังหวัดชิมาเนะ) นี่ ว่ากันว่าโอโรจิก็คือแม่น้ำฮิอิ (ฮิอิคาว่า) เปรียบเทียบเป็นงูใหญ่และมีคนเสียชีวิตจากน้ำหลากทุกปี เหมือนกับที่เทพชราบอกว่าลูกสาวถูกจับกินทุกปีเหมือนกัน..

ตำนานเทพไม่ได้จบแค่นี้.. แต่เดี๋ยวว่างๆค่อยมาเล่าต่อ ^_^; อ่านแล้วอย่้างที่บอกว่ารู้สึกใกล้เคียงมนุษย์ มีเกิด มีตาย มีเซ็กซ์.. เทพก็ไม่ได้สู้กันด้วยอภินิหารอะไร ใช้ดาบใช้หอกใช้ธนู..

เรื่องของเรื่องก็อย่างที่บอกไปในช่วงต้นว่า Kojiki นั้นมีการใส่ประวัติศาสตร์การเมืองเข้ามาในเรื่อง ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ การปกครองสมัยก่อนนั้นเป็นแบบปกครองโดยส่วนกลางคือเมืองหลวง ดังนั้นดินแดนของเหล่าเทพ (ทาคามะโนะฮาระ ปัจจุบันอยู่จังหวัดนาระ) เปรียบได้กับเมืองหลวง ส่วนดินแดนมนุษย์ก็คือท้องถิ่น

และโลกแห่งความตายคือจังหวัดชิมาเนะ ที่ในสมัยนั้นเป็นเมืองท้องถิ่นเถื่อนๆที่มีอำนาจระดับหนึ่ง.. แบบว่าพยายามจะแข็งข้อ.. และเป็นสถานที่ที่โด่งดังในเรื่องการใช้แร่เหล็กเป็นที่แรกๆ ผู้คนก็ดูสกปรกมอมแมม ภาษาก็คงจะไม่สลวยเท่าไหร่.. ที่สำคัญคือเป็นเมืองที่มีอำนาจประมาณหนึ่งที่เมืองหลวงไม่ค่อยจะรู้สึกดีด้วย.. ถ้าพูดทางการเมืองเปรียบเป็นนรกไปซะเลย.. -_-;

ส่วนสารพัดเทพที่ว่ามา บางองค์ก็มาจากคนจริงๆ.. อย่างเรื่องของอามะเทราสุกับ ซุซาโนะโอะ ถ้าเปรียบเทียบว่าอามะเทราสุเปรียบเสมือนจักรพรรดิที่ปกครองเมืองหลวง น้องชายปกครองอีกเมือง.. พอทำท่าจะกลับมาก็คิดว่าจะมาแย่งชิงอำนาจการปกครองของตัวเองเลยยกกองทัพมาขวาง.. ก็จะเข้าใจอารมณ์ได้โดยง่าย..

ถ้าคิดดีๆจะเห็น message ต่างๆของประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองสมัยนั้นแฝงอยู่.. ที่เล่าให้ฟังนี่เป็นแค่คร่าวๆจากที่อ่าน มีรายละเอียดอีกมากมายที่ไม่ต้องรู้มากก็ได้ อ่านหนุกๆกันพอเนอะ ^_^

ประวัติศาสตร์ต่อจากนี้จะเป็นเรื่องของอิสุโมะไทฉะ (จังหวัดชิมาเนะ) และอื่นๆ.. ถ้าไม่ได้มาเล่าแปลว่าเก็บไว้เขียนนิยายเรื่องต่อไปนะคะ ^_^;

 

 

Niwa

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อะโฮกกกก ความรู้ใหม่ๆ สนุกดี big smile open-mounthed smile

#1 By iDoi* on 2008-11-24 07:46

เอ่อ จำชื่อไม่ได้จริงๆนั่นแหละsad smile

#2 By house on 2008-11-24 09:03

อ่านเพลินดีค่ะ คุ้นๆ จากที่เคยอ่านเรื่องคุจากุมาแล้ว แต่อันนั้นเล่นยำเทพๆ ซะเละชนิดที่ว่าอยู่เมืองไทยคงเขียนแบบนี้ไม่ได้แหงๆ ว่าแล้วก็อยากอ่านต่อจังเลย เขียนต่อนะคะ นะนะนะ confused smile Hot!

