วันก่อน... คุณ Vito ถามเกี่ยวกับเรื่องรายได้และค่าครองชีพของคนญี่ปุ่น คิดๆแล้วหลายคนน่าจะอยากรู้เหมือนกันก็เลยหามาลงให้ดูค่ะ...

 

  

รายได้เฉลี่ยต่อปีของคนทำงานในญี่ปุ่นที่ทางรัฐบาลเปิดเผยเมื่อปี 2007 คือประมาณ 4,370,000 เยนต่อปี (รวมโบนัสและเงินพิเศษอื่นๆแล้ว) ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นรายได้ก่อนที่จะหักภาษีน่ะนะ...

 

  

ถ้าแจกแจงรายละเอียดลงไปอีก ก็แยกได้ว่ารายได้เฉลี่ยของผู้ชายญี่ปุ่นประมาณ 5,380,000 เยน ส่วนผู้หญิงประมาณ 2,370,000 เยน

 

  

นี่คือรายได้เฉลี่ย ซึ่งในความเป็นจริงมีคนที่มีรายได้โคตรจะสูงและโคตรจะต่ำปะปนกัน มันก็เลยดูเหมือนคนญี่ปุ่นมีรายได้สูง จริงๆแล้วกลุ่มรายได้ต่อปีที่ซาลารี่แมนได้กันมากที่สุดอยู่ที่ปีละ 3-4 ล้านเยนต่อปีเท่านั้นแหล่ะ (หักภาษีแล้วก็ไม่ได้เหลือมากอย่างที่คิด -_-; ยิ่งถ้าลูกสองนี่ค่อนข้างจะกิริกิริกันเลยทีเดียว...)

 

  

ลองมาดูรายได้แบ่งตามตำแหน่งในบริษัทบ้าง...

 

รายได้เฉลี่ยของบุโจ (Director) ประมาณปีละ 10 ล้านเยน (เงินเดือนเดือนละ 648,000 เยน โบนัส 2,597,000 เยน)

 

คะโจ (Section Chief) ประมาณปีละ 8,500,000 เยน (เงินเดือนเดือนละ 522,000 เยน โบนัส 2,243,000 เยน)

 

คะคะริโจ (Chief Clerk) ประมาณปีละ 6,850,000 เยน (เงินเดือนเดือนละ 438,000 เยน โบนัส 1,598,000 เยน)

 

และพนักงานบริษัทธรรมดา ประมาณปีละ 4,870,000 เยน (เงินเดือนเดือนละ 325,000 เยน โบนัส 975,000 เยน)

 

 

 

ทั้งนี้ทั้งนั้นคำนวณบนพื้นฐานว่าพนักงานบริษัทธรรมดาเฉลี่ยอายุที่ 38 ปีจะได้เงินเดือนประมาณนี้ สามีโบว์ก็ได้ไม่ถึงนะ (ตอนนี้เพิ่งอายุ 28)

 

  

ปกติแล้วเงินเดือนคนญี่ปุ่นจะขึ้นไปเรื่อยๆตามปีที่ทำ และมักจะค่อยๆขึ้นไปเป็นขั้นเป็นตอน น้อยนักที่เข้าบริษัทมาแล้วจู่ๆจะได้เงินเดือนหรูหราทันที ดังนั้นคนที่คิดจะเปลี่ยนงานหรือเปลี่ยนบริษัทอาจจะต้องคิดดีๆเพราะอาจจะเท่ากับต้องไปเริ่มใหม่ที่ฐานเงินเดือนล่างสุด... -_-;

 

  

อย่างเช่น คนอายุ 20 ต้นๆ รายได้เฉลี่ยต่อปีจะอยู่ที่ 2,510,000 เยน 20 ปลายๆอยู่ที่ 3,450,000 เยน (ถ้าดูแบบนี้จะรู้สึกว่า เออ สามีเรามันก็ได้เยอะกว่าคนวัยเดียวกัน...) คนอายุ 30 ต้นๆได้ 4,060,000 เยนต่อปี 30 ปลายๆได้ 4,680,000 เยนต่อปี พออายุขึ้น 40 ต้นๆได้เฉลี่ย 5,030,000 เยนต่อปี 40 ปลายๆได้ 5,090,000 เยนต่อปี

 

  

ทว่า... พอใกล้เกษียณ เงินเดือนกลับลดลงเฉยเลย @_@; คนอายุ 50 ต้นๆได้เฉลี่ย 5,060,000 เยนต่อปี 50 ปลายๆได้ 4,920,000 เยนต่อปี

 

  

บางคนอาจจะอยากรู้อีกว่าทำอาชีพอะไรถึงจะรุ่ง... เค้ามี ranking มาให้แล้วว่าวงการไหนรายได้ดี ขอยกมาให้ดูแค่พอเป็นกะสัย

 

1.     Broadcasting รายได้เฉลี่ย 12,310,000 เยนต่อปี

 

2.     ขนส่งทางทะเล รายได้เฉลี่ย 10,250,000 เยนต่อปี

 

3.     Trading Company รายได้เฉลี่ย 9,300,000 เยนต่อปี

 

4.     Medicine รายได้เฉลี่ย 8,870,000 เยนต่อปี

 

5.     ธนาคาร รายได้เฉลี่ย 8,580,000 เยนต่อปี

 

6.     หุ้นและพันธบัตร รายได้เฉลี่ย 8,170,000 เยนต่อปี

 

