涙の向こう側に絆がある m(_ _)m
posted on 06 Dec 2009 05:11 by hayashikisara in Diaryเมื่อวานเป็นวันพ่อ...แต่ไม่มีเรื่องเกี่ยวกับพ่อจะเขียนแล้ว พอดีเป็นวันเกิดแม่ด้วย เลยทำเทะมากิซูชิที่แม่ชอบ ซื้อของขวัญให้แล้วก็เป่าเค้กกันนิดหน่อย ปีนี้แม่ก็อายุ 58 แล้ว เวลาผ่านไปเร็วจังเนอะ...
เมื่อวันศุกร์โดนทางโฮะเคนเซนเตอร์ของเมือง (ประมาณศูนย์สุขภาพ) มาตามให้เอาอาคิไปปรึกษาเดี่ยวอีก (ทั้งที่วันจันทร์ก็มีตรวจครบ 2 ขวบครึ่ง)
จริงๆก็ไม่รู้จะให้ไปปรึกษาทำไมอีก เรื่องปีหน้าก็เคยสรุปไปแล้วว่ายังไม่เอาเข้าเรียนและไม่เข้าไปเรียนโรงเรียนที่เค้าแนะนำด้วยเพราะไกลบ้าน
แต่ก็นะ...
เดินจูงมือกับอาคิไปประมาณ 40 นาที (ถ้าเดินคนเดียวก็ประมาณ 20-30 นาทีน่ะแหล่ะ แต่มีอาคิเดินด้วยเลยช้า) ถ้าถามถึงพัฒนาการของอาคิว่าถึงไหนแล้ว... ก็ยังไม่ถึงไหนเท่าไหร่หรอกถ้าเทียบกับเด็กคนอื่น พูดเป็นคำๆเพิ่มจากเดิมบ้าง แบบพอบอกได้ว่าอยากทำอะไร เช่นถ้าหิวก็จะมาบอกเลยว่าหม่ำๆ หรือบอกว่า “ปัง” (ขนมปัง) “แฮมเบอร์เกอร์” “โกะฮัง” (ข้าว) คือสั่งเป็นเมนูเหมือนอาหารตามสั่งมาเลย -_-; แต่ก็ไม่ค่อยจะกินอะไรเท่าไหร่นะ กินไม่ค่อยเยอะ
อึเสร็จแล้วก็เดินมาบอกว่า อึ๊ อึ๊ ให้พาไปล้างก้นให้
ถ้าบอกว่า “ล้างก้น” หรือ “ไปอาบน้ำ” ก็จะเดินไปรอที่ห้องอาบน้ำทันที
ชอบให้เล่นเกมให้ดู
ชอบรายการเด็กของ NHK ชอบกระโดดโลดเต้น ชอบร้องเพลง
ชอบเล่นรถไฟ ชอบเอาของมาเรียงกัน
ชอบถอดชอบใส่ของ วิ่งเอาของเล่นมาให้แล้วบอกให้ “ถอด” “ใส่” “เปิด” วุ่นวายไปหมด -_-;
ไม่ชอบหนังสือภาพนอกจากภาพรถไฟ แต่ถ้าเห็นภาพที่รู้จักก็ดู เช่นเห็นกล้วยก็บอก “บานาน่า” เห็นน้องหมาก็บอก “วัง วัง” เห็นนมก็บอก “มิรุขุ” (แต่ไม่เอานิ้วจิ้ม)
เป็นเด็กร่าเริงแจ่มใส ยิ้มง่าย ชอบเล่นอะไรที่ใช้ร่างกาย =_= เช่นกระโดดหรือวิ่งไปมา วิ่งไล่นกพิราบ ปลุกปล้ำ ชอบเล่นดินเล่นทราย
หลังๆนี้ชอบบ้านตุ๊กตา แต่ไม่ได้เล่นตุ๊กตา ชอบเปิดหน้าต่างประตูดู และพิจารณารอบๆ...
