ทำไมเอ่ย...?.. จะตอบว่ายังไงกันบ้าง.. ก็เพราะมันดื้อ มันซน มันไม่เืชื่อฟัง มันทะเล้น มันทำให้โมโห.. บลาๆๆ

อาจารย์โทชิยูกิ ชิโอมิ อาจารย์กิตติมศักดิ์มหาวิทยาลัยโตเกียว (ปกติเป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนอนุบาล) บอกว่า.. เหตุผลที่จำเป็นจริงๆที่เราต้องสั่งสอนเด็กนั้น.. เพื่อให้เค้าได้เติบโตเป็นเด็กที่รู้ถึงกฎของสังคม อยู่ร่วมกับชาวบ้านเค้าได้

ไม่ใช่มีไว้ให้เราเอาทัศนคติและคุณค่าการมองโลกของเราซึ่งเป็นพ่อแม่ยัดเยียดให้กับเด็ก

สังคมมนุษย์นั้นไม่เหมือนสังคมของสัตว์ เราได้มีการตั้งกฎเกณฑ์และมารยาทต่างๆขึ้นในการอยู่ร่วมกัน.. ซึ่งไม่สามารถจะตรัสรู้ได้เอง พ่อแม่ต้องเป็นคนสอน เช่น.. ทำไมเราถึงหยิบของในซุปเปอร์ออกมากินโดยไม่จ่ายตังค์ไม่ได้ทั้งที่มันก็วางเรียงกันอย่างนั้น? ทำไมเราถึงวิ่งเล่นในรถไฟไม่ได้ทั้งที่มันก็ออกจะมีที่เหลือ?

คือ.. ถ้าเราคิดอยู่เสมอว่าทำไมเราต้องสั่งสอนเด็ก.. เราอาจจะได้คำตอบว่า สิ่งที่เราดุนี่มันเป็นสิ่งจำเป็นหรือเปล่า? หรือเราเพียงต้องการยัดเยียดความคิดของเราให้กับเด็ก? หรือเราดุเพราะอีโก้ของเรา? เราดุเพราะเด็กมันไม่ทำตามที่เราสั่ง?

เราคิดไปเองเพื่อให้ตัวเราไม่รู้สึกผิดว่า นี่เป็นการทำเพื่อลูกนะ.. หรือเปล่า?

ยกตัวอย่างเคสนึงที่ว่า..คุณแม่คนนึงคิดว่าจะต้องฝึกลูกให้เป็นเด็กรู้จักอดทนและมีระเบียบ ให้กินนมแค่ไหนก็ต้องแค่นั้น ก็กำหนดปริมาณนมไว้เท่านี้ จะกินเกินนี้ไม่ได้..

เด็กนั้นไม่เข้าใจอะไรมากไปกว่า.. ทำไมเค้าถึงไม่ได้กินจนอิ่ม?

ถ้าพูดถึงแล้ว.. การอดทนก็เป็นสิ่งที่ดี ใครมีความอดทนก็สู้ชีวิตดีในภายหน้า.. แต่ความอดทนก็ไม่ได้เป็นกฏเกณฑ์อะไรที่สังคมเรียกร้อง.. และสังคมไม่ได้มีกฎว่าเป็นประชากรของเราต้องอดทน.. เป็นเพียงคุณค่าที่คุณแม่เลือกให้ อยากให้ลูกมีความอดทนและคิดว่านี่เป็นการฝึกความอดทนเพื่อลูก.. แต่ไม่ได้สนใจว่าลูกอยากมีความอดทนหรือเปล่า...

นอกจากนี้แล้ว..ก่อนที่จะดุหรือสั่งสอนลูก.. ต้องดูด้วยว่าลูกมันพัฒนาการถึงขั้นนั้นแล้วหรือเปล่า.. มันทำได้แล้วหรือยัง? ไม่ใช่้โมโหกรีดร้องที่เด็กขวบสองขวบไม่รู้จักเก็บของเล่นเองซักที.. สอนยังไงก็ไม่จำ ต้องตีให้หลาบจำจะได้ไม่ทำอีก