7.     พลังงานไฟฟ้า รายได้เฉลี่ย 8,020,000 เยนต่อปี

 

8.     วิทยาศาสตร์ รายได้เฉลี่ย 7,970,000 เยนต่อปี

 

9.     มือถือ รายได้เฉลี่ย 7,950,000 เยนต่อปี

 

10.  โฆษณา รายได้เฉลี่ย 7,870,000 เยนต่อปี

 

11.  เครื่องจักรขนาดใหญ่, Plant รายได้เฉลี่ย 7,760,000 เยนต่อปี

 

12.  เครื่องใช้ไฟฟ้า รายได้เฉลี่ย 7,690,000 เยนต่อปี

 

13.  อสังหาริมทรัพย์ รายได้เฉลี่ย 7,560,000 เยนต่อปี

 

14.  อุตสาหกรรมก่อสร้าง รายได้เฉลี่ย 7,470,000 เยนต่อปี

 

15.  IT Service รายได้เฉลี่ย 7,450,000 เยนต่อปี

 

16.  อุตสาหกรรมเครื่องแก้ว รายได้เฉลี่ย 7,230,000 เยนต่อปี

 

17.  มอเตอร์ไซค์ รายได้เฉลี่ย 7,200,000 เยนต่อปี

 

18.  เครื่องเหล็ก รายได้เฉลี่ย 7,170,000 เยนต่อปี

 

19.  ประกัน รายได้เฉลี่ย 7,150,000 เยนต่อปี

 

20.  เครื่องใช้ในบ้าน รายได้เฉลี่ย 7,110,000 เยนต่อปี

  

อุตสาหกรรมเกมอยู่อันดับ 23 รายได้เฉลี่ยของคนในวงการคือ 6,810,000 เยน รถยนต์อยู่อันดับที่ 22 6,900,000 เยน ส่วนพวกวงการอาหารเครื่องดื่มที่สามีอริสราทำอยู่นี่ไม่ติดใน ranking 40 อันดับ คาดว่าจะอยู่อันดับ 100 กว่าๆ กร๊ากกก (มิน่าทำไมเราถึงจน)

 

  

ที่ Ranking ข้างบนนั้นเป็นวงการ แต่ทีนี้มาดูอาชีพทำเงินในญี่ปุ่นกันบ้าง... Ranking Top 10 ได้ดังนี้

 

1.     นักบิน 12,380,000 เยน/ปี

 

2.     หมอ 11,590,000 เยน/ปี

 

3.     Professor มหาวิทยาลัย 11,220,000 เยน/ปี

 

4.     ผู้ช่วยอาจารย์มหาวิทยาลัย 8,710,000 เยน/ปี

 

5.     ตำรวจ 8,130,000 เยน/ปี

 

6.     ทนาย 8,010,000 เยน/ปี

 

7.     ผู้ตรวจสอบบัญชี,ผู้ตรวจสอบภาษี 7,910,000 เยน/ปี

 

8.     อาจาีรย์โรงเรียนมัธยม (รัฐบาล) 7,760,000 เยน/ปี

 

9.     นักข่าว, สื่อมวลชน 7,720,000 เยน/ปี

 

10.  อาจารย์มหาวิทยาลัย 7,540,000 เยน/ปี

  

อื่นๆที่น่าสนใจก็ได้แก่พนักงานดับเพลิง 7,170,000 เยน/ปี, หมอฟัน 7,370,000 เยน/ปี, คนขับรถไฟ 6,410,000 เยน/ปี, แอร์&สจ๊วต 6,110,000 เยน/ปี (น้อยกว่าคนขับรถไฟนะจ๊ะ)

  

เปรียบเทียบให้ละเอียดหน่อยโดยมาดูรายได้เฉลี่ยของคนทำงานบริษัทดังๆกันไปเลย... ย้ำอีกครั้งว่าเป็นค่าเฉลี่ยรายได้ต่อปีของคนในบริษัท มีทั้งตาลุงรายได้สูงลิ่วในบริษัทและลูกกระจ๊อกที่ถ้าไม่ทำโอก็ไม่สามารถอยู่รอดไปได้ทั้งหลาย...

 

  

เริ่มจาก... ทำงานกับ Aeon รายได้เฉลี่ยต่อปีประมาณ 5,630,000 เยน

 

แคนอน 8,620,000 เยน /ปี

 

แคปคอม 5,640,000 เยน/ปี

 

CASIO 7,730,000 เยน/ปี

 

แฟมิลี่มาร์ท 5,860,000 เยน/ปี

 

ฟูจิซีรอกซ์ 9,980,000 เยน/ปี

 

ฟูจิฟิล์ม 10,410,000 เยน/ปี

 

Fujitsu 8,090,000 เยน/ปี

 

H.I.S 4,490,000 เยน/ปี

 

Hitachi 7,470,000 เยน/ปี

 

Honda 7,930,000 เยน/ปี

 

Hoya 6,360,000 เยน/ปี

 

JAL 8,100,000 เยน/ปี

 

JR นิชินิฮง 7,060,000 เยน/ปี

 

JR ฮิงาชินิฮง 6,880,000 เยน/ปี (แอบน้อยกว่านิชินิฮง @_@;)

 

คิริน 9,80,000 เยน/ปี

 

Koei 6,270,000 เยน/ปี

 

Konami 6,750,000 เยน/ปี

 

