อาคิมาสะกับพัฒนาการของเด็กขวบครึ่ง T^T
posted on 29 Oct 2008 12:48 by hayashikisara in BabyCare, Diary
พาอาคิไปตรวจสุขภาพของเด็กขวบครึ่งมา.. ศูนย์สุขภาพของเมืองอยู่บนเนินสูงชัน (เข็นเบบี้คาร์แทบไม่ไป) เหนื่อยมาก.. -_-; เข็นประจันหน้ากับรถสวนที่ลงเนินกันมาด้วยความเร็วอีกต่างหาก.. ไม่มีฟุตบาท ไม่มีทางเท้า ไม่มีรั้ว ไม่มีเส้น.. เข็นหลบสิบล้อกันไปอย่างนั้น.. มีความปลอดภัยสมกับที่เป็นศูนย์สุขภาพ.. มิน่าโรงพยาบาลเมืองมันถึงอยู่ติดกัน เผื่อใครเจอสิบล้อเสยก่อนมาถึงได้เข้า ICU ไปเลย.. -_-; (ไม่ต้องตรวจมันแล้วสุขภาพ.. ผลออกเห็นๆว่าสุขภาพย่ำแย่)
แต่ก็ปลอดภัยแหล่ะ (แม้จะนึกด่าว่ามันนัดทำไมบ่ายโมงตอนที่เด็กมันกำลังอยากจะนอนกลางวัน) -_-; เด็กๆกระจองอแงกันเต็มไปหมด (ง่วงด้วย) แต่มีผู้เชี่ยวชาญมาคอยเล่น อ่านนิทาน ร้องเพลง สอนเต้นให้เด็กๆกัน.. ทว่าอาคิไร้ความสนใจอย่างสิ้นเชิง.. -_-; เด็กคนอื่นหลายคนร้องไ้ด้เต้นได้หมด เพราะมันเป็นเพลงเด็กเหมือนแบบ..กำมือขึ้นแล้วหมุนๆแบบบ้านเราที่พ่อแม่รู้จักกันอยู่แล้ว แล้วก็คงเปิดให้ลูกฟัง สอนลูกกันมา.. แต่บ้านเราไม่มีอ่ะค่ะเพราะเราไม่ได้ถูกคนญี่ปุ่นเลี้ยงมาหนิ... ท่าเต้นไรไม่รู้จัก -_-;
ที่สำคัญ.. เด็กคนอื่นๆรู้จักอันปังแมนกันหมด.. แต่อาคิเฉยเมยมาก.. (ไร้ความตื่นเต้นสุดๆ) คือ.. ไอ้อ้วนแว่นมันไม่ยอมให้รู้จักกะอันปังแมนเด็ดขาด.. เพราะมันไม่ชอบตั้งแต่เด็ก (trauma?) มันหาว่าฮีโร่อะไรหัวเป็นหนมปังไส้ถั่วแดง.. -_-; (แหม..ก็การ์ตูนเด็กๆ) แล้วคือมันไม่ชอบที่มีฉากปราบอธรรม.. สู้กันมีหมัดมีลูกถีบ.. มันให้ดูแต่ดิสนีย์เพราะมิคกี้คงไม่ลุกขึ้นมาต่อยโดนัล.. (คือ.. มันเป็นคนขวางโลกงี้แหล่ะ ปล่อยมัน..) <-- มันไม่อยากให้ดูการ์ตูนธรรมะปราบอธรรม เพราะมันอยากเลี้ยงลูกให้เป็นอธรรมซะเองน่ะ มันบอกฝ่ายธรรมะเสียเปรียบ -_-; (ดูมัน)
จากนั้นเค้าก็จะเรียกให้เข้าไปในห้องทีละ 4-5 คน.. ประมาณห้องสัมภาษณ์.. -_-; คือจะคุยกันรายตัว ดูจากเอกสารที่เรากรอกมาประกอบด้วยว่าเราเลี้ยงลูกยังไง ให้ลูกนอนกี่โมงตื่นกี่โมง กินข้าวกี่มื้อ ของว่างกี่มื้อ กำหนดเวลาดูโทรทัศน์กี่ชั่วโมง.. ของเราค่อนข้างจะเพอร์เฟ็คได้รับคำชม.. เพราะเลี้ยงตามหนังสือ -_-; ก็ตามมาตรฐานเค้าเปี๊ยบ...