หรือตอนนี้ลูกอยู่ในช่วงพัฒนาการนี้อยู่ แต่พ่อแม่รับไม่ได้ เหนื่อย โมโหที่มันเล่นซน ทั้งที่จริงๆแล้วเป็นพัฒนาการของเด็กที่เห็นปลั๊กไฟก็ต้องเอานิ้วไปแหย่.. เห็นทิชชู่ก็ต้องไปฉีกออกมาให้เต็มบ้าน ของวางไว้ก็ต้องไปเอามาเล่นให้พัง.. บอกยังไงก็ไม่ฟัง.. เด็กไม่ได้ดื้อแม้แต่น้อย.. แต่มันเป็นแค่พัฒนาการ.. -_-; (เด็กเบบี้คนไหนเห็นไรก็ไม่จับ ไม่้เล่น นั่งเฉยๆน้ำลายย้อยตลอดเวลา่น่ะน่ากลัว.. ไปปรึกษาหมอดูดีกว่า..)

เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่จะต้องเก็บข้าวของและจัดบ้านให้ดีๆ ไม่ใช่หาทางคอนโทรลเด็กด้วยการสั่งสอน.. พอไม่ฟังก็โมโห หาว่าดื้อ ไม่รู้เรื่อง..

จากการสอบถามพ่อแม่จำนวน 500 คน เมื่อปี 2006 พบว่าพ่อแม่จำนวนถึง 58.2% ตอบแบบสอบถามว่าส่วนใหญ่มักจะดุลูกเพราะอารมณ์โมโหของตัวเอง อีก 13.8% ตอบว่า ดุเพราะพูดเท่าไหร่ลูกก็ไม่ฟัง และ 5.4% ตอบว่า ไม่รู้จักวิธีชมหรือสั่งสอนเด็ก...

สอนลูก.. ลูกไม่ฟัง.. สอนอีก.. สอนหลายครั้ง บอกหลายครั้ง.. ลูกไม่ทำอีก ตีมัน.. มันร้องไห้ใหญ่ กรี๊ด ยิ่งทำให้โมโห.. เป็นเรื่องที่ได้ยินประจำ



สมมติ.. ลูกเล่นของเล่นแล้วไม่เก็บ แม่บอกให้เก็บของเล่นให้เป็นระเบียบ.. การเก็บของเล่นให้เป็นระเบียบก็เป็นเรื่องที่ดี.. แต่เอาเข้าจริงๆก็เป็นความต้องการของแม่ที่จะเห็นลูกเก็บของเล่นให้เป็นระเบียบเดี๋ยวนี้.. และโมโหที่ลูกไม่ยอมเก็บของเล่นเอง.. ทั้งที่มีวิธีอื่นอีกมากมายเช่น เราจะเก็บของเล่นด้วยกัน.. หรือเรามาเล่นเกมดีกว่าว่าใครเก็บได้เยอะกว่าชนะ.. หรือเราคอยเก็บของเล่นและเก็บบ้านสะอาดเป็นระเบียบประจำ ก็ช่วยให้เด็กค่อยๆซึมซับจำตัวอย่างได้เหมือนกัน ถ้าเราทำให้เห็น เด็กก็จะเลียนแบบเองซักวัน (บางทีเด็กอยู่ในช่วงต่อต้าน บอกอะไรก็ไม่ทำ แต่พอเราค่อยๆลัลล้าเก็บเอง ก็จะมาช่วยเองแหล่ะ)

ที่ไปสั่งว่าจะต้องเก็บเดี๋ยวนี้! คืออีโก้ของเรา.. คือเราต้องการจะใช้อำนาจของความเป็นผู้ใหญ่.. ว่าชั้นพูดว่าเดี๋ยวนี้ก็ต้องทำ! และถ้าเด็กไม่ทำก็คือเด็กดื้อ..

ยิ่งสำหรับเด็ก 0-1 ขวบนั้นไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร.. ไม่ต้องคิดจะไปบอกไปสอนอะไรเลย -_-; คอยระวังและดูแลก็พอ..