Kose 5,670,000 เยน/ปี

 

Lawson 6,360,000 เยน/ปี

 

Lion 7,260,000 เยน/ปี

 

NEC 7,640,000 เยน/ปี

 

Nikon 8,650,000 เยน/ปี

 

Nintendo 9,810,000 เยน/ปี

 

Nissan 7,280,000 เยน/ปี

 

NTT Dokomo 8,070,000 เยน/ปี

 

Panasonic 8,460,000 เยน/ปี

 

Pentax 6,340,000 เยน/ปี

 

Ricoh 8,400,000 เยน/ปี

 

USJ 6,390,000 เยน/ปี

 

Wacoal 7,940,000 เยน/ปี

 

Yahoo 5,970,000 เยน/ปี

 

Yaklut 7,380,000 เยน/ปี

 

YAMAHA 7,730,000 เยน/ปี

 

Ajinomoto 8,640,000 เยน/ปี

 

Toyota 8,110,000 เยน/ปี

 

Sony 9,800,000 เยน/ปี

  

ทั้งนี้ทั้งนั้นจะเห็นได้จากชื่อว่าพวกนี้เป็นบริษัทดังๆนะคะ พวกบริษัทเล็กๆที่ไม่ค่อยได้ยินชื่อหรือรู้จักส่วนใหญ่ก็อยู่ที่ 3-4 ล้านเยนต่อปีกันทั้งนั้น ดังนั้นหากใครอยากจะรุ่งก็เลือกบริษัทใหญ่ๆ (ซึ่งเข้าทำงานยากมาก -_-;) หรือถ้าจะให้ดี... เลือกผัวอยู่บริษัทเหล่านี้จะดีมาก 555 (เดี๊ยนสายไปแล้วค่ะ T^T)

 

  

มาดูข้าราชการญี่ปุ่นกันบ้าง... ข้าราชการญี่ปุ่นจะแบ่งออกเป็น 国家公務員 คือประมาณข้าราชการส่วนกลาง กับ 地方公務員 ข้าราชการท้องถิ่นที่จ้างในท้องถิ่นนั้น ข้าราชการส่วนกลางเงินรายได้ต่อปีเฉลี่ย 6,620,000 เยน ส่วนข้าราชการท้องถิ่นรายได้ต่อปีเฉลี่ย 7,288,000 (มากกว่าข้าราชการส่วนกลางอีก @_@;)

 

  

แต่ดูแค่ตัวเลขเท่านี้อย่าเพิ่งรู้สึกว่าคนญี่ปุ่นรายได้สูงจัง หาทางแต่งงานกับมันดีกว่า... ในความเป็นจริงแล้วคนทำงานที่มีรายได้ต่อปีไม่ถึง 3 ล้านเยนนั้นว่ากันว่ามีถึง 38.6% เลยทีเดียว (ปี 2007 นะ ปีนี้น่าจะมากขึ้นเยอะ) Gap มันค่อนข้างสูง

 

  

กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นเพิ่งประกาศไปเองว่าจำนวนคนที่เข้าข่ายยากจนในญี่ปุ่นตอนนี้มีอยู่มากถึง 15.3% หมายถึงครอบครัว 4 คนพ่อแม่ลูกที่มีรายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 250,000 เยน หรือรายได้ต่อปีต่ำกว่า 3,050,000 เยน ดังนั้นก็แปลว่าหากครอบครัวนึงมีรายได้ต่ำกว่านี้มันจะยากลำบากมากเมื่อเทียบกับค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายต่างๆในญี่ปุ่น @_@; (ครอบครัวเดี๊ยนรอดไปหวุดหวิดฮ่ะ เป็นชนชั้นกลางนะคะ แต่ถ้ามีลูกอีกคนจะลงไปจนทันทีค่ะ -_-;)

 

  

คนที่จะมาอยู่ญี่ปุ่นให้รอด... ก็ควรจะคำนวณให้ดีๆ อย่างน้อยควรมีเงินมากกว่า 1,370,000 เยนต่อปี (ค่ากินอยู่เท่านั้นนะ ไม่รวมค่าเล่าเรียนสำหรับคนที่จะมาเรียน) ย้ำหน่อยว่าอยู่อย่างลำเค็ญนะ หรือคิดง่ายๆ อยู่คนเดียวอย่างน้อยควรมีเดือนละ 100,000 เยนน่ะ -_-; เพราะค่าที่อยู่ประมาณ 3-5 หมื่นเยน ค่ากินอยู่ น้ำ ไฟ แก้ส เน็ท มือถือ ค่าเดินทางและอะไรต่อมิอะไรแล้วมันก็ค่อนข้างจะกิริกิริกันทีเดียว ทว่าในตอนมาทีแรกจะมีค่าใช้จ่ายเยอะแยะบานตะไทเพราะมันจะมีค่าแรกเข้าค่าทำสัญญาอะไรต่างๆมากมายเป็นเงินก้อน ห้องเช่าก็มักจะมาแบบโล่งโจ้ง ต้องมาซื้อของเข้ามาเองอีก

 

  

หวังว่าคงพอจะเป็นแนวทางสำหรับคนอยากมาอยู่ อยากมาทำงาน หรือมาหาสามี (เอ๊ย.. ไม่ใช่!) กันได้บ้างนะคะ m(_ _)m

 

  