ไม่ชอบเล่นกับเด็กคนอื่น จะหยุดดูหรือหัวเราะด้วย แต่ไม่เข้าไปเล่น ไม่แย่งของคนอื่นเพราะไม่ค่อยสนของเล่นเท่าไหร่ (คือถ้าเรียก “อาคิ” มือจะหยุดทันที 555)
รักพ่อแม่ปู่ย่ายาย ทุกวันนี้นอนกับคุณยาย พอถึงเวลาก็เรียก “อาคิไปห้องนู้นกันเถอะ” จะถือหมอนใบนม 1 ขวดวิ่งไปห้องนู้นทันที
ชอบให้กอดให้อุ้ม โดยเฉพาะอ้อนปะป๊ามาก เวลาไปซื้อของกับเราจะจูงมือเดินชมนกชมไม้กันไปได้ แต่ถ้าปะป๊าไปด้วยจะต้องให้อุ้ม อะไรๆก็ “ดั๊กโกะๆ” (อุ้มๆ) ตลอด
ตอนนี้ไม่มีปัญหาเรื่องการซื้อของในซุปเปอร์หรือเดินกลับบ้าน ส่วนใหญ่ถึงไม่จูงมือก็เดินตามมาดีๆ มีแวะดูนู่นดูนี่ตามที่ต่างๆบ้าง สามารถเดินซื้อของด้วยกันได้ ไปเลือกหนังสือหรือดูเสื้อผ้า บอกให้อาคิรอ มันก็นั่งรอดีๆจนกว่าเราจะเลือกเสร็จ
บลา บลา บลา
เจ้าหน้าที่ถามคำถามที่เราตอบประมาณข้างบนนี้... ตอนเข้ามาในห้อง เจ้าหน้าที่ทัก “คอนนิจิวะ” อาคิก็ตอบ พอบอกให้นั่งเก้าอี้ก็นั่ง เจ้าหน้าที่เอาบล็อคไม้มาให้เล่น (อีกละ กรุล่ะเบื่อ) อาคิก็ไม่ต่อ แต่ก็หยิบมาเล่นๆเรียงๆของตัวเอง ก็ยิ้มให้ตลอดนะ แต่ไม่ต่อ เจ้าหน้าที่พยายามบอกและชักนำว่าให้ต่อสูงๆสิ อาคิก็วางต่อไปนิดนึงก็ไม่เอาละ ไม่เล่น
เจ๊ก็เลยเอากระดาษกับดินสอสีมาให้ อาคิก็เขียนเล่นไปนิดนึงแต่ก็ไม่เอาอีก เพราะไม่ชอบ เจ้าหน้าที่ก็เปลี่ยน เอาแผ่นไม้ที่เป็นช่องๆรูปทรงเลขาคณิตมาให้ แล้วให้เอาไม้ที่เป็นรูปทรงนั้นมาใส่ให้ตรงช่อง อาคิก็ไม่ทำ แต่เอาไม้นั้นมาเล่น ระหว่างที่เราคุยอยู่กับเจ้าหน้าที่ มันนึกจะใส่ให้ตรงช่องมันก็ใส่ แต่ไม่ได้ทำตอนที่เจ้าหน้าที่บอกมันไง...
จากนั้นพอได้บอลมาลูกนึง มันก็เอามาเล่น เจ้าหน้าที่พยายามจะให้มันโยนบอลมาให้ คือจะให้เล่นรับส่งกัน อาคิก็หัวเราะ แต่ไม่โยนบอลให้ (คือจะเล่นคนเดียว) -_-;
พอเจ้าหน้าที่เอาพวกการ์ดอะไรต่อมิอะไรออกมาให้ อาคิก็เอามาโปรยเล่นอีก (จบกัน...)
“คิดว่าลูกคุณเป็นจิเฮโช (ออทิสติก) นะคะ”
.......
@_@; หล่อนพูดมาชัดเจนอย่างนั้น
เราถามว่าเป็นเพราะเราพูดสองภาษาที่บ้านหรือเปล่าอาคิก็เลยพูดไม่ค่อยได้ ได้เป็นคำๆ แต่ก็ถือว่าเพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อน แล้วก็สื่อสารกันรู้เรื่องมากขึ้นแล้วนะ
“ไม่เกี่ยวกับว่ารู้ศัพท์มากหรือไม่มาก หรือสื่อสารกันได้หรือไม่ได้ค่ะ”
......