ตราบใดที่เด็กไม่ได้ทำอะไรอันตราย.. และไม่ได้ไปทำความเดือดร้อนทำอะไรขัดกับกฎของสังคม ควรจะยอมรับสิ่งที่เด็กคิดและอยากทำเท่าที่จะทำได้ หลีกเลี่ยงหนีสาเหตุที่จะทำให้มันซนจนถูกตีเท่าที่จะทำได้ และฝึกมองโลกในแง่ดี แทนที่จะคิดว่า “ ทำไมทำอย่างนี้!!” ให้เปลี่ยนมาคิดว่า “ โอ้ว.. มันทำงี้ได้แล้วหรือนี่.. แต่ก่อนมันยังเบบี๋อยู่เลย..”





ข้อแนะนำในการสั่งสอนเด็ก


1. อย่าเอาคำว่ายุ่งกับงานเป็นเหตุผลที่ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาให้ลูก
ให้หาเวลาให้เท่าที่จะทำได้ อย่างน้อยวันหยุดก็ควรจะใช้เวลากับลูกให้มาก ไม่ใช่หน้าตาก็แทบไม่เคยเห็น.. พอทำไม่ดีนิดนึงก็โผล่มาสั่งสอน.. -_-;

2. ดุตอนที่ทำผิด
ความทรงจำของเด็กเล็กๆยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่จนกว่าจะเกิน 3 ขวบไปแล้ว.. ถ้าปล่อยผ่านไปแล้วไปดุทีหลังเด็กอาจจะไม่เข้าใจและนึกไม่ออก.. จากนั้นก็ทำอีก.. และให้คิดไว้เสมอว่าเด็กเล็กๆนั้นไม่รู้อะไรถูกอะไรผิด.. หน้าที่ปิดกั้นโอกาสให้เด็กทำอะไรผิดนั้นเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่อย่างเราๆ (เก็บ ปิด อุด ซ่อน ลด ละ เลิก เฝ้า)

3. อย่าตี..
เด็กเองก็มี pride ของเด็ก การตีเด็กทำให้เกิดแผลในใจ.. และถ้าเด็กไม่ได้เข้าใจจริงๆว่าผิดอะไร (ซึ่งเด็กเล็กๆไม่เข้าใจหรอก) จะคิดหาเหตุผลตามประสาสมองน้อยๆของตัวเองว่าที่โดนตีเพราะว่าเราเป็นเด็กไม่ดี.. สุดท้ายก็คิดว่าไม่มีใครรัก.. (ลองกลับไปทบทวนอีกทีว่า ตอนเด็กๆเวลาโดนตี เราเคยร้องไห้และคิดแบบนี้บ้างหรือเปล่า์)

4. อย่าเปรียบเทียบลูก และอย่าเข้มงวดกับลูกคนโตเกินจำเป็น
ไม่ใช่อะไรก็ต้องยอมน้อง ยอมน้อง เราเป็นพี่ อะไรทำนองนี้ไปหมด ผิดก็ดุเท่าที่ผิด และด้วยเหตุผลจริงๆ ไม่ใช่ไปขุดคุ้ยความผิดครั้งก่อนๆออกมาพล่ามเต็มไปหมด...

5. อย่าทำลายความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก..
การดุหรือสั่งสอนของเราบางครั้งอาจทำให้เด็กเลิกทำหรือเลิกอยากเรียนรู้อะไรบางอย่างไปเลย... -_-; บางอย่างเราเห็นว่าแผลงๆ.. รับไม่ได้.. ผู้คนเค้าไม่ทำกัน.. แต่สำหรับเด็กอาจจะเป็นความอยากรู้หรือทดลองอะไรบางอย่างตามประสาเค้า..




 


คุณกดดัน..ทำให้เกิดแผลในใจของลูกหรือเปล่า?ลองเช็คดูว่าคุณตรงกับข้อไหนบ้าง


1. พยายามอบรมสั่งสอนเต็มที่
2. เวลาทำดี..ชมอย่างโอเว่อร์
3. เปลี่ยนคำพูดไปตามอารมณ์
4. มีปากเสียงหรือทะเลาะกันระหว่างสามีภรรยาบ่อยๆ
5. มีกฏต่างๆสำหรับลูกมากมายหลายข้อ
6. วิจารณ์เพื่อนของลูก
7. ทำผิดต้องโดนทำโทษ
8. พยายามเน้นให้เห็นถึงความลำบากของพ่อแม่
9. ให้เรียนพิเศษหลายอย่างตั้งแต่เด็ก
10. ทำเฉยใส่ลูก ทำเป็นไม่สนใจลูก
11. คอยมองลูกเหมือนจับผิด
12. เข้มงวดเรื่องมารยาท
13. วิพากวิจารณ์สังคมและคนรอบข้างให้ลูกได้ยิน
14. เปรียบเทียบระหว่างพี่น้อง
15. อยากให้ลูกสานฝันแทนที่เราทำไม่สำเร็จ