ทีนี้ก็ว่ากันด้วยเรื่องพัฒนาการ.. อาเจ๊ก็จะชวนคุย สอบถามนู่นนี่ ชวนอาคิเล่นไปด้วย.. ส่วนอาคิก็เป็นประเภทจืดชืด.. -_-; ไม่ค่อยสนจะเล่นอะไรเท่าไหร่ ไม่ตอบสนองอะไรอาเจ๊เลย..
เจ๊ : เวลาให้ปากกาน้องอาคิแล้ว แกเขียนอะไรเล่นบ้างไหมคะ?
เรา : ไม่ค่ะ (... ไม่เคยให้ปากกานี่หว่า)
เจ๊ : เวลาไปข้างนอกแกวิ่งไปที่อื่นบ้างหรือเปล่า? เรียกแล้วแกกลับมาไหมคะ?
เรา : ไม่ค่ะ (กู่ไม่กลับอ่ะค่ะ.. เหมือนปล่อยหมาออกจากโซ่)
เจ๊ : แกพูดคำที่มีความหมายเป็นคำๆอะไรได้บ้างไหมคะ?
เรา : ไม่มี... (สื่อกันด้วยจิตค่ะบ้านนี้)
เจ๊ : แกเข้าใจความหมายที่คุณพูดไหม?
เรา : ...... (เราว่าไม่..)
เจ๊ : เรียกแล้วมาหาคุณไหม?
เรา : ไม่เคยนะ.. (แต่หันมองเพราะรู้ว่าเรียกชื่อ จากนั้นก็เชิดใส่)
เจ๊ : แกเล่นต่อบล็อคไม้บ้างไหม?
เรา : ทำลายอย่างเดียว..
เจ๊ : แกเล่นเอาของเข้าๆออกกล่องบ้างไหมคะ?
เรา : ไม่.. (เอาออกอย่างเดียว ไม่เห็นมันเก็บอะไรใส่เลย)
เจ๊ : แกชี้นู่นชี้นี่ให้ดูบ้างไหม?
เรา : ไม่นะ.. (จะว่าไป.. เราก็ไม่เคยชี้มือให้มันดูอะไรเลย.. พูดกับมันเฉยๆ)
เจ๊ : แกเล่นจ๊ะเอ๋ๆได้ไหม?
เรา : .... (เล่น.. แต่ไม่เห็นมันหัวเราะเลย)
เจ๊ : แล้วลูกคุณชอบเล่นอะไรล่ะคะ?
เรา : ...... เล่นน้ำ.. ไล่จับ
เจ๊ : คุณไม่ค่อยได้เล่นกับลูกหรือเปล่าคะ?
เรา : ก็อาจจะไม่ค่อยได้เล่นนะ (เพราะเล่นกับเด็กไ่ม่ค่อยเป็น ไม่สามารถทำเสียงปัญญาอ่อนได้เท่าไหร่ด้วย.. ไม่ชินกับการทำตัวแบบ..ไม่เป็นผู้ใหญ่ -_-;)
เจ๊ : อย่าโทษตัวเอง
เรา : .... (เมิงจะเอาไงกับกรู?)
สรุปว่า.. จากการสัมภาษณ์ยาวนาน.. เจอจับแยกเดี่ยว.. -_-; ไปคุยกับผู้เชี่ยวชาญอีกคนนึงคนเดียวอีกห้องนึงไปเลย.. คนเดียว คิดว่าเค้าเห็นว่าเป็นชาวต่างชาติด้วย คงคิดว่าอีนี่จะเลี้ยงลูกรอดมั้ยเนี่ย.. เค้าก็คุยๆๆต่อแต่จุดประสงค์คือต้องการจะลองเล่นกับอาคิดู.. ทว่าอาคิดันหลับ.. -_-; (ก็เป็นเวลานอนกลางวันของมัน) เค้าเลยตัดสินว่า..