“ลูกคุณไม่สามารถจะใช้ข้าวของอย่างถูกต้องได้” (物の扱いが正しく使えないですね。
)
ฮืมม์...
แล้วคุณเจ๊ก็ชี้แจงว่าเด็กวัยนี้จะต้องมีจินตนาการในการสร้างสิ่งของ เห็นบล็อคก็ควรจะต้องเอาบล็อคมาต่อหรือทำให้เป็นรูปเป็นร่างอะไร แต่นี่ลูกคุณไม่ทำ แล้วเวลาส่งของให้ เด็กจะต้องรู้หรือพยายามคิดว่าของนี้เอาไปใช้อะไร แต่นี่ลูกคุณไม่สนใจ ไม่คิด
....
“แต่ที่เล่นเรียงของหรือเล่นอะไรอยู่ ก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่าเค้าจะจินตนาการว่าเป็นอย่างอื่นหรือเปล่า”
“เค้าอาจจะสนุกของเค้า แต่ก็เข้ากับสังคมไม่ได้เพราะเล่นไม่เหมือนเด็กคนอื่น เด็กคนอื่นไม่มีใครเล่นเหมือนลูกคุณ มีคนโยนบอลให้ลูกคุณก็ไม่รับไม่ส่งให้ ถ้าไปโรงเรียนก็ไม่มีเพื่อน ไม่สามารถรักษากฏในการเล่นกันได้”
@_@;
“ฉันเห็นเด็กมาเยอะแล้วนะ ลูกของคุณน่ะเป็นจิเฮโช” (ย้ำอีกรอบ)
“คุณควรคิดเรื่องปีหน้าใหม่อีกที คลาสโอยะโกะห้องแพนด้าที่คุณไปเข้า ส่วนใหญ่เค้าก็เอาลูกเข้าสุกิโนะคิเอ็งปีหน้ากันทั้งนั้น” (*สุกิโนะคิเอ็งเป็นโรงเรียนของเมืองสำหรับเด็กที่มีปัญหาหรือเป็นโรคทางพัฒนาการ หรือพิการทางด้านต่างๆ)
“ไว้จะลองปรึกษาปะป๊าดูค่ะ”
“ทำไมคะ? มีปัญหาทางการเงินหรือ?”
@_@; (จะให้กรุตอบเดี๋ยวนี้เลยว่าจะไปใช่ไหม???)
“ค่ะ มีปัญหาทางการเงิน” (ตอบแบบนี้ไปก่อนเลย)
ก่อนหน้านี้ เค้าก็เคยถามเราว่าถ้าลูกคุณเป็นออทิสติกจริงๆคุณจะทำยังไง?
เราตอบว่าก็ให้ทำสิ่งที่ชอบ คือถ้าไปเรียนกับคนอื่นไม่ได้ก็ให้เรียนสิ่งที่ชอบ เพราะดูวี่แววว่าอาคิจะชอบเพลง อาจจะให้เรียนทางด้านที่ชอบไปเลย เรื่องการช่วยเหลือตัวเองเราก็อยู่บ้านทั้งวัน ก็ค่อยๆฝึกกันไป เพื่อนก็ค่อยๆหากันไป อาจจะไปร่วมกับกลุ่มคอมมิวนิตี้นู้นนี้บ้าง
แต่เธอก็ตอกกลับมาว่า “คุณควรจะเอาลูกไปเข้าโรงเรียนนี้มากกว่า เพราะการที่มีเพื่อนที่เป็นแบบเดียวกันถึงจะเป็นชีวิตที่วิเศษ” (素敵な人生)
กรุ・งง... (เมิงเป็นลัทธิอะไรหรือเปล่าเนี่ย???)
-_-;
เราไม่ต่อต้านไอ้เรื่องออทิสติกอะไรนี่หรอก ก็เจ๊เค้าเห็นเด็กมาเยอะ แล้วก็บอกว่าอาคิเข้าสังคมกับคนอื่นไม่ได้เพราะไม่มีใครเล่นเหมือนอาคิ เป็นอาการของเด็กออทิสติกก็เข้าใจ
แต่มันก็ไม่จำ้เป็นที่จะมีทางออกเดียวคือไปเข้าโรงเรียนนั้นนะ...