ใครตรงกับตัวเองหลายข้อ..(หรือข้อไหน) ก็หันมาพิจารณาตัวเองกันได้ว่ากำลังทำให้ลูกเจ็บปวดใจและกดดันลูกอยู่ -_-;


เลี้ยงลูกให้สนุก.. ก็เค้าอุตส่าห์มาอยู่กับเราแล้ว.. (เค้าไม่ได้ขอมาเกิด.. อย่าลืมว่าคุณทำอะไรจุ๊กจิ๊กกันจนมีเค้าขึ้นมา..) ให้นึกถึงภาพตอนที่เราอุ้มท้อง.. ตอนที่เรามองเค้าเล็กๆ.. เราคิดว่าจะปกป้องเค้าและคิดว่าขอแค่ให้แข็งแรงก็พอ.. พอตอนนี้มันแข็งแีรงแล้ว.. กลับมีความอยากได้อยากให้ลูกเราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้เพิ่มขึ้นมามากมาย.. ค่อยๆกลับไปที่จุดเริ่มต้นใหม่.. และคิดว่าดีแล้วที่เค้าเป็นอย่างนี้นะคะ m(_ _)m



(แบบทดสอบโดยอาจารย์ฮาเซกาว่า ฮิโรคาซุ ผู้เชี่ยวชาญจิตวิทยาเด็ก)






อ้างอิง: นิตยสาร Aera with baby ฉบับ Mook (ใครซื้อมาไปเปิดดูหน้าอาจารย์เหล่านี้ได้) 


ป.ล. ในฐานะที่ก็เป็นแม่คนที่เลี้ยงลูกอยู่คนเดียวที่ญี่ปุ่น.. แบบ alone.. 24 ชั่วโมงไม่มีตัวช่วย.. -_-; เราเข้าใจว่ามันเครียด มันเหนื่อย บางทีมันจะประสาทยังไง.. (ต้องสูดลมหายใจลึกๆตลอดจนปอดแทบทะลุ... บางทีอยากวิ่งแก้ผ้ากรี๊ดลงไปตั้งแต่ชั้นเจ็ดยันชั้นหนึ่ง..) โดยทั่วไปแล้วตามผลวิจัยทางการแพทย์บอกว่า.. การตีนั้นไม่จำเป็นเลยในการสั่งสอนเด็ก... ถึงแม้ว่าเราจะเถียงกันว่าการตีบ้างเป็นเรื่องที่จำเป็นและเราก็เป็นรุ่นที่โดนตีกันมายังโตมาเป็นคนดีกันขนาดนี้..(?) ^_^; แต่ถ้าเลี้ยงแบบไม่ตีก็เป็นเด็กดีได้ และโตเป็นคนดีได้.. แล้วเราจะไม่มีความสุขกว่าเหรอเนอะ? ^_^;

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เห็นเด็กบางคนบางเวลาแล้วเหนื่อยแทนพ่อแม่เลยsad smile

#1 By wesong on 2008-09-20 08:38

แขนน้องอาคิมาสะ กลมๆป้องๆน่ากัดจัง cry

#2 By kisara yui on 2008-09-20 19:03

เก็บไปบอกพี่สาว big smile
ลูกพี่สาวเพิ่งจะขวบกว่าๆ กำลังซนได้ที่เลย sad smile

#3 By Blood Lust Vampyre (::[o]::) on 2008-09-21 00:34

น้องน่ารักน่าหม่ำมากเลยค่ะ *-*
จำได้ว่าตอนเด็กๆแม่ก็ดุเหมือนกันนะคะ แต่เรามันดื้อ เอิ๊กๆ เลยไม่สนที่โดนดุ

#4 By Rinna ♥ on 2008-09-22 10:45

ขอบคุณครับ

#5 By Johny - Co on 2008-09-22 11:55

เป็นข้อคิดที่ดีมากเลย Hot!