ป.ล. ข้อมูลจากหลายที่ แต่หลักๆก็ที่นี่ http://nensyu-labo.com/ m(_ _)m

 

 

 

 

01

 

 

น้องร้อง... เหมือนจะอยากปลอบ

 

 

02

 

 

ท่าทางจะช่วยอะไรไม่ค่อยได้เนอะ ^_^;

 

 

03

 

หลับสบาย

 

 

 

04

 

ภาพเด็กผี!! หลอนมาก @_@;

 

 

 

05

 

 

เด็กคนเดียวกันนะเคอะ! ^_^;

 

 

06

 

เห็นว่าออกวันนี้แล้ว แต่ยังไม่ได้เห็นหนังสือเหมือนกัน -_-;

 

 

 

 

 

 

หวังดี... -_-;

posted on 03 Nov 2009 14:39 by hayashikisara  in Diary

คุณฮายาชิมีเพื่อนที่สนิทกันสมัยม.ปลายอยู่ 3 คน... พอเรียนจบม.ปลายก็กระจัดกระจายกันไปแต่ก็ยังติดต่อกันอยู่และยังไปเที่ยวเล่นกันบ้าง ทว่าพอคุณฮายาชิทำงาน ก็แทบไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย

 

 

 

หนึ่งในสามคนนั้น เราเคยเจออยู่คนเดียวคือนากามุระ (นามสมมุติ) สมัยที่คุณฮายาชิเรียนมหาวิทยาลัยปีสี่และเรายังเป็นนักเรียนต่างชาติที่มาเรียนภาษา เคยเจอและไปคาราโอเกะออลไนท์ด้วยกันครั้งหนึ่ง (สมัยเรียนภาษาบร้ามาก ร้องคาราโอเกะถึงเช้ากันบ่อยๆ)

 

 

 

อีตานากามุระนี่เป็นหนุ่มแปลกๆ หน้าตาค่อนข้างจะดีแต่ไม่มีแฟน (เพราะมันแปลก) ตอนนั้นมันเรียนมหาวิทยาลัยเซย์กะซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยศิลปะที่มีชื่อเสียงในเกียวโต ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ามันเป็นมหาวิทยาลัยศิลปะ... คงเป็นเหตุผลที่ทำให้นิสัยไอ้หมอนี่มันติสๆอย่างนี้มั้ง...

 

 

 

ขนาดไปร้องคาราโอเกะถึงเช้า อีนี่ใส่เพลงอะไรไปร้องไม่เคยจบ -_-; แถมงกเวลามากขนาดที่เวลาร้องจะต้องไปปรับจังหวะให้มันเร็วๆขึ้น (จะได้รีบๆร้องไ้ด้หลายๆเพลง) อุตส่าห์จองเวลาถึงเช้าเมิงจะมารีบทำไมวะเฮ้ย แล้วเป็นไงล่ะ 5 ทุ่มก็เหนื่อยหมดแรงหมดเพลงจะร้องแล้ว ต้องไปขุดเพลงเก่าเพลงกรุจากสมัยไหนๆ หลังๆไหงกลายเป็นคอนเสิร์ตเพลงการ์ตูนไปได้!

 

 

 

นี่เป็นความประทับใจในการเจอกันครั้งแรกของเรา... แถมบทสนทนาที่จำได้ก็มีแค่ว่าอีตานากามุระนี่ใช้ชีวิตแบบจนมาก -_-; (แต่บ้านรวยนะ พ่อเป็นถึงผ.อ.โรงเรียนดัง ทว่าด้วยความอาร์ตของหมอนี่ มันเลยหนีออกมาใช้ชีวิตจนๆคนเดียว)

 

 

 

ทีนี้เมื่อเร็วๆนี้ไอ้คุณฮายาชินึกคิดถึงมันยังไงขึ้นมาไม่รู้ ลองส่งแมสเสจไปหามันทั้งที่ไม่ได้ติดต่อกันมา 5-6 ปีแล้ว... ตอนเราแต่งงานกันยังไม่ได้บอกเพื่อนๆมันเลย (มันเป็นเพื่อนกันยังไง??)

 

 

 

เลยได้รู้ว่าอีตานากามุระยังอาศัยอยู่ที่เก่า (ห้องเช่าเล็กๆที่ต้องเปิดตู้เก็บของแล้วเสือกตัวเข้าไปในตู้ครึ่งนึงถึงจะนอนได้เต็มตัว ห้องมันแคบมาก!) -_-; สรุปว่ายังใช้ชีวิตจนๆเหมือนเดิม ตอนนี้กำลังเขียนการ์ตูนอยู่! พอจบจากมหาวิทยาลัยศิลปะก็ฝันจะเป็นนักวาดการ์ตูน ก็พยายามตามความฝันอยู่จนทุกวันนี้ ได้ข่าวว่าเป็น assistant ของนักวาดการ์ตูนอยู่ด้วย แต่ไม่รู้ว่าเป็น assistant ของใครนะ

 

 

 

สรุปว่านากามุระบอกว่ามันจนมากกกก เหมือนเดิม หากอยากเจอมันจะต้องมาหามันเท่านั้น! เพราะมันไม่มีค่ารถจะมาหาเราเด็ดขาด และห้ามนัดมันไปดื่มไปกินที่ไหนเพราะมันไม่มีตังค์ และถึงมาห้องมันมันก็ไม่มีอะไรให้กินทั้งนั้น ใครอยากกินไรก็เอามาเอง แอร์หรือฮีทเตอร์ก็ไม่มี แล้วห้ามค้างเพราะปกติมันต้องนอนครึ่งตัวในตู้เก็บของ ซึ่งมันไม่สามารถยัดใครเข้าไปในตู้อีกคนได้ -_-;

 

 

 

.....