ชีวิตที่มีเพื่อนเหมือนๆกันถึงจะเป็นชีวิตที่วิเศษเหรอ? มันก็อาจจะใช่... แต่ ชีวิตมันก็มีที่วิเศษอีกหลายอย่าง อยู่กับพ่อแม่ก็วิเศษ ได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบก็วิเศษ มีเพื่อนก็วิเศษ
เราไม่กลัวเรื่องลูกจะเป็นออทิสติกหรือเปล่าหรอกนะ เพราะเราคิดว่ารับมือได้ ก็ดูอย่างตอนนี้เราก็ไม่ได้มีปัญหาหนักอกหนักใจอะไรกับอาคิ บอกแล้วว่าเราจูงมือกันไปซื้อของได้ อาคิรักทั้งพ่อแม่และน้อง ชอบให้กอดให้อุ้มชอบนั่งตัก ร้องไห้ก็วิ่งมาให้โอ๋ อึก็มาบอก เสื้อผ้าก็เริ่มพยายามจะถอดเอง ไม่มีปัญหาอะไรในการใช้ชีวิตประจำวันซักหน่อย...
เรื่องเล่น... เล่นกับคนอื่นก็คงจะเป็นปัญหาจริงแหล่ะ แล้วก็คงจะมีปัญหากับการใช้ข้าวของอย่างที่ว่า เพราะเราเป็นประเภทไม่เคยบอกลูกว่าของเล่นชิ้นนี้ต้องใช้อย่างนี้เท่านั้น เห็นบล็อคต้องต่อ เห็นดินสอกับกระดาษต้องวาด -_-; ก็เป็นความผิดเราด้วยมั้งที่ไม่บังคับให้ลูกเล่นของเล่นอย่างที่ชาวบ้านเค้าเล่น มันอยากเล่นยังไงก็เรื่องของมัน บล็อคเค้าให้ต่อ แต่มันอยากเอามาเรียง นี่เป็นเครื่องดูดฝุ่นของเล่น แต่มันอยากแกะมาเล่นอย่างอื่นก็ช่างมัน (แต่ของใช้พวกช้อน ส้อม ตะหลิว กะทะ มือถือ รีโมท เม้าส์ etc. มันก็ใช้ถูกนะ ไม่ใช่ใช้ของไม่เป็นเลยซักกะอย่าง คือของที่มันเห็นเราใช้อยู่มันก็รู้แหล่ะว่าใช้ยังไง แต่ของเล่นนี่เราไม่ได้เล่นให้มันดูและไม่เคยบอกมันว่าต้องเล่นอย่างนี้)
ที่รับไม่ได้อีกอย่างก็คือเวลาเล่าให้แม่ตัวเองหรือแม่คุณฮายาชิฟัง พวกเค้าจะพยายามฝึกให้อาคิเป็นอย่างที่ต้องการ คือพยายามจะลบล้างด้วยการบังคับให้ต่อบล็อค บอกว่านี่เค้าต้องเล่นกันอย่างนี้ ทำไมเล่นอย่างนั้นล่ะ?