#6 By persona non grata on 2008-09-22 13:19

แค่อ่านก็เหนื่อยแทนคนมีลูกแล้วครับ sad smile

#7 By indybear on 2008-09-22 21:24

ไม่ใช่เฉพาะเลี้ยงลูกนะ
เลี้ยงน้อง เลี้ยงหลาน เลี้ยงลูก(คนอื่น)
ยิ่งต้องแคร์กว่านี้
เพราะเด็กเป็นแผลทางใจง่าย

พูดแล้วก็ห่วงน้องชายจัง
ขอบคุณสำหรับบทความค่ะbig smile

Hot! Hot!

#8 By SEsai*im อิ่มๆ on 2008-09-22 21:30

เป็นบทความที่ดีมากค่ะ..

แม่ปันปราย กำลังเหนื่อยเลย น้องปราย 1 ปี 10 เดือน..

กำลังแสดงอิทธิฤทธิ์....sad smile

#9 By MomMom on 2008-09-22 21:35

เบ๊ว่าเด็กเล็กๆ ซนมันเรื่องธรรมดานะ แบบเบบี้ - 3 ขวบ นี่เบ๊ไม่ถือสาอะไรเลยนะ เพราะถือว่าไม่รู้เดียงสา

แต่เด็กพอโตบางคนเหมือนรู้จริตมารยา เสแสร้งแกล้งทำ เบ๊เกลียดเสียงเด็กกรี๊ดมาก ถ้าเด็กไม่รู้ภาษากรี๊ดไม่แปลกใจ แต่เด็กโตๆ 5-6ขวบมากรี๊ดๆ นี่อยากตบปากค่ะ พ่อแม่บางคนก็เหลือเกินไม่สอนไม่อะไร เอาใจ สปอยด์ซะจนเสีย เบ๊ว่าถ้าเลือกตีเวลาทำผิดก็โอเค ไม่ใช่จะไม่ตีเลย เพราะเด็กบางคนดุแรงๆ เสียงดัง ๆยังไม่กลัว

ไม่เคยมีลูกนะคะ มีแต่น้อง เคยเห็นน้องตอนเด็กๆ แสดงอิทธิฤทธิ์(จนตอนนี้ก็ยังเป็น)จนทำให้ทุกวันนี้ เกลียดเด็กมากค่ะ (แต่เด็กเล็กๆ เฉยๆ นะ ถือว่าเด็กไม่รู้ความ)

บทความดีค่ะ Hot!

#10 By General เบ๊ on 2008-09-22 21:50

Hot! ตรงเผงทุกอย่างเลยค่ะ

ตอนเด็กๆ เคยถูกบังคับให้นั่งทานข้าว ข้าวไม่หมดห้ามลุก
จำได้ว่านั่งเคี้ยวข้าวทั้งน้ำตาเลย อิ่มก็อิ่ม แต่ก็ต้องกินให้มันหมด
ตอนนั้นคิดแต่ว่าทำไมต้องบังคับให้กินให้หมดด้วย เราไม่ไหวแล้วจริงๆ นี่นา

ตอนนี้เลยติดนิสัยค่ะ กินข้าว ไม่ว่ามากน้อยแค่ไหน
กินหมดเกลี้ยงปานยกจานเลีย ฮา..

ไม่รู้ว่าเป็นข้อดีรึเสียเนี่ย *หัวเราะ*


ข้อพี่คนโตนี่โดนสุดๆๆๆ ดุพี่คนโต โอ๋น้องคนเล็ก
คนเล็กพอโตขึ้นมานิสัยเสียเป็นเด็กสปอยมากๆ ค่ะ ยืนยันได้เลย

#11 By ★ GenZo ★ on 2008-09-22 22:18

คนเป็นพ่อเป็นแม่นี่ลำบาก ดุก็บอกว่าเข้มงวดไม่ดุก็ว่าตามใจ เหนื่อยแทน sad smile

#12 By iyakoop on 2008-09-22 22:46

ที่ไปสั่งว่าจะต้องเก็บเดี๋ยวนี้! คืออีโก้ของเรา.. คือเราต้องการจะใช้อำนาจของความเป็นผู้ใหญ่.. ว่าชั้นพูดว่าเดี๋ยวนี้ก็ต้องทำ! และถ้าเด็กไม่ทำก็คือเด็กดื้อ..