ลูกคุณพัฒนาการช้ากว่าปกติ.. -_-; (ขอบใจนะ)
จะต้องมาใหม่อีกครั้ง (โอ้วววว โน่วววว ม่ายยยยย กรูไม่อยากขึ้นเนินนี้อีกแล้ววว!!)
ออกจากห้องไปยังไม่จบ.. ต้องไปรอตรวจฟันต่อ หมอดูฟันแล้วก็เก็บตัวอย่างในปากเพื่อไปเช็คว่าเป็นคนที่ฟันผุง่ายหรือยากแค่ไหน ต้องมาฟังผลอีกทีวันที่ 13 เดือนหน้า (มาอีก... กรู.. -_-;)
ต่อไปก็ตรวจร่างกาย วัดน้ำหนัก ส่วนสูง แก้ผ้าให้หมอดูว่าไม่ได้โดนผู้ปกครองซ้อม.. ตรวจเสร็จใส่เสื้อผ้่ากลับบ้านได้..
เหนื่อย.. เมล์ไปบอกไอ้อ้วนแว่นว่าเจ้าหน้าที่บอกว่าพัฒนาการช้ากว่าปกติ.. ต้องมาใหม่ ไอ้นี่ก็ประสาท โทรไปหาแม่ตัวเองเพื่อขอคำแนะนำ.. -_-; คุณแม่ปั๋วก็วิจารณ์มาว่าก็เราไม่ยอมให้กินข้าวเอง คือเราต้องปล่อยแบบว่าไม่กินเองก็ไม่ต้องกินข้าว ให้อดไปเลย.. -_-; (เด็ดเดี่ยวว่ะ มันเพิ่งจะขวบครึ่ง) แต่จริงๆปัญหามันไม่ใช่เรื่องพัฒนาการอะไรประเภทนั้นซะหน่อย.. ฮ่วย.. -_-; (แต่เราคิดว่าแม่คุณฮายาชิไม่ได้จะว่าอะไรเราหรอก เพราะนิสัยเธอไม่ใช่อย่างนั้น)
คือที่นี่ขวบครึ่งสองขวบกินกันเองได้แล้วไง บางคนใช้ตะเกียบได้แล้วอีกต่างหาก -_-;
กลับมาจ้องหน้ากับอาคิ...
เอ็ง..
อ่ะ.. ปากกา..
ป๊องๆๆๆ เคาะกะละมัง อ่าง ไห.. -_-;
(ก็่ถ้ามันวาดรูปออกมาเป็นแบบปิกัสโซ่จะตกใจยิ่งกว่า) แต่อืมม์.. เราก็ไม่ได้เครียดนะ มันอาจจะเล่นไม่เหมือนคนอื่น ทำอะไรไม่เหมือนคนอื่น..แต่ก็ไม่ถึงกับทำอะไรให้เรากังวลว่ามันจะเป็นไรป่าววะเนี่ย.. คือมันไม่อ่านหนังสือนิทานเด็ก.. ไม่ค่อยเล่นของเล่น.. ไม่ชอบฟังเพลงเด็ก.. แต่มันก็ไม่ถึงกับดูไร้พัฒนาการซะทีเดียวหรอก.. บางทีก็มีอะไรที่อธิบายไม่ได้เหมือนกัน
อย่างแบบ.. เพลงที่เราเปิดแค่ครั้งสองครั้งมันกลับจำได้ อย่างเพลง Because I love u มันจะออกเสียงทุกครั้งที่มีคำว่า Love you @_@; (ไม่ได้ออกเสียงเป็นคำว่า Love you หรอกนะ แต่มันก็ทำให้เราเห็นว่ามันจับจังหวะได้ แล้วมันรู้ว่ามีคำว่า Love you อยู่ตรงไหน..) ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงชอบเพลงนี้เหมือนกัน เราเคยเปิดแค่ครั้งเดียวนานมาแล้ว แล้วเมื่อวันก่อนมาเปิดอีกครั้งมันก็หัวเราะแล้วก็ร้องของมันอย่างเงี้ย.. @_@; มันจำได้เว้ยเฮ้ย..