 

 

 

เลยบอกคุณฮายาชิว่า เออ เธอไปหามันเหอะ ชั้นอยู่เลี้ยงลูกแล้วกัน ไว้รอลูกโตอีกหน่อยเราค่อยเจอกัน ฝากให้กำลังใจด้วยว่าคนตามความฝันอยากเป็นนักวาดการ์ตูนส่วนใหญ่ก็จนกันทั้งนั้นแหล่ะ ขอให้ได้เป็นนักวาดการ์ตูนเร็วๆละกัน...

 

 

 

ก่อนจะไป คุณฮายาชิมันก็ลอกๆแล่กๆ มาบอกว่า เธอ... นากามุระมันกินแต่ถั่วงอกมาอาทิตย์นึงแล้ว ขอเอาของกินไปให้มันนะ

 

 

 

@_@;

 

 

 

ก็เอาสิ... อยากเอาอะไรไปให้ก็เอาไปเหอะ -_-;

 

 

 

ว่าแล้วมันก็เปิดตู้เย็น ขนขนมนมเนยแล้วก็พวกอาหารสำเร็จรูปออกไป ห้องเช่าของนากามุระอยู่แถวๆเขาฮิเอ นั่งรถไฟจากบ้านเราไปเกือบชั่วโมงนึง

 

 

 

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง... ได้รับโทรศัพท์จากคุณฮายาชิ น้ำเสียงตื่นเต้นโวยวายมาเชียว

 

 

 

“เธอ... นากามุระแย่แล้ว” (ได้ยินเสียงโหยหวนบางอย่างเป็นแบ็คกราวน์)

 

 

 

@_@;

 

 

 

อะไร... เป็นอะไรกัน??

 

 

 

“ก็ไอ้อาหารสำเร็จรูปที่เอามาน่ะสิ! มันเผ็ดมากเลยยยยย”

 

 

 

@_@; .....

 

 

 

“ก็อาหารสำเร็จรูปของเธอที่อยู่ในตู้สีขาวนั่นแหล่ะ!!!”

 

 

 

อ่าว...

 

 

 

เดินไปเปิดตู้... หมดกัน มาม่้าต้มยำ เส้นหมี่ต้มยำ ของกรุ... -_-; เมิงเอาไปให้เพื่อนหรือนี่...

 

 

 

มันจะไม่เผ็ดได้ไง ก็มันเป็นอาหารประเทศตูนี่เฟร้ย... หน้าตาที่ซองมันก็ออกจะส่อแววว่าเผ็ดเว่อร์น่ากลัวขนาดนั้น ขนาดเรา (เป็นคนไม่กินเผ็ด แต่ก็นับว่ากินได้มากกว่าคนญี่ปุ่นทั่วไปน่ะ) ยังไม่กล้าใส่้ผงเครื่องปรุงหมดซองเลย...

 

 

 

แล้วอีนี่.. ใครบอกให้แกเอาไปไม่ปรึกษา -_-# อาหารสำเร็จรูปของไทยควรกินโดยได้รับคำปรึกษาจากคนไทยก่อนนะเฟ้ย! (สงสัยต้องโทรไปเคลมบริษัทบอกให้ช่วยเขียนเตือน) 

 

 

 

สรุปว่ามันไม่คิดว่าจะเผ็ดขนาดนี้... แล้วมันก็หวังดีอยากให้เพื่อนได้กินอะไรแปลกๆใหม่ๆ -_-; เวรกรรม... จะไปช่วยเพื่อนกลายเป็นไปรังแกเพื่อนซะเฉยเลย... ไอ่นากามุระก็โคตรซวย นอกจากจะจน อยู่บ้านแคบๆ สุขภาพย่ำแย่แล้ว... ยังต้องมาปวดแสบปวดร้อนท้องเสียอีก -_-; กินถั่วงอกก็ดีอยู่แล้ว...

 

 

 

ได้ข่าวมันนัดกันอีกทีวันที่ 28 นี้... สงสัยต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการเจียดเงินไปซื้อของกินอะไรให้เค้าหน่อย -_-; ถือเป็นการปลอบขวัญให้กำลังใจแล้วกัน (โถ... ขวัญเอ้ยขวัญมา)

 

 

 

นี่ถ้ามันได้เป็นนักเขียนการ์ตูนเมื่อไหร่สงสัยจะโดนเผาแน่... -_-; สาวใดสนใจหนุ่มจนๆที่อาจจะได้เป็นนักวาดการ์ตูนในอนาคตและอยากจะไปนอนครึ่งตัวอยู่ในตู้เดียวกัน (อนาถกว่าโดเรมอนอีก) กรุณาติดต่อด่วน...  ** หมายเหตุ ท่านควรมีรายได้เป็นของตัวเองนะจ๊ะ... ^_^; 

 

 

 

 

 

ป.ล. เมื่อวันก่อนที่พูดถึง Volcaloid หัวเขียวเพราะว่า...