-_-;
ถ้าเป็นออทิสติก คนรอบข้างก็ยิ่งควรเข้าใจมากกว่าปกติ ก็คนมันไม่ชอบ ไม่อยากเล่นแบบนี้ จำเป็นเหรอที่จะต้องบังคับ? ทำได้ = หลานกรุไม่ได้เป็น อะไรอย่างนี้เหรอ?? จินตนาการคือการต่อหรือสร้างอะไรให้เป็นรูปเป็นร่างเท่านั้นเหรอนะ
บอกหลายครั้งแล้วว่าเราไม่เถียง แล้วก็ไม่แคร์นะถ้าอาคิเป็นออทิสติก แต่อย่ามาบังคับว่าต้องทำอย่างนู้นอย่างนี้ หรือมากำหนดว่าชีวิตอย่างไหนถึงจะเป็นชีวิตที่วิเศษสำหรับเขา
เราไม่ได้คิดจะเก็บลูกไว้อย่างนี้ แต่ถ้าจะหาหมอหรือไปเรียน เราก็ควรจะเป็นคนเลือกหมอหรือเลือกโรงเรียนที่เหมาะสมเอง แล้วเราก็ควรจะมีเวลาศึกษาของเราเองก่อนด้วย เราต้องเรียนรู้ต้องอ่านหนังสือให้มากกว่านี้ (จริงๆก็อ่านไว้แล้วประมาณหนึ่ง แต่หลังๆเห็นอาคิมันก็ห่างจากข้อสังเกตแต่ละข้อออกไปเรื่อยๆ เลยไม่ได้ศึกษาเพิ่มเติมมาก ทำไมกลายเป็นว่าไม่เกี่ยวกับว่าลูกคุณพูดได้มากขึ้นหรือเปล่า สื่อสารได้มากขึ้นไหม ความสัมพันธ์กับพ่อแม่ดีหรือเปล่า เข้าหาคนอื่นหรือเปล่า ชอบอยู่คนเดียวหรือเปล่า เวลาไปข้างนอกไปดูนู่นนี่โดยไม่สนพ่อแม่หรือเปล่า สรุปว่าพวกนี้ที่เรารู้สึกว่าอาึคิโอเคนี่เค้าบอกว่าไม่เกี่ยวอะไรเลย? -_-;)
เอาเป็นว่าไม่ใช่เจ๊พูดอะไรบอกให้ทำอะไรไปไหนก็ไปหมด ในครอบครัวต้องเคลียร์ก่อน แล้วถึงจะต้ดสินใจกันว่าจะทำยังไง เข้าใจไหมอาเจ๊???
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเราก็ไม่ได้เป็นคนขวางโลก เจ๊บอกว่าที่ศูนย์นี่จะมีหมอมาเดือนละครั้ง ถ้านัดได้เมื่อไหร่อยากจะลองคุยไหม? ก็เลยตอบตกลงไปว่าจะลองปรึกษาหมอดูแล้วกัน (แต่เจ๊ก็บอกว่านี่แค่ให้ปรึกษา ไม่ได้ตรวจ)
เราเข้าใจ เพราะเราก็อ่านหนังสือ คือถ้ารู้ว่าเด็กเป็นออทิสติกเร็วก็ควรจะจัดการอะไรโดยเร็วในช่วงที่เด็ก 2-3 ขวบ จัดการเร็วก็ช่วยให้ทำอะไรได้มากขึ้น แต่นี่เรายังไม่ได้วิเคราะห์เลยว่าอาคิมีปัญหาอะไรที่ต้องช่วยเหลือ (เพราะบอกตามตรงเราก็แบลงค์ๆเหมือนกัน เนื่องจากเราไม่ได้รู้สึกว่ามันมีปัญหาอะไรเลย เพราะไม่เคยคิดว่าไม่ได้เล่นของเล่นเหมือนคนอื่นมันเป็นปัญหา แต่ที่เค้าพูดก็ถูก คงไม่มีใครเล่นกับมันได้นอกจากพ่อแม่มัน 555 @_@;)
ตอนนี้ 2 ขวบ 8เดือน ก็ไม่ถึงกับสายไปหรอกน่า
ก่อนกลับเจ๊ยังบอกอีกว่าเราควรจะไปเกลี้ยกล่อมสามีให้เอาลูกมาเข้าเรียนที่สุกิโนะคิเอ็งปีหน้านะ เพราะมีที่เหลืออยู่ไม่กี่ที่แล้ว (บอกด้วยสิว่าหากตอบตกลงจะเข้าภายใน 10 นาทีนี้จะลดค่าเทอมให้ 10% และได้แปรงขัดหม้อฟรี 3 อัน)