#3 By draco on 2008-11-24 09:04

อ่านแล้วได้อัพเกรดความรู้จริง ๆ
อืม แต่ซุซาโนะนี่พวกนักวาดการ์ตูนแต่ละคนนี่อิมเมจไม่เหมือนกันจริง ๆ
และรู้สึกว่า จากการปราบโอโรจิได้ ทำให้ซุซาโนะเป็นเทพที่ดีไปเลย
ทั้ง ๆ ที่ก็เกเรไม่ใช่น้อย จากเท่าที่เคยได้ยินมาตามความเป็นจริง

p.s. ไม่คิดเลยนะครับว่า ญี่ปุ่นจะมีเทพเป็นหลักร้อย ๆ จริง ๆ sad smile

#4 By リリース on 2008-11-24 09:18

บางอันเคยอ่านเจอในการ์ตูนconfused smile

#5 By wesong on 2008-11-24 09:39

big smile open-mounthed smile

#6 By b-padung Studio on 2008-11-24 11:30

สนุกดัครับ

ได้ความรู้เพียบเลย

ปล.พอรู้จาก okami อยู่นิดนึง confused smile

#7 By -- HaKobuNE -- on 2008-11-24 16:24

confused smile ว้าววว ทำ ภาพเก่งมากครับ ชอบมาก


ปล* อายุไม่เคยมาเป็ฯอุปสรรค ระหว่างกันครับ อิอิอิ*surprised smile

#8 By ฺBOWSCLOSE* on 2008-11-24 19:12

โอ รู้จริง

#9 By Johny - Co on 2008-11-24 19:37

อ่านแป๊ปเดียวเองหมดซะแล้ว
เพลินมากๆค่ะ
ชอบที่ให้หลอกออกมาดูที่ปากถ้ำอ่ะ น่ารักดี ^^
ประมาณว่า.. เอาแบบนี้เลยหรอ 55+

รอตอนต่อไป น่าสนุก ๆ ๆ

#10 By [: j.i.n.x :] on 2008-11-24 21:28

ตอนอามาเทราซึไปอยู่ในถ้ำยังจำการ์ตูนตอนเด็กๆได้เลยครับ เรื่องอาราเล่ที่ดวงอาทิตย์ไปหลบอยู่ในถ้ำ ชื่อถ้ำมันชื่อ อามาโนะอิวาโตะ แปลว่าอะไรก็ไม่รู้ แต่ชื่อมันขำดีเลยจำได้ติดหูเลย

จะว่าไปอ่านๆแล้วคนญี่ปุ่นเขา adapt เก่งนะครับค่อยๆเจียดไปเขียนเรื่องราวได้อีกหลากหลายมาก ได้มาอ่านที่นี่ ก็บางอ้อ ว่าที่แท้เรื่องมันมั่วตั้วแบบนี้นี่เอง อืมๆ

อย่าลืมเขียนต่อนะครับอิๆ Hot!

#11 By Elta_kung on 2008-11-24 23:03

น่าเอาไปสร้างเป็นละครเวทีนะ sad smile

confused smile confused smile confused smile confused smile

#12 By Jaae* on 2008-12-09 00:22

ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูล

#13 By ศึกษาต่อต่างประเทศ (58.9.166.184) on 2009-01-18 15:58

ขอบคุณมากครับ ผมเคยหาอ่านตำนานเทพญี่ปุ่นมา แต่ไม่เจอที่ไหนไล่มาได้่ครบถ้วนและอ่านเข้าใจง่ายอย่างนี้
ผมชอบจริงๆ ชอตนี้ละ

"ความอดทนของอามะเทราสุขาดผึง! งอนหนีไปเป็นฮิคคิโคโมริอยู่ในถ้ำ เอาหินปะหน้าถ้ำไม่ออกมาพบผู้คนอีก... ส่วนซุซาโนะโอะผู้ทำเรื่องก็โดนไล่ออกจากสวรรค์ไปตามระเบียบ.."

อามะเทราสุ เป็นฮิคคิโคโมริ ชอบๆ

#14 By Tomodachi on 2009-05-23 10:53

เคยอ่านหนังสือเรื่องเทพชินโตแล้ว แต่มาอ่านเวอร์ชั่นพี่โบว์แล้วขำมากค่ะ open-mounthed smile

รายละเอียดเทวตำนานนี่อ่านกี่ทีก็จำไม่ค่อยได้นะคะเนี่ย
ส่วนเรื่องที่โคจิกิอิงประวัติศาสตร์นี่เพิ่งทราบเลยค่ะ ...

ไปลองหามาอ่านอีกทีดีกว่าน้อ...

#15 By Hong on 2009-06-16 23:04

เพิ่งจะมาเจอเห็นเข้า

สนุกมากเลยครับ
ได้แปลต่อรึเปล่าครับ?

#16 By เอิง on 2009-06-21 08:29

อ่านเพลินดี

#17 By iJigg (124.121.137.179) on 2009-08-21 00:28

เหมือนการ์ตูนเลย

#18 By โหลดเพลงฟรี (58.9.73.127) on 2009-09-03 23:57

ชื่อตัวละครชวนมึนจริงๆเลยครับท่าน
แต่ว่าสนุกมากเลย ได้ความรู้เพิ่มด้วย
ขอบพระคุณครับท่านHot! Hot!

#19 By haha55 on 2009-11-02 18:50