 

 

 

01

 

 

 

บ้านเรามีแผ่นนี้กับเค้าด้วย... @_@; (แต่ไม่รู้ทำไมถึงมี??? คงเป็นคุณฮายาชิอีก... มันริอาจถึงขนาดคิดจะแต่งเพลงกับเค้า?? เพื่อนิโกะนิโกะ??) ก็ Hatsune miku เนี่ยล่ะค่ะ เห็นมันหัวเขียว เลยเหมาว่ามันหัวเขียวหมด 555 ^_^; จริงๆก็ไม่ค่อยรู้จักอะไรพวกนี้หรอก หรือพูดง่ายๆ... (แต่จะเชื่อหรือไม่) ปกติเป็นคนจริงจังกับชีวิต ไม่ได้มีความเป็นโอตาขุกับเค้าเลยสักนิด (ไอ่นิโกะนิโกะอะไรเนี่ยก็ไม่เคยรู้จักมาก่อน) เพราะมาแต่งกับไอ้นี่ล่ะค่ะเลยกลายเป็นแบบนี้... (โทษมัน) -_-;

 

 

 

ป.ล.2 เมื่อวานพาแม่ไปทำเรื่องขอต่อวีซ่าที่ต.ม.โอซาก้ามา หอบลูกสองแม่หนึ่ง + ผัว (ผัวญี่ปุ่นนี่ไม่ใช่มันจะพึ่งได้นะคะ เพราะมันไม่เคยรู้อะไรเล้ยยยเกี่ยวกับชาวต่างชาติ เอาไปนี่เป็นภาระกรุอีก) ขึ้นรถไฟสองต่อไปรับไอทะเลแถวคอสมอสแสควร์

 

 

 

จริงๆแม่ได้วีซ่าท่องเที่ยว (ทำเรื่องมาเยี่ยมญาติ) มา 3 เดือน แต่ไปทำเรื่องขอต่ออีก 3 เดือนจะได้อยู่ช่วยกันเลี้ยงสองตัวเล็กต่อ ปกติไปทำเรื่องยื่นเอกสารแล้วทาง immigration จะให้ไปรษณียบัตรมาจ่าหน้าถึงตัวเองในอนาคต... -_-; โดยจะส่งไปรษณียบัตรที่ว่านี้มาแจ้งให้ไปฟังผลวีซ่าทีหลัง ปรากฏว่าเมื่อวานไปยื่นเรื่องขอปุ๊บ... อาเฮียแกออกวีซ่าให้แม่เดี๊ยนทันที @_@; คงเห็นอีนี่ทุลักทุเลมาก หอบลูกมาสองคน คนนึงก็เพิ่งจะครบเดือนไปหมาดๆ ไหนจะเบบี้คาร์ กระเป๋าใบบะเร่อสองใบเพราะใส่สัมภาระของสองลูก ใครจะไปขอวีซ่าควรทำตัวทุเรศทุรังไป จะให้ดีควรไปชงนมต่อหน้ากันให้เจ้าหน้าที่เห็นๆ.... วีซ่าจะออกอย่างรวดเร็ว -_-; (เจ้าหน้าที่คงคิด เมิงจงอย่ามาอีกเลย อยู่เลี้ยงลูกกับบ้านไปเหอะ!)

 

 

 

 

 

 

 

เก่าเชียว....

 

 

ต่อจากเมื่อวาน... มาโปรโมทหนังสือตัวเองอย่างไม่อาย ^_^; พอดีได้รับเมล์แจ้งจากทางสำนักพิมพ์ว่าหนังสืออาจจะออกวางประมาณวันศุกร์นี้ (6 พฤศจิกายน 2009) น่ะค่ะ เลยเอารายละเอียดมาลง มีบางคนเคยถามมาทางอีเมล์ด้วย m(_ _)m

 

 

 

01

 

  

 

 รายละเอียดหนังสือ

ชื่อหนังสือ "ญี่ปุ่นตะแคงซ้าย" <-- ทางสนพ.ตั้งให้นะคะ ตั้งเองคงออกมาแนว “ไดอารี่ของเดี๊ยน” อะไรประมาณนี้ 555

จำนวนหน้า 224 หน้า (4สี 32 หน้า, ขาวดำ 192 หน้า พิมพ์บนกระดาษ Green Read) <-- มีสีด้วย โอ้วววว... >_< เขียนหรือแปลอะไรมาไม่เคยมีสีกับเขามาก่อน!!

ราคา 165 บาท

สำนักพิมพ์ สนุกจึงทำ ในเครือบริษัท คลูเอทีฟ จำกัด <-- ชื่อเท่ห์เนาะ

ผู้แต่ง ฮายาชิ คิซาระ <-- เขินเนอะ... แต่ไม่ใช่ชื่อจริงนี่หว่า เขินทำไม??

จัดจำหน่ายโดย บริษัท ซีเอ็ด <-- อย่างน้อยในซีเอ็ดคงมีขายแหล่ะ

 

  

สารบัญก็ประมาณนี้

 

  ทำไมถึงต้องญี่ปุ่น?

ทำอย่างไรถึงจะได้ไปญี่ปุ่น?