อีกเพลงคือ Habanera เป็นเพลง classic เพลงนึงที่มีท่อนถูกใจมันเหมือนกัน.. พอถึงตรงที่ว่ามันก็จะออกเสียงออกมาอีกแล้วก็หัวเราะชอบใจ.. เฉพาะตรงทำนองเดียวที่มันชอบเท่านั้น..
มันก็ไม่ถึงกับโง่ใช่ป่ะ...
แต่เอาเหอะ.. เราจะทำตัวปัญญาอ่อนให้มากขึ้น.. แล้วก็จะพยายามเล่นกับมันมากขึ้นแล้วกัน.. (ถึงแม้มันก็ไม่เล่นกับเราอยู่ดี.. คืออาคิเป็นประเภทเล่นหรือทำอะไรอยู่คนเดียวแล้วถ้าเราเห็นจะเข้าไปเล่นด้วยจะเลิกทันที) -_-; ไม่เข้าใจมันเหมือนกัน... เราต้องพยายามชี้มือชี้ไม้แล้วบอกมันว่านี่คือ XXX ล่ะมั้ง.. ที่ผ่านมาเราแทบไม่เคยใช้คำพูดเด็กๆกับลูกเลย.. -_-; (ไม่เข้ากับบุคคลิกเราอย่างแรง) แต่ป๊ะป๋าสามารถทำตัวปัญญาอ่อนได้ดีพอสมควร.. (แรกๆรับไม่ได้ แต่เอาเหอะ.. เพื่อลูก)
พอดีกับที่ว่าอ้วนแว่นมันไปสมัครคอร์สทดลองเรียนของสถาบันนึงให้ (มันคืออะไร? อินเตอร์เนชั่นแนลโฮอิคุเอ็ง?) คือมันใกล้บ้าน แล้วเราก็กะว่าจะไม่เอาลูกเข้าอนุบาล แต่จะให้ลูกเข้าที่นี่ อาทิตย์ละวันสองวันก็พอ.. ไม่ต้องบ้าไปเรียนทุกวัน ทีนี้เค้ามีให้ทดลองเรียนก่อนสองเดือน ก็เลยไปสมัคร เค้าจับฉลากเอาแล้วเราได้.. เริ่มเดือนหน้าทุกวันพฤหัสเป็นเวลาสองเดือน..
เค้าก็ไม่ได้สอนอะไรหรอก คือเอาไปให้มีเพื่อน เล่นๆๆร้องเพลงด้วยกัน แม่ๆก็เล่นไปด้วยเท่านั้นแหล่ะ.. นี่เราต้องออกไปสู่สังคมแม่บ้านแล้วหรือ.. -_-;
แล้วพัฒนาการของอาคิน้อยจะเป็นยังไง.. ต้องติดตามกันต่อไป.. (ไม่เป็นไรลูก.. แม่เลี้ยงหนูด้ายยยยย ^_^;)

เดินเล่นแถวบิวาโกะ

นึกออกละ! มันเข้าใจคำว่าหางหมูกับหูกระต่ายนะ! (แต่ไม่รู้จะเอาไปใช้ในสถานการณ์ไหนได้... -_-;)

เล่นมาก.. หน้าคะมำร้องไห้เลย.. มาม้าขอโทษ... (ขอโทษที่หัวเราะ...)
นิยาย,เรื่องสั้น, Illustration, ไดอารี่เก่าๆเกี่ยวกับญี่ปุ่น m(_ _)m >> http://hayashikisara.warabimochi.net


ถ้าเราทำตัวเล่นบ่อย ๆ เด็กมันก็จะเล่นมั่ง
ถ้าเราทำตัวนิ่ง ๆ เงียบ ๆ เด็กมันก็จะนิ่งเงียบเหมือนเรา
เพราะเด็กจะเห็นสิ่งที่ "คนที่เด็กไว้วางใจ" ทำเป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอ ก็เลยจะทำตาม
บางทีการที่อาคิเล่นอยู่คนเดียว พอเราเข้าไปเล่นด้วย แล้วอาคิเลิกเล่น อาจจะเป็นเพราะอาคิรู้สึกว่าการเล่นนั้นเป็นสิ่งที่ผิด เราเลยจะเข้าไปว่าเขาก็ได้ (ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง)
#1 By PaePae on 2008-10-29 13:05