อ๊าก ถูกใจ หรือเราจะยังเป็นเด็กเบบี๋หรือนี่!
(ความรู้สึกมันแบบ เรื่องแค่นี้ก็รู้อยู่จะมาบอกทำไม เดี๋ยวก็ทำเองอยู่แล้ว
แต่ในมุมผู้ใหญ่ก็จะคิดว่า รู้แล้วทำไมไม่ทำ )
ยังไม่มีภาระต้องเลี้ยงลูกใคร แต่อ่านๆไปแล้วเหมือนเห็นอดีตตัวเองเลยค่ะ

โดนมาหมด 7 ข้อใน 15 ข้อเลย - -"
แบบนี้เราเป็นคนมีปัญหามั้ยเนี่ย (ฮา)

พ่อแม่บางคนมองแค่ว่า อยากให้ลูกฉลาด เก่ง และดี
เอาตัวรอดในสังคมได้ แต่ลืมมองความพร้อมของเด็กที่จะเรียนรู้หรือรับรู้เรื่องต่างๆไป

ลูกพี่ลูกน้องเราก็เป็น มีความกดดันในการใช้ชีวิตมาก แต่คนรอบข้างเอาแต่ชื่นชมการเลี้ยงลูกของแม่เค้า กลายเป็นคนเก่งแต่ขาดช่วงชีวิตแบบวัยรุ่นทั่วไป

ได้ข้อคิดดีๆเยอะแยะ เป็นประโยชน์กับพ่อแม่หลายๆคนเลยหล่ะค่ะ surprised smile

#14 By BD401 on 2008-09-23 00:52

เลี้ยงแบบเรียนรู้จากความผิดพลาด ไม่กลัวล้มเหลวผมว่าดีกว่าแบบดุแบบไทยๆเยอะ Hot!
การดุก้อดีแต่ไม่ควรมาก
เพราะเด็กจะเครียดง่ายกว่าต่ะ

Hot! Hot!

#16 By Risuki-666 on 2008-09-23 03:19

บอกไม่ถูกคะ ว่าจะตีดีหรือไม่ตีดี แต่พ่อแม่เลี้ยงเรามาแบบตีๆแต่ก็ทำให้เราเป็นคนดีมาได้ แต่ถ้าเคยเลี้ยงแบบไม่ตีเลยถ้าวันไหนคุณแม่ตะบะแตกขึ้นมาตีไปหน่อยคิดว่าลูกคงรับไม่ได้แล้วเตลิดไปเลย

ในส่วนตัวคิดว่าต้องเลี้ยงแบบมีเหตุผลดีที่สุด ผิดต้องได้รับการลงโทษ มากน้อยแล้วแต่กรณี big smile

#17 By ::housewife:: on 2008-09-23 04:05

เป็นประโยชน์มากๆค่ะ...
ว่าแต่แม่ดิว-เดียรืจาทำได้มั้ยเนี้ย...
ระเบิดอารมณ์ใส่ลูกประจำเลยงะ...

#18 By (^_^ ) (^_^) on 2008-09-23 06:37

เห็นงี้ก็คิดแล้วคิดอีกว่าอนาคตจะมีครอบครัวดีมั้ยเนียะ sad smile

#19 By Cotton on 2008-09-23 06:45

ว้า บางครั้งก้อตีอ่ะค่ะ กรณีดุแล้วไม่ฟัง
เราเป็นแม่ที่แย่จัง
จะพยายามไม่ตีน่ะ

#20 By ยัยตูดเป็ด on 2008-09-23 07:59

ผมเคยมีโอกาสได้คุยกับเด็กสมัยนี้ บางคนก็ดีทั้งๆที่พ่อแม่ก็ปล่อย บางคนก็เก็บกดสุดๆ อยู่หน้าพ่อแม่ครับๆ แต่พอได้อิสระก็บ่นๆๆๆๆๆๆ