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับเอกสารต่างๆ

เรียนอะไรดีที่ญี่ปุ่น

10 คำถามที่คนจะมาเรียนญี่ปุ่นอยากรู้

ถึงญี่ปุ่นแล้วต้องทำอะไร

เที่ยวญี่ปุ่นจะไปพักที่ไหนได้บ้าง

หลักการเลือกหอและย้ายเข้า

ตราประทับ VS ลายเซ็น

วิธีใช้ชีวิตจนๆแบบญี่ปุ่น

งาน part time ในญี่ปุ่น

ฤดูกาลในแบบญี่ปุ่น

ป้าโอซาก้าอันเลื่องชื่อ

ทัวร์ไทยในญี่ปุ่นตั๋วพิเศษในคันไซ

7 days in kansai!

มารยาทในสังคมญี่ปุ่นที่ควรรู้

แต่งงานกับหนุ่มญี่ปุ่นด้วยความเข้าใจ

ครอบครัวชาวญี่ปุ่นกับ Amazing Thailand

ชีวิตอัตโนมัติ

อาหารญี่ปุ่น

วัดกับศาลเจ้า

ขึ้นรถไฟญี่ปุ่น

พฤติกรรมที่แสดงว่าอยู่ญี่ปุ่นนานไปแล้ว

 

  

บางหัวข้ออาจจะเคยอ่านแล้วในไดอารี่หรือในบล็อค แต่เอาไปเขียนใหม่ให้ดูดีเป็นผู้เป็นคนขึ้น... หลายๆหัวข้อก็เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ บางหัวข้อก็ไร้สาระไปเรื่อย (เป็นเรื่องเล่าๆจากประสบการณ์ ก็เหมือนไดอารี่นี่ล่ะค่ะ) ^_^; หัวข้อ “เรื่องควรรู้เกี่ยวกับเอกสารต่างๆ” จะพูดถึงวีซ่าประเภทต่างๆและข้อจำกัดในรูป Q&A ด้วย (บางอย่างก็เพิ่งรู้เหมือนกัน! เขียนเองเพิ่งรู้เอง) แต่ระวังไว้ ไม่เคยทำงานที่ต.ม.แต่อย่างใด เป็นการหาข้อมูลมาให้เฉยๆและอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี (หรือเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล) เพื่อความปลอดภัยอย่าลืมเช็คเองด้วยเน้อ!

 

  

หนังสือที่ขายที่ไทยส่วนใหญ่จะแนะนำเที่ยวโตเกียวกันเยอะ T^T (น่าน้อยใจอย่างมาก) ของโบว์จะมีบทนึงแนะนำที่เที่ยวในเกียวโต โอซาก้า นาระ โกเบ แบบจัดทัวร์ให้เป็นวันๆกันไปเลย (勝手に!) บังคับให้พักโรงแรมแถวไหนๆอีกต่างหาก (555) คือถ้าไปตามที่บอกจะเที่ยวที่สำคัญๆได้ใน 7 วัน เป็น 7 nights in Japan กันเลยทีเดียว ทั้งนี้ทั้งนั้นไปมาเองทุกที่ คำนวณค่าใช้จ่ายให้อีกต่างหาก โดยพยายามประหยัดงบให้แล้ว (แต่สามารถประหยัดเองเพิ่มได้อีกจากอาหารที่กินและที่พักนะ) อย่าลืมมาเที่ยวคันไซกันบ้างนะพี่น้อง! (หอบของมาฝากกันบ้างล่ะ)

 

  

รูปถ่ายในเล่มก็เป็นรูปที่ถ่ายเอง ไม่ใช่โปรคาเมร่าแมนแต่อย่างใด ดังนั้นวิวสวยๆหรือออะไรที่เห็นไม่ได้เฟคกันอย่างแน่นอน (กล้องดิจิตอลแค่ 3-4 ล้านพิกเซลเท่านั้น ^_^;) ถ้ามาญี่ปุ่นตามฤดูกาลนั้นจริงๆก็จะได้เจอแบบนั้นแหล่ะ แถมมีการ์ตูน 4 ช่องวาดเองอีกต่างหาก อีนี่จะทำเองทุกอย่างไม่พึ่งใคร (ทีแรกบ.ก.บอกจะมี illustrator วาดให้ ให้เราวาดไปคร่าวๆพอ แต่วาดไปแล้วบ.ก.บอกเอานี่แหล่ะ! งึ...ถ้ารู้ก่อนจะได้ตั้งใจวาดกว่านี้อีก T^T)

 

  

เหลืออะไรยังไม่ได้โฆษณาอีก?? อ้อ... คืออย่างที่บอกเมื่อวานว่าเนื้อหามันเยอะ บ.ก.เลยบอกจะแบ่งเป็นสองเล่ม แต่อีกเล่มยังไม่พิมพ์ ถ้ายอดขายเล่มแรกดีถึงจะพิมพ์ อาจจะประมาณต้นปีหน้า ดังนั้นใครอยากอ่านต่อก็ช่วยกันบนแล้วกัน (ต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์!!) ^_^;

 

  

หัวข้ออื่นๆที่ส่งไปแล้วยังไม่ได้อยู่ในเล่มแรกก็ได้แก่ตามนี้... (เผื่ออยากอ่านไง จะเกี่ยวกับสังคม การใช้ชีวิตประจำวันและ culture มากขึ้น) ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แล้วแต่ทางทีมงานคัดเลือกจัดทำอีกทีนะคะ m(_ _)m

 

  อยู่ญี่ปุ่นอย่าลืมแยกขยะ

กิจกรรมต่างๆในหนึ่งปีของชาวญี่ปุ่น

เดงฉิมันนี่

Homeless VS ขอทาน

10 อาชีพในไทยที่หาไม่ได้ในญี่ปุ่น

คนญี่ปุ่นกับ Privacy

ชื่อของคนญี่ปุ่น

สิ่งที่เข้าใจผิดมาตลอดก่อนจะมาญี่ปุ่น

เอ็นเตอร์เทนเม้นท์กับคนญี่ปุ่น

บริการไปรษณีย์ญี่ปุ่น

เมื่อป่วยในญี่ปุ่น

ร้านขายยา

โฮสคลับ

ภาษาอังกฤษกับคนญี่ปุ่น

รักครั้งแรกกับภาษาญี่ปุ่น

ความรัก การเงิน กับคนญี่ปุ่น...