ขากลับ เราจูงมือเดินกลับกันมาสองคน เกือบบ่ายโมงเข้าไปแล้ว ยังไม่ได้กินอะไรทั้งคู่... ตอนเดินผ่าน Mos Burger อาคิพยายามฉุดและบอกว่า “แฮมเบอร์เกอร์” เราก็เลยเข้าไปในร้าน นั่งกินแฮมเบอร์เกอร์กัน อาคิไม่ยอมกินเอง แต่ก็นั่งนิ่งๆให้ป้อน โต๊ะที่เรานั่งมองผ่านกระจกออกไปเห็นรถไฟวิ่งผ่านพอดี อาคิตื่นเต้นใหญ่ พูดว่า “เดงฉะ” ทุกครั้งที่รถไฟผ่าน สักพักเราก็ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคัก เลยเห็นว่าอาคิหัวเราะกับผู้หญิงที่นั่งโต๊ะตรงข้าม เลยโค้งให้นิดนึง... ก่อนจะออกจากร้าน อาคิเดินไปที่ต้นคริสมาสตร์หน้าร้านที่เค้าประดับเอาไว้ หันมายิ้มให้แล้วบอกว่า
“คริสมาสตร์”
เราคงต้องเอาต้นคริสมาสตร์ออกมาจัดบ้างแล้ว... มันคงตื่นเต้นน่าดู ถึงแม้บ้านเราจะแคบ เลยวางได้แต่ต้นเล็กๆก็เถอะ -_-;
พอกลับถึงบ้าน แม่ก็ถามอย่างเป็นห่วงว่าเป็นยังไงบ้าง เราตอบยิ้มๆว่าก็เหมือนปกติ แม่บ่นกระปอดกระแปดอีกว่าเป็นเพราะเราไม่ยอมสอนลูก ไม่ยอมสอนให้เล่นนู่นเล่นนี่ อาคิรอล้างมืออยู่ที่อ่างล้างหน้า พอล้างมือเสร็จก็เลยลองชวนไปเล่นอีกห้อง อาคิกลับบอกว่า
“อิรังเหนาะ” (ไม่เอา)
จากนั้นก็วิ่งไปเปิดตู้ หยิบคอนโทรลเล่อสีขาวมาส่งให้ (พร้อมรีโมททีวีอีกต่างหาก) พูดด้วยรอยยิ้มแบบสุดๆว่า
“วีฟิตโตะ” (Wii Fit)
.......
^_^;
ยังไงซะ ความฝันที่จะได้เล่นมุโซด้วยกันของเราคงอยู่อีกไม่ไกล... w
ป.ล. แล้ววันจันทร์ที่ตรวจสองขวบครึ่งนี่จะให้เราไปทำไมอีกวะ ในเมื่อไปตรวจยังไงพัฒนาการก็ไม่ผ่านอยู่แล้ว ตอนนั่งกรอกแบบสอบถามก็รู้ตัวเองดี 555 (ลูกของคุณพูดคำสองคำติดกันเป็นประโยคได้ไหม?, ถามอะไรเกี่ยวกับหนังสือภาพแล้วลูกคุณชี้นิ้วบอกได้ถูกไหม?, เอาตุ๊กตามาสมมุติเป็นเด็กทารก หรือสร้างอะไรเล่นหรือวาดรูปเป็นอะไรสักอย่างไหม?, พูดว่า “จะทำเอง” หรือ “นี่ของหนู” หรือ “หนูจะ...” ไหม?, อยากเล่นกับเพื่อนไหม?)
กรุจะเอาลูกไปตรวจทำไมวะเนี่ย -_-;
คลิปนี้เคยเอาลงแล้ว... แต่ดูกี่ครั้งก็ยังรู้สึกว่า... อาคิมันน่ารักว่ะ >_<
ป.ล. 2 คุเรฮะก็เริ่มอ้วน หน้าตาประมาณนี้เหมือนกัน
ป.ล.3 กรุเปลี่ยนจากเอาไปเข้าสุกิโนะคิเอ็งเป็นจานีสเลยดีไหมเนี่ย...
ป.ล.4 อัพนิยายเรื่อง After the light อีก 1 chapter และแก้เรื่อง Sengoku no yuuhi อีก 2 Chapters ค่ะ m(_ _)m http://hayashikisara.warabimochi.net