ผมโชคดีครับที่พ่อแม่ปล่อยและผมก็คิดได้เองว่าอะไรดีไม่ดี หมายถึง โตมานะครับ บางคนจะครึ่งชีวิตยังถืออารมณ์เป็นเด็กๆอยู่เลย - -'

#21 By • OxyGenYoYo • on 2008-09-23 09:35

เราใจดึกับลูก แต่แฟนเราดิเข้มงวดกะลูกโคตรๆ จนโดนเราด่าไปหลายทีแล้ว หลังๆ ค่อยดีขึ้นหน่อย

เราเองก็อยากให้เด็กโตขึ้นอย่างมีสุขภาพจิตที่ดีและก็มีความสุข บางอย่างที่เราคิดว่าต้องดุ ก็ปล่อยให้ดุ บางอย่างที่เราคิดว่าเกินไปเราก็จะห้าม เราไม่เคยต้องลงมือดุเอง - -"

เลี้ยงลูกเนี่ยมันยากมากจริงๆ ตรงที่ไม่มีสูตรตายตัว เราก็ได้แต่มองดูแล้วก็วิเคราะห์จากสภาพที่เป็นอยู่ขณะนั้นเท่านั้น..

#22 By Minpanda on 2008-09-23 11:19

ใครก็ได้ฟอร์เวิร์ดส่งไปให้แม่หนูหน่อย (ฮือ)


14จาก15ข้อ...(สาบาน)

ห่วงตัวเองและน้องสาว...นี่ถ้าเรามีลูกจะกลายเป็นแม่แบบแม่ไหมเนี่ย...

Hot!

#23 By ReNile on 2008-09-23 12:39

เป็นบทความที่ดีมากๆค่ะbig smile

#24 By ~memay~ on 2008-09-23 13:02

บทความดีจังเลยค่ะ

ควรเผยแผ่

#25 By fuchi (^^) on 2008-09-23 13:07

หุๆ ก็เคยอ่านๆมาประมาณนี้แหละ
แต่เอาเข้าจริงเวลาน้องทำอะไรผิดก็อดว่าน้องไม่ได้
แย่จริงๆเลย คิดว่าคงเป็นเพราะตัวเองโดนมายังไง
ก็เลยมาระบายกับน้องล่ะมั้ง?

แล้วอย่างงี้จะเลี้ยงลูกได้ไหมเนี่ย? sad smile

#26 By C I-I i p S a I< u on 2008-09-23 14:17

เป็นบทความที่ดีมากเลยค่า (นายแบบก็น่ารักค่ะ ^^)

จำได้ว่าตอนเด็กๆ ไม่กรี๊ดค่า แต่ซนบรรลัยล้าง 555+
แม่เลี้ยงมาด้วยไม้ เป็นรุ่นที่โดนตีกันมายังโตมาได้

แต่เด็กสมัยนี้พ่อแม่สปอยค่ะ ถึงแก่ต้องทำการบ้านให้ลูก
เพราะกลัวลูกได้คะแนนไม่ดี อายเพื่อน - -"
เห็นแล้วกลุ้ม

#27 By ...alfalfa... on 2008-09-23 14:56

อ่านแล้วอืม รู้สึกว่าดีแล้วที่ตัวเองไม่คิดจะมีลูก

เลี้ยงเด็กเป็นเรื่องลำบากจริง ๆ

#28 By k-9 (58.8.235.72) on 2008-09-23 14:59

เหนื่อยแทนคนเลี้ยง

แต่อ่านแล้วอยากให้พ่อแม่อ่านบทความนี้ตอนที่เรายังเด็กๆ...

กดดัน T T แม่ชอบเอาน้องไปเปรียบกับพี่

#29 By Negizen(ปราชญ์~!) on 2008-09-23 16:48

สิ่งที่คุณพูดมา...ผมเห็นประเด็นที่คุณต้องการสื่อครับ

แต่ว่า ต่อให้เด็กพูดจาอย่างมีเหตุผลถูกมากน้อยแค่ไหน
แต่กับผู้ใหญ่แล้ว ถ้าเจอมุกนี้หลุดออกจากปากผู้ใหญ่เมื่อไหร่

"เถียงผู้ใหญ่เหรอ!" หรือ "เถียงพ่อแม่เหรอ!"