รักข้ามขอบฟ้าไม่พ้น

ทำยังไงถ้าเกิดแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น

สุขาไฮเทคกับปัญหาการใช้ส้วม

การอาบน้ำกับชาวญี่ปุ่น

10 ประชากรญี่ปุ่นที่น่าเป็นห่วง

เอ็นเอชเคที่รักกับรายการทีวีญี่ปุ่น

มารยาทในการร้องคาราโอเกะ

ผู้หญิงญี่ปุ่นกับค่านิยมในการแต่งงาน

ตั้งครรภ์ในญี่ปุ่น

นักหลงทาง (Houkou onchi)

พวกเราโดนหลอก!

เกษียณแล้วควรอยู่บ้านหรือทำงานต่อ

คนญี่ปุ่นต้องเหมือนๆกัน

เรื่องน่าหงุดหงิด Top 10 ในญี่ปุ่น

คนญี่ปุ่นกับการฆ่าตัวตาย

เรื่องหลังความตายที่ควรรู้

ปัญหาการศึกษาญี่ปุ่น

ลูกชายคนโต

ใครบอกว่าคนญี่ปุ่นชาตินิยม

 

  

ยังไงต้องขอบคุณฟ้าดิน ไม่ใช่สิ... ขอบคุณทางสำนักพิมพ์ที่ให้โอกาส m(_ _)m หากวันนั้นไม่มีคนติดต่อมาก็ึคงไม่มีการเขียนอะไรเป็นรูปเล่มอย่างนี้ ได้มีประสบการณ์ใหม่เพิ่มมาอีกหนึ่งอย่าง (สะสมแต้มเพิ่มในชีวิต ^_^) และต้องขอบคุณคนอ่านที่ติดตามบล็อคและไดอารี่ทุกคนด้วย เพราะถ้าไม่มีคนอ่านก็ไม่มีการเขียนบล็อค... ไม่มีบล็อคก็ไม่มีเพื่อน ไม่มีเพื่อนชีวิตก็มืดมน... ชีวิตมืดมนก็อยู่ญี่ปุ่นไม่มีความสุข ไม่มีความสุขก็ทะเลาะกับสามี ทะเลาะกับสามีก็หนีกลับบ้าน หนีกลับบ้านก็ไม่ได้อยู่ญี่ปุ่น ไม่ได้อยู่ญี่ปุ่นก็ไม่ได้เขียนเรื่องเกี่ยวกับญี่ปุ่น ไม่ได้เขียนเรื่องเกี่ยวกับญี่ปุ่นก็ไม่มีคนอ่าน... พอเหอะ... มันจะวัฏฐจักรนรกเกิน

 

  

ต่อให้ลูกสอง ก็จะพยายามเขียนบล็อคต่อไป (และนิยายด้วย แต่คงจะไปกันอย่างช้าๆเพราะเรื่องนี้คิดว่าคงไม่ได้พิจารณาพิมพ์ เนื่องจากมันแปลกเกิน... แต่เราก็จะหน้าด้านเขียนต่อไปเพราะความชอบส่วนตัว) ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้หมายความว่าบล็อคจะมีสาระขึ้นแต่อย่างใด โปรดเข้าใจตรงกัน!!

 

  

^_^

 

 

ป.ล. ช่วงนี้ชอบเพลงนี้มาก (ชอบมาพักนึงละ) Dancing Samurai เป็นเพลงที่มีคนทำมาลงในนิโกะนิโกะด้วยโปรแกรมแก๊กกุป้อยโดะ (Gakupoid) เป็นโปรแกรมแต่งเพลงเหมือน Vocaloid ( Vocaloid จะเป็นเสียงน้องผู้หญิงหัวเขียว <-- ไม่ใช่แมลงวันนะ) แต่อันนี้แต่งแล้วจะเป็นเสียง Gackt ร้อง! ^_^; อย่างไรก็ตาม ฟังแล้วก็ยังรู้ว่ามันเป็นโปรแกรม ไม่ใช่คนจริงๆ อันนี้เป็นเสียงโปรแกรม

 

 

  

     

 

แต่ทีนี้มันจะมีอีตาคนนึงเอาเพลงนี้มาร้อง แบบว่าเสียงเหมือน Gackt มาก!! @o@!!  (ร้องโดยอาเฮียโป๊ะโกตะ...) ฟังแต่เสียงแล้วแบบจะหลงรักไปเลย (อย่าไปดูภาพประกอบ)  

 

 

 

 

ที่สำคัญคือมันมีในคาราโอเกะแล้ว!! โอ้ รวดเร็วมาก!! ใครมาร้องอย่าลืมร้องเพลงนี้นะ!

 

腹切れ貴様!!