ก็จบเห่ล่ะครับ แพ้ขาดลอย ถ้ายังเถียงต่อไปจะเป็นมุก
หน้ามือ-หลังมือ ไม้เรียว เป็นลายทางล่ะครับ
sad smile

แต่การเลี้ยงดูแบบไม่ดุเลย แบบลูกคุณหนู
อะไรก็ปล่อย อะไรก็ให้ มันก็ไม่ดีเหมือนกันนา
มันส่งผลทำให้ลูกเห็นแก่ตัว ถ้าไม่ได้อะไรนิดอะไร หน่อย
ก็จะต่อต้านอย่างเต็มที่ เพราะไม่เคยเห็นพ่อแม่ห้าม
อะไรเด็กมาก่อน มันก็เป็นปัญหาตามมาอีก...

เฮ้อ...สงสารพ่อแม่ เลี้ยงเด็กมันยากกว่าที่คิด

#30 By Nut_kun on 2008-09-23 19:07

----มีลูกมันง่าย แต่เลี้ยงเด็กมันยาก!!
อ่านแล้วเหนื่อยแทนแม่ตัวเอง เฮ้อ

ขอบคุณคะHot!

#31 By on 2008-09-23 20:26

Hot! อ่านเเล้วรู้สึกเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่เลยค่ะ
เลี้ยงดูลูกเป็นเรื่องที่ยากเอาการเหมือนกัน
แม่เรานี่สุดยอดจริง big smile

#32 By HOMO(sap)IENS on 2008-09-23 23:20

เหนด้วยเลย
พวกชอบตีลูกอะ แสดงว่าไม่มีความสามารถในการสื่อสารให้ลูกเข้าใจ ต้องใช้กำลังบังคับ

#33 By สูตรลดความอ้วน (124.120.20.45) on 2008-09-24 10:36

รักลูกนะ เคยตีแต่จะไม่ตีอีกแล้ว เพราะเห็นลูกกลัวเวลาเราดุเค้า ขอบคุณสำหรับข้อมูล

แต่อย่าวิ่งแก้ผ้าจริงล่ะ เพราะผมอยู่ชั้น 5 อ่ะ อิ อิ

#34 By it31 on 2008-09-24 11:45

Hot! Hot! ชอบจังเลยค่ะ รุเองเชื่อว่ามีวิธีที่ดีกว่าตี ๆ ๆ
แต่ก็เข้าใจบางคนที่ไม่รู้จะทำยังไง นอกจากดุ และตี เฮ้อ


คุณแม่ kisara สู้ ๆ ค่ะ

#35 By hikaru on 2008-09-24 15:37

คุณกดดัน..ทำให้เกิดแผลในใจของลูกรึเปล่า?

ให้มา 15 ข้อ พ่อกับแม่ทำไป 13 ข้อ เง้อ
อยู่รอดมาจนป่านนี้ได้ไงหว่าเรา...sad smile
จริงๆแล้วพ่อกับแม่มีหน้าที่คอยสั่งสอนลูกให้สามารถ
มีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ได้ โดยไม่ตาย เท่านั้นแหละ

ส่วนเด็กจะดีหรือเลว ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม
สถานการณ์ และคนรอบตัวเพียงไม่กี่เปอร์เซนต์
นอกนั้นอยู่ที่ตัวเค้าทั้งหมด
ทางที่ดีคือพยายามให้เค้าเห็นและสัมผัสถึงความสุข
ความรัก และคุณธรรมให้มากๆต้งแต่เล็กเพื่อเป็นฐานให้
กับจิตใจต่อไปในอนาคตเน่อsurprised smile

#36 By Adufin (125.24.187.234) on 2009-06-20 02:46

น้องน่ารักน่าหม่ำมากเลยค่ะ

#37 By iJigg (124.121.137.179) on 2009-08-21 00:29

#38 By โหลดเพลงฟรี (58.9.73.127) on 2009-09-03 23:54